เมฆดำพบจันทร์กระจ่าง: Chapter 016 ตอนที่ 16
ตอนที่ 16 อูอวี้ 3 (1)
-อูอวี้-
หลังเตะบอลเสร็จ ผมก็กลับมาที่ร้าน ช่างคนอื่นๆ ทั้งหมดเป็นคนในพื้นที่ พวกเขาต่างก็มีครอบครัวกันหมดแล้ว จึงกลับไปหาครอบครัว มีเพียงผมที่พักอยู่ในร้าน
ท้องฟ้ามืดแล้ว ผมที่เหม็นเหงื่อไปทั้งตัวแทบไม่อยากจะขยับเลย จึงนอนอยู่บนเตียงแคบๆ นั้นพลางมองเพดาน ในหัวกลับมีหน้าของ ‘ถานเจี่ยว’ ปรากฏขึ้นมา
เธอสวมหมวกของผม ก้มหัวลง แต่ไม่ได้พูดอะไร
ที่จริงแล้วผู้หญิงที่แสนแสบสันบนเรือคนนั้นก็ยังมีมุมแบบนี้ด้วย คิดแล้วก็อยากจะขำ
ในเวลานี้ เสี่ยวหวาแหวกผ้าม่านออกดูและเดินเข้ามาในห้องนี้พอดี เมื่อมองเห็นรอยยิ้มบนหน้าผม เขายิ้มแหย พร้อมพูดว่า “พี่อวี้ คิดถึงผู้หญิงอยู่เหรอ”
เด็กคนนี้ ฉลาดหลักแหลมมาก
ผมไม่ได้สนใจเขาพลางจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบหนึ่งมวน เขามานั่งลงข้างเตียงแล้วถามว่า “ทำไมผมรู้สึกว่าระหว่างพี่กับคุณถานคนนั้นมันมีความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนแบบแปลกๆ”
ผมถาม “มันไม่ชัดเจนตรงไหน”
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง พูดว่า “บอกไม่ถูก แต่พอพวกพี่สองคนอยู่ด้วยกัน ผมรู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างไม่ชัดเจน”
ผมดุใส่เขาว่า “ไปไกลๆ เลยไป”
เขายิ่งเอาใหญ่เลยพูดว่า “นี่ๆ! เธอยังต้องการให้พี่ล้างรถอยู่นะครับ”
ผมจึงค่อยสูบบุหรี่ รู้สึกถึงรสชาติเผ็ดและขมเล็กน้อยของบุหรี่ แล้วจึงพูดว่า “แล้วยังไง เธอกล้าสั่ง แล้วฉันจะไม่กล้าสนองเหรอ”
“โอ้โหพี่ชายของผม พี่เจ๋งชะมัด! แต่ ผมมองว่าคุณถานคนนั้นจะต้องถูกพี่เอาอยู่หมัดแน่ๆ ” เสี่ยวหวาพูด
ผมไม่ได้ต่อปากต่อคำกับเขาอีก ความสนใจของผมถูกดึงดูดไปด้วยสิ่งที่อยู่ข้างนอกหน้าต่าง
ไฟตรงทางเดินสว่างขึ้นมา ทำให้พื้นที่ว่างด้านล่างสว่างมาก ไม่รู้ว่ามีนกฝูงหนึ่งมาหยุดอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไร มีสิบกว่าตัว ดำสนิทไปหมดทั้งตัว มีหลายตัวกำลังมองผมผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเป็นประกาย
ผมก็จ้องมองพวกมัน
“พี่อวี้ เป็นอะไรเหรอ มองอะไรอยู่” เสี่ยวหวาถาม
ผมเคยเห็นนกพวกนี้มาก่อนแล้ว
ก็แค่เคยได้เจอที่สถานที่แห่งหนึ่งเท่านั้นเอง
บนเรือลำนั้น
ผมวิ่งออกจากร้าน เสียงปีกกระพือดังแว่วมาจากกลางอากาศ พวกนกบินหนีกระเจิง
มีเรื่องหนึ่งที่ผมไม่เคยพูดกับคนอื่น ตั้งแต่จากเรือลำนั้นมา ในอกผมเหมือนกับมีช่องว่างเลือนรางอยู่มากมาย แต่ผมก็นึกไม่ออกว่าตัวเองมองข้ามหรือลืมอะไรไป เพียงแต่มักจะนึกถึงบ่อยๆ ทั้งยังรู้สึกเศร้าเหมือนมีอะไรบางอย่างหายไป ซึ่งผมก็บอกไม่ถูกว่ามันคืออะไร
และตอนนี้ พวกนกเหล่านั้นกระพือปีก กำลังบินผ่านช่องว่างนั้นอยู่ คล้ายกับยังคงพัดพาเอากลิ่นของน้ำในแม่น้ำมาด้วย
มีลางสังหรณ์แรงกล้าบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก กำลังดึงดูดให้ผมวิ่งตามไปตรงจุดล่าสุดซึ่งมีนกหลายตัวอยู่
...
เรื่องมันเกิดขึ้นหลังจากที่ผมวิ่งตามพวกนกออกไปเกือบครึ่งเมือง
ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว ผมวิ่งข้ามเขตเมือง ถนนและชุมชนที่เจริญ วิ่งผ่านซอยเล็กๆ ที่คดเคี้ยว สุดท้ายก็มาถึงบนถนนเส้นเล็กๆ ที่อยู่ริมแม่น้ำ นกที่บินอยู่บนท้องฟ้ามารวมตัวกันเยอะมากขึ้นทุกที ไม่รู้ว่าทั้งหมดนี้บินมาจากที่ไหนกันแน่ มีประมาณร้อยกว่าตัว พวกมันบินอยู่กลางอากาศท่ามกลางแสงจันทร์ส่องสว่าง เหมือนเงาดำกลุ่มหนึ่งที่เตรียมวางแผนจะก่อการร้าย
ผมวิ่งจนเหงื่อโซมกาย เมื่อมาถึงบริเวณกำแพงเตี้ยๆ แห่งหนึ่งจึงหยุดพัก ทันใดนั้นนกเหล่านั้นเหมือนจะรวมตัวกันเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อมีตัวหนึ่งส่งเสียงร้องดัง จากนั้นนกทั้งหมดก็บินกระจายหายไปในความมืดยามราตรี
“เฮ้ย” ผมสบถด่า
ขณะกำลังจะวิ่งตามนกตัวที่เหมือนเป็นหัวหน้าตัวนั้นไป ทันใดนั้นก็มีเงาหนึ่งกระโดดออกมาจากอีกด้านหนึ่งของกำแพง ผมรู้สึกตกใจมาก ในเวลานั้นทั้งเหงื่อแตกพลั่ก ทั้งรู้สึกขนลุกไปทั้งตัวจนร่างกายแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง แต่ก็เอนตัวหลบไม่ทัน
คนคนนั้นพุ่งเข้ามาอ้อมอกของผม ผมได้ยินถึงเสียงลมหายใจของเธอชัดเจน รีบคว้าแขนเธอทั้งสองข้างเอาไว้ เพื่อให้เธอหยุดลง เธอพยายามสะบัดให้หลุดออก แต่ผมจับตัวเธอดันติดกับกำแพง กักเธอเอาไว้
ตัวของเธอสั่นเล็กน้อย
แสงไฟทางเดินสลัวส่องลงมาจากเหนือศีรษะ เมื่อผมเห็นหน้าเธอ ผมถึงกับตะลึง