แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย: ตอนที่ 27 คุยกับเขา ตอนที่ 27
ตอนที่ 27 คุยกับเขา
เสี่ยวเชี่ยนประจันหน้ากับผู้ชายหัวรั้นคนนี้อยู่นาน
หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางเจ้าก้อนหินแข็งทื่อนี่ เป็นตายยังไงก็ไม่ปล่อยเธอออกไป ปล่อยให้เธอทุบตีด่าว่า ก็ยังจะเอาแต่ยืนขวางประตูไม่ขยับ
เสี่ยวเชี่ยนตีจนเหนื่อย สายตาโกรธๆ กวาดมองไปรอบๆ ถึงได้พบว่าบ้านหลังนี้กว้างมาก
มีบันได ไม่ได้มีการตกแต่งอะไรมากมาย มีแค่พื้นกับกำแพง เวลาพูดมีเสียงสะท้อน เฟอร์นิเจอร์อะไรก็แทบจะไม่มี
แต่ก็ยากที่จะปิดบังเรื่องที่ตาคนนี้เป็นคนร่ำรวย
เสี่ยวเชี่ยนส่งเสียง หึ ออกมา แล้วพูดอย่างไม่พอใจ
“นี่นาย ผลาญเงินพ่อแม่เหรอ? บ้านสองชั้นแบบนี้คงจะแพงใช่ไหม?”
“มีสองชั้น มีสวนเล็กๆ อยู่บนดาดฟ้า...ตอนนี้บ้านยังว่างอยู่ มีพื้นที่ทั้งหมดสองร้อยสิบ 210ตารางเมตร ผมเป็นคนซื้อด้วยตัวเอง”
แล้วทำไมต้องพูดเรื่องนี้ด้วยน้ำเสียงจริงจังด้วยเล่า! แล้วเสี่ยวเชี่ยนก็นึกอะไรออก
ดูเหมือนเมื่อชาติก่อนตอนที่เขาบอกว่าจะแต่งงาน ก็รายงานเรื่องฐานะตัวเองด้วยน้ำเสียงจริงจังแบบนี้ แล้วก็เคยพูดว่ามีบ้านแบบนี้
“ใหญ่ดี”
“อืม เล็กๆ ไม่ได้หรอก”
ทั้งสองคนพูดจบก็นิ่งเงียบไปพร้อมกัน จากนั้นคนหนึ่งมองเพดาน อีกคนก็ก้มหน้าหน้าแดง
อีตาหยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลาง! เสี่ยวเชี่ยนแอบยกนิ้วกลางให้ในใจ ปั่นหัวสาวนี่กำลังเกี้ยวเจ้อยู่งั้นเหรอ?
ตาบ้าบ้าเอ๊ย ผู้ชายที่ดูซื่อๆ อย่างนาย กล้าปั่นหัวเกี้ยวฉันเลยเหรอ?
ครั้นแล้วดังนั้นหลังจากผ่านไปหนึ่งวินาที เสี่ยวเชี่ยนก็รีบปลุกอารมณ์ความเป็นบอสสาวให้กลับคืนมา เงยหน้ามองผู้ชายที่หูแดงเพราะพูดจาผิดไป
“ก็ใช่ จะให้เล็กไปหมดทุกเรื่องไม่ได้หรอก”
เสี่ยวเชี่ยนพอใจที่เห็นผู้ชายตรงหน้าหูแดงอีกแล้ว เด็กน้อย ผู้ชายใสๆ อย่างนาย้องคิดจะแอ๊วสาว เจ้จัดให้! เวลานี้เสี่ยวเชี่ยนรู้สึกภูมิใจเหนือสิ่งอื่นใด
หูของหยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางร้อนจนแทบจะเกิดการเผาไหม้ เขาคิดว่าตัวเองน่าจะฟังผิด ฝาแฝดจิวจี้เยียกคนนี้จะพูดจาสองแง่สามง่ามอย่างนั้นได้อย่างไร
จะปรักปรำความคิดลูกสาวคนอื่นไม่ได้
“ฉันไม่สนว่าตรงไหนนายจะใหญ่ เอาเป็นว่านายต้องปล่อยฉันไป!” เสี่ยวเชี่ยนล้อเขาเล่นพอแล้ว เตรียมจะออกจากตรงนั้น แต่กลับถูกเขาดันกลับมา ลากไปที่โซฟา
“โอ๊ย!” โซฟาบ้าอะไรวะเนี่ย แถมยังเป็นไม้อีก! เสี่ยวเชี่ยนขัดขืน
“แข็งใช่ไหมล่ะ? ช่วงแรกก็แบบนี้แหละ นั่งจนชินเดี๋ยวก็รู้สึกสบายเอง” หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางชอบชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้มะฮอกกานีชุดนี้มาก พอเห็นเธอนั่งไม่สบายก็พูดออกมาตรงๆ
จากนั้นเขาก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองพูดอะไรออกไป เสี่ยวเชี่ยนก็น่าจะฟังเข้าใจอยู่แล้ว ทั้งสองคนเข้าสู่ช่วงบรรยากาศอึดอัด
ภายในใจของเสี่ยวเชี่ยนเหมือนมีแกะหมื่นตัววิ่งอยู่
เธอถูกตาทึ่มอวี๋หยูเกี้ยวปั่นหัวอีกแล้วเหรอ?
หน้าไม่อาย...
ไม่ได้ หัวข้อสนทนาที่อันตรายแบบนี้จะยืดเยื้อต่อไปไม่ได้ เสี่ยวเชี่ยนพบว่าตอนนี้รูปแบบการอยู่ด้วยกันระหว่างเธอกับหยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางมันดูจะเป็นไปในทางแปลกๆ
“ฉันไม่รู้จักนาย ไม่สนิทกัน นายแน่ใจนะว่าอยากจะยุ่งเรื่องของฉัน?”
หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางถอยไปหนึ่งก้าว เพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยให้ผู้หญิง ถึงแม้เขาจะอยากนั่งบนเก้าอี้ข้างเธอก็ตาม แต่แบบนั้นมันดูจะใกล้ชิดเกินไป
“ผมชื่อหยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลาง อายุยี่สิบสี่ 24 ปี ตอนนี้ทำงานอยู่ในหน่วยทหาร โค้ดเนมไม่อาจเปิดเผย ข้อมูลพื้นฐานได้บอกคุณไปแล้ว ก็ถือว่าสนิทกันแล้ว”
เสี่ยวเชี่ยนอ้าปากค้าง ตกใจกับการที่อยู่ๆ เขาก็แนะนำตัว
จบเห่ละ ทำไมพอเธอเจอตานี่ทุกครั้งสมองจะต้องหยุดการทำงานโดยอัตโนมัติด้วยนะ?
“บ้านหลังนี้เป็นทรัพย์สมบัติของผมเอง นอกจากเบี้ยเลี้ยงของหน่วยแล้ว ผมยังมีซื้อพันธบัตร เงินผมหามาตั้งแต่เข้าเรียนจนถึงตอนนี้ ดังนั้นที่คุณพูดว่าผลาญเงินพ่อแม่เมื่อครู่ไม่เป็นเรื่องจริงครับ”
โอ้โห ท่าทีขึงขัง แสดงทรัพย์สินให้เธอฟัง? เสี่ยวเชี่ยนแอบเบ้ปากในใจ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะฉันกลับชาติมาเกิดผิดเวลา ดูเหมือนใครก็มาเอาเงินนายไปไม่ได้สินะ
“ตัวอยู่ในหน่วยลงทุนอะไรได้ด้วยเหรอ? หึหึ ใช้อำนาจมิชอบสินะ นายเป็นเสียแบบนี้แล้วจะมีสิทธิ์อะไรมาควบคุมฉัน?”
“ผมไม่ได้ใช้อำนาจในทางมิชอบ ตามกฎภายใน ห้ามซื้อสลากกินแบ่ง ห้ามลงทุนในหุ้น ห้ามทำธุรกิจ สามารถลงทุนในพันธบัตรกับกองทุนได้ รวมถึงอสังหาริมทรัพย์กับทองคำ ไม่มีการจำกัด นับตั้งแต่ปีหนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบหก96 จนถึงตอนนี้...”
“หยุด!” เสี่ยวเชี่ยนยอมแพ้เขาเลยจริงๆ
ใครเขาอยากรู้กันเล่า จะบ้าเหรอ เพิ่งจะรู้จักก็รายงานทรัพย์สินให้คนอื่นฟังจริงจังขนาดนั้น!
รู้สึกว่า ผู้ชายที่รายงานทรัพย์สินให้ผู้หญิงฟังแบบนี้ ยิ่งคิดมันก็ยิ่งเหมือนแบบนั้นน่ะ!
ภายในสมองของเสี่ยวเชี่ยน เหมือนกับได้มีเสียงของจ้าวจงเสียงที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดปรากฏอยู่
ฤดูใบไม้ผลิมาถึงแล้ว ฤดูแห่งการสืบผสมพันธุ์ได้มาถึงอีกครั้ง หมาป่าตัวผู้เพื่อที่จะพิชิตใจหมาป่าตัวเมีย มันจะวิ่งไปมาเพื่ออวดขนสวยๆ ของตัวเอง รวมถึงอวดความสามารถในการล่าเหยื่อหาอาหาร...
ถุย!
คิดอะไรวะเนี่ย!
“ตอนนี้ พวกเราไม่ใช่คนแปลกหน้าแล้วนะครับ” หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางมองเสี่ยวเชี่ยน แล้วพูดอย่างจริงจัง
“ผมหวังว่าคุณจะเลิกใช้วิธีผิดๆ ไปล้างแค้นคนอื่น”
โวะ อยากจะพูดก็พูดไป ทำไมต้องทำตัวดึงดูดด้วยเล่า พี่ไม่อยากมีเสี่ยวเหวยกับน้องหรอกนะ ไม่สิ ลูกหมาป่า! ท่าทางจริงจังของเขา รบกวนความคิดที่เฉียบคมมาตลอดของเสี่ยวเชี่ยน
เธอต้องอยู่ให้ห่างจากผู้ชายคนนี้หน่อย ผู้ชายคนนี้บนตัวมีรังสีทำลายล้างสมอง เข้าใกล้ทีไร สมองเธอช็อตตลอด คิดอะไรเลอะเทอะไปไกล
“หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลาง”
ชื่อของเขาเมื่อออกจากปากของเธอช่างไพเราะเพราะพริ้ง หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางรู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อย แต่ก็รีบปรับอารมณ์ให้อยู่ในสภาวะปกติ
“เชิญพูด”
“ถ้าเกิด ฉันไม่ได้รู้ความจริงที่พวกเขาหลอกฉัน นายว่าอนาคตของฉันจะเป็นไง?”
คำถามนี้หนักอึ้ง ทำให้หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางไม่รู้จะตอบอย่างไร
เสี่ยวเชี่ยนจะหลบตาผู้ชายคนนี้ก็ได้ แต่สายตาเธอกลับไม่ได้มองไปยังลานกว้างในบ้าน เธอพูดอย่างใจเย็น
“ฉันก็จะแต่งงานกับคนที่ชอบเพศเดียวกัน เขาไม่ได้อยากทำหน้าที่ของผู้ชาย ข้อบกพร่องทางร่างกายของเขาทั้งหมดได้แสดงออกมาทางนิสัยที่ผิดเพี้ยน เขาจะทุบตีฉัน ทรมานฉัน หยุดความคิดอันสวยงามทั้งหมดในชีวิตฉัน หากฉันอยากหย่า เขาก็จะใช้ครอบครัวมาหยุดฉัน เป็นเหมือนดั่งนรกบนโลกมนุษย์ เข้าไปแล้วก็ออกไม่ได้อีก”
เหมือนกับชาติที่แล้ว
“ฉันจะถูกทุบตีทุกวัน ฉันต้องบังคับตัวเองให้อยู่ใต้ชายคาเดียวกับผู้ชายตุ้งติ้ง ที่บ้านฉันคงไม่ยอมรับฉันกลับไป เขาจะทรมานฉันสารพัดรูปแบบตามอำเภอใจ ครอบครัวของเขาจะปล่อยเขาทำไป ในสายตาของคนในครอบครัวของเขา รักร่วมเพศเป็นเรื่องน่าอัปยศของครอบครัว ห้ามให้คนภายนอกรู้ แต่ความอัปยศนี้ ทำไมฉันต้องมาเป็นเกราะกำบังให้พวกเขาด้วย?”
“ครอบครัวคุณ...ไม่แคร์คุณเลยเหรอ?” แต่ละคำที่เธอพูดมา หัวใจของเขาเหมือนถูกทิ่มแทง
สองมือกำหมัดแน่น เกลียดตัวเองจริงที่วันนี้ออกแรงอัดสองคนชั่วนั่นไม่มากพอ
“พวกเขาน่ะเหรอ? หึหึ ขอแค่มีลูกชายอยู่ ใครจะมาสนน้ำที่สาดออกไปแล้วล่ะ? พวกเขาต้องการแค่ลูกชายที่สามารถสืบทอดวงศ์ตระกูลต่อไป ฉันเป็นแค่ลูกสาว มีค่าอยู่อย่างเดียวก็คือใช้แลกกับเงินสินสอดจำนวนมากเอาไว้ให้น้องชายไปสู่ขอผู้หญิง”
เธอไม่ได้ปรักปรำคนในครอบครัว เพราะที่บ้านต่างคิดกันแบบนี้ และก็ทำแบบนี้
“ฉันไม่ใช่คนเหรอ? ฉันไม่พยายามเหรอ? สิ่งที่ฉันเสียสละให้มันยังไม่พออีกเหรอ? แต่ใครบ้างที่แคร์ฉัน ถ้าเด็กผู้ชายกับเด็กผู้หญิงถูกพ่อแม่แบ่งแยกมาตั้งแต่เกิด แล้วทำไมไม่หักคอฉันให้ตายตั้งแต่ฉันเกิดเลยล่ะ?”
คำพูดพวกนี้เสี่ยวเชี่ยนอดกลั้นมานาน เมื่อชาติที่แล้วไม่เคยพูดกับใครมาก่อน
พูดให้ใครฟังคงน่าขำ ทุกคนต่างยุ่งกันทั้งนั้น ใครจะมีอารมณ์มายุ่งเรื่องความเป็นความตายของคนอื่น ยิ่งไปกว่านั้น เธอไม่อยากเผยจุดอ่อนให้ใครเห็น
แต่ถ้าเป็นหยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลาง เธอยอมพูด