เมฆดำพบจันทร์กระจ่าง: Chapter 012 ตอนที่ 12
ตอนที่ 12 ถานเจี่ยว 3 (1)
-ถานเจี่ยว-
ฉันไม่คิดเลยว่าจะได้เจอกับอูอวี้อีกครั้งเร็วขนาดนี้ วาสนาเรื่องแบบนี้ มันก็เหมือนสายใยแห่งโชคชะตา พอมาผูกพันด้วยกันแล้ว ก็จะผูกพันกันไปตลอด
ลมเย็นๆ พัดมาในช่วงบ่าย เมฆปกคลุมดวงอาทิตย์ ท้องฟ้าที่เป็นสีฟ้าสดใสและสูงมากเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด กำลังเฝ้ามองพวกเราอยู่อย่างเงียบๆ ฉันไปยืมหนังสือที่ห้องสมุดในเมืองเขตตะวันตก ในฐานะที่เป็นนักเขียน การที่ฉันอ่านหนังสือเยอะเป็นเรื่องปกติ ห้องสมุดจะเป็นที่ที่ฉันไปอยู่บ่อยๆ บ่อยยิ่งกว่าสมัยเป็นนักเรียนอีก สมัยนั้นนักเรียนที่ไม่ตั้งใจเรียนเลยอย่างฉัน คิดไม่ถึงแน่นอนเลยว่าฉันจะกลับมารักการอ่านหนังสืออีกทีในภายหลัง เพราะงานอดิเรกและความฝันของตัวเอง
ฉันหอบหนังสือสิบเล่มเดินลงบันไดหน้าประตูห้องสมุด ด้านล่างมีสนามบาสเกตบอลและมีสนามฟุตบอลขนาดเล็กๆ อีกด้วย เพราะที่นี่เป็นสวนสาธารณะให้ออกกำลังกายของเขต มีผู้ชายหลายคนถอดเสื้อเตะบอล ฉันเดินตามเส้นเขตสนาม สายตามองตรงไปข้างหน้า มีคนคนหนึ่งเลี้ยงลูกบอลวิ่งผ่านตัวฉัน ตะโกนว่า “เฮ้ย นั่น...นั่น...คุณถาน”
ฉันรู้สึกว่าเสียงนี้ มันคุ้นหูมาก พอหันหน้าไปมอง นั่นไม่ใช่เสี่ยวหวาที่เมื่อวานชวนฉันทำบัตรที่ร้านซ่อมรถคนนั้นเหรอ หัวใจฉันเต้นแรงอย่างไม่มีเหตุผล มองข้ามหน้าของเขาไปยังด้านหลัง เห็นอูอวี้ยืนอยู่ไม่ไกล สองมือเท้าเอวและเหงื่อเต็มตัว เขาก็มองมาทางฉันด้วย ตัวเขายืนอยู่ตรงแสงแดด มองไม่ค่อยชัดเท่าไร
ในที่สุดซิกซ์แพคของเขาก็เผยออกมาสักที
มีแค่คำนี้คำเดียวที่จะอธิบายความรู้สึกของตัวเองได้...
ผู้ชายแบบนี้ ถึงแม้จะเป็นแค่ช่าง คงจะมีผู้หญิงมากมายที่ให้ท่าเขาและเคยนอนกับเขาหรือเปล่า ความคิดแย่ๆ แบบนี้มันก็เกิดขึ้นในสมองของฉัน จากประสบการณ์ของฉัน ผู้ชายหล่อๆ ที่ดูสุภาพเรียบร้อย จริงๆ แล้วถนัดล่อลวงหัวใจผู้หญิงมากๆ เขาจะเป็นแบบนั้นเหมือนกันไหม
ฉันตั้งใจทักทายเสี่ยวหวาอย่างสุภาพ “พวกคุณมาเตะบอลเหรอ” ฉันถาม
“ใช่ครับ วันนี้เป็นวันพักผ่อน พี่อวี้ชอบออกกำลังกาย เขาเป็นคนหาสถานที่ที่นี่เอง และเป็นคนพาผมมาด้วย” เสี่ยวหวาตอบ เมื่อตอบเสร็จก็หันหลังกลับไปโบกมือให้อูอวี้ ตะโกนว่า “พี่อวี้ พี่อวี้! ”
อูอวี้ยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับ และไม่มีท่าทีสักนิดเลยว่าจะมาทักทาย
“แล้วเจอกันนะครับ” เสี่ยวหวายักไหล่ ยิ้มและพูดกับฉัน
ฉันพยักหน้าแล้วเดินต่อไป
ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ หรือว่ามันคือเรื่องที่มีคนตั้งใจให้เกิดขึ้น ขณะที่ฉันเกือบจะเดินออกจาก สนามบอล ฉันรู้สึกเหมือนมีอะไรตามมาด้านหลัง จากนั้นได้ยินเสียงอูอวี้และผู้ชายอื่นๆ หลายคน
“ถานเจี่ยว! ”
“เฮ้ย! ”
“ระวัง! ”
ฉันหันหน้ากลับไปมอง เห็นลูกบอลกำลังพุ่งมาทางฉัน มันรวดเร็วก็จริงแต่ยังไม่แรงถึงขั้นที่ว่าฉันไม่ สามารถรับมือได้ ฉันหลบได้อยู่แล้ว ถึงอย่างไรตอนเด็กๆ ฉันก็เคยเตะฟุตบอลกับเพื่อนอยู่หลายครั้ง แต่ฉันก็ไม่รู้ว่า ตอนนั้นฉันคิดอะไรอยู่ในสมอง ถอยหลังก้าวหนึ่ง จิตใต้สำนึกทำให้ฉันยืดขาออกมา อยากช่วยพวกเขาสกัดลูกบอลนี้ไว้
ฉันลืมไปว่าตัวเองใส่กระโปรงและรองเท้าส้นสูงอยู่ แล้วยังถือหนังสือหนักๆ อยู่ในมืออีกด้วย ลูกบอลนั้นมองดูไม่ได้เร็วมากนัก แต่พอมันมาชนน่องมันกลับทำให้เจ็บมาก คนที่เตะบอลใช้แรงหนักจริงๆ
ฉันตกใจล้มลงบนพื้นไป หนังสือกระจายเต็มพื้น ที่สำคัญฉันไม่ได้สกัดลูกบอลนั้นไว้ มันไปกระแทกอัฒจันทร์ที่อยู่ด้านหลังแล้วเด้งกลับมาอีกครั้ง ปึง! ลูกบอลกระเด้งมาโดนหัวของฉันเต็มๆ “โอ๊ย!” ฉันอดทนไม่ไหว ยกมือไปกุมหัวแล้วร้องออกมา
ผู้ชายหลายคนวิ่งเข้ามาแล้วหัวเราะเสียงดังอย่างไม่มีน้ำใจ ฉันรู้สึกอายและเสียหน้ามาก แต่ก็รู้สึกตลกตัวเองนิดหน่อย เข่าฉันเจ็บมาก ฉันก้มดูเห็นว่าเลือดออก จึงพยายามลุกขึ้นยืน มีมือยื่นมาตรงข้างหน้าของฉัน
เป็นมือของช่างซ่อมที่หยาบด้านและยาว
ฉันเงยหน้าขึ้น มองเห็นดวงตานิ่งๆ คู่นั้นอยู่ใต้ผมสั้นๆ ของอูอวี้ที่เปียกไปด้วยเหงื่อ