แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย: ตอนที่ 12 เจออวี๋หมิงหลางอีกแล้ว ตอนที่ 12
ตอนที่ 12 เจออวี๋หมิงหลางอีกแล้ว
เสี่ยวเชี่ยนถืออาหารหลายกล่องที่ห่อกลับมาเดินตามหนีเจี้ยนเหรินที่โกรธจนหน้าเขียวออกจากโรงแรม
เห็นชัดๆ ว่าเสียดายเงิน ยังจะแสร้งทำเป็นไม่แคร์ ท่าทางของคนชั้นต่ำนี่ทำให้เสี่ยวเชี่ยนรู้สึกตลก
รถยนต์คิวคิวสีแดงของหนีเจี้ยนเหรินจอดอยู่ริมถนน เพื่อที่จะประหยัดค่าจอดรถ เขายอมที่จะเสี่ยงถูกปรับมากกว่า เงินแค่ไม่กี่หยวนยังเสียดายจะเป็นจะตาย แต่กลับต้องมาจ่ายเงินให้เสี่ยวเชี่ยนจำนวนมากขนาดนั้น เงามืดก่อตัวขึ้นในใจมากเท่าไร ยากที่จะคำนวณได้
ยิ่งเขาหงุดหงิด เสี่ยวเชี่ยนยิ่งมีความสุข
ข้างนอกมีแต่นักเรียนขี่จักรยาน พอเห็นเด็กที่อายุพอๆ กับเสี่ยวเหวย บวกกับหน้าบูดเป็นตูดหมาของหนีเจี้ยนเหริน เสี่ยวเชี่ยนรู้สึกว่าสายลมยามเย็นช่างดีเหลือเกิน ช่างเป็นบรรยากาศดีๆ ในช่วงหน้าร้อน
ต้องโทษที่ชาติที่แล้วตอนที่เธอเจอกับคนชั้นต่ำนี่ เธอยังเด็กเกินไป
ไม่อย่างนั้นคนเฮงซวยที่สาวแตกขับรถคิวคิวสีแดงนี่ไม่มีทางได้รังแกเธอแน่
หนีเจี้ยนเหรินเดินไปที่รถ ไม่แม้แต่จะหันไปมองผู้หญิงคนที่ผลาญเงินครึ่งเดือนของเขา จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงแข็งๆ
“ฉันไปคนละทางกับเธอ เธอกลับเองแล้วกัน”
“นายน่ะ เป็นรับใช่มั้ย”
ชาติที่แล้วเสี่ยวเชี่ยนหาคำตอบไม่ได้ว่าคนชั้นต่ำนี่กับคู่ขาใครคิงใครควีน ตอนนี้เข้าใจแล้ว
คิดเล็กคิดน้อยขนาดนี้ นิสัยอย่างกับผู้หญิง เป็นรับชัวร์
ไม่แน่อาจเป็นเพราะของตานี่แข็งไม่ได้ เลยยอมอยู่ล่าง เสี่ยวเชี่ยนคิดพิเรนทร์
“เธอว่าไงนะ” หนีเจี้ยนเหรินกำลังเสียดายเงินเลยไม่ได้ตั้งใจฟัง
“ฉันพูดว่า ของพวกนี้ให้นาย เอากลับไปค่อยๆ กินนะ” เสี่ยวเชี่ยนดันแว่นตา แล้วส่งกล่องอาหารให้เขา
นี่เป็นอาหารที่เธอ ‘ตั้งใจเลือก’ ให้โดยเฉพาะ
เท่าที่เธอรู้จักเขา หลังจากที่เธอกลับไปแล้ว เขาจะต้องไปหาคู่ขาแน่นอน ไปปั่มปั๊มกัน
อาหารพวกนี้พวกเขาต้องพอใจแน่นอน
หนีเจี้ยนเหรินพอคิดว่าผู้หญิงคนนี้กินข้าวหนึ่งมื้อใช้เงินของเขาไปถึงครึ่งเดือนก็โกรธจนอยากจะรีบจับแต่งงานจะได้ซ้อมวันละสามเวลา
ได้ที่เสียกลับมาหน่อยก็ยังดี เขาดึงกล่องอาหารมาจากเสี่ยวเชี่ยน แล้วออกจากที่นั่นโดยไม่หันกลับไปมอง
เสี่ยวเชี่ยนหิ้วอาหารที่ห่อกลับค่อยๆ เดินกลับบ้าน
ในนี้เป็นอาหารทะเลทั้งหมด
มันเคยเป็นอาหารที่เธอชอบกินที่สุด ตอนที่เพิ่งเริ่มทำงาน ลูกสาวของเธอยังเล็ก ไม่มีงานใหญ่เข้ามา แต่ละวันผ่านไปอย่างยากลำบาก แต่พอได้เงินมาเธอก็จะพาลูกสาวไปกินอาหารทะเล
ลูกสาววัยสองขวบถือปูที่ขนาดพอๆ กับหัวตัวเองกินจนเลอะหน้าไปหมด
ต่อมางานเธอไปได้สวย นับวันยิ่งยุ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้จะเริ่มมีเงินเยอะ แต่โอกาสที่จะได้กินข้าวกับลูกสาวก็น้อยลง เธอหาร้านอาหารที่ดีที่สุดให้ลูกเพื่อเป็นการรับประกันว่าลูกเธอจะได้กินอาหารทะเลที่แพงที่สุด แต่ดูเหมือนลูกสาวจะไม่มีความสุขเท่าไร
กว่าเธอจะรู้สึกตัวว่าไม่ค่อยได้อยู่กับลูก อยากจะหาเวลาอยู่กับลูกให้มากขึ้น คนเลวนั่นก็มาลักพาตัวลูกสาวเธอ
นับแต่นั้นมา อาหารทะเลที่ชอบกินมากที่สุด เสี่ยวเชี่ยนก็ไม่แตะอีกเลย
พอคิดถึงลูกสาวโรคย้ำคิดย้ำทำของเสี่ยวเชี่ยนก็กำเริบ เธอมองไปรอบๆ ก็เห็นสวนที่อยู่ริมถนนมีก๊อกน้ำจึงเดินเข้าไป ว่างกล่องอาหารในมือลงแล้วล้างมือไม่หยุด
รู้สึกชื้นๆ บนใบหน้า เสี่ยวเชี่ยนเงยหน้าคิดว่าน้ำกระเด็นถูก ทำไมเธอถึงร้องไห้ล่ะ แม่ที่ไม่ได้เลี้ยงดูลูกสาวให้ดีคนนี้ มีสิทธิ์อะไรร้องไห้
เธอสามารถแบกรับคำวิจารณ์ในแง่ลบทุกอย่างบนโลกใบนี้ได้ รู้ว่าตัวเองไม่ใช่คนดีอะไร แต่ในบรรดาคำวิจารณ์เหล่านั้น อย่างเดียวที่ไม่รวมอยู่ด้วยก็คือ เป็นแม่ที่เลว
แต่ความจริงก็คือ เธอทอดทิ้งลูกสาว ถึงจะมีความสามารถแก้แค้นคนเลวได้เป็นหมื่นครั้ง แต่ทุกครั้งที่แก้แค้นสำเร็จ ดูเหมือนบาดแผลในใจจะใหญ่ขึ้น เธอไม่อาจให้อภัยตัวเองได้
สิ่งที่อวี๋หมิงหลางมองเห็นผ่านกล้องส่องทางไกลก็คือ เสี่ยวเชี่ยนที่กำลังเสียใจแต่แกล้งทำเป็นเข้มแข็ง
ดูเหมือนเธอจะชอบล้างมือ อีกทั้งล้างไปก็ร้องไห้ไป สีหน้านั้นดูเศร้ามาก เหมือนสูญเสียโลกทั้งใบ
ผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรกันแน่นะ
อวี๋หมิงหลางเห็นเธอล้างมือเสร็จก็เหมือนเปลี่ยนเป็นอีกคนหนึ่ง ดูนิ่ง ไม่สิ เย็นชา
นี่คือผู้หญิงที่มีเรื่องอยู่ในใจ จากท่าทางที่เธอแสดงออกหลายครั้ง อวี๋หมิงหลางสงสัยในตัวเธอมากขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกว่าผู้หญิงที่ดูอ่อนแอคนนี้ ภายในแฝงไปด้วยความโศกเศร้าอันยิ่งใหญ่ รวมถึงความไม่แคร์โลกใบนี้
ทันใดนั้น ลูกแมวเร่ร่อนตัวหนึ่งดูเหมือนจะได้กลิ่นอาหารทะเลจากกล่องอาหารของเสี่ยวเชี่ยนจึงเดินเข้ามาดมๆ
แมวน้อยเนื้อตัวสกปรก อีกทั้งยังได้รับบาดเจ็บ
เสี่ยวเชี่ยนนั่งลง เปิดกล่องอาหาร แล้วใช้ตะเกียบอนามัยคีบอาหารทะเลออกมา ยิ้มอย่างอ่อนโยนมองลูกแมวกินอย่างมีความสุข
แสงไฟภายในสวนสาดลงบนใบหน้าเธอเล็กน้อย เด็กสาวคนหนึ่ง มีกี่แง่มุมกันแน่ แล้วแบบไหนคือตัวตนที่แท้จริง?
ขณะที่อวี๋หมิงหลางกำลังสังเกตการณ์สภาพแวดล้อมภายในสวนสาธารณะก็ได้ถือโอกาสคิดเกี่ยวกับคำถามนี้
อีกไม่กี่นาทีพวกเขาก็จะต้องบุกโจมตีศัตรูที่แฝงตัวอยู่ในสวนสาธารณะ ตอนนี้ยังมีเวลาให้คิดเกี่ยวกับเธอคนนี้
กับพ่อแม่ กับคนทั่วไป มีท่าทีเย็นชาจนถึงขั้นหยิ่งยโส แต่กับเด็กกับสัตว์ปฏิบัติอย่างอ่อนโยน
แมวน้อยกินอย่างมีความสุข เสี่ยวเชี่ยนเองก็ป้อนอย่างมีความสุข
ลูกแมวร้องเหมียวๆ พลางมองเสี่ยวเชี่ยนคล้ายกับกำลังพูดขอบคุณ
“กินเถอะ กินเยอะๆ เลยนะ มีเยอะเลย ไปเรียกเพื่อนแมวมากินด้วยก็ได้นะ เมื่อเทียบกับเอาไปให้คนใจร้ายพวกนั้นกินไม่สู้เอามาเลี้ยงพวกแก อย่างน้อยพวกแกก็ไม่มีเจตนาร้าย รู้จักบุญคุณ ใช่ไหมเจ้าเหมียว ฉันมาครั้งหน้าพวกแกจะจำฉันได้ไหมนะ”
เสี่ยวเชี่ยนพูดพึมพำอยู่คนเดียว แต่กลับไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่ส่องกล้องส่องทางไกลกำลังปวดใจ
ต้องเป็นคนที่โดดเดี่ยวแค่ไหนกันแน่นะถึงได้ต้องการการยอมรับจากแมว จะต้องเป็นคนข้างตัวแน่ที่ทำให้เธอรู้สึกไม่ได้ถึงความรัก ทำให้สาวน้อยที่เดิมควรจะอ่อนโยนจิตใจดีต้องใช้ความเย็นชาปิดบังหัวใจตัวเอง แต่กลับแสดงความรู้สึกจริงกับสัตว์โดยที่ไม่รู้ตัว
เสี่ยวเชี่ยนสั่งอาหารทะเลราคาแพงมากมายขนาดนี้เดิมก็ไม่ได้คิดจะเอากลับบ้านอยู่แล้ว แค่อยากทำให้ผู้ชายเฮงซวยนั่นเจ็บแค้นใจ ได้เอามาเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวก็ดีเหมือนกัน
แมวน้อยกินอย่างเอร็ดอร่อย สักพักก็มีลูกหมาลูกแมวมากันเต็ม เสี่ยวเชี่ยนเปิดอาหารทุกกล่อง มองพวกมันกินพลางยิ้มโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว
เวลานี้เสี่ยวเชี่ยนที่กำลังเลี้ยงอาหารหมาแมวพลางวางแผนการร้ายอยู่ในใจได้กลายเป็นสาวน้อยน่ารักที่แสนโดดเดี่ยวอยู่ในใจของอวี๋หมิงหลางโดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้นเสี่ยวเชี่ยนก็รู้สึกว่ามีเสียงประหลาดจากพงหญ้าอีกด้าน ตามด้วยมีบางอย่างลอยขึ้นไปบนอากาศเสียงดัง ปัง มีควันลอยออกมาจากพงหญ้า ตามด้วยเสียงแช่งชักของคนแปลกหน้า
“อะไรวะ! ฝ่ายนั้นมีมือสไนเปอร์!”
มีทหารหนึ่งคนลุกขึ้นยืนในพงหญ้าที่มีควันลอยออกมา รอบตัวมีแต่ควัน
“ว่าแล้วเชียวว่าฝ่ายนั้นต้องเล่นไม่ซื่อ มีมือสไนเปอร์ซุ่มอยู่!” ทหารที่ถูกยิงบ่นอย่างโกรธๆ เสี่ยวเชี่ยนอยู่ใกล้เขามาก รู้สึกตกใจนิดหน่อย
ที่นี่มีคนด้วย?
เสี่ยวเชี่ยนไม่ชอบให้คนมาล่วงรู้ความคิด เธอขมวดคิ้ว แต่ก็ทำสีหน้าปกติอย่างรวดเร็ว
เมื่อกี๊เธอพูดเสียงเบามาก คนพวกนี้ไม่มีทางได้ยิน
อืม ไม่ได้ยิน แต่เห็นกันหมดแล้ว