แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย: ตอนที่ 22 อวี๋หมิงหลางที่ช่วยเธอระบายความแค้น ตอนที่ 22
ตอนที่ 22 อวี๋หมิงหลางที่ช่วยเธอระบายความแค้น
อวี๋หมิงหลางแย่งถุงพลาสติกสีขาวขุ่นไปจากมือเสี่ยวเชี่ยนแล้วเปิดดูของที่อยู่ในนั้น
เสี่ยวเชี่ยนโกรธจนแทบระเบิด!
“ตาทึ่มอวี๋ มียางอายบ้างไหม” สนิทกันเหรอ ถึงได้มาแย่งของคนอื่นจากมือ
อวี๋หมิงหลางอาศัยว่าตัวสูงกว่าเอาถุงยกไว้เหนือหัว เสี่ยวเชี่ยนกระโดดแต่ก็คว้าไม่ถึง
หึ อาศัยความตัวสูงมารังแกเธอ!
“เอาคืนมานะ นายเป็นทหาร ทหารมาแย่งของคนอื่นไม่ได้ นายกำลังทำผิดกฎหมาย!”
“เมื่อกี๊คุณทำอะไร...ไม่ต้องตอบก็ได้ ผมเดาออก”
อวี๋หมิงหลางหวนนึกถึงพฤติกรรมของเสี่ยวเชี่ยนเมื่อครู่แล้วก็เข้าใจอย่างรวดเร็ว
เธอคนนี้เมื่อกี๊แอบถ่ายคู่ชายหญิงที่กำลัง...ไม่ถูกสิ ต้องชายชาย!
เสี่ยวเชี่ยนแย่งของไปจากมือเขาไม่ได้ โกรธแต่ก็ทำได้แค่เหยียบเท้าเขา เหยียบๆๆ!
อวี๋หมิงหลางคิ้วขมวดเล็กน้อย ผู้หญิงคนนี้แรงเยอะจริง แต่ผู้ชายอกสามศอกจะยอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไง
ปล่อยให้เหยียบไป เธอทุบ เขาก็แน่นิ่งไม่ไหวติง สุดท้ายเสี่ยวเชี่ยนก็ถอดใจนั่งลงบนเตียงด้วยความโมโห
“ฉันเรียกนายมา ยั่วโมโหนายหรือไง? ทำไมต้องมาตามจองล้างจองผลาญฉันด้วย?”
“บอกผมมา คุณทำแบบนี้ไปทำไม” อวี๋หมิงหลางเดาว่าเสี่ยวเชี่ยนมาถ่ายรูปพวกนี้ต้องมีจุดประสงค์แน่นอน
เสี่ยวเชี่ยนรู้จักนิสัยของอวี๋หมิงหลางดี หากคิดจะใช้กำลังไม่มีทางเอาชนะได้แน่ อีกทั้งยังเป็นคนดื้อ หากไม่ได้คำตอบได้ขังเธอไว้ในนี้ไม่ยอมจบง่ายๆ แน่นอน
“ในนั้นมีคนหนึ่งเป็นคู่หมั้นที่ครอบครัวฉันหาไว้ให้”
อวี๋หมิงหลางขมวดคิ้ว หัวใจเหมือนถูกต่อต่อย เธอมีคู่หมั้นแล้ว?
“เขาชื่อหนีเจี้ยนเหริน ก่อนหน้านี้ตอนที่นายช่วยฉันกับแม่ให้รอดจากคนบ้าก็น่าจะเคยเจอเขามาก่อน”
อวี๋หมิงหลางนึกออกทันที คนขี้ขลาดที่วิ่งหนีไป
“คุณคิดยังไงกับคนขี้ขลาดนั่น?”
“ฉันต้องการยกเลิกงานแต่ง แต่ที่บ้านไม่เห็นด้วย พ่อแม่ฉันหัวโบราณ บอกว่าหมั้นไปแล้ว อยู่ๆ จะไปถอนหมั้นมันไม่ดี ฉันเลยต้องหาวิธีเปิดโปงความจริง”
ดวงตาของเสี่ยวเชี่ยนส่อประกายความสงสาร น้ำเสียงก็ฟังดูเศร้าสร้อย
พอเห็นอวี๋หมิงหลางมีท่าทางคล้อยตาม เธอก็นึกขำในใจ
หึหึ เธอไม่ได้โกหกนะ เธอก็แค่ปิดบังความจริงส่วนหนึ่งไว้
รูปพวกนี้เธอจะเอาไว้ขู่เพื่อเอาเงินจากผู้ชายเลวนั่น ค่าเทอมงวดแรกของเธอต้องมาจากวิธีนี้
ชาติก่อน คนชั้นต่ำนั่นติดค้างช่วงชีวิตวัยสาวของเธอ ชาตินี้เธอก็แค่แย่งเอาของที่เป็นของตัวเองกลับมา
“เป็นแบบนั้นจริงๆ เหรอ?” ที่แท้เธอก็เกือบต้องแต่งงานแล้ว!
อวี๋หมิงหลางบอกไม่ถูกว่าตอนนี้ตัวเองรู้สึกยังไง ดีใจหรือว่าสงสาร เอาเป็นว่าไม่มีสักอย่าง
เสี่ยวเชี่ยนเห็นเขาถามแบบนี้ก็ก้มหน้าสร้างอารมณ์ พอเงยหน้าขึ้นอีกครั้งก็มีน้ำตาเอ่อคลอ
“นายช่วยฉันหน่อยได้ไหม คืนกล้องมาเถอะนะ ฉันจะเอารูปไปให้พ่อกับแม่ดู จริงๆ นะ ฉันแต่งกับผู้ชายเลวๆ นั่นไม่ได้ ฉันไม่ชอบเขา...พี่ชาย!”
คำสุดท้ายเกือบทำให้อวี๋หมิงหลางเข่าอ่อน
โดยเฉพาะเธอพูดทั้งน้ำตาคลอเบ้า
อวี๋หมิงหลางครุ่นคิดแล้วเอากล้องคืนเธอ
“พอยกเลิกงานแต่งแล้วก็ลบทิ้งทันที อย่าเอาไปเผยแพร่ อย่าทำผิดกฎหมาย”
ของแบบนี้ถ้าเผยแพร่ออกไป แล้วถูกสอบสวนขึ้นมาจริงๆ เธอจะไม่ปลอดภัย
เสี่ยวเชี่ยนพยักหน้า แอบชูไม้ชูมือแห่งชัยชนะอยู่ในใจ
“ขอบคุณค่ะ...พี่ชาย” อันที่จริงชาติก่อนเธอได้ค้นพบว่า
แค่เธอเรียกเขา หูของเขาก็จะแดง จากนั้นไม่ว่าขออะไรเขาก็จะรับปาก
ชาตินี้ก็ใช้ได้ผลเหมือนกัน
เธอถือกล้องถ่ายรูปเตรียมจะออกไปข้างนอก เมื่อเธอหันหลังให้เขา ดวงตาก็ดูเหี้ยมเกรียมขึ้นมาทันที
ยกเลิกงานแต่งแล้วลบทิ้ง? ฝันไปเถอะ! คนเลวมันต้องพ่ายแพ้ให้ถึงที่สุด ลงนรกหมื่นครั้งก็ยังไม่สาสมที่เธอต้องสูญเสียนางฟ้าตัวน้อยที่น่ารักไป
ขณะที่มือของเธอจับลูกบิดประตูนั้น อวี๋หมิงหลางก็ตะโกนออกมา
“หยุดก่อน!”
เสี่ยวเชี่ยนขมวดคิ้ว ตานี่จะกลับคำเหรอ?
เธอไม่มีทางปล่อยถุงที่ถืออยู่ในมือแน่!
อวี๋หมิงหลางเดินไปเปิดประตูให้
“ผมไปส่งคุณเอง” คนที่ถูกเธอถ่ายภาพอาจยังอยู่ข้างนอก เขาไม่วางใจให้เธอออกไปคนเดียว
เสี่ยวเชี่ยนนิ่งอึ้ง อวี๋หมิงหลางดันเธอมาอยู่ข้างตัวอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งสองคนเดินเคียงข้างกันออกไป
พอเดินเลี้ยว หนีเจี้ยนเหรินกับหลี่เจิ้นที่เปลือยท่อนบนก็ปรากฏตัวพร้อมกัน เมื่อครู่พวกเขาวิ่งออกไปแต่ไม่เจอเสี่ยวเชี่ยน แล้วก็ถูกคนห้อมล้อมตลอดทาง กำลังอารมณ์เสียหนัก
พอเห็นเสี่ยวเชี่ยนปรากฏตัว หนีเจี้ยนเหรินก็รีบพุ่งเข้ามาหาคิดจะแย่งถุงจากมือเสี่ยวเชี่ยน
อวี๋หมิงหลางพุ่งเข้าไปเตะจนหนีเจี้ยนเหรินต้องถอยออกไปสองก้าว “โว้ย เจ็บชิบ!”
อวี๋หมิงหลางถีบเขาไปที่ผนัง
หลังจากนั้นอวี๋หมิงหลางก็ดันเสี่ยวเชี่ยนไปอยู่ข้างหลังตัวเองแล้วมองผู้ชายสองคนนี้อย่างเย็นชา
ที่แท้ก็คนพวกนี้เองเหรอที่คิดจะหลอกสาวให้แต่งงานเป็นกันชนให้เรื่องโสมมที่ตัวเองทำ ทำลายความสุขของผู้หญิงคนหนึ่งทั้งชีวิต
ความโกรธที่อยู่ๆ ก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทำให้อวี๋หมิงหลางออกแรงที่เท้าหนัก ถีบจนหนีเจี้ยนเหรินชิดกำแพง เจ็บเสียตนเอามือกุมท้องแล้วล้มลงไปคุกเข่ากับพื้น
“ยืนมองอะไรอยู่เล่า รีบไปเอาของมาสิ...” หนีเจี้ยนเหรินพูดกับหลี่เจิ้น แต่หลีเจิ้นกลับยืนแข็งทื่อ
“เร็วสิ!” หนีเจี้ยนเหรินเร่ง
“น้องชาย!” หลี่เจิ้นนึกไม่ถึงว่าจะเจอญาติผู้น้อง อวี๋หมิงหลาง
ในใจเหมือนมีฟ้าผ่าเป็นหมื่นครั้ง เวร จบเห่ เป็นเรื่องใหญ่แน่
มาเจออวี๋หมิงหลางได้ยังไงเนี่ย?
อวี๋หมิงหลางเป็นใครน่ะเหรอ? เขาเป็นหลานสุดที่รักของตา เรื่องนี้ถ้ารู้ถึงหูตาที่เป็นถึงนายพลที่เคยร่วมสงครามมาสามครั้งแล้วชีวิตหลี่เจิ้นจะเป็นยังไง?
พอนึกถึงตรงนี้หลี่เจิ้นก็รีบชี้ไปที่เสี่ยวเชี่ยนที่อยู่ข้างหลังอวี๋หมิงหลาง “หมิงหลาง ฟังพี่อธิบายก่อนนะ ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนดี! เขาพูดอะไรอย่าไปเชื่อนะ!”
เวลานี้ เสี่ยวเชี่ยนที่ถูกอวี๋หมิงหลางดันไปข้างหลังอยากโผล่หัวออกมาดูผู้ชายหน้าไม่อายสองคนนั้นว่าจะแถได้สักแค่ไหน
มือของอวี๋หมิงหลางปิดเข้ามาที่หน้าเธอ มือของเขาใหญ่มากบังหน้าเล็กๆ ของเธอจนมิด “อย่าดู หันไป”
เขาพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เขาไม่อยากให้เธอเห็นมุมที่เขาควบคุมตัวเองไม่ได้
แต่พอหันกลับไปเผชิญหน้ากับผู้ชายสองคนที่ใส่กางเกงขาสั้นลายดอกเปลือยท่อนบนน้ำเสียงก็เย็นชาทันที
“นายยังจะว่าเขาอีกเหรอ?”
“ฟังฉันก่อนนะ...อ๊าก!” หลี่เจิ้นยังไม่ทันพูดจบก็ถูกอวี๋หมิงหลางจับบิดแขน หลี่เจิ้นอยู่ในสภาพถูกจับกึ่งคุกเข่าต่อหน้าเสี่ยวเชี่ยน แขนถูกอวี๋หมิงหลางบิดไปด้านหลัง อวี๋หมิงหลางถีบไปที่หนีเจี้ยนเหรินที่หมอบอยู่ที่พื้น
“มานี่ คุกเข่าลง!”
หนีเจี้ยนเหรินเหมือนจะไม่ยอม อวี๋หมิงหลางจึงเหยียบไปที่หลังของเขาด้วยรองเท้าหนัง ส่วนขาอีกข้างก็เตะไปที่ขาของหลี่เจิ้นให้งอลง บังคับให้คุกเข่าต่อหน้าเสี่ยวเชี่ยน
“ขอโทษเธอซะ!”
“ขอโทษ!” ทั้งสองคนถูกอวี๋หมิงหลางบังคับ พูดขอโทษออกมาเป็นเสียงเดียวกัน
เสี่ยวเชี่ยนนึกไม่ถึงเลยว่าอวี๋หมิงหลางจะเป็นญาติผู้น้องของหลี่เจิ้น
แต่สิ่งที่นึกไม่ถึงยิ่งกว่าก็คือ เขาจะใช้วิธีนี้ปกป้องตัวเธอ