แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย: ตอนที่ 21 นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าอวี๋หมิงหลางจะเป็นคนแบบนี้ ตอนที่ 21
ตอนที่ 21 นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าอวี๋หมิงหลางจะเป็นคนแบบนี้
หลี่เจิ้นคงต้องจดจำเหตุการณ์อันน่าขื่นขมแบบนี้ไปตลอดชีวิต ถ้าต่อไปน้องชายของเขาผงาดขึ้นมาไม่ได้อีกล่ะก็ จะต้องเป็นเพราะเฉินเสี่ยวเชี่ยนนางมารคนนี้แน่นอน
แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร ในช่วงจังหวะสำคัญแบบนี้ถูกคนพังประตูเข้าไปก็คงได้ทิ้งเงามืดในจิตใจไปตลอดแน่นอน
สองคนที่อยู่บนเตียงไม่ได้รู้เลยว่ามีคนแอบดูอยู่ ตกใจจนร้องวี้ดว้ายออกมา ขณะเดียวกันก็...หมดอารมณ์
ไส้ปากกาจากขนาดศูนย์จุดเจ็ดลดเหลือศูนย์จุดสองในทันตา เสี่ยวเชี่ยนกวาดตามองไปอย่างไม่แคร์ แล้วก็ส่ายหน้า
ของทั้งสองคนรวมกันยังใหญ่ไม่เท่าของอวี๋หมิงหลางเลย มิน่าถึงกินกันเอง หึหึ
“เธอ เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?!” หนีเจี้ยนเหรินหน้าแดง เสียงแหบแห้งเพราะเมื่อครู่ร้องมากไปหน่อย สภาพที่เขาถูกคร่อมอยู่นั้น เสี่ยวเชี่ยนเห็นแล้วก็อยากขำ
“คำถามนี้ฉันควรถามมากกว่าไหม นายมันคนชั้นต่ำ นายไม่ได้จะแต่งงานกับฉันเหรอไง”
เสี่ยวเชี่ยนเป็นคนไม่อ้อมค้อมมาแต่ไหนแต่ไร ด้วยนิสัยที่ตรงไปตรงมาเล่นเอาสองคนนั้นถึงกับอึ้ง
พวกเขาถึงกับไม่เข้าใจว่าผู้หญิงคนนี้มาเจอที่นี่ได้ยังไง?
ทันใดนั้นหลี่เจิ้นก็สังเกตเห็นถุงที่อยู่ในมือของเสี่ยวเชี่ยน มีวัตถุทรงสี่เหลี่ยม แล้วก็เข้าใจทันที
“ยัยนี่มันถ่ายรูปไว้!”
“นัง×#¥%@#!”หนีเจี้ยนเหรินด่าหยาบคายออกมา ลุกขึ้นจะไล่ตามเสี่ยวเชี่ยน เสี่ยวเชี่ยนเบ้ปาก
“น้องชายมินิของนายน่ะ อ้อไม่สิ ถั่วมินิของนายน่ะ ไม่ต้องใส่จับปิ้งก่อนเหรอ?” เสี่ยวเชี่ยนพูดจบก็ไปตะโกนตรงทางเดิน
“พ่อแม่พี่น้อง มีใครอยากดูผู้ชายสองคนอัดถั่วดำกันไหม? มาดูได้เลยจ้า!”
“ยัย#$@#*&!!!” หลี่เจิ้นก็ด่าด้วย
ถูกผู้หญิงคนหนึ่งจับได้คาเตียงอยากจะเป็นบ้า ทั้งสองคนรีบหยิบกางเกงขาสั้นขึ้นมาใส่หวังจะไล่ตามเสี่ยวเชี่ยน เสี่ยวเชี่ยนหันหน้า วิ่งพลางตะโกนต่อ
“คนที่เดินผ่านไปผ่านมาอย่าพลาดกันนะจ๊า ห้องสี่สามแปดผู้ชายสองคนปั่มปั๊มกันจ้า ใครไม่เคยเห็นรีบมาดูกันได้เลยจ้า!”
ปกติเธอไม่เคยตะโกนเสียงดัง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเสียงของเธอไม่เพราะ พอตะโกนออกมาเสียงของเธอยังดูหวานจึงเป็นสาเหตุที่ปกติเสี่ยวเชี่ยนไม่อยากตะโกน
งานของเธอต้องสะกดจิตอยู่บ่อยๆ หากเสียงหวานเกินไป ก็จะทำให้ลูกค้าเสียสมาธิได้ แต่เวลานี้เธอแทบอยากตะโกนให้ทั้งโลกรู้ ไม่หวานไม่คิดเงินจ้า ช่วยติชมกันเยอะๆ ด้วยนะคุณลูกค้า
ขาเธอเจ็บเล็กน้อย แต่ในใจสนุกเป็นบ้า
เสียงหวานๆ พอตะโกนเรียกก็มีคนมาเยอะแยะ เสี่ยวเชี่ยนไม่สนสายตาคนมากมาย เธอวิ่งต่อจนไปชนกับแขนของอวี๋หมิงหลาง แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจว่าใคร ทั้งสองคนเฉียดผ่านกันอีกครั้ง แต่ตอนที่ผมของเสี่ยวเชี่ยนปลิวถูกแก้มของเขา ครั้งนี้อวี๋หมิงหลางได้เอื้อมมือไปจับแขนของเธอไว้โดยไม่ลังเล
เสี่ยวเชี่ยนกำลังสนุกที่แผนสำเร็จ อยู่ๆ ก็มีคนมาจับแขน เธอหันไปมองก็เห็นอวี๋หมิงหลาง ดวงตาเบิกโพลงทันที
ตานี่โผล่มาได้ยังไงเนี่ย
อวี๋หมิงหลางจับเธอไว้อย่างรวดเร็ว
มือของเขาคว้าแขนเธอไว้ สายตาจ้องเขม็ง มืออีกข้างหยิบกุญแจไขเข้าไปอย่างแม่นยำแล้วเปิดประตู ทุกอย่างกระทำอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ดันเสี่ยวเชี่ยนเข้าห้อง
เสี่ยวเชี่ยนรู้สึกได้แต่กลิ่นอายที่คุ้นเคยโอบล้อมตัวเธออยู่ แขนของเขาแทบจะโอบตัวเธอไว้ ท่าทางที่คุ้นชินพาเธอเข้าไปในห้อง อวี๋หมิงหลางโอบเอวเธอ แล้วใช้เท้าถีบประตู ขณะที่เตรียมจะดันเธอไปที่กำแพง พอหันไป ตำแหน่งของทั้งสองคนกลับสลับกัน
ตอนนี้ตัวอวี๋หมิงหลางชิดกำแพงรับแรงกระแทกไว้คนเดียว ส่วนเธอใบหน้าด้านข้างแนบชิดกับอกของเขา
วันนี้เป็นวันหยุดของอวี๋หมิงหลาง เขาไม่ได้สวมชุดทหาร สวมแค่เสื้อยืดสีเข้มเรียบๆ กับกางเกงยีนส์ขายาว
เป็นชุดแบบเรียบๆ ทั้งชุด หากจะให้วิจารณ์แบบไม่เกรงใจล่ะก็ มันเป็นชุดที่ธรรมดามากจนไม่มีอะไรให้น่าพูดถึง
แต่ด้วยความที่ชุดกึ่งรัดรูปอยู่บนเรือนร่างของเขา กล้ามเนื้อแน่นๆ ที่ดูไม่มากเกินไป กางเกงยีนส์ขายาวได้ห่อหุ้มขายาวๆ ที่แข็งแรงดูดีเอาไว้ ร่างกายทั้งบนและล่างแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นฮอร์โมนชายกระจัดกระจายไปทั่ว กลิ่นแบบผู้ชายแท้ๆ นี้ทำให้เสี่ยวเชี่ยนหน้าแดงก่ำ
ร่างกายของเขาให้ความสดชื่น มีกลิ่นสบู่เลมอนที่เธอชอบ นอกจากนี้ยังไม่มีกลิ่นบุหรี่ กลิ่นเหงื่อและกลิ่นเหล้า มีเพียงกลิ่นผู้ชายที่สะอาดๆ ชวนให้หลงใหล ทำให้เสี่ยวเชี่ยนที่ใบหน้าแนบอยู่กับอกเคลิบเคลิ้ม
ท่าทางแบบนี้สร้างความกระอักกระอ่วนมาก แต่ทั้งสองคนต่างไม่มีใครทำลายบรรยากาศขึ้นก่อน โลกเหมือนหยุดหมุนไปเต็มๆ ห้าวินาที
เธอได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้น เขาได้กลิ่นหอมจากผมของเธอ
เสียงเอะอะจากด้านนอกทำให้เสี่ยวเชี่ยนได้สติก่อน เธอผลักอวี๋หมิงหลางออก ใบหน้าแดงก่ำ เธอชี้นิ้วไปที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของอวี๋หมิงหลาง
“นาย...หน้าไม่อาย!”
เขากล้าทำท่าทางแบบนี้กับผู้หญิงแปลกหน้าได้!
นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าอวี๋หมิงหลางจะเป็นคนแบบนี้
ใบหน้าของอวี๋หมิงหลางแดงแล้วแดงอีก ถึงเขาจะรู้ว่าตัวเองผลีผลาม แต่ก็ไม่เสียใจ
ภายในใจยังโหยหาความรู้สึกที่เธออยู่ในอ้อมกอดของเขาเมื่อครู่
แต่ด้วยความที่เป็นคนหน้านิ่ง ทำให้อวี๋หมิงหลางที่เพิ่งจะได้รู้จักความรักในเวลานี้รู้สึกภูมิใจกับการฉวยโอกาสของตัวเอง ทั้งๆ ที่ดูภายนอกเหมือนไม่รู้สึก
เสี่ยวเชี่ยนกลุ้มหนักกว่าเดิม ผู้ชายหน้าไม่อายคนนี้ ชาติที่แล้วเธอมีลูกให้เขาได้ยังไงกันเนี่ย!
ไม่ได้รู้จักกัน กลับกล้าลากสาวเข้าห้องของโรงแรม อีกทั้งยังโอบกอด ไม่แน่ผู้ชายที่หน้าไม่อายคนนี้คงใช้วิธีเจ้าเล่ห์แบบนี้แอ้มสาวมาหลายครั้งแล้ว!
ประโยคสุดท้ายได้จุดไฟโกรธในตัวเสี่ยวเชี่ยน
เห็นเขาไม่อธิบาย เอาแต่ทำสีหน้า ‘ใครก็เดาไม่ออกหรอกว่าพี่คิดอะไรอยู่’ มองเธอ เสี่ยวเชี่ยนจึงหันตัวไปคิดจะเปิดประตูออกด้วยอารมณ์โมโห
แต่เขากลับชิงไปกดล็อกกลอนก่อน
และได้ล็อกกลอนแบบสับอีกชั้นหนึ่งด้วย อันที่จริงเวลาพักห้องโรงแรมควรจะล็อคกลอนสองชั้นอยู่แล้ว เมื่อครู่ที่เสี่ยวเชี่ยนไปแอบสะเดาะกลอนห้องคนอื่นเขาเห็นกับตา เขาจึงไม่อยากให้มีคนมาแอบเปิดประตูห้อง
เสี่ยวเชี่ยนเห็นเขากล้าขังเธอไว้ในห้องก็กัดฟันกรอด
“นายแซ่อวี๋ นายคิดจะทำอะไรกันแน่?”
“คุณรู้ได้ยังไงว่าผมแซ่อะไร” ดูเหมือนเขาจะไม่เคยแนะนำตัวเลยนะ
เสี่ยวเชี่ยนอึ้ง ไม่ทันระวังพลั้งปากพูดไป
“ฉันเห็นหน้านายเหมือนปลาไม้[footnoteRef:1] ถ้าไม่แซ่อวี๋แล้วแซ่อะไรเล่า! หลบไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!” เธอผลักเขาแต่เขาไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด ยืนขวางประตูไว้เหมือนภูเขาลูกหนึ่ง [1: ปลาไม้ หรือ มู่อวี๋ ปรากฏขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง เป็นเครื่องมือศักดิ์สิทธิ์ที่ศาสนาพุทธและเต๋าใช้เคาะประกอบจังหวะการสวดมนต์ ]
“พวกเขาอยู่ข้างนอก คุณอยากออกไปโดนพวกเขาทำร้ายเหรอ”
คำพูดของอวี๋หมิงหลางทำให้เสี่ยวเชี่ยนได้สติ
จริงด้วย คนไอคิวสูงอย่างเธอ ทำไมพอเจอตาอวี๋ไอคิวก็ลดลงเลยล่ะ
คนชั้นต่ำนั่นกับคู่ขากำลังไล่ล่าเธออยู่ ออกไปได้โดนรุมแน่
ต้องโทษตาทึ่มนี่ที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน ถ้าเขาไม่ลากตัวเธอมาก่อน ป่านนี้ก็หนีไปได้แล้ว
เสี่ยวเชี่ยนถลึงตาจ้องอวี๋หมิงหลางหนึ่งที แล้วหันตัวเดินไปที่หน้าต่าง
แต่กลับพบว่าหน้าต่างห้องนี้ถูกปิดตาย
ไม่มีทางให้ถอย!
“ตาทึ่ม คิดจะทำอะไรกันแน่---ว้าย!” เสี่ยวเชี่ยนกำลังถามเขา แต่การกระทำของอวี๋หมิงหลางทำให้เธอร้องออกมา