หนี้รักบัลลังก์แค้น

หนี้รักบัลลังก์แค้น: Chapter 013 ตอนที่ 13

#13Chapter 013

ตอนที่ 13 “หมอดู” ในบ้านอารอง

เสิ่นหนิงคิดถึงเรื่องนี้ติดต่อกันมาหลายวันแล้ว ส่วนเรื่องเสื้อผ้าและเครื่องประดับของเทศกาลบุปผาราชสำนักนั้นนางไม่ได้สนอกสนใจเท่าไรนัก ชิวเกอกับพวกมดงานก็ไม่มีข่าวอะไรที่มีประโยชน์มา ถึงแม้จะร้อนใจ แต่เสิ่นหนิงก็ทำอะไรไม่ได้

“ไหนๆ วันนั้นข้าก็ต้องไปอยู่แล้ว หากไม่มีทางเลือกจริงๆ ก็ตามนางไปเรื่อยๆ แล้วกัน” เวลานั้นนึกวิธีอะไรดีๆ ไม่ออก เสิ่นหนิงจึงต้องปลอบตัวเอง รอวันเทศกาลบุปผาราชสำนักมาถึง

ระหว่างนั้นยังวิ่งไปเรือนลิ่วเหอเยี่ยมเยียนเสิ่นอันซื่อพี่สะใภ้ใหญ่กับเสิ่นชิ่งเต๋อหลานชาย เสิ่นอันซื่อเวลานี้มีลูกชายแล้วทุกอย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้นเมื่อเห็นเสิ่นหนิง นางจึงดีอกดีใจอวดเสิ่นชิ่งเต๋อว่าวันนี้มีอะไรก้าวหน้ามากขึ้นอีก

เสิ่นหนิงเห็นใบหน้าเสิ่นอันซื่อมีเลือดฝาด เห็นได้ชัดว่าอยู่เดือนได้ดี หลานชายอ้วนท้วนขาวกลม ยิ้มเป็นแล้ว บางครั้งก็น้ำลายยืด เสิ่นหนิงเห็นจนหัวเราะอยู่พักใหญ่ วันอันแสนหนักอึ้งหลายวันที่ผ่านมาผ่อนคลายไปมาก

ภายในซงเฟิงเซวียน เสิ่นเจ๋อหย่วนกับเสิ่นหูซื่อกำลังคุยเรื่องเทศกาลบุปผาราชสำนัก ซงเฟิงเซวียนอยู่ในทิศตะวันตกเฉียงเหนือของบ้านเสิ่น เป็นเรือนพักของพวกเขา สิ่งที่เสิ่นเจ๋อหย่วนชอบมากที่สุดในชีวิตคือเสียงลมพัดผ่านทิวสน จึงตั้งชื่อนี้ขึ้นมา

“เหยาเอ๋อร์ให้สะใภ้ใหญ่ดูแล ไม่ต้องกังวลนัก เพียงแต่งานชุมนุมนี้เป็นครั้งแรกที่ตระกูลเสิ่นเข้าร่วมในรอบหลายปีที่ผ่านมา ก็ยังต้องระวังมาก กำชับเหยาเอ๋อร์ต้องคอยตามติดพวกหนิงเอ๋อร์...” เสิ่นเจ๋อหย่วนก็ไว้หนวดมาแล้วหลายปี ติดนิสัยลูบหนวดว่า ถึงแม้เขาดูแลกิจการร้านของตระกูล คอยติดต่อทั้งพ่อค้านายทุน แต่มีหน้าตาเป็นผู้คงแก่เรียน ท่าทางเหมือนเสิ่นเจ๋อจิ้งพี่ชายใหญ่อยู่มาก

“นี่ก็ใช่ ข้าก็ไม่ได้มีอะไรไม่วางใจ เพียงแค่ตื่นเต้นเท่านั้นเอง ท่านพ่อส่งเครื่องยาชั้นดีมามากมาย เราส่งไปให้ท่านปู่กับพี่ชายใหญ่บ้างดีหรือไม่” เสิ่นหูซื่อคิดแล้วก็ไม่มีอะไรน่าหนักใจนัก เด็กๆ ยังเล็ก ตามเสิ่นอวี๋ซื่อไปไม่มีปัญหาหรอก เสิ่นอวี๋ซื่อจัดการเรื่องราวได้รอบคอบที่สุดแล้ว แล้วคุยเรื่องอื่นขึ้นมา บ้านเดิมของเสิ่นหูซื่อทำการค้า ทำธุรกิจเครื่องยาหลายชั่วอายุคน หลายปีมานี้ค่อนข้างมีชื่อเสียงแถบเจียงหนาน บิดาหูปู้ถูเป็นคนดูแลร้านอันเหอถังของตระกูลหูที่เจียงหนาน ถึงแม้จะพูดว่าพ่อค้ากับขุนนางไม่แต่งงานกัน แต่เนื่องจากเสิ่นหวาซั่นมีความสัมพันธ์ดีมากกับหูปู้ถู ลูกสาวก็ชอบกันตั้งแต่เล็ก การแต่งงานนี้ก็สมเหตุสมผล

การได้แต่งงานกับตระกูลอู๋เยวี่ยเสิ่น ทั้งยังเป็นลูกชายรองของภรรยาเอก เสิ่นหูซื่อก็พอใจมาก รักใคร่อดทนกับเสิ่นเจ๋อหย่วนมาก ถึงแม้เขามีอนุหนึ่งคน ซ้ำหวางซื่อผู้เป็นอนุภรรยาก็ยังมีลูกชายให้หนึ่งคน แต่นางก็ไม่ห่วงแม้แต่นิด เสิ่นหูซื่อเองมีลูกชายสองลูกสาวสาม ฐานะมั่นคงดังขุนเขา ไม่มีใครมากระทบได้ อีกทั้งทางบ้านก็มีอิทธิพล เสิ่นหูซื่อหลายปีนี้ก็ยิ่งใจกว้างย่ง ปฏิบัติต่อหวางซื่ออย่างดีไม่มีบาดหมาง

“เล่อเอ๋อร์วันนี้หนีไปเที่ยวเล่นที่ไหนนะ” พอเอ่ยถึงลูกชายคนโตภรรยาเอกคนนี้ เสิ่นเจ๋อหย่วนก็รู้สึกปวดหัว เสิ่นหูซื่อที่อยู่ข้างๆ สีหน้าไม่สู้ดี ตัวเสิ่นเจ๋อหย่วนเองไม่มีพรสวรรค์ด้านเรียนหนังสือ ไม่สนใจยศถาบรรดาศักดิ์ อีกทั้งชอบคบค้าสมาคมกับผู้คนตั้งแต่เล็ก เรื่องกิจการค้าต่างๆ ก็สนใจเป็นอย่างมาก ทิ้งเรื่องเป็นขุนนางไปนานนมแล้ว ตั้งอกตั้งใจดูแลกิจการสายเสิ่นหวาซั่น แต่กับลูกชายตัวเองเขากลับคิดอีกอย่างหนึ่ง เขาอยากให้พวกเขาสอบบรรจุเป็นขุนนางได้ โดยเฉพาะลูกชายคนโตของภรรยาเอกตัวเองที่เขาฝากความหวังไว้อย่างมาก เสิ่นอวี๋เล่อฉลาดเฉลียวแต่เล็ก จำหนังสือเรียนได้แม่นยำ ทั้งยังเก่งด้านการตอบโต้ แม้แต่เสิ่นหวาซั่น เสิ่นเจ๋อจิ้งต่างบอกว่าตระกูลเสิ่นได้คนเก่งอีกคนแล้ว

แต่แล้วก็ เฮ้อ...พอนึกถึงเขา เสิ่นเจ๋อหย่วนถอนหายใจติดกันหลายครั้ง ไม่รู้เริ่มเป็นตั้งแต่เมื่อไรที่เสิ่นอวี๋เล่อเริ่มชอบอ่านพวกหนังสือพวกดูดวงดีร้ายและแผนผังแปดทิศต่างๆ ทั้งยังเอาพรสวรรค์ที่มีไปใช้ในหนังสือพวกนั้น เหมือนจะใช้พลังที่มีอยู่จำกัดไปทุ่มเทในงานทำนายดูดวงที่จับทางไม่ถูก หลายปีนี้กลายเป็นมีท่าทางประหลาด ประเดี๋ยวก็มาบอกเสิ่นเจ๋อหย่วนว่า “ท่านพ่อ วันนี้ไม่เหมาะออกจากบ้าน อาจมีภัย...ขอข้าดูอีกนิดว่าเป็นภัยอะไร...” พูดไม่ทันขาดคำ ก็วิ่งไปพลิกหนังสือ หรือบางทีมาขวางเสิ่นหูซื่อไว้ ชี้ที่ปิ่นหยกใหม่ว่า “ท่านแม่รีบเอามันลงมา ท่านไม่เหมาะจะประดับหยกในระยะนี้.....” ทำเอาเสิ่นหูซื่อโมโหจนพูดไม่ออก ! ยิ่งไม่ต้องพูดเรื่องที่พูดกับพวกน้องชายน้องสาวบ่าวไพร่หญิงชาย ผ่านไปนานๆ คนในตระกูลทั้งหมดจึงรู้ว่าครอบครัวเสิ่นเจ๋อหย่วนมีลูกชายที่ดูดวงเป็น เสิ่นเหยาที่เป็นคนพูดตรง เรียกพี่ชายตัวเองอย่างไม่เกรงใจว่า “หมอผี”

เสิ่นเจ๋อหย่วนห้ามแล้วหลายครั้ง หลังจากไม่ได้ผลก็จำต้องปล่อยเขาไป ถ้าให้ไปสอบขุนนางแล้วเกิดบ้าๆ บอๆ ขึ้นมา ไม่แน่นักอาจยิ่งนำภัยมาให้ตระกูลเสิ่น สู้ทำไม่รู้ไม่ชี้ดีกว่า

เสิ่นหูซื่อก็คงคิดเช่นเดียวกัน รู้สึกไม่สะดวกใจที่จะพูด ลูกชายตัวเอง ถึงอย่างไรก็ต้องดี ไม่อยากไปดุว่าเขา ก็ปล่อยเขาไป ถึงอย่างไรนางก็ยังมีลูกชายอีกคน

“ความหมายของท่านพ่อคือ ปีหน้าให้ผิงเอ๋อร์ไปเรียนหนังสือที่สำนักศึกษาสูงสุด บ่มเพาะให้ดี” เสิ่นเจ๋อหย่วนบอกเสิ่นหูซื่อถึงแผนของเสิ่นหวาซั่น สีหน้าของสามีภรรยาสองคนค่อยผ่อนคลาย ยังดีที่มีลูกชายคนรองของภรรยาเอก ฉลาดเฉลียวเหมือนพี่ชายใหญ่ แต่เข้าใจชีวิตมากกว่าพี่ชายมาก เขาเดินทางสายตรงของการเรียนหนังสือเพื่อเป็นขุนนาง

“พวกเครื่องยา เจ้าก็ดูๆ ว่าจะส่งอะไรไป พวกที่ไม่เสียง่ายก็ไม่ต้องรีบส่งไป เก็บไว้ในคลัง เผื่อจำเป็นเวลาฉุกเฉิน” เสิ่นเจ๋อหย่วนนึกเรื่องที่เสิ่นหูซื่อเพิ่งถามขึ้นมาได้จึงตอบไป สองคนก็คุยต่อเรื่องอื่นสักพักก่อนจะเข้านอน

วันต่อมา เสิ่นเหยาพาจืออวิ๋นสาวใช้ของตัวเองไปหาเสิ่นหนิงที่เรือนชิงจู๋ หมายจะไปปรึกษานางเรื่องเทศกาลบุปผาราชสำนัก ทว่าไปได้แค่ครึ่งทางก็ถูกเสิ่นอวี๋เล่อพี่ชายคนโตของตัวเองขวางทางไว้ ท่าทางเคร่งขรึมคล้ายมีเรื่องสำคัญจะคุยกับนาง

“พี่ชาย มีเรื่องอะไรหรือ “ถึงแม้เสิ่นเหยาจะปากคอเราะร้าย แต่รู้ว่าพี่ชายใหญ่คนนี้ดีกับตัวเองมาตลอด นอกจากขัดแย้งกันเล็กน้อยบ้างบางคราว นอกนั้นก็ดีมาก เพราะฉะนั้นความสัมพันธ์ของนางกับพี่ชายคนนี้จึงดียิ่ง

“เทศกาลบุปผาราชสำนักมะรืนนี้เจ้าอย่าไปเลย ข้าลองเสี่ยงทายดู ตระกูลเสิ่นไปร่วมงานเทศกาลบุปผาราชสำนักครั้งนี้เป็นเรื่องไม่ดี มีทั้งภัยน้ำภัยภูเขาขวางกั้น อย่าไปดีกว่า ไปแล้วก็ไม่ได้อะไร ข้ายังต้องไปหาท่านป้าใหญ่ บอกพวกเขาว่าอย่าไปเลย...” เสิ่นอวี๋เล่อพูดไม่ทันจบก็ตั้งท่าจะไปหาเสิ่นอวี๋ซื่อ บอกเรื่องการเสี่ยงทายของเขา เตือนพวกเขาว่าอย่าออกไป

“พี่ชาย หยุดเลย ! ” เสิ่นเหยาเห็นพี่ชายทำแบบนี้ไม่เข้าท่า เกรงว่าเขาจะไปหาเสิ่นอวี๋ซื่อจริงๆ รีบเรียกเขาหยุด แม้แต่จืออวิ๋นสาวใช้ก็ยังทำหน้าแบบรู้เลยว่าจะพูดเรื่องนี้ เสิ่นเหยานึกถึงเรื่องที่ผ่านๆ มาของพี่ชาย พูดเสียงดังว่า” พี่ชายเอาเรื่องพวกนี้มาล้อข้าเล่นอีกแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าไปงานเทศกาลบุปผาราชสำนักนะ...” เสิ่นเหยาพูดไปพูดมาก็เริ่มโมโห ขอบตาเริ่มแดงเรื่อ พี่ชายคนนี้ เมื่อไรจึงจะเป็นโล้เป็นพายกับเขาสักทีหนอ

“ล้อเล่นอะไรกัน ข้าทำอย่างถูกต้องตามแบบแผน ! ศาสตร์การทำนาย ฟ้าดินรวมเต๋อ พระจันทร์พระอาทิตย์รวมความสว่าง เรียงลำดับสี่เวลา ผีสางเทวดารวมโชคดีร้าย...” ครั้นเสิ่นอวี๋เล่อเห็นน้องสาวเข้าใจเขาผิด เห็นตาเริ่มแดงก็รีบอธิบาย พูดอะไรต่ออีกมากมาย

จนเสิ่นเหยาทนไม่ไหวเดินจากไปไกล เขายังพึมพำกับตัวเอง” คำทำนายบอกเช่นนี้ ไม่มีผิด ทำไมจึงไม่เชื่อข้านะ....”

“พี่ชายพูดเช่นนี้จริงหรือ “ภายในเรือนชิงจู๋ เสิ่นหนิงมองเสิ่นเหยาด้วยสีหน้าแปลกใจ เสิ่นเหยามาถึงเรือนชิงจู๋ อดไม่ได้บอกเสิ่นหนิงกับเสิ่นมี่เรื่องพี่ชายขวางนางไว้ ซ้ำยังเล่าเรื่องนี้เป็นเรื่องตลก เสิ่นมี่ฟังแล้วก็แค่ปิดปากหัวเราะ แต่เสิ่นหนิงฟังแล้วถามออกไปเช่นนี้

“ใช่เจ้าค่ะ แถมยังบอกข้าว่าเป็นชะตาข้าผิดปกติ ล่างเขาบนน้ำซ้อนทับกัน ภัยคือน้ำ อุปสรรคคือภูเขา ทั้งยังบอกเขาสูงน้ำลึก อุปสรรคมากมาย ชีวิตมีภัยขวาง พบภัยให้หยุด ยังบอกพวกเราด้วยว่าไม่ต้องไปแล้ว ! เขาจะไปหาท่านป้าใหญ่ ข้าห้ามเขาไว้ ธรรมดาเขาก็เพี้ยนๆ อยู่แล้ว มิน่าเล่าท่านพ่อท่านแม่พอพูดถึงเขาแล้วปวดหัว....” เสิ่นเหยาพูดต่ออีกมากมาย จนตัวเองรู้สึกพูดมากเกินไป แลบลิ้นออกมาอย่างขี้เล่น ตอนจบยังพูดด้วยว่า “ช่างเขาปะไร พวกเรามาคุยเรื่องเทศกาลบุปผาราชสำนักดีกว่า พวกเจ้าว่าสาวๆ บ้านอื่นเขาจะแต่งตัวอย่างไรกันบ้างหนอ...”

ความคิดของเสิ่นหนิงถูกคำพูดของเสิ่นเหยาสะกิดขึ้นมา ความจริงพี่ชายคนนี้ เรื่องทำนายทายทักนับว่ามีฝีมือ ถ้าเขาเสี่ยงทายได้ว่างานเทศกาลบุปผาราชสำนักเป็นเหตุร้าย นึกถึงเรื่องของเฉินหวั่นโหยวเมื่อชาติก่อน มิใช่ว่าถูกเผงพอดีหรือ? แล้วก็นึกไปถึงเมื่อชาติก่อนที่เขาเสี่ยงทายว่าเกิดเพลิงไหม้ตำหนักชินอัน ซั่งกวนฉางจื้อจึงได้เปรียบ เพียงแต่เวลานี้พี่ชายคนนี้อายุยังน้อย หนังสือที่ดูก็หามาเอง ถึงแม้จะเสี่ยงทายดีร้ายทั่วไปได้ก็แค่พูดตามตำราเท่านั้น เป็นเพราะยังไม่ช่ำชองในศาสตร์ ทำให้คนมองว่าเขานั้นพูดจาเลอะเทอะ

เวลา ยังต้องใช้เวลาเสิ่นหนิงคิด ได้ยินเสียงคุยดังของเสิ่นเหยากับเสียงหัวเราะเบาๆ ของเสิ่นมี่ ต้องใช้เวลาจึงจะเห็นผลสำเร็จ เรื่องนี้ก็แจ้งแก่ใจดีอยู่แล้วมิใช่หรือไร ข้าควรจะเชื่อว่าพี่ชายคนนี้มิได้เก่งแต่เพียงเท่านี้

เมื่อกลางคืนมาถึง พวกเสิ่นหวาซั่นก็รู้เรื่องที่เสิ่นอวี๋เล่อบอกเสิ่นเหยาแล้ว แต่ละคนรู้สึกไม่ตรงกัน เสิ่นเจ๋อหย่วนกับเสิ่นหูซื่อชินชาแล้ว ลูกชายคนนี้ชอบทำแบบนี้เป็นครั้งคราว พวกเขาจึงเห็นเป็นเรื่องตลก อะไรต้องทำก็ไปทำดีกว่า เสิ่นเจ๋อหย่วนนึกถึงพรุ่งนี้จะต้องให้เหยียนซางคุ้มกันพวกนางไปที่งาน คิดอีกทีพรุ่งนี้ยังไม่ไปหมู่บ้านชานเมืองหลวง อยู่บ้านรอพวกเขากลับจากงานเทศกาลบุปผาราชสำนักก่อนดีกว่า เสิ่นหูซื่อนึกถึงเครื่องยาของนาง อะไรบ้างที่ต้องไว้ในคลัง นึกถึงครั้งนี้มีโสมเก่าไม่เลว อีกสักพักจะส่งไปให้ท่านปู่......

ส่วนเสิ่นอวี๋ซื่อได้ยินแล้วหัวเราะ หลานชายคนนี้มีความคิดประหลาดของตัวเอง จากนั้นก็เคร่งขรึมขึ้นมา จะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ดูว่ายังมีอะไรตกหล่นหรือไม่ แล้วปรึกษาอวี๋มามาอีกสักพัก แม้แต่เสิ่นเจ๋อจิ้งก็ให้ไปพักที่เรือนเหออี๋เหนียง จะได้ไม่รบกวนเสิ่นอวี๋ซื่อ

เสิ่นหวาซั่นคิดมากเสียยิ่งกว่า เสิ่นอวี๋เล่อเด็กกว่าเสิ่นอวี๋หงอยู่หน่อยหนึ่ง ตอนเด็กก็ฉลาดเฉลียวชอบเรียนหนังสือ เขานึกว่าตระกูลเสิ่นจะได้มีขุนนางเพิ่มขึ้นอีกคน แต่เหตุไฉนโตขึ้นกลับเปลี่ยนไปทางนั้น เหตุการณ์เช่นนี้ก็พูดไม่ได้ว่า “ตอนเด็กอาจดูดี โตแล้วอาจไม่ดี” แต่คงเพราะเขาชอบทางศาสตร์ด้านนี้จริงๆ ก็แค่ความชอบผิดธรรมดาเท่านั้น เสิ่นหวาซั่นตอนนั้นยอมให้เสิ่นเจ๋อหย่วนแต่งงานกับหูซื่อซึ่งเป็นตระกูลพ่อค้า ย่อมไม่ควรรู้สึกไม่พอใจที่เสิ่นอวี๋เล่อที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ คนเป็นพ่อแม่วางแผนให้ลูกชายลูกสาว คนเป็นปู่ก็ต้องวางแผนให้หลานชาย พวกบ่าวไพร่เห็นเสิ่นอวี๋เล่อเป็นเช่นนี้ แค่หัวเราะผ่านไป แต่เสิ่นหวาซั่นเป็นหัวหน้าตระกูล ความคิดคงไม่จบแค่นั้น

ดูแล้ว คงจะต้องไปตามซือเทียนเจี้ยนผีแก่คนนั้นมาดื่มเหล้ากันสักหนสองหนแล้ว เสิ่นหวาซั่นคิดก่อนจะผล็อยหลับไป

devc-fa6710b8-35213หนี้รักบัลลังก์แค้น: Chapter 013 ตอนที่ 13