แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย: ตอนที่ 6 ยามที่เส้นผมของเธอพัดผ่านแก้มของเขา ตอนที่ 6
ตอนที่ 6 ยามที่เส้นผมของเธอพัดผ่านแก้มของเขา
ใบหน้านี้ เสี่ยวเชี่ยนไม่มีทางจำผิดคน
ผิวสีแทนแบบสุขภาพดี จมูกโด่งได้รูป ตาชั้นเดียวที่เรียวยาว มุมปากที่เม้มแน่น มองแค่ด้านข้างก็เพียงพอที่จะเห็นถึงความหล่อ บุคลิกที่ดูเย็นชามาจากใบหน้าที่ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ ดูคล้ายกับอู๋เสียในเรื่องบันทึกจอมโจรแห่งสุสาน แต่ดูแข็งแกร่งกว่า
หากเปลี่ยนสีผิวจากสีแทนเป็นผิวขาว รูปหน้าเป็นรูปไข่เหมือนกับเธอให้ดูอ่อนโยนหน่อย ก็จะเหมือนกับเสี่ยวเหวยลูกสาวของเธอ ผู้ชายคนนี้หน้าเหมือนเสี่ยวเหวยสุดๆ
พูดให้ถูกก็คือเสี่ยวเหวยหน้าตาเหมือนเขา เพราะเขาก็คือพ่อของลูกเธอ อวี๋หมิงหลาง!
เดิมทีอวี๋หมิงหลางกำลังดักซุ่มโจมตีอยู่แถวนี้ ตามแผนเขาอาจต้องดักซุ่มนาน แต่พอเห็นชาวบ้านมีอันตราย เขาก็ไม่สนใจเรื่องภารกิจ รีบพุ่งมาช่วยทันที
คนบ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหัวหน้าหน่วยรบพิเศษ ถูกอวี๋หมิงหลางจับกดพื้นเอามือไพล่หลังอย่างง่ายดาย
คนบ้าไม่ยอมจำนน ปากยังพูดไม่หยุด “โจรญี่ปุ่นอย่างพวกแกคิดจะมารุกรานบ้านข้า ยิงให้ตายข้าก็ไม่จำนน!”
อวี๋หมิงหลางล้วงเชือกออกมาจากกางเกงแล้วมัดคนบ้าแน่น ทั้งยังตอบกลับ
“เราตายเพื่อชาติ เรายตายอย่างมีเกียรติ ถึงตัวตายแต่จิตวิญญาณยังอยู่ คงไว้ซึ่งคุณธรรม สืบสานเจตนารมณ์เพื่อชาติ!”
คนบ้าตกใจ แล้วพูดอย่างเลื่อมใส “นักรบท่านนี้คือพวกเดียวกับข้าหรอกหรือ”
ถึงคนบ้าจะฟังไม่เข้าใจ แต่ก็รู้สึกว่ามันเจ๋งมาก
อวี๋หมิงหลางจับคนมัดไว้เรียบร้อย “ความลับของหน่วย จำไว้ อย่าเห็นประชาชนเป็นผักเป็นปลา”
“ครับ!” คนบ้ายอมสยบให้กับเขา
“พรืด” เสี่ยวเชี่ยนขำอวี๋หมิงหลาง
อันที่จริงเธอสงสัยมาตลอดว่าคนเย็นชาหน้าตายอย่างอวี๋หมิงหลาง มีอารมณ์เด็กๆ ซ่อนอยู่ภายใน แต่ตีให้ตายเขาก็ไม่ยอมรับ
พอเห็นเขาต่อบทสนทนากับคนบ้าเมื่อครู่ เสี่ยวเชี่ยนก็ยิ่งแน่ใจว่าการวิเคราะห์ของเธอในชาติที่แล้วนั้นถูกต้อง
พอเสี่ยวเชี่ยนหัวเราะก็ดึงดูดสายตาของอวี๋หมิงหลางให้หันมา เขาถึงได้พบว่า นี่มันแม่สาวไฝงามแฝดจิวจี้เยียกคนเมื่อครู่ไม่ใช่เหรอ?
เมื่อครู่เขามองผ่านกล้องสไนเปอร์แค่รู้สึกว่าสาวน้อยคนนี้สวยมาก พอมาดูใกล้ๆ แบบนี้เขาก็รู้สึกว่าหัวใจดั่งมีลมฤดูร้อนพัดเข้ามา อบอุ่นและสดชื่น
ผิวขาวมากดั่งเต้าหู้ที่ขาวและอ่อนนุ่ม คล้ายกับว่าหากเอานิ้วไปจิ้มก็จะเละทันที ดวงตาภายใต้แว่นตากรอบเงินนั้นมีความเจ้าเล่ห์ เขาคุมตัวเองไม่ได้ เผลอมองแม่ไฝงามแฝดจิวจี้เยียกอีกแล้ว ใบหน้าได้รูป ไม่ว่าจะมองยังไงก็ทำให้รู้สึกชุ่มชื่นหัวใจ
“ไอหยา ตกใจแทบตาย” เจี่ยซิ่วฟางที่ตกใจจนขวัญกระเจิงตบหน้าอกตัวเอง ทิ้งก้อนอิฐในมือลง แล้วพูดขอบคุณอวี๋หมิงหลาง
“ขอบคุณคุณทหารมากจริงๆ ถ้างั้น ไปดื่มน้ำที่บ้านป้าหน่อยไหม”
จนถึงตอนนี้เจี่ยซิ่วฟางก็ยังไม่เข้าใจว่าผู้ชายที่สวมชุดลายพรางคนนี้โผล่มาจากไหน ประหนึ่งกระโดดลงมาจากฟ้า แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็ได้ช่วยเธอกับลูกสาวเอาไว้
“ขอบคุณครับ ไม่ดีกว่า พวกคุณรู้จักคนๆ นี้ไหมครับ” อวี๋หมิงหลางละสายตาจากเสี่ยวเชี่ยนกลับมา
“เป็นลูกชายที่สติไม่ดีของป้าเจ็ดที่อยู่หน้าบ้านเราจ้ะ สติฟั่นเฟือนไปแล้ว ชอบหนีออกมา จากนั้นก็...”
เจี่ยซิ่วฟางเป็นพวกมนุษย์ป้าช่างเม้าท์โดยที่ไม่สนว่าคนอื่นอยากฟังหรือเปล่า พอปากได้พูดก็หยุดยาก
เสี่ยวเชี่ยนเห็นอวี๋หมิงหลางใส่ชุดทหารพราง สวมหมวกเหล็ก หลังแบกปืนสไนเปอร์ก็เดาได้ว่าเขาคงกำลังฝึกซ้อมอยู่แถวนี้ นึกไม่ถึงว่า กลับมาเกิดวันแรกก็ได้เขาช่วยไว้
เมื่อเทียบกับชาติที่แล้วที่เขาช่วยเธอเร็วกว่าหลายปี
การที่ได้จีบอวี๋หมิงหลางเมื่อชาติก่อนเป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องของชีวิตที่เธอจะไม่มีทางเสียใจ ตอนนั้นเป็นตอนที่เธออารมณ์ไม่ดีหนีไปดื่มเหล้าเมาที่ผับ
เธอซวยไปเจอโจรปล้นเข้า อวี๋หมิงหลางในฐานะที่เป็นหัวหน้าใหญ่หน่วยรบพิเศษได้นำกองกำลังเข้าช่วย ตอนนั้นโจรเอามีดจี้คอเธอ ทำให้เธอตกใจจนขวัญหนีกระเจิดกระเจิง
เจรจาอยู่หลายครั้งแต่ไร้ผล อวี๋หมิงหลางผู้ซึ่งเป็นมือสไนเปอร์ได้ยิงปืนนัดเดียวจอด เฉินเสี่ยวเชี่ยนเห็นว่าผู้ชายคนนี้ยิงปืนอย่างไรอย่างชัดเจน ท่าทาง สายตา คมกริบ
เมื่อช่วยได้แล้วเธอก็ล้มลงไปนั่งนิ่งกับพื้น อวี๋หมิงหลางเอาเสื้อกันหนาวทหารมาคลุมให้เธอ ประโยคแรกที่พูดด้วยคือ ‘อากาศหนาวอย่าใส่กระโปรง สถานที่อย่างผับอย่ามาบ่อย’
หลังจากนั้นเธอก็ทำทุกวิถีทางจนได้หนทางติดต่อเขา ดอกเตอร์สาวแสนสวยการศึกษาสูงตามจีบนายทหารใหญ่ซื่อๆ ผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์รักมาก่อน ไม่ต่างจากการไปในดินแดนที่ไม่มีคนเคยไป เธอจีบเขาติดอย่างง่ายดาย
ต่อมาเขาก็ดำเนินการไปถึงขั้นเตรียมแต่งงาน แต่เพราะเธอมีเหตุผลบางอย่างทำให้ต้องหนีไป ซึ่งตอนนั้นก็ท้องลูกสาวด้วย...
นึกไม่ถึงว่าเขาจะตามหาเธออยู่หลายปี ก่อนเธอตาย เขายังได้หลั่งน้ำตาแห่งความเสียใจให้เธออีกต่างหาก
เวลานี้ได้เจอกันอีกครั้ง ทั้งสองฝ่ายต่างอยู่ในช่วงวัยรุ่น แต่ใจที่เดิมทีได้แก่ลงแล้วกลับเต้นไม่เป็นจังหวะยากที่จะควบคุมยามได้เจออวี๋หมิงหลางตอนหนุ่ม
พอเห็นเขาก็นึกถึงลูกสาว อาจเป็นเพราะยังมีสาเหตุอื่นอีก เอาเป็นว่าไม่ว่าจะเพราะอะไร การปรากฏตัวก่อนของอวี๋หมิงหลางทำให้เสี่ยวเชี่ยนสูญเสียความสง่างามและมารยาทที่ควรมี ทำได้แค่ยืนอึ้งอยู่ที่เดิมมองอวี๋หมิงหลาง
แม่พอได้พูดก็หยุดไม่ได้ แต่เขาไม่ได้รำคาญ แค่ยืนตรงนิ่งๆ แต่สายตากลับมองมาที่เธอ เขา มองเธออยู่งั้นเหรอ
เสี่ยวเชี่ยนรู้สึกร้อนผ่าวที่หน้า แต่ก็ทุเรศตัวเองในใจ อายุขนาดนี้แล้ว เห็นหนุ่มเอ๊าะๆ ทำไมยังใจสั่นอีก
นี่ไม่ใช่เด็กหนุ่มทั่วไป นี่คือเด็กหนุ่มที่เหมือนกับลูกสาวของเธอมาก...
“หัวหน้าครับ!” มีทหารลายพรางตกลงมาจากฟ้าอีกคนแล้ว ขัดจังหวะการร่ายยาวของเจี่ยซิ่วฟางหมด
“หา นี่พวกเธอกระโดดลงมาจากชั้นสามกันเหรอ ไอหยา พ่อหนุ่ม ไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหม”
เสี่ยวเชี่ยนมองตึกสามชั้นเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากข้างหลัง ที่แท้เมื่อกี้พวกเขาก็ซุ่มกันอยู่บนนั้น
“ไม่เป็นอะไรครับคุณป้า...” ทหารหนุ่มเกาหัว จากนั้นก็ทำสีหน้าลำบากใจใส่อวี๋หมิงหลาง
“หัวหน้าใหญ่พอรู้ว่าหัวหน้าลงมือโดยพลการก็โกรธมากครับ ด่าแม่มาตามสาย...” ภารกิจดักซุ่มถูกอวี๋หมิงหลางทำพังเสียดื้อๆ
“ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนสำคัญกว่าทั้งหมด ถอย!”
อย่างไรเสียการซ้อมก็แค่สมมติขึ้น แต่ประชาชนเกิดอันตรายเป็นเรื่องจริง ต่อให้ต้องถูกหัวหน้าใหญ่ซ้อมจนเลือดอาบ อวี๋หมิงหลางก็ไม่เสียใจ ตัวเขาเองได้โผล่ออกมาในช่วงจังหวะสำคัญ ช่วยฝาแฝดของจิวจี้เยียกไว้ ไม่ถูกสิ ช่วยประชาชนเอาไว้!
คนบ้าที่ถูกมัดไว้ พอได้รู้ว่าอวี๋หมิงหลางเท่ห์ขนาดนี้ก็ตะโกนอย่างนับถือ “ท่านวีรบุรุษ ข้าภูมิใจในตัวท่าน!”
“จำไว้ ต่อไปอย่าทำร้ายคนอื่นอีก” อวี๋หมิงหลางตามผู้สังเกตการณ์ของตัวเองรีบถอยออก เดินผ่านเสี่ยวเชี่ยนไป
วินาทีนั้น ความทรงจำที่เกี่ยวกับเขาทั้งหมดได้พรั่งพรูออกมา
ครั้งหนึ่ง ผู้ชายคนนี้เคยอยู่เหนือเรือนร่างเธอ ส่งเสียงคำราม หยาดเหงื่อหยดไหลลงบนกายเธอ
ครั้งหนึ่ง เขาเคยกอดร่างที่ใกล้หมดลมของเธอด้วยความเสียใจ น้ำตาของเขาก็หยดลงบนร่างเธอเช่นกัน
อย่างไรเสียเขาก็เป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่เธอมีสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วยในชาติก่อน อีกทั้งยังเป็นพ่อของลูกสาวเธอ จะไปลืมลงได้ยังไง
แต่วินาทีนี้ ยามที่เส้นผมของเธอปลิวผ่านแก้มของเขา เขากลับนิ่งไม่หวั่นไหว ทิ้งไว้เพียงใบหน้าที่แสนเย็นชา กับแผ่นหลังที่ไม่แม้แต่จะหันกลับมา
อยู่ๆ เสี่ยวเชี่ยนก็รู้สึกว่า โรคชอบล้างมือของเธอกำเริบอีกแล้ว หงุดหงิดใจมาก
ทันใดนั้น ทหารหนุ่มสวมชุดลายพรางก็หยุดฝีเท้าลง แล้ววิ่งกลับมาหาเสี่ยวเชี่ยน