แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย: ตอนที่ 8 ความสัมพันธ์บุคคลที่เชื่อมโยงกัน ตอนที่ 8
ตอนที่ 8 ถ่องแท้ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
“แม่ไม่รู้สึกเหรอว่าเขาอยู่บ้านเราดูนุ่งน้อยห่มน้อยไปนะ?” เสี่ยวเชี่ยนถามเจี่ยซิ่วฟาง
“แกอยากพูดอะไรกับฉันกันแน่?” เป็นครั้งแรกที่เจี่ยซิ่วฟางได้ยินลูกสาวพูดเรื่องแบบนี้ จึงรู้สึกเดาทางไม่ถูกว่าหมายถึงอะไร
“เมื่อวานหนูลงไปล้างมือข้างล่างเห็นเขาใส่กางเกงขาสั้นเดินลอยไปลอยมา” ใส่หรือเปล่าเสี่ยวเชี่ยนไม่รู้ แต่อยากเบี่ยงเบนความคิดแม่ให้คิดมาทางนี้
ฉวีเสวี่ยก็พักอยู่ในร้าน หลังปิดร้านจะลากเตียงสำหรับนอนคนเดียวออกมากาง ครอบครัวเสี่ยวเชี่ยนพักอยู่ชั้นสอง กลางคืนถ้าจะเข้าห้องน้ำก็ต้องลงมาข้างล่าง
“พูดจาไร้สาระ คิดมากไปแล้วแกน่ะ อากาศร้อนจะตาย ใส่น้อยหน่อยก็ไม่เป็นไร......”เสียงของเจี่ยซิ่วฟางเบาลงเรื่อยๆ เธอก็คิดขึ้นมาได้เหมือนกัน
ตอนนี้ลูกชายก็โตเป็นหนุ่มแล้ว เด็กผู้ชายอายุสิบกว่าก็เริ่มมีความคิดในเรื่องอย่างว่า เห็นท่าต้องระวังหน่อยแล้ว
เสี่ยวเชี่ยนรู้ว่าแม่รับฟังแล้ว เลยถือโอกาสพูดเสริมอีกหน่อย
“ตอนที่หนูลงไป เห็นพ่อเข้าห้องน้ำอยู่”
เจี่ยซิ่วฟางตกใจ
“อย่าพูดจาส่งเดชนะ พ่อแกอายุเท่าไรแล้ว ทำไมฉันต้องมาพูดเรื่องแบบนี้กับเด็กอย่างแกด้วยนะ ไหนเอาขามาดูซิ”
ฉวีเสวี่ยเพิ่งจะอายุประมาณสายี่มสิบกว่าๆ สามีของเธออายุใกล้จะห้าสิบแล้ว จะเป็นไปได้ยังไง แต่คำพูดของเสี่ยวเชี่ยนก็ทำให้เจี่ยซิ่วฟางฉุกคิดขึ้นมา
เสี่ยวเชี่ยนยื่นขาออกไป มีรอยฟกช้ำขนาดใหญ่ เจี่ยซิ่วฟางเห็นแล้วก็โกรธ
“ไอ้หนีเจี้ยนเหรินมันทิ้งเราสองคนแล้วหนีไป อีกหน่อยมันจะดีกับแกเหรอ? แกชอบมันตรงไหนเนี่ย! ฉันเหม็นขี้หน้ามันตั้งแต่แรกแล้ว หน้าขาวๆ ติ๋มๆ ดูพึ่งไม่ได้ สายตาก็ล่อกแล่ก แค่ดูก็รู้ว่าเป็นพวกไม่จริงใจ”
“คนเราพอได้รับการกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรงก็ย่อมอยากหาที่พึ่งพาโดยสัญชาตญาณ ขาดการคิดวิเคราะห์อย่างมีสติ คิดว่าการออกจากครอบครัวแล้วจะได้พบกับความสุข แต่พอรู้สึกตัวอีกทีก็ยิ่งถลำลึก ชีวิตหลังแต่งงานของหลายคนไม่เจอกับความสุข ก็มักจะมีสาเหตุแบบนี้นี่แหละ”
เรื่องสอบไม่ติดมหาวิทยาลัยทำให้เธอเสียใจมาก พ่อบอกจะให้แต่งงานเธอก็ตกลง ตอบรับไปแบบหมดอาลัยตายอยาก อยากหนีจากชีวิตแย่ๆ ผลปรากฏว่ายิ่งแย่หนักกว่าเดิม
เจี่ยซิ่วฟางสีหน้าขรึมลง ลุกขึ้นยืน แล้วเอามือแตะหน้าผากลูกสาว
“วันนี้สมองแกกระทบกระเทือนหรือเปล่า ทำไมพูดจาประหลาดบ่อยจัง?”
“เปล่าซะหน่อย” เสี่ยวเชี่ยนยังบอกไปว่าจะไม่แต่งกับผู้ชายเลวๆ นั่นตอนนี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นแม่ของเธอองค์ลงแน่
ลูกยกเลิกการแต่งงานย่อมไม่ใช่เรื่องดีในแวดวงเพื่อนบ้าน ถึงแม้การกระทำของหนีเจี้ยนเหรินในวันนี้จะแย่จริง แต่ด้วยนิสัยของแม่ไม่มีทางยกเลิกงานแต่งแน่ คงหาทางเอาคืนเรื่องอื่นคิดว่าก็คงจะบ่นอะไรไร้สาระอีกตามเคย
“บอกพ่อแกให้เรียกสินสอดสูงหน่อย แกแต่งไปมีเงินอยู่ในมือ มันไม่กล้ารังแกแน่!”
เสี่ยวเชี่ยนแอบมองบนอยู่ในใจ เห็นไหม เป็นอย่างว่า! แม่เธอน่ะชอบเบี่ยงประเด็นไปเรื่อยชอบพูดไร้สาระ คิดว่าจะมีความคิดดีๆเสียอีกแล้วยังชอบคิดเอาเองว่าตัวเองฉลาดอีก!
“เดี๋ยวฉันไปเอายามาทาให้ พรุ่งนี้ข้อเท้าบวมเป็นขาหมูแน่”
“ไม่ต้องหรอก” เธอไม่ชอบให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัว
หลังหย่า เธอรู้สึกว่าทุกคนดูสกปรกหมด แต่ไม่รู้ทำไมเธอกลับคิดว่าหยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางเป็นเพียงคนเดียวที่สะอาด อีกทั้งยังมีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน แต่พอผู้ชายคนอื่นเข้าใกล้เธอก็รู้สึกขยะแขยง
เจี่ยซิ่วฟางออกจากห้อง เสี่ยวเชี่ยนจึงพูดพึมพำกับตัวเอง
“หนีเจี้ยนเหรินก็เหมือนกับขี้กองหนึ่ง ต่อให้เขี่ยมันให้มีรูปร่างเหมือนสเต็ก ฉันก็สะกดจิตตัวเองให้คิดว่ามันเป็นสเต็กแล้วแกล้งทำเป็นกินด้วยท่าทางมีความสุขไม่ได้หรอกนะ มันก็แค่น่ะขี้เท่านั้นแหละ”
แต่ก็ยังต้องปล่อยขี้ก้อนนี้เอาไว้ก่อน วันข้างหน้ายังมีเรื่องที่ต้องใช้ประโยชน์จากหนีเจี้ยนเหรินอยู่
เจ็บขามาก เสี่ยวเชี่ยนลูบพลาสเตอร์ยาในกระเป๋าเสื้อ ใบหน้าของหยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางลอยขึ้นมาในสมอง
นึกไม่ถึงว่าตาคนหน้าตายนั่น ตอนหนุ่มจะหล่อขนาดนี้......
เธอฉีกพลาสเตอร์ยาออกเตรียมจะแปะ แต่อยู่ๆ ในใจก็รู้สึกหงุดหงิด
ดูจากท่าทางที่ตานั่นยัดยาใส่มือ คงเอาให้สาวๆ บ่อยสินะ? หรือพอเห็นสาวสวยเข้าหน่อยก็ระริกระรี้เข้าไปหาเอายาให้??
เสี่ยวเชี่ยนโยนพลาสเตอร์ยาลงถังขยะ เดินกะเผลกไปหายา เธอต้องอยู่ให้ห่างจากทหารคนนี้หน่อย ชาติก่อนเขาตามหาเธอมาทั้งชีวิต รู้สึกว่าถ้าตานี่เข้ามาใกล้ชิด ชีวิตเธอคงไม่สงบสุขแน่น่าดี
ความคิดต่างกันอยู่ให้ห่างจะดีกว่า เธอเกิดใหม่คราวนี้ก็เพื่อมาเป็นบอสสาวที่ร้ายกาจที่สุด ส่วนหยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางผู้ชายที่สดใสดั่งดวงอาทิตย์แบบนั้น ปล่อยให้สาวๆ คนอื่นไปแล้วกัน เธอชอบที่จะปลูกเห็ดพิษอยู่ในมุมมืดมากกว่า
กลิ่นยาคละคลุ้งเต็มห้องใต้หลังคาเล็กๆ นี้ ไม่ว่าเสี่ยวเชี่ยนจะทำอะไรก็จะมีภาพของหยูหมิงหลางอวี๋หมิงหลางปรากฏขึ้นมา
ภาพที่เมื่อชาติก่อนเขายิงปืนทับซ้อนกับท่าทางที่เขาช่วยเธอไว้ในชาตินี้
“ไอ้คนบ้าน่ารำคาญจริง รังควานไม่เลิกทำไมไม่ไปให้พ้นๆนะ” อยู่ๆ เสี่ยวเชี่ยนก็รู้สึกอยากล้างมืออีกแล้ว รู้สึกหงุดหงิดใจมาก
พอล้างมือเสร็จก็ลากเก้าอี้ออกมานั่งหน้าโต๊ะ เปิดไฟ หยิบกระดาษกับปากกาออกมาเตรียมวางแผนระยะสั้น
ภายในห้องใต้หลังคาแสงเข้าไม่ค่อยดี พอถึงช่วงบ่ายก็ต้องเปิดไฟ เสี่ยวเชี่ยนนั่งอยู่หน้าโต๊ะมองไปข้างหน้าที่มีแต่กองหนังสือเต็มไปหมด ทุกเล่มมีสภาพเก่า พอเห็นแบบนี้แล้วก็ทำให้นึกถึงตัวเองที่เคยขยันอดทนต่อการเรียน
เมื่อก่อนเธอไร้เดียงสามาก คิดว่าถ้าขยันเรียนหนังสือพ่อแม่ก็จะใส่ใจเธอมากขึ้น ดีกับเธอมากขึ้น พอเลิกเรียนก็ยังต้องช่วยงานที่ร้าน ใช้น้ำเย็นซักผ้าในฤดูหนาว ตกดึกก็จุดไฟอ่านหนังสือข้ามคืน
ตอนที่เธอเสียใจหนักๆ ได้เลือกที่จะไว้ใจคนในครอบครัว แต่ครอบครัวกลับไม่ดีกับเธอ สุดท้ายเลือดกับน้ำตาได้บอกเธอว่า การพึ่งพาคนอื่นไม่ปลอดภัยเท่ายืนด้วยลำแข้งของตัวเอง
เสี่ยวเชี่ยนพักความคิดแล้วเขียนความสัมพันธ์ของบุคคลลงบนกระดาษอย่างคล่องแคล่ว เวลาจิตแพทย์รักษาคนไข้ก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้น
พ่อ : รักลูกชายมากกว่าลูกสาว อยากได้สินสอด มีชู้
แม่ : ดีกับน้องชายมากกว่าฉัน เป็นคนไม่มีความคิดเท่าไร ขี้โวยวาย ไม่รู้ว่าพ่อมีชู้
พอเขียนถึงตรงไม่ดีกับเธอ ในสมองของเสี่ยวเชี่ยนก็ปรากฏภาพที่เมื่อครู่เจี่ยซิ่วฟางให้เธอหนีไปก่อน ครั้นแล้วเธอจึงขีดเส้นใต้ประโยคนี้แล้วเติมเครื่องหมายคำถาม
เธอเชื่อแต่สิ่งที่ตาตัวเองเห็นเท่านั้น เรื่องแม่ยังต้องคอยสังเกตต่อไป
ฉวีเสวี่ย : เมียน้อยพ่อ อนาคตจะกลายเป็นตัวจริง
คนชั้นต่ำ : รักร่วมเพศ หลอกแต่งงาน เลว......เขียนต่อไม่ไหวแล้ว คุณสมบัติเยอะเกิน กระดาษใบเดียวไม่พอ
หยูอวี๋หมิง...พอเขียนได้สองคำเสี่ยวเชี่ยนก็รู้สึกไม่โอเค ขีดฆ่าทิ้ง เธอควรจะรักษาระยะห่างจากตานั่นไว้ อย่าให้ตกเป็นเป้าสายตาของเขาได้
หลังจากที่ไล่เขียนตัวละครสำคัญออกมาแล้ว เธอก็เริ่มเขียนรายการที่ต้องทำในช่วงนี้
หาใบตอบรับเข้ามหาวิทยาลัยให้เจอ
หาค่าเล่าเรียนให้ได้
บังคับผู้ชายเฮงซวยคนนั้นให้ยกเลิกงานแต่ง
พอนึกถึงเรื่องที่แม่ดีกับเธอวันนี้เสี่ยวเชี่ยนจึงเพิ่มไปหนึ่งประโยค
ทำลายนังเมียน้อยฉวีเสวี่ย
“เป็นการตอบแทนที่แม่ดีกับฉันขึ้นมาหน่อย ฉันก็ไม่ได้คาดหวังว่าแม่จะมีความรักอะไรให้ฉันอีกหรอกนะ” เธอต้องวางตัวเคร่งขรึม ทำตัวเองให้เป็นบอสสาวจอมร้ายกาจ ห้ามพัง
เสี่ยวเชี่ยนพึมพำกับตัวเอง จากนั้นก็วาดลูกศรสองหัวระหว่างหาค่าเล่าเรียนให้ได้กับบังคับผู้ชายเฮงซวยคนนั้นให้ยกเลิกงานแต่ง
เธอสามารถบังคับผู้ชายเฮงซวยคนนั้นให้ยกเลิกงานแต่ง ขณะเดียวกันก็จะได้ค่าเล่าเรียนมาด้วย ชีวิตคนน่ะนะ ไม่ว่าเรื่องอะไรมันต้องมีเรื่องที่ไปคู่กันเสมอ