แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย: ตอนที่ 11 ทุกข์เป็นเพื่อนฉันแล้วกัน ตอนที่ 11
ตอนที่ 11 ทุกข์เป็นเพื่อนฉันแล้วกัน
บ้านของเสี่ยวเชี่ยนอยู่ในหมู่บ้านที่อยู่ในเมืองเดินประมาณสิบนาทีก็เข้าสู่เขตเมือง เสี่ยวเชี่ยนที่ท้องหิวและไม่มีเงินในตอนนี้ สายตาของเธอกวาดมองร้านค้าข้างถนนที่ดูสกปรกเละเทะ
ร้านค้าพวกนี้ต่างรู้จักเธอ จะติดไว้ก่อนก็ได้ แต่เธอไม่อยากลำบากตัวเอง
ชาติก่อนเธอไม่เคยดูหมิ่นตัวเอง ชาตินี้ยิ่งไม่มีทาง
เธอเดินผ่านร้านพวกนี้ไป แล้วสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่โรงแรมที่มีขนาดใหญ่พอสมควรที่อยู่ไม่ไกล
ถึงจะเทียบไม่ได้กับโรงแรมหรูที่เธอเคยใช้บริการเมื่อชาติก่อน แต่ก็พอแก้ขัดไปได้ เธอไม่สนความจริงที่ว่าตัวเองไม่มีเงิน เดินเข้าโรงแรมนั้นไปอย่างใจเย็น
พนักงานพอเห็นสาวสวยแต่งตัวธรรมดาก็ถามอยู่หลายรอบว่ามาคนเดียวหรือเปล่า เสี่ยวเชี่ยนหันไปมอง ดันแว่น พนักงานคนนั้นก็อึ้งไปกับบุคลิกท่าทางของเธอ แล้วพาเธอไปยังที่นั่งริมหน้าต่าง
ริมหน้าต่างบานกระจกที่ยาวถึงพื้นทำให้มองเห็นวิวด้านนอก มีดาวเล็กน้อย ต้นหลิวขนาดใหญ่พลิ้วไหวไปตามลม โดยมีแสงไฟนีออนจากโรงแรมส่องไปบนนั้น อีกทั้งยังมีเสียงจั๊กจั่นดังปะปน
เสี่ยวเชี่ยนหยิบเมนูขึ้นมาดูคร่าวๆ หนึ่งรอบ “กุ้งต้มสองจาน ปลิงทะเลผัดหอม ปลาเทอร์บอทนึ่ง หอยเชลล์วุ้นเส้นอบเนย ปูขน เอามาอย่างละจาน ถั่วฝักยาวผัด มันฝรั่งเส้นผัดพริกหยวก แล้วก็ข้าวหนึ่งถ้วย”
พนักงานลังเล “คุณคะ ร้านเราจานใหญ่นะคะ”
เสี่ยวเชี่ยนยิ้มอย่างละมุน “ฉันกินไม่หมดก็ห่อกลับได้จ้ะ”
พนักงานไม่กล้ารอช้า แต่ก็เหลือบมองเสี่ยวเชี่ยนอยู่หลายครั้ง อาหารที่ผู้หญิงคนนี้สั่งเป็นของแพงของทางร้านทั้งนั้น
อาหารเสิร์ฟครบอย่างรวดเร็ว เสี่ยวเชี่ยนกินอย่างสุภาพเรียบร้อย ไม่มีคนที่เกลียดอยู่ตรงหน้าทำให้มีอารมณ์อยากอาหารขึ้นมาหน่อย พนักงานยืนอยู่ริมๆ มองผู้หญิงที่ดูประหลาดคนนี้
เธอสั่งอาหารทะเลมาตั้งเยอะ แต่กลับไม่แตะเลยสักนิด กินแค่ผักกับข้าวสวย
เพิ่งเคยเห็นลูกค้าแบบนี้เป็นครั้งแรก เสี่ยวเชี่ยนกินอิ่มแล้วจึงเรียกพนักงาน
“เพิ่มอาหารให้ฉันอีกสองอย่าง ห่อกลับนะ แต่ฉันขอเพิ่มรายละเอียดในการทำและเรื่องการจัดเรียงลงกล่องหน่อย”
“ได้ค่ะ เชิญสั่งค่ะ”
เสี่ยวเชี่ยนพูดสิ่งที่ต้องการจบพนักงานก็ตกใจ “คุณ...แน่ใจเหรอคะ”
แบบนั้น จะกินได้เหรอ?
“ทำตามที่ฉันบอก ฉันจะจ่ายค่าอาหารเป็นสองเท่า”
เสี่ยวเชี่ยนสั่งชาเก๊กฮวยที่ช่วยดับร้อนภายในเพิ่มอีกหนึ่งกา เธอมองชาเก๊กฮวยที่มีควันลอยขึ้นมาพลางเป่า
‘รสแบบนี้ แย่กว่าชาดอกเบญจมาศสีทองเยอะเลยค่ะ’
ในสมองปรากฏเสียงเด็กที่อ่อนโยน
‘คุณแม่ ทำไมคุณแม่ถึงดื่มชาเก๊กฮวยบ่อยๆ ล่ะคะ’
‘ชาเก๊กฮวยช่วยดับร้อนในตับสำหรับคนที่ชอบทำงานข้ามคืน คุณแม่นอนไม่ค่อยหลับน่ะจ้ะ’
‘งั้นเสี่ยวเหวยจะนอนเป็นเพื่อนคุณแม่เอง คุณแม่จะได้นอนหลับไงคะ’
ดวงตาร้อนผ่าว ด้านนอกมีเด็กนักเรียนมอต้นที่เรียนเสริมรอบค่ำสะพายกระเป๋าขี่จักรยานผ่านไปหลายคน ชุดพละที่ตัวใหญ่แสนน่าเกลียดไม่อาจบดบังใบหน้าเด็กวัยรุ่นพวกนั้นได้
ถ้าไม่มีคนชั่วพวกนั้น เสี่ยวเหวยของเธอก็คงเรียนมอต้นแล้ว สะพายกระเป๋าหนังสือใบใหญ่ พูดคุยเรื่องกลุ้มของเด็กที่กำลังเติบโต
แต่หลังจากนางฟ้าตัวน้อยจากไป เธอก็นอนไม่หลับมาตลอด พอหลับตาก็จะเห็นแต่ลูกสาวที่เนื้อตัวอาบไปด้วยเลือด ร้องไห้เรียกหาแม่ ความทุกข์ระทมที่ไม่อาจระบายกับใครได้เหล่านั้น ไม่มีใครเข้าใจได้
ลูกจ๋า แม่คิดถึงหนูจัง
“พี่คะ ทั้งหมดสี่ร้อยแปดสิบหยวนค่ะ จะรูดบัตรหรือจ่ายเป็นเงินสดดีคะ” เสียงของพนักงานขัดจังหวะความคิดของเสี่ยวเชี่ยน เธอละสายตาจากด้านนอกกลับมา
“ฉันขอใช้โทรศัพท์ที่นี่หน่อยได้ไหม”
“เชิญทางนี้ค่ะ”
ไม่มีใครเข้าใจหรอกว่าแม่ที่รักลูกสุดชีวิต พอสูญเสียลูกสุดรักสุดหวงไปมันรู้สึกยังไง ต่อให้ได้ล้างแค้นศัตรูก็ยากที่จะดับไฟโกรธในใจของเธอได้
เว้นเสียแต่ทำให้นางฟ้าตัวน้อยคนนั้นกลับมาอยู่เคียงข้างเธอได้อีกครั้ง เรียกเธอว่าแม่ เธอถึงจะหายโกรธ
แต่เสี่ยวเชี่ยนที่เป็นจิตแพทย์มาตลอดชีวิตจะไม่รู้ได้อย่างไรว่า ความตายในศัพท์เฉพาะทางจิตวิทยาเรียกว่า การสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ความรู้สึกว่างเปล่าจากการสูญเสีย ไม่มีทางชดเชยได้เลย
ดังนั้นในเมื่อไม่มีทางที่เธอจะรักษาแผลในใจ ก็มีเพียงการลงมือแก้แค้นคนที่ทำให้เธอสูญเสียลูกสาวเท่านั้น ทำร้ายจิตใจคนเลวๆ พวกนั้นให้ทุกข์ทรมานเป็นเพื่อนเธอ
เสี่ยวเชี่ยนยืมโทรศัพท์เพื่อโทรหาหนีเจี้ยนเหริน
“ฉันอยู่โรงแรมปินไห่ มาจ่ายเงินหน่อย”
หนีเจี้ยนเหรินก็เป็นคนขี้งกเช่นกัน นำเฉินหลินอยู่หน่อย พอได้ยินว่าเสี่ยวเชี่ยนให้มาจ่ายเงินก็ปรี๊ดทันที
“เธอไปทำอะไรที่นั่น!” ที่นี่เป็นหนึ่งในโรงแรมที่แพงที่สุดของเมือง!
“มาจ่ายเงินก็พอแล้ว พูดมากทำไม”
“ฉันยังมีธุระอีก ไปไม่ได้ เธอจัดการเองแล้วกัน!” พูดจบก็ทำท่าจะวาง
เสี่ยวเชี่ยนยิ้มแล้วดันแว่นตา “โต๊ะข้างๆ ฉันดูเหมือนจะเป็นเจ้านายของนายนะ ชื่อหลี่เจิ้นใช่ไหม งั้นฉันไปให้เขาจ่ายแทนแล้วกัน”
“เสี่ยวเชี่ยน! อย่าไปยุ่งกับเขา! ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ!” หนีเจี้ยนเหรินลนลาน
วางสาย เสี่ยวเชี่ยนมองอาหารบนโต๊ะแล้วก็คิดว่าตัวเองยังเอากลับได้อีกหลายห่อ
มีที่ไหนกันหลี่เจิ้น เธอก็พูดไปงั้นแหละ
สาเหตุที่ตาคนเลวนั่นลนลานก็เพราะหลี่เจิ้นเป็นแฟนมัน มันกลัวว่าเธอจะเปิดโปงความลับเรื่องรักร่วมเพศของมัน
“พี่คะ อาหารที่พี่สั่งห่อเสร็จหมดแล้วค่ะ นี่เป็นอาหารที่พี่สั่งเป็นพิเศษ มันกินได้จริงๆ เหรอคะ” พนักงานส่งกล่องอาหารมาให้ กลิ่นแปลกๆ โชยออกมาจากกล่อง
“น้องสาว พี่สาวถามหน่อย บาดแผลตรงไหนที่คนจะไม่รู้สึกเจ็บ” เสี่ยวเชี่ยนถาม
“เอ่อ...บนเล็บหรือคะ?” พนักงานตอบไม่ถูก แขกคนนี้แปลกจริง
“ผิด บาดแผลบนตัวคนอื่นไงที่เราจะไม่รู้สึกเจ็บ ดังนั้นเข้าใจหรือยัง” เสี่ยวเชี่ยนดันแว่นตา พนักงานงงไปหมด ลึกซึ้งเหลือเกิน
ให้ตัวเองอิ่มคนเดียวก็จะรู้สึกผิด ยังไงก็ต้องดูแลตานั่นหน่อย ของพวกนี้เธอเตรียมไว้ให้คนเลวคนนั้น
หนีเจี้ยนเหรินวิ่งหอบเข้ามาหลังจากที่เสี่ยวเชี่ยนดื่มชาเก๊กฮวยหมดไปหนึ่งกา กวาดสายตามองไปทั่วห้องอาหาร ไม่เห็นหลี่เจิ้น เห็นแต่เสี่ยวเชี่ยนที่นั่งอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“หลี่เจิ้นล่ะ”
“ฉันคงตาลายไปหน่อย ก็แค่คนหน้าเหมือน”
หนีเจี้ยนเหรินรับบิลมาดู พอเห็นตัวเลขสี่ร้อยก็แทบจะเป็นลม
“ทำไมมันเยอะแบบนี้?!” ถึงเขาจะทำงานกับรัฐ เงินเดือนโอเคในระดับหนึ่ง แต่นี่มันเงินเดือนครึ่งเดือนเลยนะ!
“ฉันพกเงินมาไม่เยอะขนาดนั้น!” หนีเจี้ยนเหรินปวดใจจะตายอยู่แล้ว
เงินเดือนครึ่งเดือนเลยนะ!
“งั้นเดี๋ยวฉันเรียกพ่อมา แต่พ่อฉันขี้งกจะตายนายก็รู้ ถ้าพ่อโกรธงานหมั้นอาทิตย์หน้าคงยากแล้วล่ะ ไม่แน่อาจไปโวยวายถึงที่ทำงานนายก็ได้นะ”
“ฉันไปกดเงินก่อน!” หนีเจี้ยนเหรินกัดฟันพูด
“เอาโทรศัพท์ไว้นี่” เสี่ยวเชี่ยนเอาโทรศัพท์โนเกียรุ่นเก่าออกมาจากในมือเขา ยุคสมัยนี้นี่ถือเป็นของฟุ่มเฟือย มีสิ่งนี้ไว้เป็นตัวประกัน เธอก็ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะไปแล้วไม่กลับมา
เสี่ยวเชี่ยนมองแผ่นหลังหนีเจี้ยนเหรินที่คุกรุ่นไปด้วยความโกรธแล้วก็รู้สึกมีความสุข เธอค่อยๆ ยกแก้วชาขึ้นจิบ
เธอเป็นผู้หญิงที่เลวร้ายจริงๆ แฮะ พอเห็นคนเลวนั่นโกรธจัดทำอะไรเธอไม่ได้แล้วก็รู้สึกสะใจจริงๆ