แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย: ตอนที่ 24 พี่ไม่มีสิทธิ์ว่าเธอ ตอนที่ 24
ตอนที่ 24 พี่ไม่มีสิทธิ์ว่าเธอ
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ภายในร้านกาแฟใจกลางเมือง เสี่ยวเชี่ยนนั่งอยู่เพียงลำพังตรงริมหน้าต่างพลางมองทิวทัศน์ด้านนอก
หนีเจี้ยนเหรินรีบวิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าร้อนรนพลางมองเสี่ยวเชี่ยน รังสีอำมหิตแผ่ซ่าน พอเห็นเขาเหมือนหมาบ้าแบบนี้คล้ายกับจะใช้กำลัง เสี่ยวเชี่ยนก็ยังใจเย็น
พอเขาเข้ามาใกล้เสี่ยวเชี่ยนก็ยกรูปขึ้น หนีเจี้ยนเหรินเห็นรูปก็ดวงตาเบิกโพลง
รูปพวกนี้ถ้าถูกเผยแพร่ออกไป เขากับหลี่เจิ้นต้องถูกไล่ออกจากงานแน่
“ถ้านายกล้าแตะต้องฉันแม้แต่ปลายผม ฉันขอรับรองเลยว่ารูปของนายจะไปโชว์หราบนบอร์ดประกาศของที่ทำงานในวันพรุ่งนี้แน่ ฉันจะไปขยายใหญ่โดยไม่เสียดายเงินเลยล่ะ”
“แกจะเอายังไง!” หนีเจี้ยนเหรินโมโห
เสี่ยวเชี่ยนทำมือให้นั่ง หนีเจี้ยนเหรินนั่งลงตรงข้ามเธอ มือสั่นเล็กน้อย เขาเพิ่งจะรู้สึกได้ว่าผู้หญิงที่ตัวเองเคยดูถูก เวลานี้นั่งอยู่ตรงข้ามคล้ายกับภูเขาที่ไม่อาจข้ามผ่าน
“อยากได้ฟิล์มมีเงื่อนไขอยู่สองข้อ ข้อแรกยกเลิกงานแต่งซะ เหตุผลคือ นายเป็นโรคติดต่อ ไม่อยากเป็นตัวถ่วงฉัน” เสี่ยวเชี่ยนเอาหลอดคนเครื่องดื่มในแก้ว
หนีเจี้ยนเหรินโกรธมาก
“แกน่ะสิเป็นโรคติดต่อ!”
เสี่ยวเชี่ยน อ้อ ออกมา “นายอยากให้ฉันไปบอกพ่อแม่ว่านายเป็นพวกรักร่วมเพศงั้นเหรอ?”
หนีเจี้ยนเหรินได้แต่นั่งกัดฟันกรอด
“ได้ ฉันจะกลับไปบอกพ่อแกว่าไม่แต่งงานแล้ว”
ผู้หญิงแบบนี้แต่งไปยิ่งน่ากลัว ยกเลิกก็ดี ยังไงก็ยังไม่ได้ผ่านพิธี ก็แค่สัญญาปากเปล่า เพียงแต่ต้องไปบอกว่าตัวเองเป็นโรคติดต่อ น่าหงุดหงิดจริง
“เงื่อนไขข้อที่สอง เอาเงินมาให้ฉันห้าหมื่น เงินมาฟิล์มไป”
“ห้าหมื่น?! แกบ้าไปแล้วเหรอ!” หนีเจี้ยนเหรินอยากฆ่าผู้หญิงคนนี้ให้ตายนัก
ราคาบ้านในเมือง Q ตอนนี้ตารางเมตรละสองพันกว่า นี่มันได้บ้านครึ่งหลังเลยนะ!
“จะไม่ให้ก็ได้นะ นายจะใช้กฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิของตัวเองก็ได้ ไปแจ้งตำรวจเลย ไปเลย บอกตำรวจว่าฉันใช้รูปถ่ายข่มขู่นาย จับฉันเลยสิ! ถ้านายไม่แคร์เรื่องงาน ชื่อเสียงของตัวเอง ตายสบาย!”
ตอนที่เสี่ยวเชี่ยนพูดคำพูดพวกนี้ออกไป ในดวงตาแอบมีความเศร้าที่ยังไม่เลือนหายไป
คำพูดที่คุ้นเคย ตอนนั้นที่หนีเจี้ยนเหรินโทรหาเธอเคยพูดไว้ไงล่ะ
เขาใช้น้ำเสียงแบบนี้ขู่เธอ ถ้าไม่เอาเงินค่าไถ่มาให้จะฆ่าลูกสาวเธอทิ้ง
ถึงตาเธอบ้าง ตอนนี้เธอแทบจะใช้วิธีเดียวกันล้างแค้นหนีเจี้ยนเหริน ความโกรธแค้นในดวงตาของเขาสะท้อนอยู่ในดวงตาของเธออย่างชัดเจน
“เฉินเสี่ยวเชี่ยน! จะมากไปแล้วนะ!” หนีเจี้ยนเหรินจำได้ว่าตัวเองเลือกผู้หญิงที่ดูซื่อๆ คิดว่าจะมาเป็นเกราะให้ตัวเองได้
แต่ผู้หญิงคนนี้พอร้ายกาจขึ้นมาพิษสงไม่เบา!
“เกินไปเหรอ? ฉันเกินไปหรือนายทำเกินไปกันแน่? ถ้านายไม่ทำฉันก่อนฉันจะทำกับนายแบบนี้เหรอ?”
ผู้ชายคนหนึ่งต้องไร้ยางอายสักแค่ไหนถึงได้หลอกผู้หญิงที่ตัวเองไม่คิดจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วยอยู่แล้วให้แต่งงานด้วย?
ชีวิตสมรสสำหรับผู้หญิงคนหนึ่งมีความสำคัญมาก ต่อให้เป็นหนีเจี้ยนเหรินที่ไม่เคยร่วมหอกัน แต่หลังจากที่ทะเบียนสมรสสีแดงกลายเป็นทะเบียนหย่าสีเขียว บนตัวเธอก็ได้ถูกติดป้ายไว้แล้วว่าเคยหย่าร้าง
คนในยุคสมัยนี้ไม่ได้มีความคิดเปิดกว้างต่อผู้หญิงที่เคยหย่าร้าง เดินไปไหนก็จะมีแต่คนคอยวิจารณ์ ต่อให้เธอไม่ใช่คนผิดที่ต้องหย่าก็ตาม
ตอนนี้หนีเจี้ยนเหรินแทบอยากจะเอามีดสับเสี่ยวเชี่ยนให้เละเป็นชิ้นๆ “ฉันไม่มีเงินเยอะขนาดนั้น”
“พ่อแม่นายมี นายเป็นพวกเกาะพ่อแม่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? เงินสินสอดแต่งงาน 50,000 ซื้อรูป ‘พลอดรัก’ ของตัวเองทำเป็นไม่มีเงิน?”
“จะเอาเมื่อไหร่...” หนีเจี้ยนเหรินกัดฟันพูด
“ตอนนี้ เดี๋ยวนี้”
“ฉันต้องกลับไปเอาเงิน!”
“ถ้านายกล้าเล่นตุกติกกับฉัน ฟิล์มได้รั่วไหลแน่ เงินมาฟิล์มไปโอเค้?” เสี่ยวเชี่ยนจิบชาแล้วพูดอย่างใจเย็น
หนีเจี้ยนเหรินด่าเสียงเบาแล้วเดินออกไป
จริงๆ แล้วหนีเจี้ยนเหรินมีเงิน เงินแต่งงานที่ครอบครัวให้มาอยู่ในมือเขา แต่เขาไม่อยากให้
ผู้ชายคนหนึ่งถูกผู้หญิงปั่นหัว ไม่มีหนทางที่จะเอาชนะได้เลย ความรู้สึกนี้ทำให้เขารู้สึกโกรธมาก
พอออกไปหนีเจี้ยนเหรินก็ยังไม่ยอมแพ้ โทรหาหลี่เจิ้น
เวลานี้หลี่เจิ้นกำลังถูกอวี๋หมิงหลางซ้อมจนใกล้หมดลมแล้ว
“หมิง...หลาง นายอัดพี่มาครึ่งชั่วโมงแล้ว พอได้แล้ว...”
นี่ถ้าไม่ใช่เพราะรู้ว่าน้องชายคนนี้ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิง อยู่แต่ในหน่วยทหารมาหลายปี หลี่เจิ้นคงสงสัยว่าอวี๋หมิงหลางเป็นอะไรกับผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่า
อัดเข้าเฉพาะจุดสำคัญเห็นได้ชัดว่าระบายความแค้นแทนผู้หญิงคนนั้น กลับไปคงลุกออกจากเตียงไม่ได้เกินครึ่งเดือนแน่ เจ็บโว้ย!
พอได้ยินเสียงโทรศัพท์ อวี๋หมิงหลางก็เดินไปหยิบขึ้นมาดูเบอร์ที่โทรมา
หวานใจ...
อวี๋หมิงหลางนึกถึงคนที่กรีดกรายนิ้ว คิดจะหลอกฝาแฝดจิวจี้เยียก ‘ของเขา’ แต่งงานก็รู้สึกขยะแขยงขึ้นมาทันที
เขากดเปิดลำโพง เสียงด่าของหนีเจี้ยนเหรินลอยออกมา
“ที่รัก ยัยกันชนของเรามันร้ายกาจมาก~”
เสี่ยวเชี่ยนทำอะไร? อวี๋หมิงหลางแกล้งดัดเสียงสูง
“เขาทำอะไรเหรอตัวเอง?”
หลี่เจิ้นตกใจ แม่ง เห็นอวี๋หมิงหลางดัดเสียงเป็นตัวเขาแล้วรู้สึกขนลุกไปทั่วหลัง!
อวี๋หมิงหลางส่งสายตาเตือน เป็นสัญญาณให้หุบปาก
ในตารางเรียนของหน่วยรบพิเศษมีวิชาเลือกอยู่วิชาหนึ่งเกี่ยวกับการเปลี่ยนเสียง นอกจากอวี๋หมิงหลางแล้วไม่มีใครสามารถทำได้ดีเท่าเขาอีก
“ยัยนั่นใช้รูปของพวกเรามาข่มขู่เอาเงิน 50,000 ต้องไปถอนเงินมาตอนนี้ ที่รักเราจะทำไงกันดี ถ้าไม่ให้มันจะเอารูปพวกเราไปประจาน!”
อวี๋หมิงหลางขมวดคิ้ว ผู้หญิงคนนี้กล้าโกหกเขา
ไหนบอกว่ายกเลิกงานแต่งแล้วจะกำจัดรูปทิ้ง ตอนนี้ยังจะไปเสี่ยงกับการทำผิดกฎหมายอีก?
“ที่รัก ฟังอยู่หรือเปล่า?”
“สถานที่ล่ะ” อวี๋หมิงหลางถาม
หลังจากจดจำสถานที่ไว้แล้วอวี๋หมิงหลางก็วางสาย หลี่เจิ้นรีบเข้ามา
“หมิงหลาง นายก็เห็นแล้ว ผู้หญิงคนนั้นมันเหลี่ยมจัด นายรีบไปใช้เส้นให้ตำรวจจับมันไปเลย! นี่มันเป็นการกรรโชก นี่มันแบล็คเมล์ชัดๆ---อ๊าก!”
หลี่เจิ้นยังไม่ทันพูดจบก็โดนอีกหมัด
อวี๋หมิงหลางชักหมัดออก แล้วพูดอย่างเยือกเย็น “ต่อไปอย่าให้ผมได้ยินว่าพี่พูดถึงเธอในทางไม่ดีอีก พี่ไม่มีสิทธิ์”
“มันเป็นพวกต้มตุ๋น---โอ๊ย!” หลี่เจิ้นเอามือกุมตาข้างหนึ่ง
“ต่อให้เธอทำไม่ดี ก็เพราะเป็นเพราะคนเลวอย่างพวกพี่บังคับทั้งนั้น!”
จบกัน อวี๋หมิงหลางผีเข้าแล้ว
อวี๋หมิงหลางเดินออกมานอกโรงแรมแล้วมองหารถจี๊ปเชอโรกีของตัวเอง จากนั้นก็รีบขับไปยังสถานที่ที่หนีเจี้ยนเหรินบอก
จริงๆ แล้วแผนการของเสี่ยวเชี่ยนสมบูรณ์แบบมาก
ขอแค่ได้เงินมาเธอก็จะรีบไปจากที่แห่งนี้ เอาจดหมายตอบรับไปเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย พอถึงตอนนั้นพ่อแย่ๆ ผู้ชายเลวๆ ก็จะหาเธอไม่เจอ เธอจะไปใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ คนพวกนี้จะเป็นยังไงต่อเธอขี้เกียจจะสนใจ
แต่เสี่ยวเชี่ยนนึกไม่ถึงเลยว่า แผนการอันสมบูรณ์แบบของเธอจะผิดเพี้ยนไปเพราะใครบางคนที่เข้ามาเอี่ยวด้วย
พอเสี่ยวเชี่ยนเห็นอวี๋หมิงหลางกับหนีเจี้ยนเหรินเดินตามกันเข้ามาในร้านกาแฟ วินาทีนั้นเหมือนมีน้ำเย็นมาสาดลงบนตัวเธอ
ตาทึ่มอวี๋มาทำอะไร?
พอเห็นเขาเสี่ยวเชี่ยนก็ยืนขึ้นอยากจะเดินหนี แต่สายไป!