เมฆดำพบจันทร์กระจ่าง: Chapter 022 ตอนที่ 22
ตอนที่ 22 อูอวี้ 4 (1)
-อูอวี้-
ผมรู้ว่าเธอจะมาหา
หลังจากกลับบ้าน ผมงีบหลับไปสักพัก ก่อนจะตื่นขึ้นมาก่อนเที่ยง ผมกินบะหมี่เส้นหมี่ชามหนึ่งที่ร้านข้างๆ เวลากินก็มักจะหันไปมองนอกร้านบ่อยๆ
เธอไม่ได้มา
ช่วงบ่ายผมทำงานในร้านจนพระอาทิตย์ตกดินที่หน้าประตูร้าน แม้แต่เงาของเธอก็ยังไม่เห็น ผมเริ่มสงสัยว่าเธอจะอดใจไว้ไม่มาได้เหรอ หรือมีว่าธุระอะไรถึงทำให้มาไม่ได้ พอถึงช่วงสองสามทุ่มซึ่งเป็นเวลาเลิกงาน พนักงานคนอื่นๆ ต่างก็กลับบ้านกันหมด เมื่อผมกำลังจะปิดประตูม้วนก็เห็นรถสีส้มแดงคันนั้นขับเข้ามาอย่างช้าๆ
เธอขับรถยังไม่แข็ง เวลาเลี้ยวโค้งจึงช้าเหมือนเต่าคลาน ผมปิดประตูโดยเว้นช่องด้านล่างไว้ให้เธอขับรถลอดเข้ามา ส่วนตัวผมเองก็เดินเข้าไปในห้องเล็กๆ ข้างหลังร้าน
เจ้าของร้านมอบห้องนี้สำหรับให้ผมใช้พักอาศัย มันเป็นห้องขนาดสิบกว่าตารางเมตร ในเวลาเดียวกันก็ให้ผมช่วยเฝ้าร้านด้วย ด้านในมีหลอดไฟสีเหลืองหนึ่งหลอดบนเพดาน หนังสือของผมวางอยู่เต็มไปหมดบนโต๊ะ ผมหาเก้าอี้สะอาดๆ สองตัวเอามาวางไว้ข้างๆ เตียง แล้วก็นั่งลงมองบะหมี่ซึ่งกำลังต้มอยู่บนเตาที่มุมห้อง
ปัง ปัง
มีเสียงคนเคาะประตูม้วนสองครั้ง หลังจากนั้นจึงเป็นเสียงของเธอ “ขอโทษนะคะ อูอวี้อยู่ไหมคะ”
ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงอยากจะหัวเราะขึ้นมา พร้อมกับตอบกลับเสียงดัง “เข้ามาเลย”
เธอแหวกผ้าม่านเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ผมเงยหน้าขึ้นมอง เธอหวีผมล้างหน้าจนสะอาดสะอ้าน ใบหน้านั้นอาจเพราะได้พักผ่อนอย่างเพียงพอทำให้แลดูสดใส เธอแต่งตัวเรียบง่าย สวมเพียงเสื้อยืดกับกระโปรง ผมมองจนคล้ายกับตาพร่าไปพริบตาหนึ่งเลยทีเดียว
ขาคู่นั้นที่อยู่ใต้กระโปรง มันทั้งเล็ก ทั้งขาวและตรง
บะหมี่ต้มสุกแล้ว
ผมปิดแก๊ส ตักบะหมี่ออกมา เธอยังคงยืนอยู่ข้างประตูไม่ขยับไปไหน
“นั่ง” ผมพูด เธอรีบนั่งบนเก้าอี้ตัวนั้นทันที
เหมือนกับกระต่ายตัวหนึ่ง ที่บางครั้งก็ฉลาด บางครั้งก็โง่ บางทีก็อยู่เงียบๆ หรือว่าบางทีอยู่ดีๆ ก็กระโดดไปมา
ผมถือบะหมี่มานั่งลงข้างๆ เธอ ก้มหน้ากินเข้าไปคำใหญ่ ก็รู้สึกได้ว่าสายตาของเธอมาหยุดอยู่บนหน้าของผมตลอด ถ้าเธอรู้ว่าผมเป็นใคร ก็คงนึกไม่ถึงว่าจะได้เห็นผมในสภาพนี้ แต่ก็นะ ผมไม่สนใจหรอก
“ทำไมถึงเพิ่งมาเอาป่านนี้” ผมถาม
เธออึ้งไปสักพักแล้วจึงตอบ “พอฉันตื่นก็รีบมาเลยนะ”
ผมมองไปที่นาฬิกา สิบกว่าชั่วโมง
ใจแข็งจริงๆ มีเรื่องเกิดขึ้นตั้งมากมายขนาดนั้น แต่เธอกลับนอนหลับได้ง่ายๆ ทั้งๆ ที่ผมรอคอยเธอมาทั้งวัน
ก็ดี
ผมกินบะหมี่เสร็จก็วางชามไว้บนโต๊ะ จากนั้นจึงไปหยิบน้ำเปล่าสองขวดจากมุมห้อง แล้วส่งให้เธอขวดหนึ่ง เธอเปิดดื่มไปหนึ่งอึกก็ปิดฝา ผมเงยหน้าดื่มน้ำไปมากกว่าครึ่งขวด พอนำขวดลงจึงพบว่าเธอกำลังมองผมอยู่ สายตาดูเขินนิดหน่อย
ในพริบตานั้นใจผมก็รู้สึกว้าวุ่นขึ้นมาเล็กๆ แต่คนที่ทำผิดก็ก้มหน้าลงดื่มน้ำต่อ ทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อยากถามอะไรผม” ผมพูด
เธอมองผมตรงๆ “เมื่อคืน คุณยังตอบคำถามไม่จบ ทำไมคุณถึงได้ไปอยู่ที่นั่น”
เรื่องราวที่ผ่านมาในอดีตราวกับแสงแวบผ่านเข้ามาในใจของผมทันที สิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่มีเพียงความมืดยามค่ำคืนนอกหน้าต่าง และใบหน้าของเธอที่สดใสเหมือนตอนแรก ผมยิ้มเล็กน้อย หยิบบุหรี่หนึ่งมวนจากกระเป๋าเสื้อ พลางควานหาไฟแช็กแต่ก็หาไม่เจอ
เธอหยิบไฟแช็กจากบนโต๊ะข้างๆ ส่งมาให้ผม จู่ๆ ผมก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาจึงพูด “จุดไฟให้ผมที”
“ได้ค่ะ” เธอพูด
ผมคาบบุหรี่ มองนิ้วเล็กๆ ของเธอที่อยู่ข้างหน้า ไฟแช็กอันนี้มันเก่าแล้ว เธอจุดไฟไปหลายรอบแต่ก็ยังไม่ติด ผมจึงยกมือไปวางบนนิ้วของเธอและจุดไฟครั้งหนึ่งแรงๆ ไฟติดแล้ว แต่ผมยังจับมือของเธออยู่ เมื่อเอาหน้าเข้าไปใกล้เธอหลังจุดไฟแล้ว ผมถึงได้ปล่อยมือ เธอก็ทิ้งไฟแช็กไว้ให้ผม ผมมองเห็นหน้าของเธอที่แดงแล้ว เธอไม่ยอมสบตาผม แต่หันมองไปที่อื่น
“พูดสิ” เธอว่า