แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย: ตอนที่ 15 อาหารพิเศษที่เสี่ยวเชี่ยนจัดให้ ตอนที่ 15
ตอนที่ 15 อาหารพิเศษที่เสี่ยวเชี่ยนจัดให้
ค่ำคืนที่เงียบสงบ เสี่ยวเชี่ยนนอนอยู่บนเตียงตัวเองหลังจากที่ได้มาเกิดใหม่ ในมือถือใบตอบรับเข้ามหาวิทยาลัยที่ชาติก่อนทำเธอแค้นตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ ใจเธอแน่นิ่ง สงบผิดปกติ
ไม่มีอะไรน่าดีใจ
กระดาษบางๆ ใบนี้ใบเดียวเปลี่ยนชะตาเธอทั้งชีวิต แทบจะกลายเป็นสิ่งเดียวที่ติดค้างอยู่ในใจ
หนังสือตอบรับเข้ามหาวิทยาลัยที่มีตราประทับสีแดงสดไม่ได้ทำให้เสี่ยวเชี่ยนดีใจเท่าไร
ชาติที่แล้วเธอมีเกียรติประวัติมากมาย แต่เมื่อยืนอยู่บนจุดสูงสุดกลับต้องสูญเสียคนที่รักที่สุด เกียรติยศอันทรงคุณค่าแค่ไหนก็ไม่อาจส่องเข้าไปในหัวใจของเธอได้
หากเป็นเวลาเดียวกับชาติที่แล้ว ตอนนี้ตัวเธอน่าจะทำอะไรอยู่นะ
ร้องไห้
เธอกำลังร้องไห้
เพราะออกไปเจอกับหนีเจี้ยนเหรินมา คุยกันไม่รู้เรื่อง ถูกคนชั้นต่ำนั่นพูดจาเสียดสี ตอนที่ออกไปกินข้าวกัน เขาเคยพูดจาดูถูกหาว่าเธอไม่มีการศึกษา
ชาติที่แล้วเสี่ยวเชี่ยนเป็นนักเรียนเรียนดีมาสิบกว่าปี ก่อนที่จะแต่งงาน การเรียนเป็นทุกสิ่งสำหรับเธอ แต่อยู่ๆ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เธอใช้การร้องไห้เป็นการแสดงออกถึงความผิดหวังของตัวเอง
แต่ร้องแล้วช่วยแก้ปัญหาได้งั้นเหรอ
ดูจากเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น การร้องไห้คือสิ่งที่ไร้ประโยชน์ที่สุดในโลก
มันแสดงถึงความอ่อนแอ แสดงออกว่าทำอะไรโลกนี้ไม่ได้เลย ตอนนี้เธอชอบที่จะทำให้คนอื่นทำอะไรไม่ถูก ทำให้คนอื่นร้องไห้มากกว่า
ในเมื่อได้ใบตอบรับเข้ามหาวิทยาลัยมาแล้ว ขั้นต่อไปก็คือไปเอาค่าเทอมกับคนเลวนั่น
เวลานี้คงกำลังอยู่กับคู่ขา ปั่มปั๊มกันก่อน แล้วก็กินๆๆ สุดท้ายก็สนุกกันต่อ
เพียงแต่ไม่รู้ว่า หลังจากที่พวกเขาเห็นอาหารที่เธอเตรียมให้โดยเฉพาะแล้วยังจะสนุกกันได้ต่อหรือเปล่า
หนีเจี้ยนเหรินถือกล่องอาหารด้วยอารมณ์โกรธจัดไปจนถึงโรงแรมที่นัดกับหลี่เจิ้นเอาไว้
“ที่รัก เธอไม่รู้หรอกว่ายัยกันชนที่พวกเราเลือกกันวันนี้ทำงามหน้าแค่ไหน ตอนแรกก็ทำเอาซะฉันเกือบจะโดนคนบ้าไล่ตี ต่อมาก็กล้าไปกินข้าวในโรงแรมปินไห่จนฉันต้องไปหา เกินไปจริงๆ!”
หนีเจี้ยนเหรินกรีดกรายนิ้ว นั่งซบหลี่เจิ้นบนเตียง แล้วเล่าเรื่องในวันนี้ให้ฟัง หลี่เจิ้นก็พูดปลอบ
“เบบี๋ อย่าไปโกรธผู้หญิงแบบนั้นเลยนะ รอแต่งเข้าบ้านก่อน คุณอยากจะตบอยากจะด่ายังไงก็ได้ ยังไงเขาก็เป็นแค่เครื่องมือที่ช่วยเราปกปิดคนที่บ้าน อีกหน่อยผมก็ต้องแต่งกับคนที่ที่บ้านหาให้เหมือนกัน แต่ในใจของผมมีแค่คุณเท่านั้น”
“ตัวเองก็” หนีเจี้ยนเหรินชอบให้หลี่เจิ้นร้ายนิดๆ เขาใช้มือผลักหลี่เจิ้น
ทั้งสองคนคุยกันอยู่สักพัก หนีเจี้ยนเหรินก็เกิดอารมณ์ ยั่วยวนหลี่เจิ้น ใช้สายตาส่งสัญญาณไม่หยุด
แต่หลี่เจิ้นกลับรู้สึกหิว
“คุณเอาของกินมาด้วยไม่ใช่เหรอ รอกินเสร็จพวกเราค่อย...พรุ่งนี้หยุด เวลาเยอะแยะ!”
ทั้งสองคนส่งสายตาสื่อสารกัน เปิดกล่องอาหารอย่างอารมณ์ดี สิ่งที่อยู่ภายในทำให้ทั้งสองคนอึ้ง
ภายในกล่องอาหารที่เสี่ยวเชี่ยนตั้งใจเอาให้หนีเจี้ยนเหริน กล่องแรกเปิดออกมาเป็นปลาทอดราดซอส
เนื้อปลาที่ทอดเป็นรูปดอกเบญจมาศ ราดด้วยน้ำซอสสีแดงขาว ตรงกลางดอกเบญจมาศมีหัวแครอทปักอยู่!
วินาทีที่เปิดกล่อง รูปร่างลักษณะนี้ ทำเอาหลี่เจิ้นนิ่งอึ้ง ในฐานะที่ตัวเองเป็นรุก ภาพนี้มัน...
ถ้ามีแค่ปลาทอดรูปดอกเบญจมาศยังไม่เท่าไร แต่หัวแครอทนั่น รวมถึงน้ำซอสที่อยู่รอบๆ แครอทอีก มันช่าง...
“ที่รัก มีอะไรเหรอ?” หนีเจี้ยนเหรินไม่เข้าใจว่าทำไมสีหน้าหลี่เจิ้นดูแปลกไป
คนที่อยู่ตำแหน่งรุกรับต่างกัน มุมมองที่มองโลกก็ไม่เหมือนกัน ในสายตาของหนีเจี้ยนเหริน นี่ก็แค่อาหารที่รูปร่างประหลาด แต่หลี่เจิ้นมองว่า มันค่อนข้าง...สยึมกึ๋ยไปหน่อย
“ยัยกันชนคนนี้รสนิยมแย่จริง สั่งอาหารอะไรมาเนี่ย ปลาราดซอสแดงๆ ขาวๆ แล้วหัวแครอทนี่มายังไง?”
หนีเจี้ยนเหรินเอานิ้วจิ้มซอสสีขาวชิม เหมือนซอสที่ทำจากนม ให้ความรู้สึกสะอิดสะเอียน
หลี่เจิ้นเห็นท่าทางของหนีเจี้ยนเหรินก็กลืนน้ำลาย เสียวสันหลังวาบ
“ผู้หญิงที่คุณจะแต่งด้วยคนนั้นเป็นใครกัน” อาหารนี้มันพิลึกมาก
“ก็เป็นเด็กสาวบ้านนอกคนหนึ่ง พ่อหล่อนโลภมาก พอได้ยินว่าบ้านฉันจะให้สินสอดห้าหมื่นก็ตอบตกลงแต่งด้วยทันที เพิ่งจะเรียนจบมอปลาย ไม่ได้ฉลาดอะไร ก็แค่ชอบหาเรื่องใช้เงินไปวันๆ น่ารังเกียจ”
หนีเจี้ยนเหรินเปิดอาหารกล่องที่สอง แล้วผลักออกอย่างขยะแขยง
“ยัยผู้หญิงบ้านนอกคนนี้ไร้สมองจริง สั่งอาหารอะไรมาเนี่ย ฉันเกลียดไส้หมูที่สุดเลย!”
หลี่เจิ้นเห็นอาหารอย่างที่สองเหงื่อก็แตกพลั่ก
ไส้อ่อนอยู่ในไส้ใหญ่ ปลายด้านหนึ่งของไส้อ่อนโผล่ออกมา ข้างๆ มีไข่ที่ถูกผ่าแบ่งเป็นสองซีก ดูแล้ว...เอิ่ม!!!
ลักษณะนี้มัน...พิสดารไม่ต่างจากปลาดอกเบญจมาศเมื่อกี๊เลย!
“เขาไม่รู้เรื่องของพวกเราจริงๆ เหรอ?” หลี่เจิ้นหมดความอยากอาหารเพราะกับข้าวสองอย่างนี้ หัวใจตุ้มๆ ต่อมๆ
เขากับหนีเจี้ยนเหรินเป็นพนักงานบริษัทที่มีความมั่นคง ครอบครัวก็ค่อนข้างมีภูมิหลังดี เรื่องของพวกเขาสองคนต้องเก็บเป็นความลับ แต่อาหารสองอย่างนี้ทำให้หลี่เจิ้นใจคอไม่ดี
“หล่อนเป็นแค่เด็กมัธยมที่เพิ่งจบ ได้ยินว่าสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ติด ผู้หญิงแบบนี้ใสๆ ไร้เดียงสา แหวะ ไข่โคตรไม่อร่อย” หนีเจี้ยนเหรินหยิบไข่ใส่ปากกิน
หลี่เจิ้นเห็นท่าทางหนีเจี้ยนเหรินกินไข่แล้วก็ก้มหน้ามองของตัวเอง...กลืนน้ำลายไปอึกใหญ่
หนีเจี้ยนเหรินโผเข้าไปในอ้อมอกของหลี่เจิ้น
“ช่างเถอะไม่กินแล้ว ที่รัก เรามาเริ่มกันเถอะ~”
หลี่เจิ้นมองปลารูปดอกเบญจมาศที่ราดด้วยน้ำซอสประหลาด ขาวๆ แดงๆ แล้วมองหนีเจี้ยนเหรินที่กินไข่ต้มไปครึ่งฟองกำลังทำท่ายั่วยวนแล้วก็หมดอารมณ์
“ช่างเถอะ วันอื่นแล้วกัน” อาหารพิสดารสองอย่างนี้วางอยู่บนโต๊ะ ถ้าเห็นแล้วยังมีอารมณ์ก็บ้าแล้ว
ส่วนเสี่ยวเชี่ยนที่นอนมองดูดาวอยู่ห้องใต้หลังคา ก็ยิ้มอย่างเยือกเย็น แล้วพึมพำบางอย่างเบาๆ
“การชี้นำผ่านการมองเห็น หมายถึงช่องทางในการรับสารไม่ได้มีแค่ช่องทางเดียว มีทั้งการมองเห็น การฟัง การจินตนาการ เป็นต้น ระบบประสาทของมนุษย์นั้น ‘โง่’ มาก ในขณะที่ลูกตามองเห็นสิ่งหนึ่ง มันจะทำให้มีปฏิกิริยาตอบสนอง จากประสบการณ์ในการเป็นจิตแพทย์มาหลายปีของฉันพิสูจน์ได้ว่า การรับสารเชิงบวกสามารถทำให้คนประสบความสำเร็จ แต่การรับสารเชิงลบจะเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จ
เสี่ยวเชี่ยนดันแว่น “อะไรที่ฉันชำนาญไม่มีทางพลาด ภายใต้สถานการณ์ที่มีความพิเศษ สร้างจินตภาพให้กับบุคคลเฉพาะกลุ่ม คงได้ผลดีไม่น้อย”
ความชำนาญของหมอสามารถช่วยคนได้ ในทางกลับกันก็สามารถทำร้ายคนได้อย่างสบาย
หนีเจี้ยนเหริน นี่เป็นแค่การเริ่มต้น พวกเราค่อยเป็นค่อยไปนะ
พระจันทร์สุกสว่างจนบดบังดวงดาว เสียงจักจั่นเรไร เธอหลับตา นอนเถอะ พรุ่งนี้ยังมีเรื่องสนุกรอเธออยู่
กลิ่นหอมของยาลอยมาจากข้อเท้า ทำให้เธอฝันถึงผู้ชายที่กอดศพเธอร้องไห้อย่างทุกข์ทรมาน
เสี่ยวเชี่ยน ผมตามหาคุณมาตั้งหลายปี ทำไมก็ยังช้าไปก้าวเดียว!
ชาตินี้ ไม่ได้สายเกินไป แต่ฉันรู้สึกด้านชากับผู้ชายไปแล้ว...
ความฝันอันโหดร้าย