แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย

แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย: ตอนที่ 19 เราทุกคนล้วนมีเด็กที่มีบาดแผลอยู่ในจิตใจ ตอนที่ 19

#19ตอนที่ 19 เราทุกคนล้วนมีเด็กที่มีบาดแผลอยู่ในจิตใจ

ตอนที่ 19 เราทุกคนล้วนมีเด็กที่มีบาดแผลอยู่ในจิตใจ

ผู้ปกครองหลายครอบครัวสอนเด็กให้เคารพผู้อาวุโส แต่พอพูดเสร็จ ตัวเองก็ไม่เคารพผู้อาวุโส ทุกอย่างล้วนอยู่ในสายตาเด็ก และสิ่งเหล่านี้ก่อเกิดเป็นค่านิยม

พอเห็นอาจารย์ที่ปรึกษาทำสิ่งที่ขัดต่อคำพูดของตัวเอง รวมถึงเหตุการณ์ที่ได้เห็นเด็กถูกตีที่ตลาด พ่อที่ใช้วาจาหยาบคายบีบบังคับลูก เสี่ยวเชี่ยนก็คาดเดาถึงอนาคตของเด็กคนนี้ได้

“ถ้าครูไม่พบวิธีรักษาที่ถูกต้อง ลูกสาวของครูจะเป็นยังไงต่อไปครูรู้ไหม”

“โจร...” อาจารย์พูดพึมพำ

“โรคชอบลักขโมย หากอาการหนักมากจะกลายเป็นโรคจิตเภท ผลที่ตามมาคือมีความผิดปกติทางความคิด มีความคิดและการรับรู้ไม่ตรงกับความเป็นจริง หรือที่พวกเราเรียกกันว่าโรคจิต”

พอเสี่ยวเชี่ยนพูดคำว่าโรคจิตออกไป อาจารย์ก็ร้องไห้พลางส่ายหน้า

“ไม่มีทาง ไม่มีทางแน่นอน พวกเราจะสอนเขาให้ดี ตอนนี้เขายังเด็ก พอโตไปรู้เรื่องก็จะดีขึ้นเอง”

“ผู้ปกครองหลายคนมักจะพูดว่าโตไปเดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง วิธีนี้เท่ากับเป็นการทำร้ายตัวเอง ครูรู้หรือเปล่าว่าร่างกายของมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปตามอายุ แต่จิตใจของเด็กคนนั้นอาจหยุดอยู่แค่ช่วงเวลาที่ได้รับบาดแผล ถ้าไม่จัดการให้ดีอาจติดตัวไปตลอดชีวิต”

เป็นจิตแพทย์มาทั้งชีวิต เสี่ยวเชี่ยนเห็นตัวอย่างแบบนี้มาเยอะเหลือเกิน

ถึงแม้แต่ละคนจะมีวิถีการเจริญเติบโตรวมถึงความสามารถในการแบกรับทางจิตใจไม่เหมือนกัน แต่ฆาตกรทุกคน หากมีการสืบหาข้อเท็จจริงในเชิงลึก จะต้องพบกับคนที่มีบาดแผลในวัยเด็กแน่นอน

เนื่องจากได้รับการกระทบกระเทือนทางจิตใจในวัยเด็ก ทำให้เติบโตอย่างผิดปกติ ร่างกายโตแล้ว แต่สภาพจิตใจยังหยุดอยู่ที่วัยเด็กในช่วงเวลาที่เลวร้าย ภายนอกดูเป็นผู้ใหญ่ แต่จิตใจกลับผิดปกติ

เสี่ยวเชี่ยนคิดว่า การที่ตอนนี้เธอมีนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นก็เพราะได้รับบาดแผลทางจิตใจมาหลายครั้ง อาจแค่เพราะความฉลาดทางอารมณ์ของเธอไม่ต่ำ ไอคิวสูง ดังนั้นจึงยังควบคุมตัวเองได้ ถึงแม้วิธีที่ใช้จะโหดร้าย แต่ก็ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของไอคิวกับอีคิว ทำให้เธอไม่ไปทำร้ายคนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย

แต่คนอื่นจะมีอีคิวกับไอคิวแบบเสี่ยวเชี่ยนเหรอ?

“พวกเราจะสั่งสอนเขาให้ดี หยาหย่าจะไม่กลายเป็นอย่างที่เธอพูด!”

“วิธีที่พวกคุณคิดว่าถูกจริงๆ แล้วมันน่าตลกสิ้นดี เด็กน่ะถ้าเป็นโรคทางจิตใจก็เพราะสัมผัสไม่ได้ถึงความรักทั้งนั้น จิตใจของเขามีบาดแผล ถ้าครูไม่เยียวยา แล้วยังใช้ความรุนแรงกดดันอีก บาดแผลนั้นก็จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ อาการของเธอก็จะยิ่งเลวร้ายลง”

“ไร้สาระ พูดจาเพ้อเจ้อ!”

“อาการของลูกครูจะแบ่งออกเป็นหลายระยะ ตอนนี้อยู่ในระยะเริ่มต้น หากอาการเลวร้ายลงเรื่อยๆ เขาจะอ่อนแอทางความคิด การบีบบังคับของพวกคุณจะทำให้เขากลายเป็นคนชอบใช้ความรุนแรงเพื่อต่อต้าน หรืออาจทำร้ายตัวเองก็เป็นได้ พอถึงระยะสุดท้าย ก็จะมีอาการของโรคจิตเภท มีความคิดที่ผิดเพี้ยน ถึงตอนนั้นต่อให้ครูพาไปหาจิตแพทย์ก็ไร้ประโยชน์แล้ว ต้องไปที่แผนกประสาทแทน”

เสี่ยวเชี่ยนเดินออกจากที่นั่น อาจารย์ที่ปรึกษาเอามือปิดหน้า ร้องไห้เสียงดัง

ภายในห้องที่ไม่มีใครสักคน มีเพียงคำว่าคุณธรรมที่ขาดเป็นรูมองเห็นทุกอย่าง

เสี่ยวเชี่ยนเดินในโรงเรียนที่ไม่มีคน อยู่ๆ ก็รู้สึกอยากล้างมือ

เธอใช้แรงถูกมืออย่างหนัก

เธอใจอ่อนจนได้

เธอสามารถไปฟ้องร้องทำลายชีวิตครูคนนั้นได้ แต่ถ้าทำแบบนั้น เด็กที่เป็นโรคชอบลักขโมยคนนั้นก็จะหมดอนาคตทันที ภาพลักษณ์ของแม่หากสูญเสียไป จิตใจของเด็กก็จะสะสมบาดแผลไปเรื่อยๆ พอถึงตอนนั้นก็หมดทางเยียวยา หากไม่เป็นบ้าอาการก็คงหนักขึ้น

สั่งให้อาจารย์คัดตำราสั่งสอนลูกไประยะหนึ่ง แล้วให้เอาลูกไว้ข้างตัว การอยู่ด้วยกันจะช่วยชดเชยความรู้สึกที่หายไปของเด็กได้บ้าง ถึงแม้ทำแบบนี้จะไม่สามารถรักษาโรคชอบลักขโมยได้หายขาด แต่ก็เป็นการปูทางให้กับการรักษาโดยจิตแพทย์ในภายภาคหน้า

ขอแค่อาจารย์ยอมพาลูกไปรักษา เด็กคนนี้ก็มีทางหาย

ลมหมุนเล็กๆ เกิดขึ้นในโรงเรียนอีกแล้ว

มีผีจริงๆ เหรอ ถ้ามีจริง เธอหวังว่าเสี่ยวเหวยจะมาหาเธอ

เสี่ยวเหวยจ๋า นับตั้งแต่ลูกจากไป เด็กคนที่มีบาดแผลคนนั้นในจิตใจของแม่ก็ได้แต่ร้องไห้คิดถึงลูก แต่ทำไมเราถึงไม่ได้เจอกันนะ บาดแผลที่อยู่ในใจใครจะมาเยียวยา

“การทำบุญสะสมความดีไม่ได้ทำให้เธอได้ในสิ่งที่ต้องการ ฉันทำตัวเป็นผู้หญิงร้ายๆ ต่อไปดีกว่า ผู้หญิงดีๆ น่าสงสารแบบนี้ไม่มีทางได้เห็นอีกต่อไปแล้ว”

เสี่ยวเชี่ยนพูดเสียงเบา น้ำตาไหลอาบแก้ม ลมหมุนพัดผ่านไป

หลังจากที่ออกจากโรงเรียนแล้วเสี่ยวเชี่ยนก็เดินตามถนนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งน้ำตาบนใบหน้าแห้งหายไป เธอเห็นร้านเคเอฟซีจึงเข้าไปล้างมืออยู่ห้านาที ล้างจนพนักงานเหล่มอง เธอถึงได้ปรับสีหน้าให้เย็นชาเหมือนเดิม

เธอต้องไปจัดการธุระต่อ

สิ่งที่วางอยู่ข้างเอกสารของเธอนอกจากจะมีเครื่องเล่นเสียงแบบพกพาแล้วยังมีกล้องถ่ายรูป

กล้องอันนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้เธอได้ค่าเล่าเรียน

เสี่ยวเชี่ยนไปยังโรงแรมที่น้องชายบอก เธอไปนั่งอยู่ในร้านขายน้ำที่อยู่ตรงข้ามโรงแรม

เธอสั่งชาดอกเก๊กฮวยมาหนึ่งกา เสี่ยวเชี่ยนนั่งหลังตรงมองไปนอกหน้าต่างเงียบๆ

พนักงานเห็นแบบนั้นก็เข้ามาถามเธอหลายครั้ง

“น้องมีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่าคะ อยากเล่าให้พี่ฟังไหม พี่พอจะเป็นที่ปรึกษาได้นะ”

พนักงานเป็นผู้หญิงวัยสี่สิบกว่า มีรอยยิ้มที่อ่อนโยน พอเห็นเสี่ยวเชี่ยนเอาแต่นั่งนิ่งอยู่แบบนั้นก็กลัวว่าจะมีเรื่องที่คิดไม่ตกเลยเดินมาถาม

เสี่ยวเชี่ยนหันไปยิ้มให้ “ขอบคุณค่ะ หนูไม่เป็นไรค่ะ”

ทันใดนั้นเสี่ยวเชี่ยนก็เห็นรถคิวคิวสีแดงถูกขับเข้ามา เธอลุกขึ้นยืนแล้วควักเงินยี่สิบหยวนวางบนโต๊ะ

พนักงานกำลังจะทอนเงินให้แต่เสี่ยวเชี่ยนก็ออกไปข้างนอกแล้ว

“น้องคะเงินทอนค่ะ!”

“ไม่ต้องแล้วค่ะ” คนแปลกหน้าที่มีรอยยิ้มอย่างเป็นห่วงให้เธอ สำหรับเสี่ยวเชี่ยนแล้วให้ทิปหน่อยก็ไม่เป็นไร

เดี๋ยวเธอก็จะมีเงินแล้ว ไอ้หน้าโง่ที่ขับรถคิวคิวนั่นจะให้เงินเธอเอง

เสี่ยวเชี่ยนออกจากร้านไปแล้ว พนักงานไล่ตามไปยัดเงินทอนห้าหยวนให้เธอ

“ครั้งหน้ามาอุดหนุนอีกก็พอแล้วจ้ะ” ส่งรอยยิ้มอย่างอ่อนโยนมาอีกแล้ว

เสี่ยวเชี่ยนอึ้ง ชาติก่อนเธอชินกับการให้ทิป ที่พี่สาวคนนี้พูดแบบนี้เธอรู้สึกไม่ชินเท่าไร แต่ก็พยักหน้าแล้วยิ้มกลับ

คนจิตใจดีมอบความอบอุ่นเล็กๆ มาให้ ไม่คิดอยากได้สิ่งตอบแทน ขยะอย่างหนีเจี้ยนเหรินต่อให้ทำร้ายคนอื่นก็ไม่คิดว่าตัวเองทำอะไรผิด นี่สินะข้อแตกต่าง

หลังจากที่เสี่ยวเชี่ยนออกไป หนีเจี้ยนเหรินก็เข้าโรงแรมไปแล้ว เสี่ยวเชี่ยนนั่งลงข้างล้อรถของหนีเจี้ยนเหริน ฉวยโอกาสที่ไม่มีคนสนใจเปิดจุดเติมลมล้อรถออก แล้วใช้ไม้จิ้มฟันที่เพิ่งไปขอมาสอดลงไป

เสียงฟิ้วดังออกมา เสี่ยวเชี่ยนพยักหน้าอย่างพอใจ

ดูเหมือนเธอจะชินกับสถานะตัวเองตัวเองเสียแล้ว อยู่ในสภาพแบบไหนต้องทำเรื่องแบบไหน ถ้าเป็นบอสสาวที่ร่ำรวยแบบในชาติที่แล้ว เธอจะต้องมาปล่อยลมรถของคนชั้นต่ำทำไม

ถ้าเป็นปกติก็คงให้คนเอารถไปชน ว่างๆ ก็ให้คนไล่ตามหาเรื่อง มีเงินก็เล่นอีกแบบ ไม่มีเงินก็มีวิธีสนุกเหมือนกัน

เสี่ยวเชี่ยนคิดว่าไม่มีใครเห็น แต่พอเธอปล่อยลมเสร็จ ลุกขึ้นเดินเข้าไปในโรงแรม ตรงริมหน้าต่างชั้นสองของร้านอาหารข้างโรงแรม ดวงตาคมกริบคู่หนึ่งเห็นการกระทำของเธอทุกอย่าง

“หัวหน้า เนื้อสุกแล้ว ถ้ายังไม่กินอีกเดี๋ยวโดนลูกน้องแย่งหมดนะ”

อวี๋หมิงหลางลุกขึ้นเดินไปข้างนอก

“มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง พวกนายกินไปเถอะ”

devc-f78f2e12-33002แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย: ตอนที่ 19 เราทุกคนล้วนมีเด็กที่มีบาดแผลอยู่ในจิตใจ ตอนที่ 19