แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย: ตอนที่ 29 ใช้ของผม อย่าไปใช้ของขยะสองคนนั่น ตอนที่ 29
ตอนที่ 29 ใช้ของผม อย่าไปใช้ของขยะสองคนนั่น
“พวกเราทั้งครอบครัวเป็นมนุษย์ ไม่มีอุ้งเท้า ดังนั้นต่อไปคุณห้ามพูดแบบนี้อีก”
หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางคิดว่าตัวเองได้เล่นมุกตลกจากทุกอาทิตย์ที่ตัวเองอ่านหนังสือปรมาจารย์สุดยอดตลกที่อ่านทุกอาทิตย์ ในที่สุดก็สามารถบ่มเพาะอารมณ์ขันออกมานี่คืออารมณ์ขันที่เขาสั่งสมมาได้สำเร็จแล้ว
ผลก็คือเสี่ยวเชี่ยนมองเขาอย่างเย็นชา
“หนาวมาก*[footnoteRef:1]” [1: หนาวมาก คือ คำพูดในภาษาจีนเวลาที่มุกตลกแป้ก
]
“ผมไม่ได้ติดพัดลมนะ?” หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางกวาดตามองไปรอบๆ ด้วยความแปลกใจ อากาศร้อนจะตายทำไมเธอบอกหนาวนะ?
“ตาทึ่ม! มุกตลกแป้กๆ ของนายทำฉันหนาวจะตายอยู่แล้ว!” เสี่ยวเชี่ยนผลักเขา รู้ว่าตัวเองออกไปไม่ได้จึงนั่งลงบนโซฟาไม้สุดแข็งอย่างโกรธๆ
ไม่ได้ เธอต้องควบคุมสติอารมณ์ ถ้ามัวแต่ไร้สาระกับตาทึ่มอวี๋หยูต่อไป ไอคิวของเธอต้องดิ่งลงแน่
ทำไมชาติที่แล้วเธอถึงได้คิดว่าผู้ชายคนนี้สติปัญญาเพียบพร้อม ดูดีไปเสียทุกอย่างได้นะ?
ผู้ชายที่อ่านดราก้อนบอล เล่นตลกแป้กคนนี้มันใครกัน!
จริงๆ แล้วมาคิดดูดีๆ ก็ไม่แปลกหรอก ชาติก่อนตอนที่เจอกัน เขาโตกว่าตอนนี้ ตอนนั้นหน้าที่การงานใหญ่โต ทำให้นิสัยของเขาเคร่งขรึมกว่านี้มาก อยู่กันตามลำพังมีมุมทึ่มๆ บ้าง แต่เวลาที่อยู่ด้วยกันก็มีไม่เยอะ เสี่ยวเชี่ยนจึงไม่ได้รู้จักนิสัยเขาลึกๆ
พอเห็นเขาเดินกลับมา รักษาระยะห่างพอๆ กับเมื่อครู่ ใบหน้าเคร่งขรึม เสี่ยวเชี่ยนก็เหล่มองเล็กน้อย
ถึงแม้หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางจะหล่อ ท่าทางภูมิฐาน แต่จากมุมมองของจิตแพทย์ฝีมือดีประสบการณ์สูงอย่างเธอมันให้ความรู้สึก...
นี่มันหมาฮัสกี้ในร่างคนชัดๆ!
ลักษณะภายนอกดูน่ากลัว แต่ทำไมทึ่มได้ขนาดนี้!
หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางไม่รู้ว่าฝาแฝดจิวจี้เยียกคนนี้เอียงหน้ามองเขาพลางกำลังคิดว่าเขาเหมือนหมาที่โง่ๆ สายพันธุ์หนึ่ง เขาคิดจะอธิบายเรื่องสมุดฝากเงิน
“ผมเชื่อว่าคุณมีความจำเป็นต้องใช้เงิน”
“เพ้อเจ้อ”
เธอจะไปเรียนมหาวิทยาลัย ถึงแม้เธอจะมีความรู้ด้านจิตเวชระดับดอกเตอร์ แต่ถ้าไม่มีใบรับรอง แล้วต่อไปจะเปิดคลินิกให้คำปรึกษาได้อย่างไร?
“นี่เป็นเงินเก็บของผม เป็นเงินสะอาด คุณเอาของผมไปใช้ อย่าไปใช้เงินของขยะสองคนนั่นเลย”
“เราสนิทกันขนาดนั้น?”
“เอ่อ...” หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางเพิ่งจะรู้สึกว่าตัวเองอาจทำให้ผู้หญิงคนนี้รู้สึกเสียเกียรติ
“ผมไม่ได้ให้เลย ผมให้ยืม!” ในที่สุดก็หาคำพูดที่ลงตัวได้!
“ยืม?” เสี่ยวเชี่ยนอึ้ง
“ครับ ผมให้คุณยืม รอจนคุณมีเงินค่อยคืนผม” อันที่จริงไม่คืนก็ไม่เป็นไรนะ
“แล้วถ้าฉันไม่มีปัญญาคืนล่ะ?” เสี่ยวเชี่ยนถือสมุดเงินฝากที่ถูกเขายัดกลับเข้ามือมาอีกรอบ ในใจไม่เพียงแต่จะไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิด ยังโกรธยิ่งกว่าเดิม
ตานี่เป็นคนดีไปทั่วรึไง?
ทำดีแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนเหรอ? ชาติก่อนตอนเจอเธอครั้งแรกก็เอาเสื้อกันหนาวมาคลุมให้ คลุมให้สาวไปกี่คนแล้วล่ะ?
ชาตินี้เจอกันครั้งแรกให้พลาสเตอร์ยา ตอนนี้มาให้เงินอีก เอาเงินฟาดหัวสาวมากี่คนแล้ว? ดูถูกกันชัดๆ!
เขาให้เงินสาวมากี่คนแล้วกันแน่นะ? ไม่ถูกสิ แปลกๆ ตรงไหนนะ ถุย!
เธอจะมัวมาคิดอะไรแบบนี้เนี่ย!
หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางไม่รู้ว่าเสี่ยวเชี่ยนคิดไปต่างๆ นานา มีความคิดจินตนการไปไกลเชิงหนุ่มสาว เขายังคงคิดจะหาคำพูดที่ไม่ทำลร้ายเกียรติของเธอต่อไป
“ในชีวิตของคนเรามักจะต้องพบเจอกับอุปสรรคและขวากหนาม แต่ถ้าคุณมองไปข้างหน้าก็จะสามารถ...”
“โว้ย!” เสี่ยวเชี่ยนโมโหจนระเบิด
ตานี่กำลังท่องคำพูดให้กำลังใจเธอเหรอ?
แม่ง ต่อหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยามาท่องคำพูดให้กำลังใจที่ฟังดูเหมือนถูกหมด แต่แท้จริงไร้ประโยชน์เนี่ยนะ?
ไม่รู้เลยเหรอว่าการเอาคำพูดแบบนี้ไปใส่มองให้้กับผู้ป่วยทางจิตจะยิ่งเป็นการสร้างความหงุดหงิดใจให้น่ะ?
ไม่รู้เหรอว่าคนที่ชอบเอาพวกคำพูดแนวให้กำลังใจพวกนี้ป้อนตัวเองบ่อยๆ ไอคิวต่ำน่ะ? เธอเป็นดอกเตอร์นะ ดอก เตอร์!
ครั้นแล้วเสี่ยวเชี่ยนก็โมโหจนระเบิด
เธอถือสมุดเงินฝากแล้วทุบตีเขา
“หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลาง นายโง่หรือเปล่า? ฉันสนิทกับนายเหรอ? นายรู้เหรอว่าฉันเป็นใคร? นายเคยถามไหมว่าฉันจะเอาเงินไปทำอะไร? นายไม่เคยถามเลยสักอย่าง แล้วมาทำแบบนี้ ไม่เรียกว่าโง่หรอกเหรอ!!”
หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางไม่รู้สึกเจ็บจากการถูกทุบตี แต่เห็นเธออยู่ๆ ก็ระเบิดอารมณ์แบบนี้จึงไม่กล้าหลบ ปล่อยให้เธอทำตามอำเภอใจ
ถือโอกาสแอบมองใบหน้าเล็กๆ ที่ถูกความโกรธครอบงำ
เสี่ยวเชี่ยนตีจนเหนื่อยก็ไม่เห็นเขาเอาคืน จึงถามกลับ
“ทำไมไม่หลบ? โง่หรือไง?”
“เอาเป็นว่ายังไงผมก็ไม่เจ็บนี่” เขาตอบด้วยท่าทางจริงจัง แต่แอบพูดเสริมอยู่ในใจ
ถ้าหลบแล้วจะไปจ้องไฝสาวงามระยะใกล้แบบนี้ได้ที่ไหนอีก หน้าผากเล็กๆ กับทับทิมเม็ดแดงวาวๆ ที่อยู่ตรงกลางนั่น สวยจริงๆ
“ฉัน...” เสี่ยวเชี่ยนยอมเขาเลยจริงๆ
“เฉินเสี่ยวเชี่ยน ผมให้คุณยืมเงิน ผมเชื่อว่าสักวันคุณจะหามาคืนผมได้ ผมไม่กำหนดระยะเวลา คืนได้เป็นพอ”
“แล้วถ้าคืนไม่ได้นายจะทำยังไง?”
“งั้นก็มาเป็น ... นั่นน่ะ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรจริงๆ” เกือบพูดไปแล้วเชียว เกือบเอาความในใจพูดไปแล้ว อันตรายจัง!
หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางแสร้งทำเป็นเหมือนไม่มีอะไร สงบจิตสงบใจ พอเห็นเสี่ยวเชี่ยนเหมือนจะไม่ได้คิดอะไร จึงวกกลับมาเข้าประเด็น
“สรุปคือเงินของผมคุณเอาไปได้ เงินของคนชั่วพวกนั้นคุณห้ามเอา!”
“ทำไม!” ก็เงินเหมือนกัน เสี่ยวเชี่ยนยอมไปขู่เอาเงินคนเลว เพราะพวกมันสมควรแล้ว แต่เธอจะไม่ยอมเอาเงินของหยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลาง รู้สึกว่าถ้าเอาเงินของเขาอีกหน่อยต้องเจอกันไม่จบไม่สิ้นแน่
“เพราะชีวิตที่สะอาดของคุณไม่ควรจะมีค่าแค่เงินสองแสนห้าหมื่น”
พอเขาพูดประโยคนี้จบ เสี่ยวเชี่ยนก็เหมือนถูกจี้สกัดจุด ยืนตัวแข็งอยู่นาน
หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางเห็นอย่างชัดเจน ภายในดวงตาของเธอ ค่อยๆ แดงขึ้น
ในใจของเสี่ยวเชี่ยนคล้ายกับว่าได้ถูกเขาสะกิดจุดที่เธออัดอั้นตันใจมาตลอด ความอ่อนแอมากมายที่เดิมไม่ควรมีอยู่ๆ ก็หลุดออกมา
เธอรู้สึกควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ หรือแม้แต่น้ำตาที่กำลังจะไหลออกมาก็ด้วย
“พวกเขาทำสิ่งที่เลวมาก ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณ แต่คุณเป็นผู้หญิงที่ดี ไม่ควรจะถูกพวกเขาฉุดให้แย่ลง”
หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางไม่มีทางยอมให้เสี่ยวเชี่ยนเอาเงินของคนชั่ว
นับตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเธอ และอีกหลายๆ ครั้งต่อมา เขามั่นใจได้เรื่องหนึ่ง
ผู้หญิงคนนี้ควรจะได้ใช้ชีวิตที่สะอาด มีความสุข ให้คนได้ทะนุถนอมเธอไว้ในมือ เรื่องที่ไม่มีความสุขไม่ควรจะได้เข้ามายุ่งกับชีวิตเธอ
ถ้าเกิดต้องมีผู้ชายที่พาเธอออกมาจากสิ่งแวดล้อมอันเลวร้าย หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางคิดว่าผู้ชายคนนั้นควรเป็นเขา
“แล้วจะให้ฉันทำไง! หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางนายบอกฉันซิว่าต้องทำไง! พวกมันเกือบจะทำลายชีวิตฉันทั้งชีวิต จะให้ปล่อยไปแบบนี้เหรอ? ฉันต้องกลายเป็นคนที่ต้องเสียสละเพื่อความรักของพวกมันเหรอ?”
ในใจของเสี่ยวเชี่ยนไม่ยินยอม แต่คำพูดของหยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางเมื่อครู่ ชีวิตที่สะอาดของคุณไม่ควรจะมีค่าแค่เงินสองแสนห้าหมื่น มันได้เสียดแทงใจของเธอ ปัดเอาทุกสิ่งที่เธอใช้สะกดตัวเองออกไป แสร้งทำเป็นเข้มแข็ง แต่จิตใจมีแต่บาดแผล
“จะปล่อยไปได้ยังไง? พวกเขาทำผิดก็ต้องรับโทษ! มนุษย์ถ้าต้องอดทนอดกลั้นไปตลอดจะเกิดปัญหา พวกเราควรใช้วิธีที่โจ่งแจ้งรับมือกับพวกเขา คุณจำเป็นต้องรู้ว่าผมเป็นคนที่สว่างโจ่งแจ้งคนหนึ่ง”
ประโยคสุดท้ายนี่เล่นมุกแป้กอีกแล้ว...
จากนั้นเสี่ยวเชี่ยนก็ได้เห็นว่าหยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางใช้วิธีอะไรในการเล่นงานอย่าง ‘โจ่งแจ้ง’ ระบายแค้นแทนเธอ
*คำพูดในภาษาจีนเวลาที่ตลกมุกแป้ก