เมฆดำพบจันทร์กระจ่าง: Chapter 008 ตอนที่ 8
ตอนที่ 8 ถานเจี่ยว 2 (2)
แต่ฉันก็นึกไม่ถึงเลยว่ากับโพสต์แบบนี้ ก็มีคนสามารถเชื่อมโยงไปถึงเรื่องเกี่ยวกับผู้ชายได้
มีหลายคนคอมเมนต์ว่า” ข้างหลังของตำรวจฝ่ายสืบสวนที่ฉากหลังของรูปถ่ายคนนั้นหล่อมาก…”
“ใช่ๆ ขาตรงมาก เอวก็เล็ก แค่ดูจากหัวข้างหลังก็รู้ได้เลยว่าต้องเป็นผู้ชายที่หล่อแน่ๆ”
ฉันมองหลังที่สูงและตรงมากของตำรวจคนนั้นมันเบลอๆ นิดหน่อยในรูป ในใจคิดว่า แค่นี่ก็ถือว่าหล่อแล้วเหรอ ฉันเกือบได้เป็นแฟนกับคนอีกคนหนึ่งที่หล่อกว่านี้อีก แค่เป็นเพราะตอนหลังฉันไม่ยอมรับเขาเท่านั้นเอง
จะว่าไปเรื่องนี้มันยาว การดูตัวครั้งนั้นที่เป็นเพียงครั้งเดียวของฉันก็คือ นัดบอดกับตำรวจฝ่ายสืบสวนคนหนึ่ง
นั่นคือเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสองเดือนที่แล้วก่อนการเดินทางไปท่องเที่ยวในครั้งนั้น คุณแม่ของเพื่อนนักเรียนในห้องได้แนะนำตำรวจคนหนึ่งให้ฉันรู้จัก หน้าตาหล่อมากๆ เวลายิ้มที่แก้มซ้ายยังมีลักยิ้มเล็กๆ ใครจะนึกว่าหลังจากพบกันหลายครั้งแล้ว ฉันถึงรู้ว่ามันมักมีความแตกต่างกันระหว่างความเป็นจริงและความฝันเสมอ
เขามีนิสัยซื่อสัตย์เหมือนตำรวจ แต่เขาเป็นคนไม่ค่อยพูด คุยกันก็ไม่สนุก น่าเบื่อ เขายิ่งไม่รู้เรื่องนิยายออนไลน์ วรรณกรรม การอ่านหนังสือและการท่องเที่ยวเลยสักนิด ส่วนใหญ่เวลาเราสองคนนั่งด้วยกันก็มักจะมองหน้ากันแต่ไม่มีอะไรจะคุย ฉันรู้สึกเหมือนต้องฝืนทนมาก แต่เขายังยิ้มเขินๆ เหมือนจะรู้สึกดี แล้วความแข็งแกร่งล่ะ ความหล่อเท่ล่ะ ความจริงจังเด็ดเดี่ยวล่ะ บุหรี่หนึ่งมวนที่หนีบอยู่ระหว่างร่องนิ้วหยาบด้านล่ะ ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง เขาบอกว่าเขาไม่สูบบุหรี่ เพราะมันไม่ดีต่อสุขภาพ
และฟางเส้นสุดท้ายหลังจากที่พยายามมาตลอดก็คือข้อความสุดท้ายที่เขาส่งให้ฉันในเวลาต่อมา บางทีเขาอาจจะพยายามที่จะเข้าใจกับโลกของฉันแล้วก็ได้ มันคือเรื่องตลกออนไลน์เรื่องหนึ่ง เขาเขียนข้อความฝากไว้ว่า
[คุณถาน เรื่องตลกเรื่องนี้มีมุกตลกที่ฮามากๆ ผมอ่านเจอตอนเช้า พวกเพื่อนร่วมงานของผมที่ได้อ่านต่างพากันหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็งไปหมด ผมเลยเอามาแชร์ให้คุณด้วย]
ฉันเคยอ่านเจอมุกตลกนี้ตั้งแต่เมื่อสามปีที่แล้วและไม่เห็นว่ามันน่าขำตรงไหนเลย ฉันอดทนไม่ไหวแล้ว มุกตลกระหว่างเราสองคนต่างกันเท่ากับความสูงของยอดเขาเอเวอร์เรสต์ พวกเราไม่สามารถที่จะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขได้ ฉันโทรหาคนที่แนะนำเขามาในทันที และบอกอย่างสุภาพว่านิสัยของพวกเราสองคนไม่เหมาะสมกันเลยจริงๆ …
ตำรวจคนนั้นก็เป็นคนตรงดี หลังจากนั้นก็ไม่เคยติดต่อกันอีกเลย
นึกถึงเรื่องนี้ ใจของฉันก็เจ็บเล็กน้อย
ก็เลยจะบอกว่า ช่วงนี้ฉันเจอผู้ชายหล่อๆ สองคนติดต่อกัน แม้ทั้งหมดจะได้เจอกันแค่ครั้งเดียวก็จบแล้ว นี่มันแย่กว่าเมื่อก่อนที่ไม่เคยมีใครเลยซะอีก
ฉันอ่านข่าวเกือบพอแล้ว และกำลังจะปิดคอมพิวเตอร์ แต่ไม่รู้เป็นเพราะนึกคึกอะไรขึ้นมา จึงพิมพ์ชื่อลำเรือใหญ่ที่ชื่อ ‘เตียนเหม่ยเหริน’ ในช่องค้นหา
ไม่พบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกัน
เส้นทางท่องเที่ยวเส้นนั้นเหมือนจะยกเลิกไปแล้ว
...
ก่อนหน้านั้นไม่นานนักฉันเพิ่งเขียนหนังสือจบเล่มหนึ่ง ฉะนั้นช่วงนี้จึงยังไม่ได้เขียนเรื่องอะไรใหม่ แต่พวกนักอ่านกลับไม่ได้คิดแบบนี้ พอเข้าไปอ่านในเวยป๋อ พวกเขาทั้งหมดพยายามกดดันให้ฉันออกหนังสือเล่มใหม่ ทุกๆ คนบ่นใหญ่ว่า “ต้าต้า พวกเรารอเล่มใหม่ของคุณมานานมากแล้ว คุณแกล้งหายตัวไปแล้วหรือไง”
ฉันคิดว่า หนึ่งเดือนนี่นับว่านานมากเหรอ แล้วรีบออฟไลน์แกล้งทำเป็นว่าไม่อยู่
ตอนเย็นๆ ฉันขับรถออกไปกินข้าว ระหว่างทางกลับบ้านพบว่าบริเวณในหมู่บ้านมีร้านซ่อมรถเปิดใหม่ ตัวอักษรสีแดงที่หน้าประตูร้านทำให้ฉันสนใจ ‘เปิดร้านใหม่ บัตรล้างรถ 100 หยวน 12 ครั้ง’ ฉันมองรถที่สกปรกมากของตัวเอง นี่นานแค่ไหนกันนะที่ไม่ได้ล้างรถ ฉันเองก็จำไม่ได้แล้ว
ฉันขับรถไปถึงหน้าร้านซ่อมรถ
ท้องฟ้ามืดแล้ว เมื่อลมพัดทำให้ป้ายโฆษณาหน้าร้านมีเสียงดัง ข้างในร้านสว่างและสะอาด อาจจะเพราะว่าเพิ่งเปิดใหม่ จึงยังไม่ค่อยมีลูกค้า มีช่างซ่อมรถหลายคนนั่งอยู่ข้างใน หนึ่งในนั้นมีคนที่หน้าตาค่อนข้างน่ารักคนหนึ่งเดินออกมายิ้มต้อนรับฉัน พร้อมพูด “คนสวย มาทำอะไรครับ”
“ล้างรถ แล้วก็ที่หน้ารถมีรอยนิดหน่อย คุณลองดูว่าจะซ่อมได้ไหม ถ้าซ่อมได้ก็ดี ฉันขี้เกียจจะไปร้าน4S[1]” ฉันพูด
“ได้ครับ ได้ครับ” เขารีบพูด หลังจากนั้นก็ตะโกนไปที่ข้างใน “พี่อวี้ พี่มาดูหน่อยสิ” แล้วหันมาพูดกับฉัน “คนสวย รถของคุณนี่ดีนะ ผมกำลังเรียกช่างนัมเบอร์วันของที่นี่มาดูรถให้คุณ”
“ดีค่ะ” ฉันพูด
------
[1] ประเทศจีนจะมีร้าน Automobile Sales Service shops หรือเรียกย่อๆ ว่า 4S ซึ่งเป็นร้านที่รวมบริการทุกอย่างเกี่ยวกับรถไว้ที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นขายรถยนต์ (Sales) , ขายอะไหล่ (Sparepart) , บริการหลังการขาย (Service) และแจ้งข่าวสาร (Survey)