พันธกานต์ปราณอัคคี: Chapter 024 ตอนที่ 24
ตอนที่ 24 เห็นสีน้ำแข็งอีกครั้ง
“พี่สิบคิดมากไปแล้ว ข้ากับพี่เก้าเคยพบกันครั้งหนึ่ง ได้ยินอวิ๋นจือสาวใช้ของข้าว่า ปีก่อนๆ พี่เก้าจะให้สาวใช้มาขอลูกท้อสองสามตะกร้า ชิงเฉินคิดว่าเรากินลูกท้อลิ้มรสสุราอยู่นี่ ไม่ได้เรียกพี่เก้ามาด้วย จึงให้อวิ๋นจือส่งลูกท้อไปตะกร้าหนึ่ง” มั่วชิงเฉินพูดอย่างไม่รีบร้อน
มั่วชิงเฉินพูดจบหันหน้าไปมองมั่วอวี้ฉีพูดชัดถ้อยชัดคำว่า “แต่พี่สิบเอ็ดนี่สิ ต่อให้ชิงเฉินไม่ได้เชิญพี่เก้ามาแล้วกุลีกุจอส่งของไปให้ แต่พี่น่ะกลับตรงกันข้ามนะ”
พูดถึงตรงนี่มั่วชิงเฉินไม่พูดต่ออีก แต่ทุกคนก็เข้าใจ พูดอีกอย่างก็คือ ครั้งนี้มั่วชิงเฉินจัดงานเลี้ยงโดยไม่ได้เชิญมั่วอวี้ฉี แต่นางกลับมาโดยไม่ได้รับเชิญ
เห็นเพียงหน้ามั่วอวี้ฉีประเดี๋ยวเขียนประเดี๋ยวซีด กำมือแน่น เดิมทีวันนี้นางก็มาอย่างอารมณ์ขุ่นมัวอยู่แล้ว!
เช้านี้ว่างไม่มีอะไรทำจึงไปหามั่วหร่านอีสองพี่น้องเล่น ไม่คิดว่าได้ยินพวกนางพูดถึงเรื่องงานเลี้ยงลูกท้อสวรรค์ มั่วอวี้ฉีถึงได้รู้ว่ามั่วชิงเฉินเชิญทุกคนไปลิ้มสุรากินลูกท้อ มีเพียงนางคนเดียวที่ไม่ได้รับเชิญ ปกตินางเป็นคนรักสนุก อีกทั้งสุราลูกท้อและลูกท้อในลานบ้านท่านปู่ห้าขึ้นชื่อเรื่องความอร่อย จะทนไม่ไปได้อย่างไรไหว ยิ่งกว่านั้นเมื่อนึกถึงสิ่งที่มั่วชิงเฉินทำก็โกรธจนทำอะไรไม่ถูก นางไม่เห็นตนเองในสายตาเสียเลย การที่ปกติถกเถียงกันเรื่องต่างๆ นานาที่โถงเฉาหยาง เดิมทีก็เป็นเรื่องที่อนุญาตกันในตระกูลอยู่แล้ว แต่กิจกรรมในตระกูลเช่นนี้ จะทิ้งนางไว้คนเดียวได้อย่างไรล่ะ!
พูดได้ว่า มั่วอวี้ฉีตั้งใจมาหาเรื่องเต็มที่ เพียงแต่คำพูดที่นางพูดก่อนหน้านี้หลายครั้งล้วนถูกมั่วชิงเฉินทำให้มลายหายไปอย่างไม่รู้ตัว ในที่สุดก็หาโอกาสได้เมื่อครู่นี้เอง นางย่อมดูออกมานานแล้วถึงความทะนงตัวและใจไม่ชื่นชอบมั่วเฟยเยียนของมั่วหร่านอี
“นี่ นมแช่แข็งอร่อยจังเลย” จู่ๆ มั่วแปดน้อยก็เอ่ยขึ้นมาขณะบรรยากาศกำลังตึงเครียด
“หา พี่แปด อร่อยจริงหรือเจ้าคะ ไม่มีกลิ่นคาวหรือ” มั่วหนิงโหรวถามเสียงเล็กนิ่มนวล
มั่วแปดน้อยไม่สนใจตอบนาง มัวแต่กินอย่างเอร็ดอร่อย
มั่วอวี้ฉีกล่าวอย่างโมโหว่า “พี่แปด ท่านจะช่วยยายเด็กบ้านี่ใช่ไหม!”
มั่วแปดน้อยถึงได้เงยหน้าขึ้น กะพริบตากล่าวอย่างไม่รู้เรื่องว่า “ไม่ใช่นะ น้องสิบเอ็ด ไม่เชื่อเจ้าลองชิมดู อร่อยจริงๆ”
“ใครจะไปเชื่อ!” มั่วอวี้ฉีพูดแล้วหยิบช้อนตักนมแช่แข็งช้อนหนึ่งใส่ปากด้วยความโมโห แล้วก็ต้องชะงัก
มั่วแปดน้อยหัวเราะหึๆ อย่างแผ่วเบา “เป็นอย่างไร น้องสิบเอ็ด พี่แปดไม่ได้เข้าข้างนางหนูน้อยนั่นใช่ไหม”
คำพูดของมั่วแปดน้อยและสีหน้าของมั่วอวี้ฉีทำให้คนอื่นยิ่งเกิดอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา แม้แต่มั่วหร่านอีก็อดหยิบช้อนลองกินไม่ได้
เสน่ห์ของพุดดิ้ง คือสิ่งที่เด็กอายุสิบกว่าขวบที่ไม่เคยชิมมาก่อนไม่อาจต้านทานได้ เพียงสองสามคำก็กินหมดแล้ว สายตาเป็นประกายพวกนั้นมองจนมั่วชิงเฉินขนลุก
ทว่าเช่นนี้กลับทำให้บรรยากาศก่อนหน้าที่ทะเลาะกันใกล้แตกหักบรรเทาลง มั่วชิงเฉินเรียกให้ทุกคนดื่มสุราต่อ สถานการณ์เริ่มครึกครื้นขึ้นอีกครั้ง
......
อวิ๋นจือถือกล่องอาหารและตะกร้าไม้ไผ่เดินอย่างมีความสุข เมื่อคิดว่าจะได้เจอกับพี่สาวอวิ๋นซานที่ไม่ได้เจอมาหลายวันนางก็ยิ่งดีใจ
อวิ๋นจือไปที่พำนักของมั่วเจ็ดน้อยก่อน ยื่นมือเคาะประตู
ประตูบ้านที่ปิดสนิทเปิดดังแอ๊ด หน้าของบ่าวรับใช้จิ้งเหยียนโผล่มา
“น้องอวิ๋นจือนี่เอง มีเรื่องอะไรหรือ” จิ้งเหยียนถามอย่างแปลกใจ
อวิ๋นจือชูกล่องอาหารในมือว่า “วันนี้คุณหนูข้าจัดงานเลี้ยงลูกท้อสวรรค์ คุณชายเจ็ดไม่มีเวลาไป คุณหนูจึงให้ข้าส่งอาหารมาให้ หวังว่าคุณชายเจ็ดจะไม่รังเกียจ”
จิ้งเหยียนทำสีหน้าลำบากใจว่า “คุณชายท่าน ยังบำเพ็ญเพียรอยู่...”
อวิ๋นจือหัวเราะพรืด คิดในใจว่าคนผู้นี้เหตุใดถึงดูซื่อบื้อๆ กันนะ ปากเอ่ยว่า “ไม่เป็นไร ข้าวางของไว้ก็ได้แล้ว เพียงแต่รบกวนพี่จิ้งเหยียนเรียนคุณชายเจ็ดเสียหน่อยก็แล้วกัน”
“อืม ขอบคุณน้องอวิ๋นจือ” จิ้งเหยียนรีบกล่าว
“ขอบคุณข้าทำอะไร ต้องขอบคุณคุณหนูข้าถึงจะถูก” อวิ๋นจือพูดพลางวางกล่องอาหารและตะกร้าไม้ไผ่ไว้ในมือจิ้งเหยียน แล้วหันหลังจากไป
จิ้งเหยียนถือกล่องอาหารและตะกร้าไม้ไผ่เดินเข้าไปเห็นมั่วเจ็ดน้อยเดินหน้าไร้ความรู้สึกออกมาพอดี เหล่ของในมือจิ้งเหยียนปราดหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ แล้วก็ไม่พูดอะไรเดินตรงไปข้างนอกเลย
“คุณชาย” จิ้งเหยียนอดเรียกคราหนึ่งไม่ได้ รู้ว่าเมื่อคุณชายบำเพ็ญเพียรเสร็จแล้วต้องไปห้องสุขา
“หือ” มั่วเจ็ดน้อยมองจิ้งเหยียน เขาไม่ใช่คนพูดมาก ตั้งชื่อนี้ให้บ่าวรับใช้ส่วนตัวก็เพื่อให้เขาสงบเสงี่ยมพูดน้อย[footnoteRef:1] ไม่รบกวนการบำเพ็ญเพียรของตน [1: จิ้งเหยียน ในที่นี้หมายถึง สงบเสงี่ยมวาจา]
ไม่รู้เพราะเหตุใด แม้คนอื่นต่างบอกว่าคุณชายพรสวรรค์ธรรมดา แต่จิ้งเหยียนกลับรู้สึกว่าเวลาที่มั่วเจ็ดน้อยมองมาด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกนั้นช่างกดดันนัก นึกถึงหน้าตายิ้มแย้มดุจดอกไม้ของอวิ๋นจือจึงทำใจแข็งว่า “คุณชาย เมื่อครู่คุณหนูสิบหกให้แม่นางอวิ๋นจือส่งอาหารมาให้ขอรับ”
“อ้อ วางไว้นั่นแหละ” มั่วเจ็ดน้อยพูดพลางเดินออกไปห้องสุขาที่อยู่มุมตะวันตกเฉียงเหนือในลานบ้าน
รอเขาล้างมือออกมา กลับถึงในห้องเหล่กล่องอาหารและลูกท้อสดที่วางอยู่บนโต๊ะปราดหนึ่งอย่างเรื่อยเปื่อย ลังเลอยู่ครู่หนึ่งว่า “ยกมาให้ข้าเถอะ”
“ขอรับ” จิ้งเหยียนรีบรับคำ
......
ในมืออวิ๋นจือเหลืออาหารเพียงชุดเดียว รู้สึกเดินสบายตัวขึ้นมาก ไม่นานนักก็มาถึงที่พำนักของมั่วเฟยเยียน
“อ้าว น้องรอง เจ้ามาอย่างไรล่ะนี่” อวิ๋นซานที่เปิดประตูออกทั้งตกใจทั้งดีใจพลันเอ่ยถาม
อวิ๋นจือมองพี่สาวปราดหนึ่ง ไม่เจอกันหลายวัน ดูเหมือนพี่สาวจะสวยขึ้นอีกแล้ว เสื้อตัวยาวปักลายดอกมู่หลาน[footnoteRef:2]คู่สีเขียว ทับด้วยเสื้อกั๊กสีขาวนวลปักลายเถาวัลย์ดอกเหมย ดูสูงโปร่งสง่างามดุจดอกบัวสีขาวสดใสก้านหนึ่ง [2: ดอกมู่หลาน ดอกแมกโนเลีย]
“น้องรอง เจ้าเหม่ออะไร” อวิ๋นซานเห็นอวิ๋นจือไม่ตอบจึงต่อว่า
“ท่านพี่ พี่สวยจังเลย” อวิ๋นจือกล่าว
อวิ๋นซานยื่นนิ้วมือจิ้มหน้าผากอวิ๋นจือทีหนึ่งว่า “ยายเด็กบ้านี่ เดี๋ยวนี้หยอกพี่สาวแท้ๆ แล้วหรือ”
“ไม่ใช่นะ คนเขาพูดจริงๆ นะ” อวิ๋นจือแลบลิ้น
อวิ๋นซานชะงัก น้องสาวนางคนนี้อายุไม่มากแต่สุขุมเรื่อยมา เหตุใดไม่เจอกันเพียงระยะหนึ่งกลับร่าเริงขึ้นมาแล้วล่ะ
“น้องรอง เหตุใดเจ้าจึงมาเวลานี้ล่ะ” อวิ๋นซานถาม
อวิ๋นจือแกว่งของที่อยู่ในมือว่า “นี่ คุณหนูข้าให้ข้าส่งอาหารมาให้คุณหนูเก้า”
อวิ๋นซานรับตะกร้าในมืออวิ๋นจือไปว่า “คุณหนูเจ้าช่างมีน้ำใจ เอ๊ะ ในกล่องอาหารคือสิ่งใด”
อวิ๋นจือยิ้มอย่างลึกลับว่า “พี่ดูสิ”
อวิ๋นจือดูของที่อยู่ในกล่องอาหาร ยิ้มว่า “เอ๊ะ หรือว่าจะเป็นสุราลูกท้อ สิ่งนี้ ข้าเดาไม่ออกจริงๆ แล้วล่ะ”
“คุณหนูบอกว่านี่คือนมแช่เย็น คุณหนูทำเองกับมือเลยนะ คุณหนูแบ่งให้อวิ๋นจือกินแล้ว เป็นของหวานที่อร่อยมากเลยล่ะ” อวิ๋นจือพูดไม่หยุด แม้แต่ตัวนางเองก็ไม่ทันสังเกตความนับถือในตัวมั่วชิงเฉินที่แฝงอยู่ในคำพูด
อวิ๋นซานกลับเห็นอย่างชัดเจน รู้สึกอยากรู้อยากเห็นต่อคุณหนูสิบหกที่ไม่เคยพบหน้าผู้นั้นขึ้นมา ถามว่า “อวิ๋นจือ ตั้งแต่เจ้าได้เป็นสาวใช้ประจำตัวของคุณหนูสิบหก พี่ยังไม่มีโอกาสถามเจ้าเลย เจ้าอยู่เป็นอย่างไรบ้าง คุ้นเคยหรือไม่”
อวิ๋นจือพยักหน้า “ท่านพี่วางใจ หลายวันมานี้อวิ๋นจืออยู่ดีมากเลย”
นางนึกถึงวันที่ถูกบอกให้รู้ว่าต้องไปเป็นสาวใช้ประจำตัวของคุณหนูสิบหกนั้น พี่สาวรีบมากำชับตนว่ายังไม่มีคนรู้นิสัยของคุณหนูสิบหกผู้นี้ ทำสิ่งใดจงพึงระมัดระวัง ต้องรู้ว่าในสายตาผู้บำเพ็ญเพียร คนสามัญก็ดุจมดปลวก อย่าทำให้คุณหนูโมโหเด็ดขาด คุณหนูสิบเอ็ดก็เคยไล่สาวใช้ส่วนตัวคนหนึ่งไปอยู่ห้องซักผ้ามาแล้ว
นึกมาถึงตรงนี้ อวิ๋นจือก็แอบดีใจในความโชคดีของตน จึงเอ่ยอีกว่า “ท่านพี่ คุณหนูข้าเป็นคนดีมากเลย”
เวลานี้เอง มั่วเฟยเยียนเดินเข้ามาจากข้างนอก สีหน้ามีแต่ความเยือกเย็น ขับนางในชุดขาวให้เย็นชาจนถึงขีดสุด