แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย: ตอนที่ 13 นายไม่ต้องมายัดเยียดให้ได้ไหม ตอนที่ 13
ตอนที่ 13 นายไม่ต้องมายัดเยียดของให้คนอื่นได้ไหม
เสี่ยวเชี่ยนเห็นปุ๊บก็รู้ทันที
หน่วยทหารคงกำลังซ้อมอยู่แถวนี้ ดูท่าจะกินพื้นที่กว้างเสียด้วย ที่ร่างกายแต่ละคนมีระบบเลเซอร์จำลองสถานการณ์จริง หลังจากที่ถูกลูกกระสุนแบบพิเศษยิง อุปกรณ์ปล่อยควันบนหัวจะทำงาน แสดงว่าคนนั้นตายแล้ว
ขณะที่เสี่ยวเชี่ยนกำลังคิดอยู่ก็เห็นควันขึ้นจากอีกหลายตำแหน่งแถวนั้น สวนสาธารณะที่ดูสงบเงียบมีคนซ่อนอยู่เยอะขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย!
อีกทั้งคนพวกนี้ตอนนี้ยังได้ถูกมือสไนเปอร์ลึกลับสังหารอีก!
“แม่ง ใครวะโหดขนาดนี้!”
“ข้าพรางตัวขนาดนี้ยังจะเห็น?”
“หรือว่า...ศูนย์ศูนย์หนึ่งมาแล้ว? ฝีมือยิงแบบนี้ มีแค่ศูนย์ศูนย์หนึ่งเท่านั้น แม่ง!” ทหารคนที่ตายแล้วยังไม่ทันจะพูดจบก็เห็นอีกมุมหนึ่งของสวนมีควันลอยขึ้น
“ไอ้บ้าพวกนี้นี่แม่ง! โหดชิบหาย!” คนที่อยู่ใกล้เสี่ยวเชี่ยนที่สุดตะโกนออกมา
“เฮ้ย พวกเอ็งน่ะ ซุ่มยิงมันจะเก่งสักแค่ไหน มือสไนเปอร์ทั้งทีมดักซุ่มแอบยิงพวกเรา ถ้าเก่งนักตัวต่อตัวสิ!”
เสียงฟิ้ว ลอยมาคล้ายกับเป็นการตอบรับคำท้า ลูกปืนลอยเฉียดเท้า
เล่นเอาทหารที่ตายแล้วคนนั้นโกรธจนยกมือขึ้นร้องโวยวาย
“ข้าตายแล้วโว้ย ไอ้พวกบ้าศูนย์ศูนย์หนึ่ง หลบหลู่คนตายเหรอวะ!”
เสี่ยวเชี่ยนเห็นภาพเหตุการณ์นี้ก็รู้สึกสนุก
พวกหน่วยรบนี่ดูเจ๋งจริง ทุกคนต่างมีความเชื่อที่แน่วแน่ คล้ายกับเป็นสถานที่ที่หล่อหลอมจิตใจ สามารถฝึกฝนให้ทุกคนมีปณิธานที่แน่วแน่เข้มแข็ง แม้แต่ตอนระบายอารมณ์ยังดูน่ารักซื่อๆ
“หัวหน้า เจ้าพวกนั้นคิดว่าพวกเรามากันเป็นทีม ตลกจัง” เฉียวเจิ้นเก็บปืน
คงเป็นนัดสุดท้ายที่หัวหน้ายิงทำให้เจ้าพวกนั้นมองผิด มุมยิงโหดเหลือเกิน โหดกว่านัดแรกที่ยิงไปมาก ใครเห็นก็คงเข้าใจว่าไม่ใช่คนๆ เดียว แต่หัวหน้าทำได้
มิน่าอีกฝ่ายถึงได้เข้าใจว่ามีมือสไนเปอร์หลายคน คงไม่มีใครนึกถึงว่ากระสุนที่ถูกยิงออกไปหลายนัดภายในระยะเวลาอันสั้นจะเป็นคนๆ เดียวกันยิงทั้งหมด
“ยังเหลือนัดสุดท้าย พวกเราค่อยลงไปจัดการ ตำแหน่งที่เขาซ่อนอยู่ถ้าฉันยิงจะถูกใบหน้า อันตรายเกินไป” อวี๋หมิงหลางเก็บปืน ขยับท่าทางให้ดี อย่างไรเสียนี่ก็ไม่ใช่การรบจริงๆ หากอีกฝ่ายจะต้องเจ็บตัว เขาทำไม่ได้
“ภารกิจของพวกเราให้จัดการสิบคนไม่ใช่เหรอครับ? พอแล้วหัวหน้า”
ภารกิจของพวกเขาทั้งสองคนคือจัดการศัตรูที่ซ่อนอยู่ในสวนสาธารณะ จากอุปกรณ์ที่เตรียมมา กลุ่มมาตรฐานคือสิบคน เมื่อครู่หัวหน้าก็ยิงไปแล้วสิบ
อวี๋หมิงหลางไม่พูดอะไร หันไปจ้องเฉียวเจิ้นด้วยสีหน้าอำมหิต
เฉียวเจิ้นแอบยกนิ้วกลางให้ในใจ ดู! สีหน้าเอกลักษณ์มาอีกแล้ว!
สีหน้าแบบที่อ่านเกมทุกอย่างออกหมด ไอ้พวกโง่ทั้งหลายเอ๊ย สีหน้าแบบนี้มีแค่คนสนิทของอวี๋หมิงหลางเท่านั้นที่จะได้ ‘เชยชม’ ถูกรังสีอำมหิตโจมตีอีกแล้ว!
ฮือๆๆ ลูกพี่ ไม่ต้องเก่งขนาดนี้ได้ไหม ไม่ต้องเอาเพอร์เฟคนักหรอก อะไรที่มือสังเกตการณ์อย่างผมไม่เห็น ลูกพี่เห็นได้ไง?
เฉียวเจิ้นมือสังเกตการณ์ที่ภายในใจก็แอบมีมุมแบบผู้หญิงซ่อนอยู่ได้เดินตามมือสไนเปอร์ที่แสนเก่งกาจไป ทั้งสองคนกระโดดลงจากตึก แล้วซ่อนตัวภายใต้ความมืดอย่างรวดเร็ว
เสี่ยวเชี่ยนได้ดูการแสดงซ้อมรบ อาหารแมวก็ให้เสร็จแล้ว จึงยืนขึ้นเตรียมกลับบ้าน ทหารคนที่ตายแล้วก็เตรียมกลับไปที่แคมป์
ทันใดนั้นก็มีเงาดำๆ สองเงาวิ่งผ่านเสี่ยวเชี่ยน ผมของเสี่ยวเชี่ยนถูกลมพัดปลิวไปถูกปืนที่อยู่บนหลังของคนๆ นั้น แล้วมือก็รู้สึกเย็นๆ เธอก้มหน้าดู พูดไม่ออก
ตาอวี๋จอมเซ่อ นี่นายมาบังคับเอาพลาสเตอร์ยายัดใส่มือคนอื่นแบบนี้เลยเหรอ?
นี่ขนาดแค่เดินผ่านเธอยังเอามายัดใส่มือได้!
หรือเพราะไม่เห็นเธอแปะพลาสเตอร์ยา ก็เลย...!!
ในใจของเสี่ยวเชี่ยน ใบหน้าที่แสนเย็นชาของอวี๋หมิงหลางได้กลายเป็นพลาสเตอร์ยาเบอร์ใหญ่ ตาคนนี้นี่ดื้อดึงจริง!
ทหารที่ตายแล้วพวกนั้นได้เห็นอวี๋หมิงหลางกับเฉียวเจิ้นตอนที่ทั้งสองคนจัดการทหารคนสุดท้ายที่ซ่อนอยู่ใต้เก้าอี้ไปแล้ว
ควันโขมงลอยขึ้น ตามด้วยเสียงด่ามาอีกระลอก
“สัญลักษณ์ของศูนย์ศูนย์หนึ่ง ฉันบอกแล้วไหมล่ะว่าต้องเป็นฝีมือเจ้าพวกนี้แน่ๆ!”
“ช่างเถอะ ถูกมือฉกาจทั้งหน่วยกำจัดแบบนี้ ก็ถือว่าเก่งแล้วละ”
อวี๋หมิงหลางเก็บปืน “สองคน”
“อะไรนะ?” พวกทหารไม่เข้าใจ
แต่อวี๋หมิงหลางก็ทิ้งไว้เพียงเงาเบื้องหลังเดินจากไปไกล เฉียวเจิ้นกระซิบบอกทหารคนนั้นด้วยความหวังดี “ทีมเรา มีแค่สองคนที่แหละที่มา”
งั้นก็หมายความว่า พวกเขามีสิบเอ็ดคน ถูกล้อมด้วยฝีมือคนสองคน?! เจ็บปวดเกินไปแล้ว!
“ฉันไม่เชื่อ เมื่อกี้ตรงมุมนั้นจะยิงโดนได้ยังไง อีกอย่างภายในเวลาแค่นั้นยิงคนสิบเอ็ดคน ฉันไม่เชื่อหรอก!”
“มีอะไรให้ไม่น่าเชื่อ หัวหน้าเรามือไวชนิดที่ใครเห็นก็ต้องตะลึง มีโอกาสก็มาประลองฝีมือกันได้ ตัวต่อตัวนายสู้เขาไม่ได้หรอก” เฉียวเจิ้นพูดในใจ เมื่อครู่เขาเพิ่งยิงไปสามนัด แต่ทั้งหมดหัวหน้าแม่งเก็บหมดเลย!
คำพูดของเฉียวเจิ้นลอยไปตามลมเข้าหูของเสี่ยวเชี่ยนที่ยังเดินไปไม่ไกล มือไว...
อยู่ๆ ใบหน้าของเธอก็แดงก่ำ มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา อวี๋หมิงหลางไม่ใช่แค่มือไว แรงเอวก็ดีด้วย...บรึ๋ย! คิดอะไรเนี่ย!
เธอยืดตัวเดินไปไกลขึ้นเรื่อยๆ สายลมได้หอบเอาเสียงของทหารพวกนั้นที่พากันสอบถามลอยมา
“มือสไนเปอร์คนเมื่อกี๊ใครกัน” กำจัดคนได้เยอะขนาดนั้นภายในเวลาอันสั้น คงมาจากหน่วยศูนย์ศูนย์หนึ่งเป็นทหารเหมือนกันแต่ทำไมฝีมือต่างกันลิบลับแบบนี้?
เฉียวเจิ้นไม่ตอบพวกเขา รีบเดินตามอวี๋หมิงหลางที่กำลังไปยังจุดภารกิจต่อไป
เสี่ยวเชี่ยนยกมุมปากขึ้น แล้วพูดเบาๆ
“one”
โค้ดเนม one
ชาติที่แล้วเขาเป็นคนบอกเธอเอง ตอนนั้นความสัมพันธ์ของพวกเธอดีมาก อวี๋หมิงหลางเป็นพันโทแล้ว เธอดูละครที่เกี่ยวกับทหารจึงถามด้วยความสงสัยว่า คนอื่นมีโค้ดเนม แล้วเขามีหรือเปล่า?
เขาบอกว่ามี ชื่อ one
หลังจากนั้นเธอก็ซื้อน้ำหอมที่มีชื่เดียวกันมาหลายขวด เธอยังหัวเราะเขาอยู่เลย ว่าเป็นตุ๊ดหรือเปล่า ถึงได้ใช้ชื่อเดียวกับน้ำหอม
แต่เธอนึกไม่ถึงเลยว่า สิ่งที่เธอพูดขึ้นมาเล่นๆ นี้จะมีเบื้องหลังโลดโผนแบบนี้
ที่แท้ตอนที่เขาหนุ่มๆ มีความสามารถโดดเด่นมาก ชื่อนี้หมายถึง ที่หนึ่ง
แต่...เสี่ยวเชี่ยนก้มหน้ามองสิ่งที่เขายัดให้ในมือ สีหน้ากึ่งโกรธกึ่งจนใจ
“เหมือนชาติที่แล้วเปี๊ยบ พลาสเตอร์ยา พอติดเหนียวหนึบก็ไปไหนไม่ได้ จริงๆ เลย”
ดูเหมือนขาจะปวดยิ่งกว่าเดิม เสี่ยวเชี่ยนเดินไปที่ปากถนนแล้วนั่งลงข้างทาง ฉีกพลาสเตอร์ยาปิดที่ข้อเท้า ปากก็พึมพำกับตัวเอง
“ชาติที่แล้วนายทำให้ฉันต้องซื้อน้ำหอมที่ชื่อเดียวกันหลายขวด พลาสเตอร์ยานี่ถือเป็นสิ่งชดเชยแล้วกัน ฉันไม่ได้คิดถึงนายหรอกนะ”
ตัวยาประสิทธิภาพดีมาก ปิดปุ๊บก็รู้สึกร้อนตรงแผลทันที อวี๋หมิงหลาง ต่อไปคงไม่มีโอกาสได้เจอกันแล้วแหละ...มั้ง