แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย

แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย: ตอนที่ 10 บอสสาวชอบออกทีเด็ด ตอนที่ 10

#10ตอนที่ 10 บอสสาวชอบออกทีเด็ด

ตอนที่ 10 บอสสาวชอบออกทีเด็ด

ฉวีเสวี่ยตกใจจนเกือบเป็นลม

กรีดจริงๆ!

ใครก็คิดไม่ถึงว่าเสี่ยวเชี่ยนจะลงมือ

แม้แต่อวี๋หมิงหลางที่หมอบอยู่บนตึกทำภารกิจดักซุ่มก็ยังนึกไม่ถึง

ตอนนี้ไม่มีศัตรู กล้องส่องทางไกลของเขาส่องไปเห็นอย่าง ‘ไม่ตั้งใจ’

เสี่ยวเชี่ยนล้มโต๊ะจับตัวประกัน ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว พอเห็นเธอลงมือกับฉวีเสวี่ย อวี๋หมิงหลางก็เอานิ้วไปวางไว้ที่ไกปืนโดยอัตโนมัติ

แต่ก็ปล่อยออกทันที เมื่อครู่เขาทำไปโดยอัตโนมัติ

แต่ฉากต่อมาทำให้อวี๋หมิงหลางถึงกับหน้าแดง รีบเอากล้องส่องทางไกลเลื่อนออกทันที

“หัวหน้า?” เฉียวเจิ้นเห็นหัวหน้ามีสีหน้าพิลึก

“จับตาดูต่อไป!” อวี๋หมิงหลางนึกไม่ถึงเลยว่า ฝาแฝดจิวจี้เยียกจะกล้าทำแบบนั้น......

ดวงตาร้อนผ่าวไม่กล้ามองตรงๆ เลยแฮะ

เศษจานไม่คมเท่าไร แต่เมื่อกรีดลงไปบนตำแหน่งกึ่งกลางระหว่างทรวงอกของฉวีเสวี่ยก็เพียงพอที่จะทำให้เสื้อขาดได้

ฉวีเสวี่ยไม่รู้สึกเจ็บ เห็นแต่รอยยิ้มหวานแปลกประหลาดของเสี่ยวเชี่ยน

ยิ้มเจ้าเล่ห์ให้

เสี่ยวเชี่ยนโยนเศษจานทิ้ง แล้วใช้นิ้วจิ้มรูที่ตัวเองทำไว้ เธอแค่ออกแรงนิดหน่อยก็ได้ยินเสียงแคว่ก

เสื้อของฉวีเสวี่ยถูกฉีกขาด

เผยให้เห็นเสื้อในสีแดงสด รวมถึง....รอยจ้ำแดงๆ ทั่วตัว รอยแดงๆ เหล่านี้มีชื่อเรียกทางการว่า รอยจูบ

เสี่ยวเชี่ยนก็แค่ลองพนันกับตัวเองดูว่าจะมีรอยอย่างว่าหรือเปล่า

เธอจำได้ว่าชาติที่แล้ว หลังจากที่ฉวีเสวี่ยได้เป็นเมียอย่างเป็นทางการสมใจก็ได้ขับรถแลนด์โรเวอร์ไปยั่วโมโหแม่เธอถึงบ้านนอก จากนั้นก็แหวกเสื้อออกชี้ให้เห็นรอยจ้ำแดงๆ แล้วพูดว่า ‘พี่หลินเขาชอบฉัน บอกว่าฉันหอมกว่าพี่ รอยแบบนี้น่ะ ชาตินี้พี่เคยมีกับเขาบ้างไหมล่ะ?’

คาดว่าพ่อคงจะมีนิสัยชอบดูด......

เป็นอย่างที่คิด หลังจากที่รอยแดงถูกเปิดเผย เฉินหลินก็หน้าถอดสีทันที เจี่ยซิ่วฟางก็งงไปหมด

ตอนสาวๆ เฉินหลินก็เคยดูดเธอแบบนี้ แต่พออายุมากไม่ได้แต่งตัว ก็ไม่เคยถูกดูดอีกเลย......

“เสวี่ยเอ๋อร์ เธอ......” ฉวีเสวี่ยอยู่บ้านนี้ก็ไม่เคยเห็นจะออกไปไหน ไม่มีเวลาหาคู่ แล้วมีรอยแบบนี้ได้ยังไง?

เจี่ยซิ่วฟางนึกถึงคำพูดของลูกสาวเมื่อช่วงบ่ายที่สามีเธอลงมาเข้าห้องน้ำ ฉวีเสวี่ยใส่กางเกงสั้นมาก...

“ไหนอธิบายให้ฉันฟังหน่อย ว่ามันรอยอะไร?” เสี่ยวเชี่ยนชี้ไปที่รอยแล้วถามฉวีเสวี่ยอย่างไม่รีบร้อน

อยากอวดรอยนี้กับแม่ฉันนักไม่ใช่เหรอ เอาสิ อวดซะให้พอ!

ฉวีเสวี่ยกรี๊ดเสียงแหลมออกมา แล้ววิ่งเข้าบ้านโดยไม่หันกลับมา

เฉินหลินยืนอยู่ที่เดิม รู้สึกอายที่โดนจับได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดรู้สึกโมโหมากกว่า

เสี่ยวเชี่ยนยืนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศวุ่นวายด้วยท่าทางไม่ทุกข์ร้อน เธอกำลังชื่นชมสีหน้าของคนพวกนี้ ในใจคล้ายมีจังหวะรื่นเริงบรรเลงอยู่

เป็นความรู้สึกแบบที่ว่าได้กระโดดเข้าไปในความวุ่นวาย แล้วมีความสุขอยู่ในนั้น นี่ถือเป็นท่าไม้ตายของบอสสาว

เป็นอารมณ์แบบที่แบบไม่มีใครเดาออกว่าเธอจะทำอะไรสนุกๆ ต่อไป

“แกนี่มันลูกชั่ว......” ในที่สุดเฉินหลินก็ได้สติกลับมา อยากจะเข้าไปตีเสี่ยวเชี่ยน

“หนูทำเขาพ่อปวดใจเหรอคะไหม? พ่อตบหน้าแม่อย่างไร้เหตุผลแต่กลับไม่อยากเห็นหนูทำผู้หญิงคนนั้น หรือหนูควรถามพ่อมากกว่า ว่ารอยแดงๆ เมื่อกี๊คืออะไรเหรอ คะ พ่อ?”

สองคำสุดท้าย เธอพูดอย่างใจเย็น

เฉินหลินเหมือนถูกสตัาฟฟ์ไว้ คำพูดของเสี่ยวเชี่ยนไม่กี่ประโยคแทงเข้าจุดสำคัญจนทำให้ชาไปทั้งตัว

เจี่ยซิ่วฟางนั่งลงบนพื้น ร้องไห้ฟูมฟายออกมา

“เฉินหลิน ไอ้คนใจดำ! เราสองคนออกจากหมู่บ้านมา ลำบากด้วยกันมาตั้งเท่าไร หน้าหนาวฉันต้องใช้น้ำเย็นซักผ้า ล้างมือจนตอนนี้เป็นโรคไขข้ออักเสบ แกกลับมาทำกับฉันแบบนี้ ฮือๆๆ!”

“อย่ามาทำอย่างกับในบ้านมีคนตาย อะไรไม่รู้วุ่นวายไปหมด”

ตอนนี้สมองของเฉินหลินสับสนไปหมด เขาทำตัวไม่ถูก ทำไมเรื่องราวอยู่ๆ กลายเป็นแบบนี้ไปได้?

“พ่อกับแม่เข้าไปคุยกันในบ้าน อย่าให้เพื่อนบ้านหัวเราะเยาะได้!” เสี่ยวเชี่ยนพูดพลางมองเฉินหลินด้วยแววตาเย็นชา

“ถ้าพ่อกล้าตีแม่อีกล่ะก็ หนูจะจุดไฟเผาบ้านนี้เลย!”

“ไอ้ลูกคนนี้ เอาแต่พูดอะไรอยู่ได้!” คำพูดนี้ของเฉินหลินไม่ได้ดูแข็งๆ เหมือนก่อนหน้านี้

เด็กคนนี้ดูพิลึกไปจริงๆ

ถ้าเสี่ยวเชี่ยนค่อยๆ เปลี่ยนไปทีละนิด คนในครอบครัวคงไม่กลัวกันขนาดนี้ แต่อยู่ๆ เธอก็ระเบิดออกมา วิธีที่ทำให้คนอื่นรับมือไม่ทันแบบนี้คล้ายกับระเบิดพลีชีพ

“เหรอคะ?” เสี่ยวเชี่ยนเก็บขวดเหล้าที่แตกออกครึ่งหนึ่งขึ้นมาจากพื้น ภายในยังมีเหล้าอีกครึ่งขวด เธอราดลงบนโต๊ะไม้แล้วล้วงไฟแช็คออกมาด้วยท่าทางที่สง่างาม

วินาทีนั้น อวี๋หมิงหลางกำลังมองผ่านกล้องส่องทางไกล ในสมองของเขาได้นึกถึงคำๆ หนึ่งที่เคยเรียนตอนเรียนปริญญาโทในโรงเรียนทหาร

ใช้กำลังแบบมีชั้นเชิง

แช็คจุดครั้งเดียว ไฟก็ติดทันที

เสี่ยวเชี่ยนดันแว่น แล้วมองเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้อยู่เบื้องล่าง ความร้อนจากเปลวเพลิงไม่ได้ทำให้ความเย็นชาในดวงตาลดลง

เฉินหลินกับเจี่ยซิ่วฟางไม่มีเวลามานั่งทะเลาะกันแล้ว รีบเข้าบ้านไปหาน้ำมาดับไฟ

เวลานี้เสี่ยวเชี่ยนเดินออกไปนอกบ้าน เดินไปตามถนน เงยหน้ามองพระจันทร์ที่ทั้งใหญ่ทั้งกลม

ตอนที่ทำเรื่องพวกนี้ใจของเธอนิ่งมาก ถึงกับเกิดความรู้สึกที่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก โรคชอบล้างมือก็ไม่กำเริบ เธอคิดว่าตัวเองเลวจนเป็นนิสัยแล้วแน่นอน

อืม งั้นก็ปล่อยให้เลวไป

ภายในลานบ้าน ทุกอย่างดูเละเทะ ยังมีควันดำลอยอยู่ กลิ่นไหม้ลอยไปทั่ว

สองสามีภรรยายังคงรู้สึกหวาดกลัวอยู่ ปฏิกิริยาของเสี่ยวเชี่ยนเมื่อครู่ ทำให้ทั้งสองคนรับมือไม่ทัน

นิ่งเงียบไปหลายวินาที เฉินหลินก็ลูบหน้า “เด็กคนนี้คงโดนของเข้าจริงๆ พรุ่งนี้เธอนั่งรถไปนอกหมู่บ้านหาอาจารย์เก่งๆ มาดูลูกหน่อย”

น่ากลัวเหลือเกิน

เจี่ยซิ่วฟางเหม่อไปหลายวินาที แล้วยื่นมือไปตีแขนเฉินหลินอย่างแรง “บอกมานะ รอยแดงบนตัวเสวี่ยเอ๋อร์พ่อเป็นคนทำหรือเปล่า!”

ในบ้านมีผู้ชายแค่สองคน ถ้าไม่ใช่เขาแล้วจะมีใคร ไม่เคยเห็นฉวีเสวี่ยออกไปไหนเลย!

“พูดจาเพ้อเจ้อ จะเป็นไปได้ยังไง! เชี่ยนเอ๋อร์บ้าไปแล้ว เธอก็บ้าด้วยเหรอ?” เฉินหลินรู้สึกร้อนตัว

“วันนี้พ่อต้องอธิบายมาให้ชัดเจน!” เจี่ยซิ่วฟางคว้าแขนเสื้อเฉินหลินไว้ เป็นตายก็ไม่ยอมปล่อย

“ยัยบ้า!” เฉินหลินสะบัดแขนให้หลุดจากมือเจี่ยซิ่วฟาง ไม่หันไปมองสภาพเละเทะในลานบ้านอีก รีบสาวเท้าเดินออกจากบ้าน

เจี่ยซิ่วฟางตะโกนฟูมฟายอยู่ในลานบ้าน จนผ่านไปหลายนาทีก็ค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้น หยิบไม้กวาดมาทำความสะอาด กวาดไปก็ร้องไห้ไป

เสี่ยวเชี่ยนในเวลานี้กำลังหลับตาดื่มดำกับสายลมอ่อนๆ ยามเย็น เธอพอจะเดาปฏิกิริยาของพ่อแม่ได้

เฉินหลินในเวลานี้น่าจะไม่กล้าเผชิญการถูกประณามจากเจี่ยซิ่วฟางได้ คงออกไปเล่นไพ่นกกระจอกเพื่อหนีความจริงแล้ว

ส่วนแม่ของเธอ...เหอๆ คงกำลังนั่งร้องไห้พลางคิดว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริง พรุ่งนี้ถูกพ่อเอาใจเข้าหน่อย สีหน้าก็คงทำเหมือนไม่แคร์ แต่ต่อไปทุกครั้งที่ทะเลาะกันคงจะยกเรื่องนี้มาพูด เดิมคิดว่าจับจุดอ่อนของผู้ชายได้แล้ว แต่กลับไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆยังฟื้นฝอยหาตะเข็บ ยิ่งเป็นการผลักพ่อให้ไกลออกไปเรื่อยๆ

ผู้หญิงที่ไม่เลวแต่กลับโง่แบบนี้ ชาติก่อนไม่รู้เธอเห็นมากี่รายแล้ว

เสี่ยวเชี่ยนคาดเดาถึงปฏิกิริยาของแต่ละคน จากนั้นก็วางแผนขั้นต่อไป แต่อยู่ๆ ท้องก็ร้อง เธอลูบกระเป๋ากางเกง ไม่ได้พกเงินมา

“ไม่มีกินไม่มีเสื้อผ้าสวมใส่ ศัตรูก็หยิบยื่นให้!” เสียงเพลงประกอบละครดังลอยมา เสี่ยวเชี่ยนดันแว่นตา

อืม เนื้อเพลงนี้ แต่งได้เข้ากับสถานการณ์จริงๆ งั้นก็เอาแบบนี้เลยแล้วกัน

devc-75d0bbbd-32992แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย: ตอนที่ 10 บอสสาวชอบออกทีเด็ด ตอนที่ 10