แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย: ตอนที่ 30 เธอเพิ่งจะแตกเนื้อสาว ตอนที่ 30
ตอนที่ 30 เธอเพิ่งจะแตกเนื้อสาว
อวี๋หมิงหลางกดเสี่ยวเชี่ยนให้นั่งบนโซฟา จากนั้นก็ลุกขึ้นไปหยิบโทรศัพท์มือถือในห้องนอนออกมาโทรต่อหน้าเสี่ยวเชี่ยน
“อาเล็กครับ นี่หมิงหลางนะครับ ผมมีเรื่องอยากจะบอกอา หลี่เจิ้นเข้าไปเปิดห้องในโรงแรมกับผู้ชายคนหนึ่ง...ผมเห็นได้ยังไงน่ะเหรอครับ? ผมไปทำภารกิจครับ”
ฮีโร่ช่วยสาวก็เป็นภารกิจอันมีเกียรติเหมือนกัน!
เสี่ยวเชี่ยนตกตะลึง
เธอคิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่ชอบทำลายล้างโดยไม่ให้อีกฝ่ายทันตั้งตัว
แต่ดูจากตอนนี้แล้ว อวี๋หมิงหลางก็ร้ายไม่ใช่เล่น!
เขากล้าเอาเรื่องแย่ๆ ที่หลี่เจิ้นกับหนีเจี้ยนเหรินทำไปบอกแม่ของหลี่เจิ้น!
จัดการได้ตรงจุดดี!
เธอกล้าพนันเลยว่า คนชั้นต่ำพวกนั้นยอมที่จะให้เธอแก้แค้นแบบ ‘ไม่โจ่งแจ้ง’ มากกว่าที่จะให้อวี๋หมิงหลางใช้วิธี ‘โจ่งแจ้ง’
“ครับ ผมแน่ใจครับว่าตัวเองไม่ได้ดูผิด จริงสิ ผมมีความรับผิดชอบเลยไปตั้งใจตรวจสอบภูมิหลังของผู้ชายคนนั้นด้วยนะครับ แย่มาก”
เขามองเสี่ยวเชี่ยน เขามีความรับผิดชอบจริง แต่ไม่ใช่มีต่อพี่ชายที่เป็นลูกพี่ลูกน้อง เขาต้องรับผิดชอบฝาแฝดจิวจี้เยียกคนนี้ จูงมือเธอไปแล้วนี่
“ผู้ชายคนนั้นทำงานที่เดียวกับหลี่เจิ้น ทำตัวแย่มาก”
หลอกลวงฝาแฝดจิวจี้เยียก ‘ของเขา’ ความผิดที่ไม่อาจให้อภัย อาเล็กของอวี๋หมิงหลางรู้ว่าอวี๋หมิงหลางเป็นผู้ชายพูดจามีเหตุผล
ถ้าอวี๋หมิงหลางบอกว่าแย่มาก ก็แสดงว่าไม่ใช่คนดีอะไร
อาเล็กรู้อยู่บ้างถึงนิสัยแปลกๆ ของลูกชายตัวเอง แต่ก็ทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ หวังว่าอายุเยอะขึ้นคงรู้จักแยกแยะได้
ในเมื่ออวี๋หมิงหลางโทรมาด้วยตัวเอง อาเล็กก็รู้สึกได้ถึงความรุนแรงของปัญหา
“เดี๋ยวอาจะจัดการเรื่องนี้เอง นี่หลาน เรื่องนี้อย่าบอกลุงของหลานนะ ได้ไหม?”
“ขอดูพฤติกรรมของหลี่เจิ้นก่อนนะครับ”
อวี๋หมิงหลางพูดจบก็วางสาย แล้วยิ้มแฉ่งให้เสี่ยวเชี่ยน
“เห็นหรือยัง? เป็นคนน่ะต้องโจ่งแจ้งเข้าไว้ มันต้องมีวิธีที่โจ่งแจ้งลงโทษคนชั่วได้อยู่แล้ว”
เสี่ยวเชี่ยนนั่งเงียบมองเขาหลายวินาที ในใจมีคำๆ หนึ่งปรากฏขึ้น ‘ร้ายลึก’
เขาร้ายมาก ตัวเองไม่ต้องออกแรงเอง ทำเป็นมีน้ำใจบอกให้อาเล็กรู้แล้วยืมมืออาเล็กจัดการหนีเจี้ยนเหริน
แค่ไม่กี่ประโยค เสี่ยวเชี่ยนก็วิเคราะห์ได้ว่า ครอบครัวของหลี่เจิ้นฐานะไม่ธรรมดาแน่
อวี๋หมิงหลางบอกไปว่าหนีเจี้ยนเหรินเป็นคนที่ใช้ไม่ได้ อีกทั้งยังบอกไปว่าทำงานที่เดียวกับหลี่เจิ้น หนีเจี้ยนเหรินจะต้องถูกอาเล็กหาวิธีกำจัดหนีเจี้ยนเหรินออกไปแน่นอน เพื่ออนาคตของหลี่เจิ้น
เขาใช้วิธีเอาคืนด้วยวิธีเดียวกัน หนีเจี้ยนเหรินเล่นไม่ซื่อกับเธอ อวี๋หมิงหลางจึงช่วยเสี่ยวเชี่ยนเล่นงานกลับอย่างโหดร้าย
“ที่นี่มีน้ำไหม ฉันอยากล้างมือ...” ความรู้สึกที่ซับซ้อนเขาครอบงำเสี่ยวเชี่ยน เธอเคยชินกับการแบกรับเรื่องต่างๆ ไว้คนเดียว อยู่ๆ มีผู้ชายมาช่วย ทำให้ความรู้สึกสับสนเข้ารัดพันเธอเอาไว้
อยู่ๆ ก็อยากล้างมือ
อวี๋หมิงหลางชี้ไปที่ห้องน้ำ เขาเห็นเธอรีบเดินเข้าไป เสียงน้ำไหลอยู่ข้างใน ตอนแรกก็ไม่รู้สึกอะไร แต่สักพักเสียงน้ำก็ยังไม่หยุด เขารู้สึกแปลกๆ จึงเดินเข้าไป แล้วก็เห็นเสี่ยวเชี่ยนเอาแต่ถูมือตัวเองจนมือแดงไปหมดแต่ก็ยังล้างต่อไป
“พอแล้ว!” เขาปิดก๊อกน้ำ
“ไม่พอ!” เสี่ยวเชี่ยนผลักเขาแล้วเปิดก๊อกน้ำ อวี๋หมิงหลางรู้สึกได้ว่าเธอไม่ได้ต้องการล้างให้สะอาด แต่เป็นการย้ำคิดย้ำทำ ถึงจะไม่เข้าใจเรื่องทางจิตวิทยา แต่สัญชาตญาณบอกเขาว่า หากล้างแบบนี้ต่อไปไม่ดีแน่
ตอนนี้สมองของเสี่ยวเชี่ยนกำลังสับสน
การที่อวี๋หมิงหลางทำดีกับเธอได้สร้างแรงกดดันให้เธอเป็นอย่างมาก นี่เป็นการกำเริบของโรคย้ำคิดย้ำทำครั้งที่หนักที่สุดของเธอ รู้สึกว่าล้างยังไงก็ไม่สะอาด บนมือยังมีเลือดติดอยู่
อวี๋หมิงหลางรู้สึกว่าสถานการณ์ของเสี่ยวเชี่ยนไม่ชอบมาพากลจึงรีบขวางเธอ จะพาเธอออกไป แต่เสี่ยวเชี่ยนกลับผลักเขา
“อวี๋หมิงหลางนายอยู่ให้ห่างจากฉันเลยนะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่ดีอะไร!”
เธอเป็นแม่ที่แม้แต่ลูกสาวตัวเองก็ดูแลให้ดีไม่ได้ นอกจากเรื่องแก้แค้นคนที่เคยรังแกเธอกับลูกสาวแล้ว เธอยังจะมีใจให้เรื่องอื่นได้อย่างไร นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอวางแผนไว้
“คุณเป็นผู้หญิงที่ดี ผมเชื่อสายตาตัวเอง” อวี๋หมิงหลางไม่เข้าใจ ผู้หญิงที่แม้แต่หมาแมวเร่ร่อนยังเป็นมิตรด้วย ทำไมยังย้ำว่าตัวเองเป็นคนเลวอีก
“นาย เอาอะไรมายืนยัน?” เรื่องที่แม้แต่ตัวเธอเองยังไม่มั่นใจ ทำไมเขาถึงได้ตอบอย่างมั่นใจแบบนั้น?
“สายตาของผมสี่จุดแปดมองเห็นชัดแจ๋ว!” เขาตอบอย่างภูมิใจ
เสี่ยวเชี่ยน ...
มุกแป้ก!
“สายตาแบบนายนี่สอบเข้าโรงเรียนทหารได้ยังไง แถมยังเป็นมือสไนเปอร์อีก?!” ตานี่มีเบื้องหลังไม่โปร่งใสหรือเปล่า!
สายตาสี่จุดแปดคือสายตาสั้นหนึ่งร้อยห้าสิบหรือเปล่า? มิน่าเมื่อชาติก่อนตอนเขาขับรถถึงต้องใส่แว่นกรอบทอง!
“สายตาสี่จุดหกก็สามารถสอบเข้าโรงเรียนทหารได้ อีกอย่างคุณคงไม่รู้ใช่ไหมว่านักแม่นปืนโอลิมปิกส่วนใหญ่ก็สายตาสั้นกัน? สวีไห่ฟง หวางอี้ฟู...แล้วก็มือสไนเปอร์ที่เก่งที่สุดของหน่วยเราส่วนใหญ่ก็สายตาสั้นหน่อยๆ กันทั้งนั้น! สายตาแบบนี้เป็นทหารอากาศก็ได้แล้ว แต่ขับเครื่องบินรบไม่ได้...”
อธิบายความรู้วิชาการด้วยท่าทางจริงจัง
“...ฉันรู้สึกสงสารพี่ทหารที่ถูกนายยิงตอนซ้อมรบชะมัด!” คนพวกนั้นถูกคนสายตาสั้นจัดการเหรอ?
เสี่ยวเชี่ยนไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองได้ถูกอวี๋หมิงหลางเบนความสนใจได้สำเร็จ เธอไม่รู้สึกอยากล้างมือแล้ว คล้อยไปตามคำพูดของเขา
“มือสไนเปอร์ใช้ความรู้สึกเป็นหลัก ความสมดุลกับความแน่วแน่สำคัญกว่าสายตา สายตาเลือนรางทำให้ไม่สามารถจดจ่อกับเป้าหมายได้ แต่การรักษาความสมดุลกับความแน่วแน่มั่นคงต่างหากที่ช่วยได้ โดยเฉพาะกับเป้าหมายที่เคลื่อนที่ไม่มีเวลาให้คุณมานั่งคำนวณอะไรได้มากมาย ดังนั้นคนที่เป็นมือสไนเปอร์ได้จะต้องเป็นคนที่มีสัมผัสที่หกเหนือกว่าคนปกติ”
เสี่ยวเชี่ยนถูกเขาหว่านล้อมด้วยทฤษฎี
“ดังนั้นผมเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง คุณก็ควรเชื่อในการตัดสินใจของผม” จุดประสงค์ของอวี๋หมิงหลางก็คือคำพูดประโยคสุดท้าย เขาเชื่อในสัมผัสที่หกของตัวเองที่มีต่อผู้หญิงคนนี้ ผู้หญิงที่ดี!
นี่ถ้าไม่เคยรู้เกี่ยวกับผู้ชายคนนี้มาก่อน เสี่ยวเชี่ยนคงตกใจกลัวน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจังของเขาแล้ว
ใบหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึก เอาแต่พูดตลกมุกแป้กที่ใครก็ไม่เข้าใจ มิน่าถึงได้โสด...
“ฉันจะกลับ”
“ผมไปส่ง เงินนั่น คุณ...”
“ฉันจะรับไว้ ถือเป็นการยืม อีกสองปีฉันจะคืนให้พร้อมดอก”
“จริงๆ ไม่ต้องรีบก็ได้” อวี๋หมิงหลางคิดในใจ ไม่ต้องคืนไปตลอดเลยก็ยังได้
แบบนี้เธอกับเขาจะได้ไม่ขาดการติดต่อ...
ทั้งสองคนเดินตามกันออกมา อวี๋หมิงหลางเอากุญแจล็อคประตูพลางถามเธอ
“จริงสิ คุณจะเอาเงินไปทำอะไรเหรอ?” เขารู้จักคนเยอะอาจช่วยเธอได้
“เรียนหนังสือ”
กุญแจตกลงบนพื้น เขาหันไปมองด้วยความตกใจ
“เรียน...อะไร?”
“มหา’ลัยไง ฉันสอบติดมหาวิทยาลัยแล้ว ที่บ้านไม่ส่งฉัน ฉันก็เลยต้องหาค่าเรียนเอง”
“...คุณอายุเท่าไร?”
“สิบแปดปีเต็ม”
คำพูดของเสี่ยวเชี่ยนเหมือนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ดังเปรี้ยง ผ่าลงที่ใจของอวี๋หมิงหลาง
เมื่อครู่เขาพบว่าตัวเองใจเต้นแรง ถึงขนาดคิดว่าจะตามจีบเธออย่างไร ผลปรากฏเพิ่งจะพบความจริงว่า
เธอ...เพิ่งจะสิบแปด?!