แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย: ตอนที่ 34 ขอให้พวกนายมีลูกไม่ได้ ถุย! ตอนที่ 34
ตอนที่ 34 ขอให้พวกนายมีลูกไม่ได้ ถุย!
เสี่ยวเชี่ยนพอออกจากร้านก็ไม่ได้กลับบ้านทันที เธอคำนวณเวลา หนีเจี้ยนเหรินน่าจะไปที่บ้านแล้ว เธอไม่อยากได้ยินเสียงแม่ร้องไห้ แล้วก็ไม่อยากได้ยินเสียงเฉินหลินอาละวาด
เธอขี่จักรยานไปที่ตลาดหลักทรัพย์ เดิมเธอก็ไม่ใช่คนที่สนใจเรื่องตลาดหุ้นเท่าไร เมื่อชาติที่แล้วสิ่งที่เธอลงทุนล้วนเป็นข้อมูลที่ได้ยินมาจากผู้ป่วยของเธอ
ผู้ป่วยที่มารักษากับเธอล้วนเป็นบุคคลระดับหัวกะทิของสังคม ข้อมูลของพวกเขารวดเร็วฉับไว เสี่ยวเชี่ยนก็ซื้อหุ้นลงทุนอสังหาริมทรัพย์ไปเล่นๆ ตามคนพวกนั้น เวลาที่ผู้ป่วยพูดเรื่องประสบการณ์ของตัวเองก็มักจะพูดถึงประวัติการสร้างเนื้อสร้างตัว
คนพวกนั้นพูดกับเธอครั้งแล้วครั้งเล่าจนเธอรู้ขั้นตอนในตลาดหุ้นเป็นอย่างดี ตอนนี้น่าจะเป็นช่วงที่ตลาดขาขึ้น เธอถอนเงินของตาทึ่มอวี๋หยูออกมาแล้วเอามาลงทุนในตลาดหุ้น รอจนเงินงอกเงยเมื่อไรค่อยเอาไปคืน
เดิมทีเงินพวกนี้ควรจะต้องใช้เงินของคนเลว แต่ตาทึ่มอวี๋หยูพยายามยัดเยียดมาให้เธอจนได้
ช่างเถอะ ตาทึ่มอยากให้ เธอก็จะรับไว้ ใช้เงินของเขาก็ยังดีกว่าใช้เงินของคนเลว
เสี่ยวเชี่ยนเปิดบัญชี ตอนนี้เป็นต้นเดือนสิงหาคม เธอจำได้ว่ามีผู้ป่วยคนหนึ่งบอกว่า ปีสองพัน2000มีหุ้นตัวหนึ่งชื่อปูนซีเมนต์ฉินหลิง นับตั้งแต่เดือนตุลาคมจะเริ่มพุ่งขึ้นสูง จนถึงปีหน้าจะขึ้นไปสูงถึงประมาณ 200 สี่สิบหยวนบาท ตอนนี้เพิ่งจะสิบ50กว่าหยวนบาท เธอเอาเงินทั้งหมดที่หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางให้ไปลงทุนทั้งหมด อีกครึ่งปีจะเพิ่มเป็นสี่4เท่า ปีหน้าค่อยถอนออกมา ถึงตอนนั้นตลาดหุ้นก็คงใกล้กลายเป็นตลาดหมี*[footnoteRef:1]แล้ว [1: Bear Market หรือเรียกว่าตลาดหมี คือเป็นภาวะตลาดหุ้นที่ราคาหลักทรัพย์โดยทั่วไปที่มีระดับลดต่ำลงอย่างต่อเนื่องและเป็นระยะเวลายาวนาน
]
ถึงตอนนั้นก็สามารถใช้เงินจำนวนนี้ลงทุนอย่างอื่น รอจนเธอเรียนจบมหาวิทยาลัยก็จะเหมือนกับเมื่อชาติที่แล้วที่เปิดคลินิกได้ แล้วก็หากินกับพวกคนรวยได้อีก
ขอแค่เสี่ยวเชี่ยนมีเงินตั้งต้นก็ไม่มีทางอดตาย เธอไม่ใช่คนที่ถนัดด้านการเงินนัก แต่ข้อมูลที่เธอสะสมมาก็เพียงพอที่จะทำให้เธอมีกินมีใช้ไม่ขัดสนตลอดชีวิต
ส่วนบุญคุณที่ติดค้างตาทึ่มอวี๋หยู...
เสี่ยวเชี่ยนส่ายหน้า จะไม่คืนสักแดงเดียวบาท! ชาติที่แล้วเธอได้คลอดลูกสาวที่แสนดีให้เขายังไม่เรียกร้องเงินค่าเลี้ยงดูสักบาท พอคิดแบบนั้นก็ยังแอบรู้สึกผิด
พอซื้อหุ้นเสร็จออกมาเสี่ยวเชี่ยนก็ขี่จักรยานเตรียมกลับบ้าน แต่ตอนที่เธอขี่ผ่านย่านถนนคนเดิน ภาพที่เธอเห็นก็ทำให้เธอจ้องจนต้องลดความเร็วจักรยานลง
หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางหอบข้าวของมากมาย ข้างกายมีผู้หญิงร่างสูงคนหนึ่งเดินตาม ผู้หญิงคนนั้นสวมชุดทหารเรือ ติดอินทรธนูของข้าราชการพลเรือน หน้าตาสวยหวาน
เสี่ยวเชี่ยนมองหน้าของผู้หญิงคนนั้น มองแล้วมองอีก เป็นผู้หญิงที่ดูดี บุคลิกดี แล้วก็ดูคุ้นหน้า
อ้อใช่ อีกหน่อยเธอจะเป็นดารานักร้องสาวที่มีชื่อเสียงประจำกองทัพของวงดนตรีทหารเรือ ดูเหมือนจะชื่อซูซี ได้ออกรายการพิเศษช่วงตรุษจีนบ่อยๆ ร้องเพลงพื้นบ้าน เสียงดีสุดๆ
หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางไม่เห็นเสี่ยวเชี่ยนที่อยู่อีกฟากของถนน เขากำลังเปิดท้ายรถแล้วเอาของวางเข้าไป ผู้หญิงคนนั้นก็เอาของที่ซื้อวางเข้าไปด้วย ทั้งสองคนยังได้พูดอะไรกันต่อ
คู่หนุ่มหล่อสาวสวยดูแล้วดีต่อตาต่อใจ เสี่ยวเชี่ยนเคลิ้มจนเกือบจะชนเข้ากับแปลงต้นไม้ข้างทาง
ปกติหยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางจะไม่ใส่ชุดทหาร แต่พออยู่กับผู้หญิงคนนั้นก็ดูเข้ากันเป็นพิเศษ คนที่เดินผ่านไปมาต่างหยุดมองดู
เสี่ยวเชี่ยนเห็นพวกเขาดูเหมือนจะซื้อผ้าห่ม กาน้ำอะไรพวกนั้น หึหึ นี่จะสร้างรังรักกับผู้หญิงคนอื่นแล้วเหรอ?
เมื่อกี้๊เธอไม่ควรรู้สึกผิดกับตาทึ่มนี่เลย ไม่ควรรู้สึกติดหนี้บุญคุณอะไรมากมายที่ไปรับเงินเขามา!
ดูตาทึ่มนี่สิ พาผู้หญิงมาซื้อผ้าห่มเฮลโหลคิตตี้ Hello Kitty อีกทั้งยังเป็นยี่ห้อ XX XXซะด้วย! ยี่ห้อแพงขนาดนี้นายยังกล้าซื้อ ขอให้พวกนายนอนอยู่กับเครื่องใช้บนเตียงที่มีผู้หญิงที่มีลูกไม่ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ มีลูกไม่ได้ไปตลอดชีวิต!
เสี่ยวเชี่ยนไม่รู้สึกตัวว่าความคิดนี้ของตัวเองดูจะโหดร้ายไปหน่อย แต่พอเธอเห็นตาทึ่มอวี๋หยูอยู่กับผู้หญิงคนอื่น ส่งยิ้มงามดั่งดอกไม้ ก็อยากจะเข้าไปอัดหน้าเขา
เอาเลย มีอิสระนี่ นายยอมจะไม่มีลูกกับใครก็เชิญเลย! ไม่เกี่ยวกับฉัน!
เสี่ยวเชี่ยนปั่นจักรยานด้วยความโมโห เธอตัดสินใจแล้วว่าต่อไปจะไม่เรียกเขาว่าตาทึ่มอวี๋หยูอีก เขาก็ดูเก่งเรื่องรักดีนี่ ผู้ชายไร้ยางอายที่พอเห็นสาวสวยก็เข่าอ่อน!
“หมิงหลาง ของเท่านี้น่าจะพอแล้วแหละ” ซูซีพูดกับอวี๋หมิงหลาง
“อืม เดี๋ยวไปส่งกลับหน่วยนะ ตอนเย็นมีแสดงหรือเปล่า?”
“มี พอแสดงเสร็จก็ต้องไปลงพื้นที่ให้กำลังใจทหาร ฉันคงไม่กลับไปหาพ่อแล้ว ฝากบอกท่านด้วยนะ”
“ต้าอวี่ป้องกันน้ำท่วมผ่านบ้านตัวเองสามครั้งยังไม่ยอมเข้าบ้าน พี่ใจแข็งกว่าเขาอีกนะ ปีหนึ่งผ่านบ้านตัวเองตั้งหลายครั้งยังไม่ยอมกลับบ้าน พ่อโกรธจะตายอยู่แล้ว”
“พ่อไม่ชอบชื่อในวงการที่ฉันตั้ง แล้วยังโกรธที่ฉันเลือกเป็นทหารเรือไม่ใช่ทหารอากาศ สาขาที่ฉันเรียนเอาดีทางด้านนี้ดีที่สุดแล้ว ถ้าใช้ชื่อเดิมเหล่าเพื่อนทหารก็คงรู้ภูมิหลังของฉัน เดี๋ยวจะไม่ตรงกับที่ที่บ้านสอนให้รู้จักทำตัวเงียบๆ ฉันอยากดิ้นรนด้วยตัวเอง ไม่อยากให้คนอื่นมองด้วยอคติ”
ซูซีมีชื่อเดิมว่าอวี๋หยูหมิงซี เป็นองค์หญิงเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลอวี๋หยู เติบโตมาด้วยพลังแห่งความรัก เป็นฝาแฝดของหยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลาง ลืมตามาดูโลกก่อนหยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางไม่กี่นาที ได้รับการทะนุถนอมจากพ่อตั้งแต่เล็กจนโต แต่ปรากฏว่าตอนอายุสิบสี่ได้แอบไปสมัครเข้าวงดนตรีทหารเรือ
ไม่เพียงเท่านั้นยังได้เปลี่ยนชื่อด้วย จนทำให้พลเอกอวี๋หยูโกรธมาก แต่ก็ไม่กล้าทำอะไรองค์หญิงของตัวเอง
“พี่นี่มันผู้หญิงดื้อที่ชอบทำตัวขวางโลก” หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางพูดกับพี่สาวฝาแฝดของตัวเองอย่างไม่เกรงใจ
“อย่ามาว่าฉันนะ! นายก็ใช่ว่าจะดีกว่าฉัน…---จริงสิ นายเรียกฉันมาเลือกซื้อของเยอะขนาดนี้ แล้วยังเป็นสีชมพูซะหมด คิดจะทำอะไรกันแน่ พูดมานะ มีแฟนแล้วเหรอ?!”
“คิดไปไกลแล้ว ก็แค่เพื่อนกัน”
“อ้อ หึหึ~ เพื่อนอะไรกัน เรียกมาให้พี่ดูตัวเลยนะ อ๊๋าย ตอนนั้นชีวิตฉันช่างขมขื่นซะจริง ตอนที่เข้าวงดนตรีทหารเพิ่งจะอายุสิบกว่า ทำไมตอนนั้นฉันไม่มีเพื่อนแบบนี้บ้างนะ ทั้งซื้อผ้าห่ม ทั้งซื้อกะละมังให้”
ภาพลักษณ์ของซูซีตอนอยู่บ้านกับตอนอยู่บนเวทีนั้นไม่เหมือนกัน นิสัยช่างเม้าท์เหมือนนางแม่อวี๋หยูไม่มีผิด ดูก็รู้ว่าเป็นแม่ลูกกัน
“พี่ไปอยู่ที่หน่วยเขาก็มีของพวกนี้ให้ ไม่จำเป็นต้องซื้อ”
“นอกจากของใช้ในชีวิตประจำวันนายยังซื้อของกินให้ด้วยนะ พูดมาซิ ผู้ชายซื้อขนมให้ผู้หญิงมันแสดงถึงอะไร? ทำไมฉันไม่เห็นมีเพื่อนเอาขนมมาให้บ้างเลย?”
หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางถูกพี่สาวถามจนปวดท้อง เขาล้วงเงินออกมายัดเข้ามือเธอ แล้วดันอวี๋หยูหมิงซีออกไป
“พี่ไปเรียกรถกลับเองเลยไป ผมไม่ไปส่งแล้ว”
อวี๋หยูหมิงซีเบ้ปาก “เรื่องเสร็จก็ถีบหัวส่งเลยนะนายนี่”
น้องชายเธอเป็นผู้ชายที่ร้ายกาจที่สุดในบ้าน อีกทั้งยังใจแคบมาก เอะอะก็คิดแค้น
หยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางขับรถผ่านเธอ ลดกระจกลงแล้วพูด
“ถ้าพี่กล้าเอาเรื่องนี้ไปบอกแม่ล่ะก็ ผมจะเอาเรื่องที่พี่ขโมยเหล้าหนี่ว์เอ๋อร์หงของปู่ไปฟ้องพ่อ”
“รู้แล้่ว รีบไปเลยไป รีบเอาของต้านภัยหนาวไปไปส่งความอบอุ่นให้แฟนนายเลยไป!”
พอหยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางขับรถออกไปแล้ว อวี๋หยูหมิงซีก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้า
“ฉันไม่บอกแม่ แต่ฉันจะบอกพี่สะใภ้ใหญ่ ถ้าพี่สะใภ้รู้ แม่ก็รู้ ถ้าแม่รู้ทั้งหมู่บ้านรู้ รวมถึงคนทั้งโรงพยาบาลก็จะรู้...หมิงหลางเอ๊ย คิดจะสู้กับพี่ อ่อนไปหน่อยนะ ฮ่าๆๆๆ!”
*Bear Market หรือเรียกว่าตลาดหมี คือเป็นภาวะตลาดหุ้นที่ราคาหลักทรัพย์โดยทั่วไปที่มีระดับลดต่ำลงอย่างต่อเนื่องและเป็นระยะเวลายาวนาน