แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย: ตอนที่ 32 ขู่เพื่อนสมัยเด็กแบบนี้ก็ได้เหรอ ตอนที่ 32
ตอนที่ 32 ขู่เพื่อนสมัยเด็กแบบนี้ก็ได้เหรอ?
เสี่ยวเชี่ยนกลับถึงบ้าน ในกระเป๋ามีสมุดเงินฝากที่หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางยัดใส่มาให้ หูเหมือนยังได้ยินเสียงของเขาแว่วอยู่ สีหน้าไม่ได้บึ้งตึงเท่าไหร่แล้ว
แต่พอเธอเข้าบ้านเห็นแม่นั่งโบกพัดอยู่หลังเค้าน์เตอร์คิดเงิน รวมถึงเฉินหลินที่ถือแตงโมดูขยันขันแข็งกว่าปกติ อารมณ์ดีๆ ก็หายไปหมด
“เชี่ยนเอ๋อร์ แกไปตายที่ไหนมา หายไปไม่อยู่บ้านทั้งเช้าเลย!” ใบหน้าของเจี่ยซิ่วฟางยังมีรอยแดงที่เฉินหลินตบเมื่อวานตอนทะเลาะกันหลงเหลืออยู่ ดวงตาก็บวม เธอถูกเฉินหลินพูดจาหว่านล้อมไปพากลับมาบ้าน
เฉินหลินพอเห็นเสี่ยวเชี่ยนสายตาก็ดูหวาดระแวง แต่ที่มีความโกรธมากกว่าคือเพลิงโทสะ
เป็นเพราะยัยเด็กคนนี้ที่ทำให้เรื่องวุ่นวาย ไม่อย่างนั้นบ้านก็คงยังสงบอยู่ เขาคงมีความสุขทั้งชั้นบนชั้นล่าง
“เชี่ยนเอ๋อร์ มากินแตงโมสิ” ในใจไม่พอใจเสี่ยวเชี่ยน แต่ปากกลับเรียกอย่างกระตือรือร้นเต็มใจ ท่าทางของเฉินหลินดูจะขยันผิดปกติ
ถ้าไม่มีเรื่องเลวๆ ที่เขาทำก่อนหน้านี้ขวางหน้าอยู่ หากมองแค่พฤติกรรมที่เขายกชารินน้ำมาริน ก็เหมือนจะเป็นสามีตัวอย่างที่แสนดี
ผู้ชายที่นอกใจแล้วโดนจับได้ก็เป็นแบบนี้กันหมด ทำตัวดีเป็นพิเศษเพื่อปิดบังความอ่อนแอที่อยู่ในใจ
เสี่ยวเชี่ยนไม่มองเฉินหลินเลยแม้แต่น้อย เธอหันหน้าไปถามเจี่ยซิ่วฟาง “ฉวีเสวี่ยล่ะ?”
“กลับบ้านเกิดไปแล้ว ช่วงนี้ร้านเราก็ไม่ได้ยุ่ง ฉันคนเดียวดูแลร้านได้” เจี่ยซิ่วฟางพอนึกถึงฉวีเสวี่ยก็รู้สึกแค้นใจ
สามีเป็นตายก็ไม่ยอมรับว่ามีความสัมพันธ์กับฉวีเสวี่ย ลำพังแค่รอยแดงก็อธิบายอะไรไม่ได้มาก เธอจึงต้องไล่ให้ฉวีเสวี่ยกลับไป
“ทำไมอากาศมันถึงได้ร้อนขนาดนี้นะ?” ตอนนี้เจี่ยซิ่วฟางพูดกับสามีไม่มีความเกรงใจเท่าไรแล้ว เพราะจับจุดอ่อนสามีได้เลย มีความรู้สึกเหมือนได้เป็นใหญ่ในบ้าน กล้าสั่งให้เฉินหลินทำนู่นนี่
“เดี๋ยวพ่อจะไปซื้อพัดลมนะ พัดลมร้านเราเสียตั้งนานแล้ว” เฉินหลินคล้อยตามเห็นด้วยไปหมด
เสี่ยวเชี่ยนมองพ่อขี่จักรยานไปซื้อพัดลมด้วยสายตาที่เย็นชา หน้าตาท่าทางแบบนี้น่ารังเกียจจริง
เจี่ยซิ่วฟางเรียกเสี่ยวเชี่ยนมานั่งข้างๆ สองแม่ลูกนั่งข้างกัน เจี่ยซิ่วฟางเขี่ยเม็ดแตงโมออกให้เสี่ยวเชี่ยน
“แกเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวมันเป็นลูกสาว ดึกๆ ดื่นๆ ออกไปไหนข้างนอก? เกิดอันตรายขึ้นมาจะทำยังไง? ดีที่ลูกบ้าของป้าเจ็ดเมื่อคืนไม่วิ่งออกมา ไม่งั้นแกจะทำยังไง!”
เมื่อคืนเธอรู้สึกแย่มากเพราะสามีมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนนั้น จิตใจสับสนไปหมดเลยต้องหนีไปบ้านแม่เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ฟังจากที่สามีเล่า เมื่อคืนก็ไม่รู้ว่าลูกสาวกลับมาตอนไหน ใจคอไม่ดีเลยรีบกลับบ้านมาดูลูก
เวลานี้เห็นเสี่ยวเชี่ยนปลอดภัยดีเจี่ยซิ่วฟางจึงโล่งอก แต่ก็อยากจะบ่นสักหน่อย
“แม่เอาเวลาที่เป็นห่วงหนูไปห่วงเรื่องของตัวเองเถอะ” แม่ของเธอบ่นเก่งที่หนึ่ง พูดจาก็ไม่เคยน่าฟัง แต่เสี่ยวเชี่ยนฟังออกว่าแม่เป็นห่วง ในใจจึงไม่ได้รู้สึกต่อต้านเท่าไร
“ฉันจะมีเรื่องอะไรได้ แกน่ะเป็นแค่เด็ก อย่ายุ่งเรื่องของผู้ใหญ่นักเลย” ในใจของเจี่ยซิ่วฟาง เสี่ยวเชี่ยนก็เป็นแค่เด็ก
“ผู้หญิงคนนั้นไปแล้ว แต่แม่ก็ต้องดูผู้ชายของตัวเองให้ดี พูดให้ถูกก็คือ เงินในบ้านทั้งหมดคอยดูไว้ให้ดี”
“หมายความว่าไง?” เจี่ยซิ่วฟางได้ยินลูกสาวพูดแบบนั้นก็เลิกกินแตงโม
“แม่คงไม่คิดว่าแค่พ่อกระดิกหางให้แม่เชื่อฟังแล้วจะกลับตัวได้จริงๆ หรอกนะ? หมาแก้นิสัยกินขี้ไม่หายหรอก แม่ไม่ดูแลเงินในบ้านให้ดีช้าเร็วต้องเกิดเรื่องแน่”
เจี่ยซิ่วฟางเริ่มไม่พอใจ
“เขาเป็นพ่อแก ทำไมแกพูดถึงเขาแบบนั้น?”
เสี่ยวเชี่ยนแสยะยิ้ม ขี้เกียจอธิบาย
นี่คือความเป็นทาสของผู้หญิง
ไม่ได้บทเรียนแม่เธอไม่มีทางยอมฟัง ตอนนี้ต้องทำให้รู้จักพึ่งตัวเอง นี่ยังเร็วไป จากการวิเคราะห์ของเสี่ยวเชี่ยน แม่ของเธอมีนิสัยชอบพึ่งพาคนอื่น การจะให้แม่เลิกพึ่งพาสามียากพอๆ กับเลิกยา
อย่างไรก็ตามเสี่ยวเชี่ยนไม่รีบ จิตแพทย์ให้การรักษาคนไข้ล้วนต้องใช้ระยะเวลานาน ค่อยเป็นค่อยไป
เจี่ยซิ่วฟางบ่นเรื่องจิปาถะให้ลูกสาวฟัง ไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน
เหมือนกับที่เสี่ยวเชี่ยนคิดไว้ เจี่ยซิ่วฟางเจตนาจะหลบเลี่ยงเรื่องนี้ แสร้งทำเป็นว่าเรื่องพวกนี้ไม่เคยเกิดขึ้น แต่ในใจนั้นมีรอยแตกร้าว
เฉินหลินกลับมาจากข้างนอก ปากก็บ่นนู่นนี่
“ไปซื้อพัดลมถึงไหน?” เจี่ยซิ่วฟางถาม
“พ่อค้าหน้าเลือดมันขึ้นราคา พ่อเอาเงินไปไม่พอ เอามาอีกยี่สิบหยวนร้อยนึง!” เขาจำได้ว่าเมื่อหลายวันก่อนดูราคายังไม่แพงขนาดนี้เลย วันนี้กลับขึ้นราคาแล้ว
เจี่ยซิ่วฟางหยิบเงินให้เฉินหลิน แล้วกลับมาคุยกับเสี่ยวเชี่ยนต่อ
“เชี่ยนเอ๋อร์ แม่ดูปลอกผ้าห่มเอาไว้ให้แก เดี๋ยวรอพ่อกลับมาดูร้านแล้วเราค่อยไปดูกัน ชอบก็จองไว้ ผ้าห่มแต่งงานควรทำได้แล้ว”
“ไม่ต้องแล้ว เอาผ้าห่มเดี่ยวให้หนูก็พอ”
“พูดบ้าอะไร แต่งงานใครเขาให้ผ้าห่มคนเดียวกัน ไร้สาระ! ฉันดูไว้แล้ว ตอนนี้เห็นเขานิยมผ้าไหมกัน แค่มันแพงไปหน่อย ฉันกับพ่อแกปรึกษากันแล้วว่าจะซื้อให้แก! แกแต่งไปแล้วก็เอาไปใช้ อย่าปล่อยให้คนอื่นหยิบไปล่ะ รู้หรือเปล่า?”
“หนูไม่แต่งงานแล้ว”
“มันเรื่องอะไร?!” เจี่ยซิ่วฟางทุบโต๊ะ เปลือกแตงโมสะเทือนจนเด้งขึ้นมา
“แกพูดอีกทีซิ ว่ามันเรื่องอะไรกัน?”
“หนูไม่แต่งงานแล้ว”
เสี่ยวเชี่ยนเตรียมหยิบจดหมายตอบรับขึ้นมาให้แม่ดู แต่เฉินหลินเดินบ่นกระปอดกระแปดเข้ามาก่อน
“ไอ้พวกพ่อค้าหน้าเลือดเฮงซวย ทำไมมันขึ้นราคาอีกแล้ววะเนี่ย! แม่ง ยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงขึ้นราคาสองครั้ง ไม่ปล้นกันเงินซะไปเลยล่ะ!”
“นี่พ่อ มาดูลูกเราเร็ว เป็นบ้าไปแล้ว บอกว่าจะไม่แต่งงานแล้ว!” เจี่ยซิ่วฟางฟ้อง
เฉินหลินไม่มีเวลาฟังเรื่องพวกนี้ “เอามาอีกยี่สิบซิร้อยนึง เร็วเข้า! ถ้าไม่ซื้ออีกเดี๋ยวมันได้ขึ้นราคาอีก ไอ้พวกพ่อค้าหัวใส...”
เจี่ยซิ่วฟางหยิบเงินออกมาจากลิ้นชักห้าสิบหยวน 250 เสี่ยวเชี่ยนเห็นแล้วก็ยืนขึ้น
“เอาเงินมาให้หนู หนูไปซื้อเอง”
เฉินหลินเองก็ไปกลับจนอยากจะพอแล้ว เลยหยิบเงินออกสามสิบหยวน 150 ไม่ยอมให้เงินเสี่ยวเชี่ยนเกินไปแม้แต่แดงเดียว ให้ไปพอดี
เสี่ยวเชี่ยนคำนวณเวลา หนีเจี้ยนเหรินไอ้บ้านั่นคงใกล้มาแล้ว เธอออกไปก่อนดีกว่า ไม่อยากเห็นฉากอาละวาดในบ้าน
หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางกับไห่เจาเตรียมจะเดินออกไปร้านอาหาร พอเห็นเสี่ยวเชี่ยนขี่จักรยานแม่บ้านเข้ามาก็หยุดเดินแล้วถอยกลับ
“ทำไมเหรอ?” ไห่เจาถาม
“เปล่า เดี๋ยวค่อยไป” หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางกวาดตามองไปทั่วร้านแล้วเลือกมุมที่ไม่ค่อยสะดุดตา ลากไห่เจาให้นั่งลง ตำแหน่งนี้มีเครื่องใช้ไฟฟ้าบังอยู่ คนทั่วไปมองไม่เห็น
“พัดลมอยู่ไหนคะ?” เสี่ยวเชี่ยนเข้าร้านมาแล้วถาม
หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางได้ยินดังนั้นก็สะกิดไห่เจา “ราคาที่ขึ้นไปเมื่อกี้๊ลดลงมาให้หมด”
“...ทำไม?!” มันกำลังขายดีเข้าใจไหม!
“ห้าขวบยังฉี่รดที่นอน เรื่องนี้ฉันว่าพนักงานร้านนายอาจจะยังไม่รู้กันนะ?” หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางพูดอย่างใจเย็น
ไห่เจาแอบด่าเสียงเบา ลุกขึ้นยืน แล้วเดินไปที่เสี่ยวเชี่ยน พนักงานเห็นเถ้าแก่เดินมาก็ไม่พูดอะไร
“มาซื้อพัดลมเหรอครับ?” ไห่เจามองเสี่ยวเชี่ยนผ่านๆ แต่พอมองไปแล้วกลับละสายตาไม่ได้