เมฆดำพบจันทร์กระจ่าง: Chapter 018 ตอนที่ 18
ตอนที่ 18 อูอวี้ 3 (3)
ด้านหน้ามืดไปหมดราวกับใต้น้ำลึก มองเห็นได้แค่เงาของคนคนนั้นที่กำลังวิ่งหนีเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ ที่อยู่ข้างๆ ผมรีบวิ่งไล่ตามเขาไปอย่างสุดความสามารถพร้อมตะโกนเสียงดัง “หยุด!” เขาทำเป็นไม่ได้ยินพร้อมกับเร่งความเร็วขึ้นอีก โดยไม่คำนึงถึงว่าเด็กที่กำลังแบกอยู่จะอึดอัดรึเปล่า เห็นดังนั้นผมเลยยิ่งแน่ใจว่าเขาไม่ได้เป็นคนดี
ซอยแคบมาก รอบข้างต่างเต็มไปด้วยบ้านเก่าๆ ที่ถูกรื้อถอน มีขยะมากมายบนพื้น พื้นดินก็ขรุขระไม่สม่ำเสมอกัน พวกเราอยู่ห่างกันแค่สิบกว่าเมตรแล้ว ในตอนนี้เอง เด็กคนนั้นสะดุ้งตื่นขึ้นมา แล้วระเบิดเสียงร้องไห้โหยหวน เท้าของชายคนนั้นชะงักงัน ผมถือโอกาสนี้รีบคว้าม้านั่งที่พังแล้วจากพื้นใกล้ๆ ก่อนจะขว้างไปที่หลังของเขา เขาก้มตัวลงทันทีตอนโดนกระแทก ซวนเซไปสองก้าว ผมรีบปรี่เข้าไปหาแล้วคว้าคอของเขาไว้
ทันใดนั้นผมก็ได้ยินเสียงหอบหายใจและเสียงรองเท้านุ่มๆ ทางด้านหลัง คือเธอคนนั้นที่ตามมาทัน
ผมยื่นมือออกไปแย่งตัวเด็กมา ชายคนนั้นก็หันกลับมาแสยะยิ้มให้ผม รอยยิ้มนั้นทำให้ผมรู้สึกหนาวเยือกไปถึงหัวใจ จากนั้นเขาก็ชกมาที่หน้าของผม ทักษะของเขาดีจริงๆ ผมจับเด็กไว้ทั้งสองมือ จึงหลบกำปั้นนี้ไม่พ้น ผมรู้สึกเจ็บบริเวณใบหน้าอย่างรุนแรง เธอที่อยู่ข้างหลังผมกรีดร้อง “อูอวี้!”
ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ เสียงของเธอทำให้ผมอบอุ่นหัวใจ
ผมรู้สึกว่ามีเลือดอุ่นๆ ไหลออกมาจากจมูก แต่ผมไม่สนใจ แล้วส่งเด็กไปให้เธอที่อยู่ข้างหลังผม “อุ้มไว้!”
ผมคิดจะสู้กับคนบ้าโดยที่ไม่ต้องกังวลกับเรื่องอื่นๆ แต่คนบ้าคนนั้นก็มีปฏิกิริยาที่รวดเร็วเหมือนกัน
“คิกๆ” เขาหัวเราะพลางอ้อมตัวผมไปแล้วจับผมยาวของถานเจี่ยวไว้ เพราะระยะห่างระหว่างพวกเราทั้งสี่คนนั้นใกล้กันมาก ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไปจนไม่อาจหยุดยั้งได้ ถานเจี่ยวหวีดร้อง ใบหน้าของเธอฉายแววความเจ็บปวด ทำให้เด็กหลุดมือ หัวใจผมบีบรัดแน่นทันที กำลังคิดจะเข้าไปช่วยเธอ แต่แล้วก็เห็นว่าเด็กกำลังร่วงพื้นโดยเอาหัวลง!
ผมก็รีบก้าวไปหารับเด็กไว้ในทันทีทันใด เสร็จแล้วก็หมุนตัวให้ศีรษะอยู่ข้างบน จากนั้นจึงวางเขาลงกับพื้น เขาตกใจจนร้องไห้จ้า พร้อมกับจับเสื้อผมไว้อย่างแน่น ผมเหลียวหลังมองกลับไป ก็เห็นถานเจียวคุกเข่าอยู่บนพื้นแหงนหน้าขึ้น เนื่องจากชายคนนั้นจับผมยาวของเธอไว้โดยไม่มีความสงสารแม้แต่น้อย ก่อนจะออกแรงลากเธอเข้าไปในซอยที่ทั้งมืดและลึก
“อูอวี้! อูอวี้...” เธอร้องไห้ขณะที่ขาของเธอครูดไปกับพื้น
หัวใจของผมเหมือนถูกแทงด้วยมีด ผมวางเด็กไว้ที่มุมหนึ่งของกำแพงทันทีและรีบวิ่งไปหาเธอ ผมต่อยท้องของคนบ้า เขาเจ็บมากจนปล่อยมือที่จับผมของเธอไว้ แล้วหันมาโจมตีผมอย่างหนักหน่วง ผมคว้าไหล่ของเขาด้วยมือทั้งสองข้างพยายามจะควบคุมเขา แต่ร่างกายเขามีความยืดหยุ่นสูงมาก สามารถบิดเป็นมุมที่เกือบจะเป็นไปไม่ได้ หนีรอดไปจากมือของผม แล้ววิ่งเข้าไปในความมืดทันที
ผมไล่ตามไปไม่กี่ก้าวก็หยุดแล้ววิ่งกลับมา ในซอยมืดๆ เด็กคนนั้นนั่งหดตัวอยู่ที่มุมมุมหนึ่งพร้อมร้องไห้ตลอดเวลา ถานเจี่ยวพยายามลุกขึ้นมานั่ง สองมือกุมศีรษะไว้ แม้แต่เธอก็กำลังร้องไห้เบาๆ อยู่เหมือนกัน การได้เห็นเธอร้องไห้มันทำให้จิตใจผมสับสนวุ่นวายขึ้นมาอย่างฉับพลัน
คืนนี้มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกันแน่
ผมยอบตัวคุกเข่าตรงหน้าเธอ จับไหล่ของเธอเอาไว้ เธอโผเข้าหาอ้อมแขนของผมในทันทีและกอดผมแน่น
ผมอึ้งไปเล็กน้อย
ห่างออกไปไม่ไกล เสียงตำรวจและเสียงตะโกนดังใกล้เข้ามา ผมที่วิ่งมาเกือบทั้งคืน หลังจากผ่านการต่อสู้ครั้งนี้มาเรี่ยวแรงทั้งกายใจก็หายไปไปหมดแล้ว แต่เธอกอดผมแน่นมาก ดังนั้นผมจึงนั่งลงพิงกำแพงมุมหนึ่ง เธอกำลังนั่งอยู่บนต้นขาของผมทำให้ผมไม่สามารถเคลื่อนไหวได้มากนัก
เมื่อลมหายใจของผมเริ่มสงบลงเธอก็ไม่ได้ร้องไห้แล้ว เพียงแค่ก้มหน้าลงแล้วผลักผมออกเหมือนอยากจะลุกขึ้น แต่ผมกลับกระชับกอดให้แน่นขึ้นด้วยจิตใต้สำนึกของผมที่ไม่ต้องการจะปล่อยเธอไป
“ยังเจ็บอยู่ไหมครับ” ผมถามเสียงเบา
เธอก้มศีรษะลง “ค่ะ”
ผมยกมือขึ้นอยากจะเปิดผมของเธอเพื่อหาบาดแผล “ให้ผมดูหน่อยนะครับ” แต่เธอทำท่าเหมือนกับแมวที่โดนเหยียบหาง รีบคว้ามือของผมไว้ทันที ดวงตาที่ยังเปียกชื้นของเธอกำลังจ้องมองมาที่ผมและตะโกนดังๆ “ไม่! ห้ามดู! ห้ามแตะต้องด้วย!”
ในคืนที่แสนจะเหนื่อยล้า ทั้งเครียดและวุ่นวาย... ปริศนาแห่งพรหมลิขิตราวกับหมอกหนาจัดยามค่ำคืน ผมกอดเธอไว้ในอ้อมแขน ขณะที่เธอจ้องผมทั้งน้ำตาคลอ ผมกลับรู้สึกอยากหัวเราะนิดๆ