พันธกานต์ปราณอัคคี

พันธกานต์ปราณอัคคี: Chapter 025 ตอนที่ 25

#25Chapter 025

ตอนที่ 25 เสียงร่ำไห้ยามค่ำคืนอีกครั้ง

“อวิ๋นจือ...ขอคารวะคุณหนูเก้า” อวิ๋นจือกล่าวอึกๆ อักๆ

มั่วเฟยเยียนที่เข้าสู่ระดับหลอมลมปราณระยะกลาง กลิ่นอายเซียนในตัวเข้มข้นกว่ามั่วหร่านอีและคนอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด คนธรรมดาสามัญเห็นแล้วล้วนรู้สึกได้ถึงความน่ายำเกรงไร้รูป ให้คนไม่กล้าเข้าใกล้เพ่งดู

“เจ้าคือ...น้องสาวของอวิ๋นซาน?” มั่วเฟยเยียนถามอย่างสงบ ทั้งไม่มีความดูแคลนเช่นมั่วอวี้ฉีคุยกับคนอื่นในยามปกติ และไม่มีความเข้าถึงง่ายอย่างที่มั่วชิงเฉินคุยกับคนทั่วไป

“เรียน...เรียนคุณหนูเก้า บ่าวเองเจ้าค่ะ...” อวิ๋นจือพูดติดอ่าง

อวิ๋นซานมองน้องสาวอย่างช่วยไม่ได้ปราดหนึ่ง รีบพูดกับมั่วเฟยเยียนว่า “คุณหนู อวิ๋นจือรับคำสั่งจากคุณหนูสิบหกให้ส่งลูกท้อมาให้ท่านเจ้าค่ะ”

มั่วเฟยเยียนมองลูกท้อปราดหนึ่งอย่างนิ่งเรียบ พยักหน้าแผ่นเบาให้อวิ๋นจือว่า “คุณหนูเจ้าช่างมีน้ำใจ ฝากขอบคุณแทนข้าด้วย”

“เจ้าค่ะ...” อวิ๋นจือตอบรับ

มั่วเฟยเยียนไม่พูดอะไรอีก เดินตรงเข้าห้องไป แขนเสื้อสีขาวกว้างใหญ่พลิ้วไหวตามลมยิ่งขับให้ท่วงท่าเซียนสง่างาม

“เด็กคนนี้นี่ ปกติมิใช่คล่องแคล่วดีหรอกหรือ เหตุใดวันนี้เจอคุณหนูเก้าแล้วถึงมีท่าทางไม่เอาไหนเช่นนี้” อวิ๋นซานจิ้มหน้าฝากอวิ๋นจือเบาๆ

อวิ๋นจือเบ้ปากอย่างน้อยใจ “ท่านพี่ ไม่รู้เพราะเหตุใดข้าเจอคุณหนูเก้าแล้ว รู้สึกใจเต้นตึกตักไม่หยุดเรื่อยเลย พูดก็พูดไม่ออก หรือว่าครั้งแรกที่เจอคุณหนูเก้าพี่ไม่รู้สึกเช่นนี้กัน”

อวิ๋นซานชะงักแล้วว่า “นั่นน่ะสิ เอาล่ะ เจ้ารีบกลับไปเถอะ คุณหนูเก้ากลับมาแล้ว ข้าต้องรีบไปปรนนิบัตินางแล้ว”

“เจ้าค่ะ ข้าก็ต้องกลับไปเก็บกวาดแล้ว วันนี้คุณหนูเชิญคุณชายคุณหนูทั้งหลายในโถงเฉาหยางดื่มสุราน่ะ” อวิ๋นจือพูดจบก็ร่ำลาอวิ๋นซานรีบเดินกลับไป

ในสวนหย่างอี๋ที่พำนักของมั่วต้าเหนียน เด็กจะโตก็ไม่โตเจ็ดแปดคนนั่งเอียงกระเท่เร่อยู่บนเก้าอี้ บนโต๊ะยาวถ้วยชามระเกะระกะเละเทะไปหมด บนพื้นยังมีไหสุราเปล่าล้มอยู่

“แม่นางอวิ๋นจือ ในที่สุดเจ้าก็กลับมาแล้ว” อวิ๋นจือเพิ่งถึงสวนหย่างอี๋ก็เห็นบ่าวรับใช้เฉินเฟิงยืนอยู่หน้าประตูสีหน้าร้อนรน

“เป็นอะไรไป” อวิ๋นจือหัวใจบีบรัดคราหนึ่ง

“คุณชายคุณหนูต่างดื่มมากไปแล้ว” เฉินเฟิงกล่าว

อวิ๋นจือเข้าใจแล้ว บ่าวรับใช้ส่วนตัวเช่นพวกเขา เพียงแค่ดูแลเรื่องอาหารการกินความเป็นอยู่ของเหล่าคุณชายคุณหนู แต่จะก้าวก่ายเรื่องใดๆ ของพวกเขาไม่ได้ ดังนั้นเมื่อพวกมั่วชิงเฉินดื่มกันอย่างสนุกสนาน เหล่าบ่าวรับใช้จึงไม่มีใครกล้าเข้าไปพูดอะไร มีเพียงอวิ๋นจือซึ่งเป็นสาวใช้ของเจ้าภาพมั่วชิงเฉิน พอจะเข้าไปพูดได้บ้าง

“เจ้าอย่าใจร้อน ข้าไปดูเดี๋ยวนี้แหละ” อวิ๋นจือพูดไปเท้าไม่หยุดก้าวเดินเข้าลานบ้านไป และต้องตกใจเพราะสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าจริงๆ

คุณชายสิบห้าหู่โถวกำลังใช้ศีรษะโตๆ ออกแรงถูกแขนของคุณหนูสิบสี่ มุมปากยังพ่นฟองฟอดออกมาก คุณหนูสิบสี่เปลี่ยนจากคนเหนียมอายยามปกติ กลับหัวเราะไม่หยุด เสียงใสราวกับกระดิ่งเงิน คุณชายแปดโยกศีรษะไปมาท่องกลอน คุณหนูสิบหนุนมือทั้งสองบนโต๊ะกำลังหลับฝันหวาน

สวรรค์ คุณชายคุณหนูเหล่านี้ที่สูงส่งในวันปกติ วันนี้กลับกลายสภาพเป็นเช่นนี้!

อวิ๋นจือรีบส่ายสายตาหาคุณหนูตน เห็นคุณหนูกำลังมองมาทางนี้พอดี แก้มแดงจนทำให้คนตาลาย ดวงตาดอกท้อคู่นั้นกลับใสเป็นประกายหาใดเปรียบ

อวิ๋นจืออดใจหายไม่ได้ รีบเดินเข้าไปหา “คุณหนู ท่านไม่เป็นไรใช่ไหมเจ้าคะ”

มั่วชิงเฉินดื่มไปไม่น้อยจริงๆ ช่วยไม่ได้ สุราลูกท้อนั้นรสชาติไม่เลวจริงๆ ทว่าคอนางแข็งกว่าคนที่ไม่ค่อยได้แตะสุราเหล่านั้นมาก เวลานี้แม้ฤทธิ์สุราจะเอ่อขึ้นมาแต่ยังมีสติอยู่มาก

มั่วชิงเฉินยิ้มละไมให้อวิ๋นจือว่า “ข้าไม่เป็นไร พี่อวิ๋นจือ พี่ไปบอกบ่าวรับใช้ส่วนตัวเหล่านั้น เวลาไม่เช้าแล้ว ให้พวกเขาพาเจ้านายกลับไปเถอะ ระหว่างทางต้องระวังมากๆ หน่อย ใช่แล้ว นำลูกท้อที่พวกเขาเด็ดกลับไปด้วย”

“เจ้าค่ะ” อวิ๋นจือรับคำ ไปจัดการตามเรื่องที่มั่วชิงเฉินกำชับ

พวกเฉินเฟิงถึงได้โล่งอก รีบพยุงเจ้านายตนเองขึ้นแล้วกล่าวคำอำลากับมั่วชิงเฉิน

ไม่คิดว่าหู่โถวจะดิ้นหลุดจากแขนของเฉินเฟิงแล้วกอดมั่วชิงเฉินไว้ บ่นงึมงำไปน้ำลายไหลไปว่า “หู่โถวไม่กลับ หู่โถวจะเล่นกับชิงเฉิน...”

มั่วชิงเฉินรู้สึกน่าขัน นางหยิกแก้มยุ้ยของหู่โถวเอ่ยเสียงเบาว่า “หู่โถว เจ้ารีบกลับไปนอนเสียดีๆ พรุ่งนี้ค่อยเล่นกันก็ไม่สาย”

“ไม่เอา ไม่เอา...” หู่โถวบ่นงึมงำอยู่กลับถูกเฉินเฟิงอุ้มขึ้น เดินอุ้มกลับไปทั้งอย่างนั้น

มั่วหร่านอีกำลังนวดหน้าผากและถูกสาวใช้พยุงเดินผ่านมั่วชิงเฉิน ทันใดนั้นหันมาว่า “เจ้าสิบหก เจ้าต้องพยายามนะ อย่าคิดว่าเชิญข้าดื่มสุราแล้วถึงเวลาข้าก็จะยั้งมือไว้ไมตรี” พูดจบเดินสะเปะสะปะไปไกลแล้ว

มั่วชิงเฉินมองตามแผ่นหลังนาง ไม่สนใจว่านางจะได้ยินหรือไม่ พูดเสียงเบาว่า “นั่นแน่นอนอยู่แล้ว”

“ฮ่าๆ ยายเด็กบ้า คอยดูนะ การประลองย่อยปลายปีข้าจะทำให้เจ้าคุกเข่าขอร้องแทบเท้าข้าให้ได้ ฮ่าๆ...” มั่วอวี้ฉีหัวเราะอย่างบ้าคลั่งแล้วจากไป

มั่วชิงเฉินจับคางที่ใกล้จะตกลงมาของตนพลางว่า “ยายผู้หญิงบ้า!”

เห็นอวิ๋นจือก้มตัวเริ่มเก็บกวาดความวินาศสันตะโร มั่วชิงเฉินพลันเรียก “พี่อวิ๋นจือ ยังไม่ต้องรีบเก็บ”

“คุณหนู?” อวิ๋นจือถามอย่างสงสัย

“พี่อวิ๋นจือ พี่เอาลูกท้อที่เพิ่งเด็ดกับสุราลูกท้อไหนั้นที่อยู่ในห้อง ยังมีนมแช่แข็งที่ข้าทำไว้นั่นอีก พี่จัดให้เรียบร้อย ไปเยี่ยมคารวะท่านอาสิบสี่เป็นเพื่อนข้า” มั่วชิงเฉินกล่าว

อวิ๋นจือขานรับ “เจ้าค่ะ” ในใจคิดว่ามั่วชิงเฉินคงเป็นคนระลึกเรื่องเก่า มีของอร่อยย่อมไม่ลืมท่านอาสิบสี่ผู้ที่พานางเข้าบ้านมา

ที่อวิ๋นจือคิดก็ไม่ผิด ด้านหนึ่งมั่วชิงเฉินเป็นคนระลึกเรื่องเก่าจริงๆ นางมาถึงห้วงเวลานี้ ความห่วงใยที่ได้รับมีน้อยเหลือเกิน ความดีทุกหยดหยาดที่ผู้อื่นดีต่อนาง นางล้วนจำไว้ในใจ อีกด้านหนึ่ง แน่นอนว่านางมีเรื่องไหว้วานให้ท่านอาสิบสี่ช่วย

“คุณหนู ท่านไม่เป็นไรใช่ไหมเจ้าคะ” ระหว่างทางอวิ๋นจือถามด้วยความเป็นห่วง แม้คุณหนูดูแล้วยังนับว่าปกติแต่อย่างไรเสียก็ดื่มสุราไปไม่น้อย

มั่วชิงเฉินส่ายศีรษะว่า “ข้าไม่เป็นไร เพียงแต่พี่อวิ๋นจือเรารีบไปกันได้หรือไม่ ที่พำนักของท่านอาสิบสี่อยู่ไกลจากสวนหย่างอี๋ของท่านปู่สักหน่อย บัดนี้เวลาไม่เช้าแล้ว ข้าเกรงว่ายังต้องเสียเวลาอยู่ที่บ้านท่านอาสิบสี่สักพัก หากกลับมาดึกเกินไปเกรงว่าท่านปู่จะเป็นห่วง”

“เจ้าค่ะ” อวิ๋นจือพูดพลางเร่งฝีเท้า เหล่เรื่อยเปื่อยเห็นป่าทึบแห่งหนึ่งว่า “ใช่แล้ว คุณหนู ตรงนี้ไปทางลัดได้เจ้าค่ะ!”

มั่วชิงเฉินสีหน้าดีใจ “ก็ดีน่ะสิ เราเดินทางนี้กัน”

อวิ๋นจือมองทางเล็กยาวคดเคี้ยวที่อยู่ตรงหน้าแล้วลังเลว่า “คุณหนู ที่นี่เปลี่ยวเกินไปนะเจ้าคะ ฟ้าก็มืดแล้ว ข้ากลัว...”

“ไม่ต้องกลัว นี่อยู่ภายในจวนมั่วนะ” มั่วชิงเฉินกล่าว

ผู้ที่สามารถบำเพ็ญเพียรได้ในตระกูลมีน้อย ดังนั้นต่อให้เด็กที่มีรากวิญญาณด้อยเพียงใด อย่างมากก็ได้รับปันทรัพยากรในการบำเพ็ญเพียรน้อย แต่ในเรื่องความปลอดภัยนั้นเป็นที่ให้ความสำคัญมาก ไม่มีใครกล้าทำร้ายผู้ที่มีรากวิญญาณภายในจวน มิเช่นนั้นด้วยฝีมืออันเก่งกาจของท่านหัวหน้าตระกูล ต้องสืบรู้ได้แน่ว่าใครเป็นผู้กระทำ

มั่วชิงเฉินและอวิ๋นจือเดินตามทางเล็กยาวคดเคี้ยวในป่าทึบ ฟ้ามืดแล้ว ใบไม้ในป่าดังซ่าๆ เท้าเหยียบบนใบไม้ที่ร่วงอยู่ดัง กรอบแกรบ อวิ๋นจือเกร็งร่างกายไว้ตลอดเวลา กอดกล่องอาหารไว้ไม่พูดสักคำ

สุราทำให้ใจกล้า มั่วชิงเฉินกลับผ่อนคลายกว่ามาก นางถือโคมไฟเล็กๆ อันหนึ่งรีบเดินไปข้างหน้า หยอกอวิ๋นจือสองสามคำเป็นพักๆ เพื่อคลายความตื่นเต้นของนาง

ในเวลานี้เอง จู่ๆ ก็มีเสียงร้องไห้แหลมเล็กของหญิงสาวดังขึ้นอีกแล้ว!

devc-88b8c9ff-33080พันธกานต์ปราณอัคคี: Chapter 025 ตอนที่ 25