แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย: ตอนที่ 14 ไม่หาความรู้ใส่ตัวไม่ได้หรอก ตอนที่ 14
ตอนที่ 14 ไม่หาความรู้ใส่ตัวไม่ได้หรอก
เสี่ยวเชี่ยนกลับถึงบ้าน ภายในบ้านมืดสนิท
ไม่เห็นแม่ คงวิ่งไปร้องไห้คร่ำครวญที่บ้านลุงแล้ว พ่อยังไม่กลับมา คงไปเล่นไพ่นกกระจอกข้ามคืน
น้องชายเฉินจื่อหลงก็ยังไม่กลับ คงกำลังเล่นเกมอยู่ร้านเน็ตอย่างบ้าคลั่ง
มีเพียงแค่ไฟของห้องฉวีเสวี่ยที่สว่างอยู่
ทำลายครอบครัวคนอื่นจนกลายเป็นแบบนี้ ฉวีเสวี่ยยังหน้าด้านนอนหลับสบายอยู่ที่นี่อีก
เสี่ยวเชี่ยนเริ่มใช้ความคิด
ถ้าบุกเข้าไปเอาเก้าอี้ฟาดหรือตะโกนด่ามันจะทำให้ภาพลักษณ์ดูแย่ไปหน่อย เธอไม่มีทางทำ
เธอเกลียดคนที่พอเกิดเรื่องก็ลงไม้ลงมือที่สุด เรื่องที่ใช้สมองจัดการได้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้กำลัง เกลียดนักคนที่เดี๋ยวก็เตะเดี๋ยวก็ต่อยเดี๋ยวก็ฆ่ากัน ไร้สมองสิ้นดี เสี่ยวเชี่ยนคิดพลางเดินขึ้นบันได
ห้องนอนของพ่อแม่ไม่มีคนอยู่ เธอเดินเข้าไป ฟีนอล์ฟทาลีนที่แม่เธอกินแก้ท้องผูกยังมีอยู่หรือเปล่านะ
พอหาฟีนอล์ฟทาลีนเจอเสี่ยวเชี่ยนก็เดินลงบันได มองหาแก้วน้ำของฉวีเสวี่ยอย่างใจเย็น เปิดฝาออก แล้วเอายาใส่ลงไป จากนั้นก็เอานิ้วคนให้เข้ากัน
ฟีนอล์ฟทาลีน คนทั่วไปกินแล้วจะถ่ายท้อง แน่นอนว่านอกจากถ่ายท้องแล้วอาจทำให้สีของปัสสาวะดูแปลกไปด้วย มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น แต่กับบางคนก็ไม่เปลี่ยนสี ยุคสมัยนี้ไม่ขยันหาความรู้ใส่ตัวคงไม่ได้ ความรู้ก็คือพลัง
เธอกลับขึ้นไปชั้นบน ฉวยโอกาสตอนที่ในบ้านไม่มีคนเริ่มค้นหาตามตู้ตามลิ้นชัก
ไม่รู้ว่าพ่อของเธอเอาใบตอบรับเข้ามหาวิทยาลัยไปซ่อนไว้ที่ไหนหรือว่าฉีกทิ้งไปแล้ว
ถึงของสิ่งนี้จะขอใหม่ได้ แต่ขั้นตอนก็ยุ่งยาก หาให้เจอจะดีที่สุด ตอนนี้เหลือเวลาก่อนเปิดเทอมอีกแค่ครึ่งเดือนแล้ว
ถ้าหาไม่เจอเวลาของเธอก็จะมีจำกัด เข้าไปที่มหาวิทยาลัยเพื่อจัดการขั้นตอนต่างๆ ล้วนต้องใช้เวลา
ค้นไปค้นมาก็ยังหาไม่เจอ เสี่ยวเชี่ยนนั่งลงบนเตียงของพ่อแม่ นึกถึงพ่อที่อาจฉวยโอกาสตอนที่แม่ออกไปเม้าท์กับคนอื่นเรียกฉวีเสวี่ยเข้ามาทำกิจกรรมอย่างว่าแล้วก็รู้สึกขยะแขยง
อยากล้างมือขึ้นมาอีกแล้ว เสี่ยวเชี่ยนลุกขึ้นยืน นึกขึ้นได้ว่าตรงอ่างล้างมือไม่มีสบู่แล้วจึงเปิดตู้เสื้อผ้าออก เธอจำได้ว่าแม่ชอบเอาสบู่ใหม่ๆ มาไว้ในตู้จะได้หอมๆ
มีสบู่ยี่ห้อสามยิ้มที่เป็นกลิ่นดอกไม้กับผลไม้ ก้อนละหนึ่งหยวน กลิ่นแรงมาก คงใส่หัวเชื้อน้ำหอมไม่น้อย แต่พอใช้ไปสักพักก็ไม่มีกลิ่น แม่ของเธอชอบกลิ่นนี้มาก เอาไปใส่ไว้ในตู้เสื้อผ้าทุกตู้ พอเปิดก็จะมีกลิ่นนี้
เปิดตู้ออก คุ้ยลงไปล่างสุดก็เจอกล่องสบู่ กล่องสบู่อันนี้ใหญ่มาก ชนิดที่ใส่ได้สองก้อน นี่เป็นของที่เฉินหลินบังคับให้พนักงานแถมให้ตอนที่ไปซื้อของเข้าร้าน
เสี่ยวเชี่ยนเปิดกล่องเตรียมจะหยิบสบู่ แต่แล้วก็บังเอิญเห็นกระดาษแผ่นหนึ่ง
พอกางออก เธอก็ดีใจมาก
เจอแล้ว ไม่เสียแรง!
นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าพ่อเธอจะเอาใบตอบรับเข้ามหาวิทยาลัยซ่อนไว้ในที่แบบนี้
หาเจอแล้ว ต่อไปก็ต้องหาบัตรประชาชนกับทะเบียนบ้าน เธอจำได้ว่าแม่เอาเอกสารพวกนี้เก็บไว้ในกล่องรองเท้าที่วางอยู่หลังตู้ แอบหยิบออกมา พรุ่งนี้เอาไปถ่ายเอกสารค่อยเอากลับมาวางคืนเป็นพอ
พอได้ทุกอย่างแล้วเสี่ยวเชี่ยนก็หยิบของเดินออก แต่พอหันตัวไปก็ต้องตกใจ
ผู้ชายไว้ผมรองทรง หน้าม้าย้อมสีทองยืนอยู่ตรงปากประตู มองเสี่ยวเชี่ยนด้วยสายตาจับผิด
“เฉินเสี่ยวเชี่ยน! ขโมยเงินพ่อเหรอ?”
นี่คือเฉินจื่อหลงลูกชายที่เอาแต่เที่ยวเตร่ของตระกูลเฉิน ถึงแม้พ่อกับแม่จะหวังให้เขากลายเป็นมังกร แต่แม้แต่ไส้เดือนก็ยังเป็นไม่ได้เลย
เสี่ยวเชี่ยนตกใจมาก แต่ก็ได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว รีบเดินเข้าไป “คิดว่าฉันเป็นแกเหรอ?”
ไอ้เด็กเวร หนีเรียน เอาแต่เล่นเกมคอมพิวเตอร์ ชอบขโมยเงินพ่อแม่ไปเล่นเน็ต อยู่โรงเรียนเป็นอันธพาล ไปเข้าแก๊งค์กับพวกนักเลงข้างนอก สมองคิดแต่เรื่องใช้กำลัง ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันชอบก่อเรื่องไปเรื่อย สรุปก็คือ เด็กเลวตัวอย่าง
เสี่ยวเชี่ยนเกลียดน้องชายตัวเอง
ไม่ใช่แค่เพราะเด็กคนนี้ทำตัวไม่ดี สาเหตุที่ใหญ่กว่าก็คือ พ่อแม่เอาความรัก ความผูกพันทั้งหมดไปให้ลูกชายเพียงคนเดียว ถึงขนาดที่ยอมเอาใบตอบรับเข้ามหาวิทยาลัยของเธอไปซ่อนเพื่อที่จะได้มีเงินเก็บไว้ส่งลูกชายเรียนมหาวิทยาลัย
แต่เด็กคนนี้สอบเข้ามอปลายไม่ได้ต้องพักการเรียน อีกทั้งยังไปก่อเรื่องข้างนอกทำขาชาวบ้านหัก ทางนั้นบังคับให้ชดใช้เงิน เฉินหลินไม่มีก็เลยไปเอาที่เสี่ยวเชี่ยน แต่เสี่ยวเชี่ยนพบว่าหนีเจี้ยนเหรินเป็นพวกรักร่วมเพศก็เลยจะหย่า เฉินหลินอยากได้เงินไปให้ลูกชาย เป็นตายก็ไม่ยอมให้หย่า
จริงๆ แล้วมาคิดดู คนอย่างเฉินจื่อหลง ถึงจะทำตัวแย่ แต่ก็เหมือนจะไม่ได้ทำอะไรกับเธอไว้โดยตรง แต่เสี่ยวเชี่ยนกลับเกลียดเขาเข้ากระดูกดำ
ชาติที่แล้วน้องชายของเธอชีวิตย่ำแย่ เธอได้ให้น้องชายมาขับรถให้ โดยให้เงินเดือนถึงหลักพัน แค่นี้น้องเธอก็ดีใจจนกระดิกหางไม่หยุดแล้ว เธอชอบที่จะเหยียบย่ำน้องชาย อีกทั้งยังชอบให้พูดขอบคุณเธอ
พอเห็นพี่สาวไม่สนใจตัวเอง เฉินจื่อหลงก็จับแขนเธอ
“พี่ ขอผมห้าหยวนสิ ผมไม่มีตังค์ซื้อแบบฝึกหัด”
“เอาเงินไปลงกับร้านเน็ตหมดแล้วล่ะสิ?”
เด็กคนนี้ขยันเรียนก็ประหลาดแล้ว
ถูกเสี่ยวเชี่ยนรู้ทัน เฉินจื่อหลงจึงหลบตา
“ไปที่ห้องฉัน เดี๋ยวเอาให้”
“ขอบคุณนะพี่!”
เสี่ยวเชี่ยนแคะเหรียญออกจากระปุกออมสินให้น้องชาย ถือเป็นค่าปิดปาก พ่อกับแม่จะได้ไม่สงสัยเรื่องที่เธอไปเอาทะเบียนบ้านมา
เฉินจื่อหลงเก็บเงินเดินออกจากห้องเตรียมไปร้านเน็ตต่อ เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้
“พี่ ผมเห็นพี่เขยเข้าโรงแรมปินไห่ไปกับผู้ชายอีกคนด้วย เขาไปเล่นไพ่นกกระจอกข้ามคืนกันเหรอ?”
ร้านเน็ตอยู่ตรงข้ามโรงแรม
เสี่ยวเชี่ยนดันแว่นตา “เจ้าโง่ ใครบอกแกว่าเข้าโรงแรมต้องไปเล่นไพ่นกกระจอก?”
“ผู้ชายสองคนเข้าโรงแรม ไม่เล่นไพ่นกกระจอกแล้วจะทำอะไรได้อีก?” อย่างไรเสียเฉินจื่อหลงก็เพิ่งจะสิบสอง ถึงจะเคยแอบดูหนังโป๊ของพ่อกับแม่บ้างก็ตาม แต่นั่นก็เป็นแค่ชายกับหญิง
รักแบบชายชาย ดูจะรสจัดไปหน่อย
“ผู้ชายสองคนเข้าโรงแรม นอกจากเล่นไพ่นกกระจอก ก็ยังมีไปเก็บสบู่...”
ขอบคุณน้องชายจอมเกเรที่ให้ข้อมูลนี้กับเธอ มันจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับค่าเทอมของเธอในอนาคต
“อะไรนะ?” เฉินจื่อหลงไม่เข้าใจสิ่งที่พี่สาวพูด รู้สึกว่าวันนี้พี่สาวดูแตกต่างจากปกติ แววตาที่อยู่หลังแว่นดูเปล่งประกายเป็นพิเศษ ให้ความรู้สึกขนลุก
“อยู่ข้ามคืนเดี๋ยวแกคงจะหิวพี่ให้เพิ่มอีกสองหยวน แกเล่นเน็ตเสร็จก็ไปซื้อแป้งทอดกินเอานะ” เสี่ยวเชี่ยนแงะเงินออกมาจากกระปุกเพิ่ม
เฉินจื่อหลงถลึงตาจ้องพี่สาวตัวเอง “พี่ พี่ไม่เป็นไรใช่ไหมเนี่ย?”
นี่ไม่ใช่พี่สาวคนปกติ! ทำไมอยู่ๆ ใจดีขนาดนี้?
“ยังไม่ไปอีก? เดี๋ยวพ่อแม่ก็กลับมาแล้ว แกโดนตีแน่!”
การทำลายคนๆ หนึ่งมักจะเริ่มจากการให้ความรักมากเกินไป รักแบบไม่ลืมหูลืมตาจะทำลายชีวิตคน เสี่ยวเชี่ยนยืนยิ้มอยู่ตรงหน้าต่าง มองน้องชายรีบวิ่งไปร้านเน็ต
ลองนับเวลาดู คนเลวนั่นคงกำลังอยู่กับคู่ขา เปิดดู ‘เซอร์ไพรส์’ ที่เธอให้แล้วแหละมั้ง?
หวังว่า…พวกเขาจะชอบนะ