ย้อนอดีตกลับไปเป็นแมว

ย้อนอดีตกลับไปเป็นแมว: Chapter 018 ตอนที่ 18

#18Chapter 018

ตอนที่ 18 ชาร์โคล ฝากดูแลบ้านด้วยนะ

เจิ้งทั่นนั่งรออยู่ที่ประตู พอไม่เห็นมีคนมาสักทีเขาก็เริ่มหงุดหงิดจนเกาประตู และแน่นอนว่าไม่ใช่ประตูบ้านของครอบครัวเจียว แต่เป็นประตูของบ้านชิวเซี่ยงหยางที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ประตูไม้ที่กั้นด้วยประตูลูกกรงเหล็กอีกชั้นหนึ่ง

แต่ชิวเซี่ยงหยางใส่หูฟังเล่นเกมอยู่จึงไม่ได้ยิน กว่าเขาจะรู้สึกตัว ประตูบ้านตัวเองก็เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนแล้ว

เจิ้งทั่นรออยู่เกือบหนึ่งชั่วโมงก็เห็นอี้ซินมาด้วยสภาพเหงื่อท่วมตัว

ตอนที่อี้ซินรับสายของเถ้าแก่เจียวเขากำลังวุ่นอยู่กับการทดลอง เถ้าแก่เจียวบอกให้เขาพอเสร็จงานแล้วไปรับแมวที่บ้านให้หน่อย เขามีประสบการณ์ดูแลแมวให้เถ้าแก่มาแล้วครั้งหนึ่ง จึงรู้ว่าแมวตัวนี้นิสัยเอาเรื่องอยู่ พอเสร็จงานปุ๊บเขาก็ออกมาทันที ขนาดน้ำยังไม่ได้ดื่มเลยสักอึก พอโยนเสื้อกาวน์ทิ้ง ปิดก๊อกน้ำ ก็รีบขี่จักรยานมือสองที่เพิ่งซื้อมาไปยังที่พักบุคลากรฝั่งตะวันออก

พอถึงบ้านของครอบครัวเจียวที่อยู่ชั้นห้า อี้ซินก็เห็นแมวดำเต็มไปรังสีอำมหิตตามที่คิดไว้ อีกทั้งยังมีเสียงเกาประตูลอยมาด้วย

อี้ซินมองไปที่ประตู แล้วหันกลับมามองสายตาของแมวดำตัวนี้ เขารีบอธิบายถึงสาเหตุที่มาช้าทันที อีกทั้งยังย้ำด้วยว่าเถ้าแก่เจียวเองก็เข้าใจถึงสาเหตุที่มาช้า

เจิ้งทั่นไม่ได้ฟังอี้ซินพูดพล่าม เขาวิ่งกลับไปที่ห้องรับแขกแล้วโยนถุงที่พ่อเจียวหย่วนใช้เวลาพาเขาไปที่คณะออกมา

อี้ซินไม่ได้ตกใจถึงท่าทางของเจิ้งทั่นเท่าไร เพราะครั้งแรกที่มาดูแลตกใจไปจนพอแล้ว เขาทำตามที่เถ้าแก่เจียวบอก เปิดถุงออก

เจิ้งทั่นกระโดดเข้าไป จากนั้นก็จ้องอี้ซิน ใช้สายตาส่งสัญญาณบอกว่าให้รีบไป

การพูดไม่ได้นี่ไม่สะดวกเลยจริงๆ เมื่อก่อนเจิ้งทั่นคิดว่าคนหูหนวกเป็นใบ้ก็ไม่เห็นมีอะไร ตอนนี้เขาเข้าใจความรู้สึกแล้ว เพราะในชีวิตคนเราไม่มีใครมารู้ใจเราได้เสียทุกอย่าง

อี้ซินไม่เข้าใจสายตาของเจิ้งทั่น เขาแค่ทำตามที่เถ้าแก่เจียวสั่งไว้ จึงถือถุงนั้นวิ่งลงจากตึก พอลงมาถึงชั้นล่างถึงเพิ่งคิดได้ว่า อันที่จริงให้แมววิ่งลงมาเองก็ได้นี่นะ

อี้ซินพาเจิ้งทั่นขึ้นรถแล้วขี่ไปยังโรงพยาบาลในสังกัดของมหาวิทยาลัยฉู่หัว

น่าเสียดาย ที่แม้แต่ขี่จักรยานไปยังมีอุปสรรค

ออกจากบริเวณที่พักไปได้ไม่ไกล เจิ้งทั่นก็ได้ยินเสียง ‘ตึง’ จากนั้นจักรยานก็ค่อยๆ เคลื่อนช้าลง

มีเสียงอี้ซินก่นด่าตามมา เจิ้งทั่นที่นั่งอยู่ในถุงที่วางอยู่ในตะกร้าหน้าก้มลงมองก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่พอมองไปด้านหลังก็เห็นโซ่ที่ขาดออกจากกันนอนอยู่บนถนน

“......” รถเฮงซวย โซ่ขาดได้ไงเนี่ย! เจิ้งทั่นสบถในใจ

รถเวียนในมหาวิทยาลัยก็ต้องรออีกสักพัก อีกทั้งยังวิ่งๆ หยุดๆ เจิ้งทั่นรอไม่ไหว แท็กซี่ล่ะ? ในมหาวิทยาลัยใครจะไปรู้ว่าจะมีแท็กซี่เข้ามาเมื่อไร ยืมรถคนอื่นเหรอ? จะไปยืมใครได้ตอนนี้ แล้วถ้ารถที่อี้ซินยืมมาโซ่ขาดอีก เขาคงได้หงุดหงิดตาย

เจิ้งทั่นจะได้ว่าตอนที่ลงมาถึงชั้นล่างเขาเห็นรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของพ่อเจียวหย่วนจอดอยู่ พออากาศเริ่มเย็นลงบางครั้งพ่อเจียวหย่วนก็เลือกที่จะวิ่งไปที่คณะแทน

ขณะที่อี้ซินกำลังเกาหัวบิดหน้าเพราะไม่รู้จะทำยังไงดีอยู่นั้น ก็เห็นเจิ้งทั่นกระโดดลงมาจากตะกร้าหน้ารถ แล้ววิ่งกลับไป

“นี่ วิ่งไปไหนน่ะ รอก่อนสิ!” อี้ซินร้อนใจ รถหายยังซื้อใหม่ได้ แต่ถ้าแมวหายไปนี่ เขาจะมีหน้าไปพบเถ้าแก่ได้อย่างไร

อี้ซินจึงทิ้งรถจักรยานไว้ข้างทางแล้ววิ่งตามแมวไป ยังไงรถนี้ก็เป็นรถมือสอง ไม่มีค่าเท่าไร อีกอย่างรถที่โซ่ขาดในเวลากลางวันแสกๆ แบบนี้ นอกจากเจ้าหน้าที่เก็บขยะแล้วคงไม่มีใครมาเอาหรอก

เจิ้งทั่นวิ่งกลับที่พักอย่างรวดเร็ว เขาควานหากุญแจอีกดอกหนึ่งในลิ้นชักโต๊ะหนังสือของพ่อเจียวหย่วนจนเจอ พอคาบกุญแจวิ่งออกมาจากตึกก็เห็นอี้ซินที่กำลังยืนหอบอยู่พอดี

เจิ้งทั่นมองอี้ซินแวบหนึ่งแล้ววิ่งไปนั่งที่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของพ่อเจียวหย่วน เขาตีที่เบาะแล้วเอากุญแจวางบนนั้น

“......” อี้ซินถึงกับพูดอะไรไม่ออก เอาเถอะ แมวของเถ้าแก่ไม่เหมือนแมวตัวอื่นอยู่แล้วนี่

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าพึ่งพาได้มากกว่าจักรยาน อี้ซินขี่อย่างสบายใจ ไม่ต้องใช้เท้าออกแรงถีบ ตอนนี้เขาไม่มีแรงเหลือจะปั่นจักรยานแล้ว

สิ่งที่ทำให้เจิ้งทั่นไม่สบอารมณ์ก็คือ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าก็ยังให้ความรู้สึกที่ช้าอยู่ เทียบไม่ได้กับมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ ดังนั้นตอนนี้เขาอยากให้ครอบครัวเจียวมีรถยนต์คันเล็กๆ ไว้สักคันจริงๆ

ระหว่างทางไปโรงพยาบาลเจิ้งทั่นคอยมองทางเป็นอย่างดี หากจำทางได้ต่อไปก็ไม่ต้องคอยพึ่งคนอื่น ประหยัดเวลาไม่มากเรื่อง

โรงพยาบาลในเครือมหาวิทยาลัยฉู่หัวไม่ได้อยู่ในเขตมหาวิทยาลัย ห่างจากมหาวิทยาลัยไปประมาณสองช่วงถนน ภายในโรงพยาบาลมีทั้งโซนรักษา โซนการเรียนการสอน และโซนวิจัยอยู่รวมกัน เป็นโรงพยาบาลเกรดเอระดับสาม

ภายในโรงพยาบาลมมีคนเข้าออกเยอะอยู่ตลอด พออี้ซินจอดรถแล้ว ก็หิ้วถุงไปตามที่อยู่ที่เถ้าแก่เจียวให้ไว้ อย่างไรเสียโรงพยาบาลก็ไม่ใช่ที่ที่แมวจะเดินเล่นได้ตามอำเภอใจ เจิ้งทั่นเองจะวิ่งเข้าไปเลยก็ไม่ได้

พอขึ้นลิฟท์ไปก็เจอกับพ่อเจียวหย่วนที่ออกมาซื้ออาหารพอดี เจิ้งทั่นเห็นสีหน้าพ่อเจียวก็รู้สึกว่าโอเคดี น้ำเสียงที่คุยกับอี้ซินก็ไม่ได้แหบเมื่ออย่างตอนคุยโทรศัพท์ก่อนหน้านี้ ดูท่าแม่เจียวหย่วนคงไม่ได้เป็นอะไรมาก

พ่อเจียวหย่วนซื้ออาหารมาห้าชุด โดยให้อี้ซินหนึ่งชุด

อี้ซินเตรียมจะซื้อผลไม้ไปด้วย แต่พอลูบกระเป๋ากางเกงดูก็พบว่าไม่ได้เอาเงินมา ตอนนั้นรีบร้อนออกมาเลยไม่ได้สวมเสื้อนอก กระเป๋าเงินอยู่ในนั้น ส่วนในกระเป๋ากางเกงมีแต่บัตรโรงอาหาร

“เอ่อ ที่ร้านผลไม้ใช้บัตรโรงอาหารได้ไหมครับ” อี้ซินพูดอย่างอายๆ

“......” พ่อเจียวหย่วนและเจิ้งทั่นต่างมองอี้ซินนิ่ง

“วันหลังเถอะ ยังไงวันนี้แม่เจียวหย่วนก็กินไม่ได้หรอก ตอนนี้ยังไม่ฟื้นเลย” พ่อเจียวหย่วนพูด

ระหว่างทางที่เดินไปลิฟท์ พ่อเจียวหย่วนก็ได้เล่าถึงเหตุการณ์ในวันนี้

ถึงแม้ว่าแม่เจียวหย่วนจะสอนหนังสือระดับมอต้น แต่บางครั้งก็จะไปที่โรงเรียนมัธยมฉู่หัว ท่านวางแผนไว้ว่าต่อไปจะไปสอนฝั่งมัธยมปลาย เพราะที่นั่นคนรู้จักก็เยอะพอสมควร ด้วยระดับความสามารถของแม่เจียวหย่วนแล้ว ไปสอนระดับมอปลายได้สบาย เพียงแค่ตอนนี้ท่านยังรู้สึกเป็นห่วงเด็กทั้งสองคนอยู่จึงยังไม่อยากย้าย แต่ถ้าท่านไม่มีสอนก็จะไปที่ฝั่งมอปลายช่วยเหลืองานบ้างตามโอกาส เป็นการเตรียมความพร้อมไปในตัว

โรงเรียนมัธยมฉู่หัวเป็นโรงเรียนดังของมณฑล แต่ค่อนข้างอยู่ห่างจากตัวเมือง จนเกือบจะถึงวงแหวนรอบนอก ทุกวันจะมีรถจากมหาวิทยาลัยฉู่หัวขับผ่านฝั่งมัธยมต้น แล้วไปทางโรงเรียนมัธยมฉู่หัว นึกไม่ถึงว่าวันนี้ขณะที่รถเพิ่งออกจากโรงเรียนมัธยมต้นได้ไม่นาน ขณะที่รถกำลังเลี้ยว รถบรรทุกที่ขนบานประตูกระจกคันหนึ่งได้พุ่งชนเข้ามา ซึ่งคนขับรถบรรทุกคันนั้นมีอาการเมาค้าง ตอนนี้อยู่ในห้องผ่าตัด อาการยังไม่พ้นขีดอันตราย

คนที่อยู่ในรถโรงเรียนหลายคนได้รับบาดเจ็บ มีหกคนบาดเจ็บสาหัส สองคนกำลังถูกยื้อชีวิตอยู่

แม่เจียวหย่วนนับว่ายังโชคดี ตอนที่ถูกส่งมาโรงพยาบาลท่านมีเลือดท่วมตัว ตอนที่พ่อเจียวหย่วนมาถึงโรงพยาบาลภาพที่เห็นคือ เนื้อตัวของแม่เจียวหย่วนถูกเศษกระจกบาดเต็มไปหมด มีอยู่สามจุดที่ดูค่อนข้างลึก บาดแผลบนขาลึกจนเห็นกระดูก แต่กระดูกไม่เป็นอะไร สภาพตอนนั้นดูน่าตกใจมาก แต่ก็ยังนับว่าโชคดีกว่าอีกหกคนที่บาดเจ็บสาหัส

หลังผ่าตัดเอาเศษกระจกออกหมดแล้วก็ไม่พบอาการกระดูกหัก แต่ต้องนอนดูอาการที่โรงพยาบาลก่อนอีกหลายวัน

ตอนที่พ่อเจียวหย่วนรับสายของเจิ้งทั่น แม่เจียวหย่วนเพิ่งผ่าตัดเสร็จไม่นาน เพียงแต่ว่าเขายังรู้สึกตกใจอยู่ ภาพตอนที่เขามาถึงยังติดตา ขณะที่พูดสายด้วยน้ำเสียงจึงแหบพร่า แต่ตอนนี้เขากลับคืนสู่สภาพเดิมเหมือนตอนปกติแล้ว

ส่วนเจียวหย่วนกับกู้โยวจื่อ พ่อเจียวหย่วนให้ไปรับมาจากโรงเรียน เพราะกลัวว่าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อย่างน้อยก็ให้ได้เห็นหน้าลูกก่อนก็ยังดี

หากเทียบกับคนอื่นแล้วอาการของแม่เจียวหย่วนไม่หนักเท่าไร หลังจากผ่าตัดเสร็จก็ถูกส่งไปยังห้องพักฟื้นทั่วไป เพราะห้องไอซียูเต็มแล้ว อันที่จริง ‘ห้องพักฟื้นทั่วไป’ ที่ว่านี้ก็ไม่ได้ดูจะธรรมดาเท่าไร ทางโรงพยาบาลมีห้องพักฟื้นสำหรับบุคลากรโรงเรียนโดยเฉพาะอยู่หนึ่งชั้น แม่เจียวหย่วนจึงได้มาพักในห้องนี้

สิ่งที่แตกต่างจากห้องพักฟื้นทั่วไปก็คือ ห้องพักนี้มีสี่เตียงถูกกั้นเป็นห้องเล็กๆ ส่วนตัว ถึงแม้ว่าถ้าพูดเสียงดังหน่อยคนอื่นก็จะได้ยิน แต่ก็ดีกว่าต้องแออัดอยู่ด้วยกัน ห้องพักฟื้นข้างๆ ไม่มีที่กั้นแบ่งห้อง แล้วแต่ญาติผู้ป่วยจะเลือก โดยส่วนมากถ้าเป็นผู้ป่วยที่เพิ่งผ่าตัดเสร็จจะถูกส่งมาห้องที่มีที่กั้น

ห้องเล็กๆ นี้มีเนื้อที่ไม่ถึงสิบตารางเมตร ยืนกันไม่กี่คนก็เต็มแล้ว

แม่เจียวหย่วนที่นอนอยู่บนเตียงยังไม่ฟื้น แต่หลังจากที่ได้ทราบอาการของท่านว่าปลอดภัย สมาชิกทุกคนก็เบาใจลง

เจียวหย่วนกับกู้โยวจื่อนั่งอยู่ที่เก้าอี้ยาวตรงริมทางเดินนอกห้อง กู้โยวจื่อร้องไห้จนตาบวมแดงไปหมด เจียวหย่วนเองก็สภาพไม่ต่างกัน

อี้ซินอยู่ได้สักพัก พ่อเจียวหย่วนก็ไล่ให้กลับไป อย่างไรเสียเขายังมีเรื่องมากมายที่ต้องทำอีก

“คนไม่พอ” พ่อเจียวหย่วนพูดออกมา เขานิ่งไปสักพักแล้วพูดต่อ “ปีหน้าต้องรับเด็กเพิ่มอีกหน่อย”

ไม่รู้ว่าถ้าอี้ซินมาได้ยินจะรู้สึกอย่างไร

เจิ้งทั่นนั่งกินข้างอยู่ในห้องพักเล็กๆ ของแม่เจียวหย่วน หากอยู่ข้างนอกแล้วมีคนมาเห็นเข้าคงไม่ดี ระหว่างนั้นมีนางพยาบาลมาตรวจเช็คอาการผู้ป่วย เขาจึงหลบเข้าไปในกระเป๋าของเจียวหย่วน ส่วนหนังสือที่อยู่ในกระเป๋านั้นถูกโยนเข้าไปในถุงพลาสติคหมดแล้ว

เรื่องที่แม่เจียวหย่วนเข้าโรงพยาบาลนั้นไม่ได้แจ้งให้กับพ่อกับแม่ของท่านทราบ เพราะพวกท่านก็อายุมากแล้ว จะให้มาที่นี่ก็คงลำบาก

เจิ้งทั่นกับเด็กทั้งสองยังอยู่ที่โรงพยาบาล พ่อเจียวหย่วนกลับบ้านไปเอาเสื้อผ้าและของใช้จำเป็น อีกทั้งยังเอาโต๊ะเล็กที่มีลายธงชาติมาด้วย เผื่อได้ใช้วางของ กินข้าว หรือให้เด็กทั้งสองเขียนการบ้านได้

ช่วงนี้พ่อเจียวหย่วนคงต้องมานอนค้างที่นี่ ในห้องพักมีเก้าอี้นอนพับได้สำหรับญาติที่มาเฝ้าไข้ ถึงจะเล็ก แต่ก็ใช้การได้ดี

วันนี้เด็กทั้งสองไม่ได้ไปโรงเรียน มาอยู่เฝ้าไข้ที่นี่กับพ่อ แม่เจียวหย่วนฟื้นขึ้นมาในตอนบ่าย พูดคุยสักพักก็หลับไปอีก ถึงแม้ว่าใบหน้าจะยังซีดเซียว แต่สามคนกับแมวหนึ่งตัวก็สบายใจขึ้นเยอะ

พอถึงเวลาห้าโมงพ่อเจียวหย่วนก็ออกไปซื้อข้าว กินเสร็จก็ให้เด็กทั้งสองนั่งรถเมล์กลับบ้านก่อนที่ฟ้าจะมืด

เดิมทีพ่อเจียวหย่วนจะให้เด็กทั้งสองไปอยู่กับน้าหลิงหรือไม่ก็ไปพักบ้านอาจารย์ที่ค่อนข้างสนิทกัน แต่เด็กทั้งสองคัดค้านกันเป็นเสียงเดียว โดยบอกว่าดูแลตัวเองได้ ไปนอนที่อื่นหลับไม่สบาย พ่อเจียวหย่วนจึงให้กลับบ้าน

พ่อเจียวหย่วนมองเจิ้งทั่นที่โผล่แต่หัวออกมาจากกระเป๋าหนังสือของเจียวหย่วน พลางพูด “ชาร์โคล ฝากดูแลบ้านด้วยนะ”

“งือ” เจิ้งทั่นตอบรับ ต่อให้ไม่บอกเขาก็ต้องดูแลเด็กทั้งสองอยู่แล้ว ยังไงเขาก็ถือว่าเป็นพี่ใหญ่

devc-af530e87-33711ย้อนอดีตกลับไปเป็นแมว: Chapter 018 ตอนที่ 18