เมฆดำพบจันทร์กระจ่าง: Chapter 010 ตอนที่ 10
ตอนที่ 10 อูอวี้ 2 (1)
-อูอวี้-
เสียงลมพัดมาทำให้เมืองนี้มีเสียงดังหวีดหวิว ที่นี่ยังคงมีดวงดาวอยู่เต็มบนท้องฟ้ามีแสงสว่างรำไร ตอนดึกๆ จะมีกลิ่นอายของท้องทะเลโชยมา ในคืนที่หัวใจของผมอยู่กับเสียงลม แสงดาว และกลิ่นของน้ำทะเล ใจของผมก็จะเปลี่ยนเป็นสงบลง
ช่วงเวลาเย็นแสงไฟเริ่มเปิด ผมเลื่อนตัวที่นอนอยู่ออกมาจากใต้ท้องรถคันหนึ่ง อากาศอบอ้าวทำให้ผมเหงื่อออกทั้งตัว บนฝ่ามือเต็มไปด้วยคราบน้ำมัน ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าหลังจากทำงานทั้งวันกล้ามเนี้อทั้งตัวจะร้อนระอุ เมื่อย และเจ็บ แต่ก็ทำให้ผมรู้สึกสบายและปลดปล่อยความเครียดได้
ผมลุกขึ้น หยิบน้ำเปล่าขวดหนึ่งแล้วดื่ม เสี่ยวหวาใช้กำปั้นชนกล้ามเนื้อบนแขนของผม แล้วพูดว่า “พี่อวี้เป็นผู้ชายในหมู่ผู้ชายจริงๆ เป็นเหมือนเครื่องบินรบในหมู่ผู้ชาย พี่อวี้ ผมสงสัยเหลือเกินว่า เมื่อก่อนจริงๆ แล้วพี่เคยทำอะไรมา ฉลาดอย่างนี้ ไม่ว่าเครื่องยนต์อะไร รุ่นอะไร พออ่านคู่มือและดูรถก็ซ่อมได้แล้ว เหมือนเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งเลย”
ผมยิ้มแล้วยิ้มอีก คำตอบก็คือ “เพราะมันมีหลักการในการซ่อมที่เชื่อมโยงกันได้ยังไงล่ะ”
เสี่ยวหวาและช่างซ่อมหลายคนยิ้มเฉยๆ ผู้ชายคนหนึ่งถามว่า “พี่อวี้ ให้ผมเดาหน่อย แต่ก่อนพี่เป็นตำรวจหรือว่าทหารใช่ไหม ทั้งมาดแมนและองอาจขนาดนี้”
“ไม่ ผมว่า เขาเป็นนักแข่งรถมืออาชีพ” เสี่ยวหวารีบพูดแทรกขึ้นมา “เขาแต่งรถเท่แบบนี้ รถก็เป็นเหมือนแฟนของพี่อวี้แท้ ให้เขาเล่นได้ตามใจ”
ผู้ชายหลายคนยิ้มแบบคลุมเครือ นี่คือหัวเราะเยาะผมแบบอ้อมๆ ใช่ไหมว่าผมไม่มีผู้หญิง ผมก็ยิ้ม และหยิบบุหรี่จากกระเป๋าเสื้อเชิ้ต เสี่ยวหวามาจุดบุหรี่ให้ผม
เวลาไม่มีงานทำผมก็นั่งในร้าน สูบบุหรี่และดูดควันบุหรี่เข้าๆ ออกๆ นิโคตินเข้าไปในปอดจากจมูก ทำให้มีความรู้สึกกระตือรือร้นช่วยให้ผมรู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นขึ้น
เมื่อก่อนผมไม่เคยสูบบุหรี่ แต่ตอนนี้เสี่ยวหวานับถือผมเป็นสิงห์นักสูบคนหนึ่ง บุหรี่ยี่ห้ออวี้ซีหนึ่งซอง แค่วันเดียวก็สูบหมดแล้ว
ผมพิงกับผนัง หรี่ตามองลอดช่องว่างของเพดานเห็นดวงดาวอย่างคลุมเครือ ว่ากันว่าคนที่ตายไปแล้วจะกลายเป็นดวงดาว เฝ้ามองคนที่เขารักจากข้างบนท้องฟ้า ดวงดาวที่ต้าหลีเยอะแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่าดวงไหนเป็นของผม
เสี่ยวหวาใช้ข้อศอกกระแทกผมผมเบาๆ หนึ่งครั้งแล้วทำเสียงผิวปากครั้งหนึ่ง
ผมพบกับเธออีกครั้งในสถานการณ์แบบนี้
รถเอสยูวีสีส้มคันหนึ่งขับเข้ามา บนที่นั่งขับรถเป็นหญิงสาววัยรุ่นและหุ่นดีมาก
“ก็ดูสวยดี” เสี่ยวหวาพึมพำ
ช่างซ่อมคนอื่นก็มองเธออยู่เหมือนกัน
ผมเองก็มองด้วย จ้องไม่วางตา
เธอมีผมยาวสีดำหนามาก ซึ่งดูเหมือนเธอจะไม่ได้ใส่ใจดูแล เธอมีท่าทางดูเป็นคนขี้เกียจตลอด ตอนนี้เธอยังคงมัดผมหลวมๆ ด้วยหนังยางเส้นหนึ่ง เหมือนกับคราวที่แล้วที่ผมเจอเธอ ใบหน้าสว่างและสวยงาม ตาสีดำเข้มและมีเสน่ห์ แต่บุคลิกซับซ้อนมาก เวลาปิดประตูเบาๆ แล้วเอามือใส่ไปในกระเป๋ากางเกง เหมือนเด็กผู้หญิงและหญิงสาวรวมอยู่ด้วยกัน
ผมสังเกตเห็นแขนของเธอ จริงๆ แล้วครั้งที่แล้วก็สังเกตแล้ว เธอสวมเสื้อยืดเรียบๆ สีเทาอ่อน และหน้าอกมีรูปภาพที่ระบุไม่ได้ พับขอบแขนเสื้อมาอยู่บนแขนของเธอ ผิวเธอขาวและแขนเรียวมาก รูปร่างได้สัดส่วนดี ดูบริสุทธิ์และเซ็กซี่มากด้วย
ผมไม่คิดเลยว่า เสี่ยวหวาจะเรียกผมไปซ่อมรถให้เธอ แล้วเสี่ยวหวาก็กะพริบตาบอกอย่างจงใจ ขณะนั้นหน้าอกของผมเหมือนมีคนใช้ไม้มาจิ้มครั้งหนึ่ง ผมสูบบุหรี่หมดมวนพร้อมทิ้งลงถังขยะ แล้วลุกขึ้น
เธอจำผมไม่ได้
เธอถือโทรศัพท์มือถือยืนอยู่ข้างรถ มองมาที่ผมแล้วก้มหัวทันที สีหน้าของเธอเอียงอายเล็กน้อย ดวงตาของเธอไม่แยแส แต่แก้มแดงๆ บนสีหน้าของเธอเหมือนกับตอนที่เราเจอกันครั้งแรก
หัวใจของผมตอนนี้เต็มไปด้วยความสุขทันที แต่ว่าตอนนี้ผมไม่ต้องการให้เธอรู้ ผมโน้มตัวไปข้างหลังและก้มลงเพื่อดูรถของเธอ
และผมก็รู้ว่าเธอเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลย ผมได้ยินเสียงเดินเท้าของเธอชัดเจนมากอยู่รอบๆ ผม ในที่สุดเธอก็เข้ามาข้างหน้าแล้วเอียงหัวมองหน้าผมอย่างช้าๆ
ผมเงยหน้าขึ้นมองเธอ
ในทันที สีหน้าของเธอดูสับสน ดูสงสัย ดูตกใจ และดูเหมือนจะไม่รู้อะไรเลย
ดีมาก เธอยังจำผมได้ ในใจผมมีความรู้สึกอ่อนโยนออกมาก็เพราะว่าความทรงจำอันนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ผมรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ฉลาดและตรงไปตรงมา ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม แต่เพราะผมไม่ต้องการให้เธอรู้ จึงไม่ได้แสดงอะไรออกมา แล้วก้มหน้าก้มตาซ่อมรถต่อไป