แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย: ตอนที่ 20 ไม่หวั่นไหว อยากหัวเราะมากกว่า ตอนที่ 20
ตอนที่ 20 ไม่หวั่นไหว อยากหัวเราะมากกว่า
พอปล่อยลมล้อรถเสร็จ เสี่ยวเชี่ยนก็เดินเข้าไปในโรงแรม หยิบบัตรประชาชนออกมา
“คุณหนีเจี้ยนเหรินคนเมื่อครู่เป็นพี่ชายฉันเอง ฉันเอาของมาให้เขาค่ะ” มืออีกข้างก็ยกถุงขึ้นมา
ตอนที่เธอหยิบบัตรประชาชนออกมา นิ้วได้ไปบังตรงแซ่พอดี
เวลานี้ต้องทำตัวให้ดูเป็นธรรมชาติ ใจเย็นเข้าไว้ อย่าบุ่มบ่ามบุกเข้าไป เอาบัตรประชาชนออกมาแสดงตน อีกฝ่ายจะได้ไม่สงสัย
พนักงานโรงแรมพอเห็นเธอเอาบัตรประชาชนออกมาแสดงพร้อมทั้งบอกชื่อแขกที่เป็นสมาชิกได้อย่างถูกต้องจึงบอกเลขห้องให้ แล้วปล่อยเธอเข้าไป
ยุคนี้โรงแรมที่ดำเนินงานโดยรัฐบาลได้ถูกตลาดโละทิ้งแล้ว โรงแรมนี้ถือว่าเป็นโรงแรมที่ยังโอเคอยู่ของเมืองคิว แต่เมื่อเทียบกับโรงแรมหลายดาวที่เสี่ยวเชี่ยนเคยพักเมื่อชาติที่แล้วก็นับว่าเกรดต่ำกว่ากันเยอะ ทางเดินมืดๆ กลิ่นอับชื้นถูกกำจัดด้วยกลิ่นเครื่องหอมคุณภาพต่ำ เดินอยู่ในนี้บางช่วงก็จะได้ยินเสียงอย่างว่าดังออกมา
หึหึ เสียงนี้...
ในใจของเสี่ยวเชี่ยนไม่หวั่นไหว ถึงขนาดอยากหัวเราะออกมามากกว่า
หนังเอวีได้มีอิทธิพลกับคนในยุคหนึ่ง เสียงที่ตัวละครในหนังเอวีร้องได้สร้างความเข้าใจผิดให้กับวัยรุ่น คิดว่าเวลาทำเรื่องอย่างว่าจะต้องร้องเสียงแบบนั้นถึงจะมีความสุข
ดังนั้นเวลาผู้ชายไปไม่ถูก ผู้หญิงอยากเอาใจก็จะเลียนแบบเสียงร้องในหนังเอวี หรือถึงกับแสร้งทำเป็นมันส์สุดขีด ชาติก่อนเธอให้คำปรึกษาเรื่องพวกนี้กับพวกผู้หญิงที่รวยๆ มาเยอะ
ทุกคนล้วนมาด้วยเรื่องแบบนี้ เพราะลองแกล้งทำครั้งหนึ่ง ครั้งหน้าจะไม่ทำอีกก็ไม่ได้ ฝ่ายชายก็จะถามว่า ไม่เร้าใจเหรอ
จนไปๆ มาๆ ก็เกิดเป็นความกดดันอย่างหนักของฝ่ายหญิง ช่วงเวลาที่เดิมควรจะมีความสุขกลับอึดอัด จะไปบอกคนใกล้ตัวก็ไม่ได้ ทำได้แค่เก็บไว้ในใจ เมื่อเก็บมากเกินไปก็กลายเป็นมีปัญหาทางจิตใจ
ในประเทศยังไม่มีการให้ความรู้เรื่องเพศอย่างเป็นกิจจะลักษณะ เลยต้องใช้หนังรักเอวีเป็นเครื่องนำทาง ไม่รู้กี่คนต่อกี่คนที่ใช้มัน
ขอบคุณผู้หญิงพวกนั้นที่มาเป็นคนไข้ของเธอ ตอนที่เสี่ยวเชี่ยนทำการรักษาได้เก็บเงินในราคาที่แพงมาก ซึ่งเหตุผลก็นักเลงมาก
ผู้หญิงที่ยอมลำบากเพื่อผู้ชายในเรื่องอย่างว่า ถึงขนาดต้องแสร้งทำเพื่อเอาอกเอาใจ แล้วจะไม่ยอมเสียเงินเพื่อตัวเองได้ยังไง?
เมื่อผู้หญิงรู้จักรักตัวเองมากกว่าผู้ชายก็จะเข้าใจว่า การตะโกนร้องเสียงเหมือนในนางเอกหนังเอวีจนคนรู้กันไปทั้งตึกนั้นเป็นพฤติกรรมที่โง่เขลาสิ้นดี ทั้งยังต้องกังวลว่าใครจะมารู้เข้าด้วย
ถึงชาติก่อนเธอจะเป็นของอวี๋หมิงหลางแค่คนเดียว แต่อวี๋หมิงหลางก็ไม่อ่อนในเรื่องนี้ เธอไม่ต้องส่งเสียงร้องจนคนทั้งตึกได้ยิน ก็แค่ร้องออกมาเบาๆ...ถุ้ย คิดถึงตานั่นทำไมเนี่ย!
เสี่ยวเชี่ยนตบหน้าตัวเอง เธอเดินไปตามทางเดินที่มีแต่เสียงร้องอย่างว่าโดยที่ไม่มีอาการหน้าแดงเลยสักนิด แต่พอชื่อของอวี๋หมิงหลางปรากฏหน้าเธอก็เริ่มแดง
เธอเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าห้องของหนีเจี้ยนเหริน แล้วคำนวณเวลาอย่างอดทน
จูบกันต้องนานเท่าไร ลูบไล้ต้องนานเท่าไร นัวเนียใช้เวลาเท่าไร อาบน้ำ เก็บสบู่...เอิ่ม เอาเป็นว่าลองกะเวลาแล้วก็อดทนรอ
ตอนที่อวี๋หมิงหลางตามเข้ามา พนักงานตรงเคาน์เตอร์ได้ขวางเขาไว้ อวี๋หมิงหลางใจร้อนอยากจะเข้าไปเจอเสี่ยวเชี่ยน
เขาหยิบแบงค์ใหญ่ออกมาแล้วแสดงบัตรประจำตัวทหาร
“เปิดห้อง!”
“คนเดียวเหรอคะ” พนักงานมองสำรวจอวี๋หมิงหลาง ไม่มีคนมาด้วย ไม่มีสัมภาระ เป็นแขกที่ประหลาดจัง
“ครับ อย่าพูดมาก เร็วๆ!” เขากลัวตัวเองจะมาช้าจนเสี่ยวเชี่ยนเข้าห้องไปแล้ว จากนั้นก็...
ช่วงนี้เมืองคิวมีคดีฆาตกรรมในโรงแรมเกิดขึ้นสองคดี ผู้ตายเป็นหญิงสาววัยรุ่น เขาเห็นเสี่ยวเชี่ยนเดินเข้ามาคนเดียวก็เลยรีบพุ่งเข้ามาโดยไม่สนอะไรทั้งนั้น
ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมเขาถึงได้ดูใส่ใจคนแปลกหน้าได้ขนาดนี้ เขาเองก็ไม่ได้คิด แค่รู้สึกว่าฝาแฝดจิวจี้เยียกคนนี้เหมือนมีแม่เหล็กคอยดูดเขา
พนักงานทำงานค่อนข้างช้า อวี๋หมิงหลางจิตใจร้อนรนอยากจะเข้าไปเสียเดี๋ยวนั้น พอเสร็จขั้นตอนเขาก็แทบจะพุ่งเข้าไปทันที
โรงแรมมีแค่สองชั้น พอวิ่งเข้าไปแล้วเลี้ยวก็เห็นเงาของคนที่เขาตามหา
พอเห็นเธอไม่เป็นอะไรอวี๋หมิงหลางก็โล่งอก
แต่วินาทีถัดมาเขาก็ถูกใบหน้าด้านข้างของเสี่ยวเชี่ยนดึงดูด
เสี่ยวเชี่ยนหลับตาอยู่ แสงไฟสลัวสาดส่องลงบนตัวเธอ ขนตายาวๆ ทำให้เกิดเป็นเงาโค้งเว้าบนใบหน้า
ผิวที่เหมือนกับตุ๊กตาเซรามิก ทุกรูขุมขนเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความสาว
อวี๋หมิงหลางไม่ชอบสถานที่อย่างโรงแรม แต่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เละเทะแบบนี้เธอกลับแค่ยืนนิ่งๆ คล้ายกับดอกบัวที่เบ่งบานในโคลนตม ทุกอย่างที่อยู่รอบตัวไม่เกี่ยวอะไรกับเธอเลยสักนิด เธอสามารถเบ่งบานได้ด้วยตัวเอง
เสียงดนตรีแห่งความสุขลอยมาอย่างไม่ขาดสาย ใบหน้าของอวี๋หมิงหลางเริ่มแดง
เขาพอจะรู้ว่าเป็นเสียงอะไร เสี่ยวเชี่ยนทำเหมือนไม่ได้ยิน อวี๋หมิงหลางสามารถมองเห็นได้ถึงริมฝีปากของเธอที่ดูไม่สนอะไรทั้งนั้น
เธอเหมือนกับยืนอยู่นอกโลกเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ มองคนบนโลกอย่างเย็นชา แต่เธอปกป้องเด็กได้ เลี้ยงแมวเร่ร่อนก็ได้
บุคลิกที่ดูขัดแย้งกันนี้มีอยู่ในผู้หญิงคนหนึ่งในเวลาเดียวกัน
ใบหน้าของอวี๋หมิงหลางร้อนยิ่งกว่าเดิม เสียงร้องที่ชวนให้เขินอายเหล่านั้นถูกกลบด้วยเสียงหัวใจที่เต้นแรงของเขา เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง มันเต้นแรงขึ้นเพราะผู้หญิงคนหนึ่ง
เนื้อตัวรู้สึกร้อนรุ่ม ร้อนยิ่งกว่าตอนที่เขาทำภารกิจดักซุ่มในพื้นที่ทะเลทรายอันร้อนระอุ แต่ต่างกันตรงที่ นั่นคือความร้อนแบบทรมาน นี่เป็นความร้อนที่เกิดจากฮอร์โมนสูบฉีด อบอุ่น ชวนให้เกิดอารมณ์อยากปลดปล่อย ทำให้คนคลั่งจนยากที่จะควบคุมตัวเอง
อวี๋หมิงหลางคิดมาตลอดว่าตัวเองเป็นคนประเภทที่ชีวิตนี้คงไม่ได้ใช้ฮอร์โมนตัวเอง เวลาที่เพื่อนทหารพูดคุยกันเรื่องประสบการณ์รักเขาก็มีความคิดอยู่อย่างเดียวคือ พวกนี้ตื่นเต้นอะไรกัน?
แต่พอเห็นเสี่ยวเชี่ยนหลับตา ทำตัวเหมือนไม่แคร์โลก ท่าทางที่ทั้งดูอ่อนแอและเย่อหยิ่งนั้นเมื่อปรากฏอยู่ในโลกของเขา อวี๋หมิงหลางถึงได้รู้ว่า ทุกคนก็หวั่นไหวกันได้ทั้งนั้น
เพียงแต่ปฏิกิริยาทางเคมีในร่างกายที่ตอบสนองแบบนี้นั้นต้องได้เจอกับคนที่ใช่เท่านั้น แต่บางคนไม่เจอเลยทั้งชีวิต
ครั้นแล้วอวี๋หมิงหลางก็ได้เจอตอนอายุยี่สิบสี่ปี
ทันใดนั้นหญิงสาวที่ทำให้เขาหวั่นไหวก็ขยับ ไม่ทำตัวเหมือนรูปปั้นอีกต่อไป เธอเปิดถุงที่อยู่ในมือ แล้วหยิบกล้อง...ออกมา
ขณะที่อวี๋หมิงหลางกำลังงงว่าเสี่ยวเชี่ยนคิดจะทำอะไร แล้วเขาก็ต้องตกใจในท่าทางต่อมาของเธอ
เธอล้วงมีดคัตเตอร์ออกมาสอดไปที่ซอกประตูอย่างคล่องแคล่ว ออกแรงงัดนิดหน่อยประตูก็เปิดออก จากนั้นเสี่ยวเชี่ยนก็ดันประตูให้มีช่องขนาดพอที่จะสอดกล้องเข้าไปได้ เล็งตำแหน่งให้อยู่ตรงเตียง แล้วรัวชัตเตอร์
เธอพอใจตัวเองมากที่กะเวลาได้พอดิบพอดี เวลานี้ภายในห้องกำลังบรรเลงเพลงรักอย่างเมามัน ทั้งสองคนดูเข้าขากันดี เห็นใบหน้าชัดเจน ส่งเสียงร้องอู้อ้ากันอย่างลืมตัว ไม่รู้ว่ามันส์จริงหรือแกล้งทำ
เอาเป็นว่าสองคนนั้นก็ส่งเสียงร้องกันไป เสี่ยวเชี่ยนก็รีบกดชัตเตอร์รัวๆ เสียงแชะดังไม่หยุด เมื่อแน่ใจว่าเก็บหลักฐานได้พอแล้ว เธอก็ยกเท้าถีบประตู!