แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย: ตอนที่ 7 อวี๋หมิงหลาง ของขวัญแรกพบ ตอนที่ 7
ตอนที่ 7 อวี๋หมิงหลาง ของขวัญแรกพบ
เสี่ยวเชี่ยนเห็นเด็กหนุ่มที่หน้าตาเหมือนลูกสาวตัวเองวิ่งกลับมา เธอรู้สึกอึ้งอีกครั้ง
อวี๋หมิงหลางล้วงของบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วยัดใส่มือเธอ ไม่รอให้เสี่ยวเชี่ยนมีปฏิกิริยาโต้ตอบ เขาก็รีบวิ่งกลับไปทันที
พอเสี่ยวเชี่ยนได้สติ ก้มหน้าดู ถึงได้พบว่าของที่อยู่ในมือเธอคือแผ่นแปะบรรเทาปวด
นี่เขา...เห็นเธอถูกตีที่ขาด้วยเหรอ?
เสี่ยวเชี่ยนรู้สึกอบอุ่นหัวใจ ความรู้สึกอยากล้างมือหายไปหมด หัวใจเบ่งบานอย่างที่ไม่ควรมี ใบหน้าร้อนผ่าวยิ่งกว่าเดิม
“เด็กคนนี้ใช้ได้เลยนะ เอาการเอางาน หน้าตาก็ไม่เลว รูปร่างก็ดี ถ้ามีเมียคงรักเมียมาก ดีกว่าหนีเจี้ยนเหรินอีกที่ยังไม่ทันไรก็เผ่นก่อนแล้ว!”
เสียงของเจี่ยซิ่วฟางทำลายบรรยากาศหมด ใบหน้าที่เบิกบานเมื่อครู่กลายเป็นเย็นชาในทันที
ฮึ่ย! พอเห็นผู้หญิงก็ทำเป็นอยากเข้าใกล้ ดูไม่ออกเลยนะว่าตาอวี๋หมิงหลางจีบสาวเป็นด้วย หมดท่า ไม่ไหวเลยจริงๆ ฮึ่ยๆๆ!
อวี๋หมิงหลางเมื่อวิ่งไปไกลแล้วก็เปิดเครื่องมือสื่อสารไร้สายที่ติดไว้กับหู หัวหน้าใหญ่กระหน่ำด่ามาเป็นชุด เขาเองก็ไม่อธิบาย กลับไปประจำยังจุดภารกิจอีกครั้ง แล้วตั้งปืนใหม่
เฉียวเจิ้นถือกล้องส่องทางไกลส่อง แอบมองเสี่ยวเชี่ยนกับแม่เดินเข้าร้านซักรีด
“รายงานหัวหน้า เป้าหมายเข้าไปยังตึกเล็กๆ ที่มีสองชั้น ชั้นหนึ่งเป็นร้าน ชั้นสองเป็นที่พักอาศัย ชื่อร้านว่าร้านซักรีดเขาเจดีย์ขาวครับ!”
“ให้ดูสมรภูมิ แล้วนี่ดูอะไร?” อวี๋หมิงหลางจ้องเฉียวเจิ้น
รองผู้สังเกตการณ์เฉียวเจิ้นหัวเราะแหะๆ “ลูกพี่ชอบสาวบ้านนั้นใช่ไหมล่ะ?”
“อยากให้ฉันเอาไปทิ้งในดงศัตรูแล้วปล่อยให้พวกนั้นที่เกลียดพวกเราเข้าไส้ผลัดกันซ้อมนายไหม?” อวี๋หมิงหลางจ้องอย่างเย็นชา
เฉียวเจิ้นไม่กล้าล้อเล่นอีก เขาหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาสังเกตการณ์ต่อ แต่ปากก็ยังบ่นพึมพำ
“หัวหน้าชอบเขาอย่าคิดว่าผมดูไม่ออกนะ พลาสเตอร์ยาที่ให้เขาไปเป็นของที่บ้านหัวหน้าทำเอง ปกติผมขอแทบตายยังไม่ให้เลย”
แม่ของหัวหน้าเป็นผู้มีอำนาจในแผนกกระดูกที่มีชื่อเสียงของโรงพยาบาลทหาร ยารักษาอาการบาดเจ็บสุดยอดมาก แต่หัวหน้าไม่เคยให้ใครมาก่อน
“ร่างกายถึกๆ ของนายไม่ใช้ยาก็หายได้ ตายยากกว่าแมลงสาบอีก เหยียบยังไงก็ไม่ตาย แต่นั่นเขาเป็นชาวบ้าน นายคิดอะไรอยู่ หา?”
“แล้วก่อนหน้านั้นที่ไปช่วยชาวบ้านทำไมหัวหน้าไม่เห็นให้เลย?”
ภารกิจช่วยเหลือของหน่วยรบพิเศษมีเยอะแยะมากมาย ทำไมไม่เคยเห็นปีศาจจอมเย็นชาคนนี้ใจอ่อนเลย? เมื่อครู่สิ่งที่เขาเห็นเป็นเรื่องจริง ตั้งใจวิ่งกลับเอาพลาสเตอร์ยาไปยัดใส่มือ!
“ภารกิจเข้าไปสืบในค่ายศัตรูส่งนายไปแล้วกัน”
“ไม่เอ๊า! หัวหน้า ผมผิดไปแล้วคร้าบ!” เฉียวเจิ้นคิดในใจ หรือนี่ก็คือการแก้แค้นส่วนตัวโดยใช้งานบังหน้าของหัวหน้าจอมเย็นชาที่อายจนโกรธอย่างที่เขาว่ากัน?
อืม ความจริงอยู่ไม่ไกลแล้ว
พอกลับถึงบ้านเจี่ยซิ่วฟางก็บ่น
“ไอ้หนีเจี้ยนเหรินนี่มันใช้ไม่ได้!”
เสี่ยวเชี่ยนหิ้วผลไม้ที่หนีเจี้ยนเหรินทิ้งไว้เดินตามหลังแม่ ยาที่ตาทึ่มให้มาถูกสอดไว้ที่หน้าอก
“อ้าวพี่กลับมาแล้วเหรอคะ! ทำไมซื้อผลไม้มาเยอะแยะล่ะ?”
คนที่ดูแลร้านเป็นผู้หญิงวัยประมาณสามสิบ เสื้อผ้าที่ใส่เหมือนเล็กไปหนึ่งเบอร์ รัดจนแน่น หน้าตาธรรมดา แต่รูปร่างดี
พอเห็นเสี่ยวเชี่ยนกับเจี่ยซิ่วฟางกลับมาเธอก็วางเตารีดในมือลงแล้วทักทายอย่างกระตือรือร้น เข้าไปช่วยหิ้วผลไม้ เสี่ยวเชี่ยนพอเห็นเธอสีหน้าก็เย็นชา
“ผลไม้นี่คนต่ำๆ ซื้อมา”
เสี่ยวเชี่ยนหลบท่าทางของฉวีเสวี่ย แล้วหิ้วผลไม้เดินขึ้นบ้าน
“เกิดอะไรขึ้นกับเด็กคนนี้เหรอคะพี่?” มือของฉวีเสวี่ยค้างกลางอากาศ เธอไม่เข้าใจ เสี่ยวเชี่ยนกับเธอเข้ากันได้ดีมาตลอด อยู่ๆ ทำไมมาทำเย็นชาใส่
“อย่าไปพูดถึงเลย ระหว่างทางที่พวกฉันเดินกลับมา ไอ้ลูกบ้าของบ้านป้าเจ็ดหลุดออกมาไล่ตีพวกฉัน จากนั้น......” ปากของเจี่ยซิ่วฟางพอได้พูดก็หยุดยาก
เสี่ยวเชี่ยนเดินขึ้นบันไดพลางมองแม่ แม่ของเธอคนนี้ภายนอกก็ดูเอาเรื่อง แต่ทำเป็นอย่างเดียวคือพูดเป็นต่อยหอย เมื่อเห็นว่าแม่คุยกับมือที่สามที่จะแย่งพ่อไปในอนาคตอย่างฉวีเสวี่ยซะเบิกบานใจขนาดนี้ เธอก็หยุดเดินแล้วตะโกนใส่เจี่ยซิ่วฟางด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยดีนัก
“แม่ มาห้องหนูหน่อย! อย่าไปรบกวนฉวีเสวี่ยทำงาน!”
เด็กคนนี้ ปกติเรียกเธอว่าน้าเสวี่ยตลอด ทำไมวันนี้เรียกชื่อห้วนๆ? ฉวีเสวี่ยรู้สึกได้ว่าท่าทางของเสี่ยวเชี่ยนที่มีต่อตนเองผิดแปลกไป จึงรีบปรับสีหน้าไปประจบเสี่ยวเชี่ยนเต็มที่
“เชี่ยนเอ๋อร์ เจี้ยนเหรินดีกับหนูมากจริงๆ ดูสิ ยังไม่ทันแต่งงานก็รู้จักซื้อผลไม้มาให้ ดูก็รู้ว่าต้องเป็นคนที่รักภรรยามากแน่ๆ”
ปกติแค่ชมหนีเจี้ยนเหริน เจี่ยซิ่วฟางกับเฉินหลินก็จะชอบใจมาก ว่าที่ลูกเขยมีหน้าที่การงานดีทำงานในสถาบันของรัฐ เอาไปพูดได้ไม่อายใคร แต่วันนี้ คำประจบของฉวีเสวี่ยดูท่าจะไม่เป็นผลประจบผิดที่เสียแล้ว
“อย่ามัวแต่เม้าท์ รีบทำงานเข้า!” เจี่ยซิ่วฟางเอาความโกรธแค้นที่มีต่อลูกเขยเฮงซวยไปลงกับฉวีเสวี่ย
พอเข้าไปในห้อง เจี่ยซิ่วฟางก็นั่งลงบนเตียงของเสี่ยวเชี่ยน ห้องของเสี่ยวเชี่ยนเป็นห้องใต้หลังคา
ชั้นหนึ่งเป็นร้าน ชั้นสองเป็นที่พักอาศัย มีสองห้องนอน ห้องที่หันไปทางตะวันออกเป็นห้องน้องชาย ส่วนห้องเล็กให้พ่อแม่อยู่ เสี่ยวเชี่ยนจึงต้องอยู่ห้องใต้หลังคา ตัวสูงก็ต้องก้มเอา ไม่อย่างนั้นหัวชน
เธอสงสัยว่าที่ตัวเองสูงแค่ 160 ซม. อาจเกี่ยวข้องกับอยู่ในสภาพแวดล้อมที่คับแคบมานาน พ่อแม่แสนลำเอียง ของดีๆเอาให้น้องชายหมด แต่กับเธออะไรก็ได้
“ทำไมวันนี้แกดูอารมณ์เสียใส่น้าเสวี่ยขนาดนั้น? เขาพูดจาอาจจะตรงไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้คิดไม่ดี ปกติเขาก็ดีกับแกจะตาย ฉันบอกแกตั้งกี่ครั้งแล้ว ถึงแม้เขาจะมาทำงานที่บ้านเรา แต่ก็มีศักดิ์เป็นญาติห่างๆ แกจะไปใส่อารมณ์กับเขาแบบนั้นไม่ได้ แก......”
บลาๆๆ เริ่มบ่นอีกแล้ว
เสี่ยวเชี่ยนมองแม่ด้วยแววตาเย็นชา ผู้หญิงที่สดใสร่าเริง พูดเก่ง อีกทั้งยังรู้จักทนความลำบาก แต่สุดท้ายก็มาเสียเพราะผู้หญิงขี้บ่นคนนี้ปากขี้บ่นนี้นี่แหละ
แม่ของเธอชอบบ่นนู่นบ่นนี่ตามพ่อทำงานหนักอะไรไม่เคยบ่นเหมือนกับพ่อ แต่ก็บ่นเก่งเหลือเกิน เฉินหลินพ่อของเธอทนไม่ไหว เล่นชู้กับฉวีเสวี่ยญาติห่างๆ ที่มาทำงานที่บ้านคนนี้นานแล้ว
หากนับเวลาดู พ่อแก่ๆ ของเธอเล่นชู้กับผู้หญิงที่ถนัดแสร้งทำเป็นอ่อนโยนคนนั้นได้ปีกว่าแล้ว แม่ที่ดูสวยฉลาดเหมือนคนโง่ทันที ไม่มีผิด ถูกปิดหูปิดตาไม่รู้เรื่องอะไรเลย
อีกครึ่งปี แม่จะจับพวกเขาได้คาเตียง ร้องไห้ฟูมฟาย ปล่อยพลังของผู้หญิงวัยทองเต็มที่ ร่ำร้องจะผูกคอตาย สภาพอารมณ์แบบถ้าไม่ตายจะไม่ยอมหยุด ไปลากพวกลุงๆ มา คว้ามีดคว้าปืนคว้ากระบอง วิ่งไปอาละวาดที่บ้านย่า จะให้ย่าตัดสินให้ได้
ผู้ชายแบบนี้ทำผิด การที่ไปให้บ้านฝ่ายชายช่วยนั้น เห็นชัดๆ ว่าเป็นการกระทำที่โง่เขลา ไม่เพียงแต่จะเอาชนะใจพ่อให้กลับมาไม่ได้แล้ว ยังทำให้ย่ายังจะโกรธมากอีกด้วย จากเดิมที่พ่อไม่คิดจะหย่า ก็ใจแข็งยอมหย่า แล้วแต่งกับฉวีเสวี่ยทันที
ในทีวี ผู้หญิงเลวที่ทำบ้านคนอื่นแตกแยกไม่เคยมีจุดจบที่สวดีย แต่ในชีวิตจริงหลังจากที่พ่อแต่งงานใหม่ บ้านแถวนี้ต่อมาก็ถูกรื้อ เงินชดเชยที่ได้จากการรื้อบ้านเอาไปทำธุรกิจแล้วก็โตขึ้นเรื่อยๆ
เสี่ยวเชี่ยนไม่มีทางลืมได้หน้าตาท่าทางของ เมียน้อยฉวีเสวี่ยหลังจากที่ได้เป็นตัวจริงแล้วก็ขับรถแลนด์โรเวอร์ราคาเป็นล้านตามไปอาละวาดเจี่ยซิ่วฟางที่หมดอาลัยตายอยากถึงที่บ้าน คนดีจะมีชีวิตที่สงบสุข คำพูดนี้จริงๆ ก็มีไว้หลอกคนแค่นั้น ปัญญาอ่อนสิ้นดี
คนดีที่ไร้สมองไม่มีทางได้สิ่งดีๆ ตอบแทน ผู้หญิงที่ร้ายกาจ ส่วนใหญ่จะฉลาดและมีชีวิตที่ดี ฉวีเสวี่ยก็เป็นตัวอย่างให้เห็นแล้วไม่ใช่เหรอ?
แต่น่าเสียดายที่ชาตินี้ เสี่ยวเชี่ยนผู้หญิงที่ร้ายยิ่งกว่าฉวีเสวี่ยได้กลับมาเกิดแล้ว