ความลับแห่งจินเหลียน

ความลับแห่งจินเหลียน: Chapter 024 ตอนที่ 24

#24Chapter 024

ตอนที่ 24 บรรยากาศแปลกๆ

หลินเสวียนหลานหันมองไปตามสายตาของซีเหมินจินเหลียนก็คาดเดาได้ในทันที เขาเอ่ยถามขึ้นเสียงเบาว่า “นั่นคือหวังหมิงหยางใช่ไหมครับ”

ซีเหมินจินเหลียนพยักหน้ารับ หลินเสวียนหลานทำเสียงฮึ่มออกมา ไม่รู้ว่าเขาตั้งใจหรือไม่ แต่เขาก็รีบควงแขนซีเหมินจินเหลียนแล้วเดินตรงไปยังรถสปอร์ตคันหรูของตัวเองทันที

หลินเสวียนหลานทำราวกับว่ามองไม่เห็นหวังหมิงหยางและเฉียนหยวนที่อยู่ตรงนั้น เขาเดินควงแขนซีเหมินจินเหลียนไปยังรถสปอร์ตคันหรู เปิดประตูรถและประคองมือเธอเอาไว้ยามเชิญเธอขึ้นรถ ปิดประตูรถให้เธออย่างเบามือ ทุกการกระทำของเขาก็ช่างเป็นสุภาพบุรุษเสียเหลือเกิน หลังจากเธอขึ้นรถแล้วเขาจึงเดินอ้อมไปขึ้นรถฝั่งที่นั่งคนขับแล้วสตาร์ทรถขับออกไปทันที...

รถสปอร์ตยี่ห้อปอร์เช่สีน้ำเงินเข้มคันหรูวิ่งผ่านไปอย่างสง่างามจนลับสายตาหวังหมิงหยางและเฉียนหยวน หัวใจของหวังหมิงหยางเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ได้แต่สูดหายใจเข้าลึกๆ

ผู้หญิงคนนั้นมันซีเหมินจินเหลียนนี่นา...

แล้วผู้ชายที่อยู่ข้างกายเธอคนนั้นรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาราวกับดาราหนัง ที่เหลือเชื่อกว่านั้นคือผู้ชายคนนั้นขับรถสปอร์ตนำเข้ายี่ห้อปอร์เช่เสียด้วย ผ่านไปแค่วันเดียวเธอก็มีแฟนใหม่แล้วเหรอ

“สวยจังเลย” เฉียนหยวนพึมพำกับตัวเอง

หวังหมิงหยางเองก็ตะลึงเหมือนกัน ใช่แล้ว สวยจริงๆ รถก็สวย คนก็งาม ชายหนุ่มหญิงสาวที่หล่อและสวยสมกัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ต้องเป็นที่จับตามองอย่างแน่นอน ส่วนสาวงามคนนั้นกลับเป็นซีเหมินจินเหลียน คนที่เพิ่งถูกแม่ของเขาไล่ออกจากบ้านและถูกญาติพี่น้องของเขาดูถูกเหยียดหยามว่าเป็นแค่สาวบ้านนอกเมื่อวานนี้

สุภาษิตกล่าวไว้ว่าไก่งามเพราะคน คนงามเพราะแต่ง แต่เขาคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าแค่ซีเหมินจินเหลียนเปลี่ยนการแต่งตัวก็สามารถทำให้เธอดูเจิดจรัสได้มากขนาดนี้ หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะผู้ชายที่อยู่ข้างเธอคนนั้นหรือเปล่า หรืออาจจะเป็นเพราะรถสปอร์ตปอร์เช่สุดหรูราคาแพงคันนั้น

...

พอรถวิ่งออกจากบ้านหวังหมิงหยางมาไกลแล้ว ซีเหมินจินเหลียนสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดขึ้น “คุณหลินคะ เรื่องเมื่อกี้ฉันขอบคุณคุณจริงๆ นะคะ”

“ขอบคุณอะไรกันครับ” หลินเสวียนหลานส่ายศีรษะ “ผู้หญิงสมควรได้รับการทะนุถนอมและดูแลปกป้องอยู่แล้ว ผมไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ” ความจริงแล้ว เมื่อครู่นี้เขาตั้งใจทำเลยแหละ แต่ทำไมเขารู้สึกว่าตัวเองทำทุกอย่างได้อย่างเป็นธรรมชาติมากๆ นะ แม้แต่ตัวเขาเองยังแปลกใจตัวเองเลย

เขาเป็นคนที่โชคดีมาก เกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวยมั่งคั่งตั้งแต่อายุยังน้อย แถมหน้าตายังหล่อเหลาอีกต่างหาก เขาจึงเป็นที่รักของทุกคนและถูกประคบประหงมมาตั้งแต่เด็ก พอโตขึ้นก็คบหาผู้หญิงมากหน้าหลายตา พูดตามตรงก็คือปกติแล้วมีแต่คนอื่นที่ต้องเอาใจเขา ส่วนคนที่เขาต้องดูแลและเอาใจนั้นไม่มีเลย

แม้แต่กับลู่เฟยอวี๋ที่เป็นแฟนเขายังไม่เคยเอาใจสักครั้ง เขาเป็นสุภาพบุรุษและปฏิบัติต่อทุกคนด้วยความสุภาพมาโดยตลอด คนที่อยู่ด้วยจะรู้สึกว่าเขาเหมือนสายลมในฤดูใบไม้ผลิที่ให้ความรู้สึกสบายๆ เขาจะไม่ทำตัวให้คนอื่นรู้สึกว่าเขาเหมือนฤดูร้อนที่ร้อนแรง หรือเกิดความรู้สึกเกินเลยเด็ดขาด เขาได้รับการอบรมสั่งสอนอย่างดีมาตั้งแต่เด็ก จนทำให้เขาเป็นผู้ชายที่เพียบพร้อมและสุภาพอ่อนโยน

พอนึกถึงลู่เฟยอวี๋แล้ว หลินเสวียนหลานก็ต้องถอนหายใจเบาๆ ลู่เฟยอวี๋ไม่ใช่ผู้หญิงสวยอะไร เธอเป็นผู้หญิงสวยหวาน แต่ไม่ได้สวยมากจนถึงขั้นใครๆ ก็เหลียวมองจนคอเคล็ด แต่ตระกูลลู่กับตระกูลหลินนั้นมีฐานะเหมาะสมกัน อีกทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็มักจะพูดเล่นกันเรื่องที่ทั้งสองเหมาะสมกันดั่งกิ่งทองใบหยกอยู่เสมอๆ

นี่นับว่าเป็นการคลุมถุงชนหรือเปล่านะ ที่พูดกันว่าให้อิสระในการเลือกคู่ครองนั้น ในความเป็นจริงแล้วไม่ว่าจะยากดีมีจนก็ต้องคำนึงถึงเรื่องความเหมาะสมเป็นที่ตั้งอยู่ดี เหมือนเช่นเขาเอง ถ้าหากเขาจะแต่งงานกับผู้หญิงฐานะธรรมดาๆ ก็คงไม่มีใครคัดค้าน แต่ก็คงไม่มีใครเห็นด้วยเช่นกัน

“จินเหลียน น้องสาวผมเรียกผมว่าพี่ชาย ถ้าคุณไม่ถือ คุณจะเรียกผมว่าพี่ชายก็ได้นะครับ!” หลินเสวียนหลานยิ้มอย่างหดหู่ มองดูป้ายไฟสว่างไสวตามสองข้างทางแล้วได้แต่ถอนหายใจเบาๆ

“ได้สิคะ ถ้าอย่างนั้นฉันไม่เกรงใจแล้วนะ พี่ชาย” ซีเหมินจินเหลียนผงกศีรษะตอบรับข้อเสนอของเขาในทันที ในเมื่อเขาไม่ถือตัวและยังเรียกเธอว่า “จินเหลียน” ตลอดเวลาเช่นกัน

“แล้วคุณจะทำอย่างไรกับเสื้อผ้าพวกนั้น” หลินเสวียนหลานถามขึ้น

“ก็เอากลับไปทิ้งถังขยะน่ะสิคะ” ซีเหมินจินเหลียนเชิดหน้าขึ้น “เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะค่ะ คุณเป็นคนพูดเองนี่คะว่าผู้หญิงต้องรู้จักรักตัวเอง”

“ต้องแบบนี้สิ คุณไม่คิดมากก็ดีแล้ว” หลินเสวียนหลานพูดพลางพยักหน้าเห็นด้วย

ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่นั้น รถสปอร์ตปอร์เช่คันหรูก็จอดลงตรงหน้าร้านกาแฟชื่อเมิ่งจืออวิ้น มีพนักงานมายืนรอให้บริการเปิดประตูรถและเชิญซีเหมินจินเหลียนลงจากรถอยู่ก่อนแล้ว

ซีเหมินจินเหลียนเพิ่งเคยมาสถานที่หรูหราแบบนี้เป็นครั้งแรกจึงยังไม่ชินกับบริการแบบนี้ กระนั้น เธอก็ลงจากรถตามคำเชิญของพนักงาน หลินเสวียนหลานโยนกุญแจรถให้พนักงานที่ยืนอยู่ข้างๆ จากนั้นเขาก็เดินไปจับข้อมือของซีเหมินจินเหลียนแล้วเดินเข้าร้านไปด้วยกัน

ทั้งสองนั่งอยู่ในห้องที่จัดไว้ที่เป็นส่วนตัว ซีเหมินจินเหลียนมองดูแสงเทียนที่กำลังเต้นระริก เสียงดนตรีดังลอยมา เธอไม่แน่ใจว่าเป็นเสียงกู่เจิง[footnoteRef:1]หรือเสียงกู่ฉิน[footnoteRef:2]กันแน่ ในใจแอบคิด “หรือนี่จะเป็นดินเนอร์ใต้แสงเทียน” [1: กู่เจิง (古筝) เป็นเครื่องดนตรีแบบดั้งเดิมของจีน นับเป็นเครื่องสาย ใช้มือดีด กู่เจิงยังเป็นต้นแบบของเครื่องดนตรีอื่นๆ เช่น โคโตะ ของญี่ปุ่น, gayageum ของเกาหลี đàn tranh ของเวียดนามและ yatga ของ มองโกล] [2: กู่ฉิน(古琴) กู่ฉินเป็นเครื่องดนตรีโบราณประเภทเครื่องสายของจีน คนปัจจุบันเรียกว่า “กู่ฉิน (พิณโบราณ)” หรือ “พิณ ๗ สาย” ]

เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหลินเสวียนหลานสั่งกาแฟอะไรมาให้ ปกติเธอดื่มแต่กาแฟสำเร็จรูปราคาซองละหนึ่งหยวนที่ซื้อจากร้านซูเปอร์มาร์เก็ตเท่านั้น ร้านกาแฟหรูระดับนี้นะเหรอ เธอก็ไม่เคยมาหรอก เมื่อก่อนเธอเคยได้ยินว่ากาแฟที่ขายในร้านกาแฟหรูราคาแก้วละตั้งหลายร้อยหยวน.....

กาแฟแก้วเล็กนิดเดียวขายตั้งหลายร้อยหยวนเลยเหรอ คนซื้อสมองต้องมีปัญหาแน่ๆ คนสติดีๆ ที่ไหนเขาจะดื่มของแพงๆ แบบนี้กัน

แต่วันนี้ซีเหมินจินเหลียนรู้สึกว่าสมองของตัวเองคงมีปัญหาแน่ๆ พอมีเงินในบัญชีเพิ่มขึ้นสี่สิบล้านหยวน การดื่มกาแฟในร้านหรูๆ ที่มีบรรยากาศดีๆ แบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกันแฮะ

เธอใช้ช้อนเงินคันเล็กค่อยๆ คนกาแฟในแก้ว ในห้องที่มีแสงสลัวอบอวลด้วยบรรยากาศคลุมเครือแปลกๆ

“ชอบที่นี่หรือเปล่าครับ” หลินเสวียนหลานถามขึ้น อันที่จริงเขาเองก็รู้สึกว่าสมองของตัวเองคงมีปัญหาเหมือนกัน ทำไมอยู่ดีๆ ถึงอยากพาเธอมานั่งดื่มกาแฟที่นี่แทนที่จะไปที่อื่นได้นะ

“ฉันชอบไปกินปิ้งย่างตามร้านแผงลอยมากกว่าค่ะ” คำตอบทำลายบรรยากาศของซีเหมินจินเหลียนทำให้หลินเสวียนหลานฟังแล้วแทบจะสำลักกาแฟตาย

“ฮ่าๆ ...” หลินเสวียนหลานได้แต่หัวเราะเก้อๆ

“ที่นี่ดูสะอาดเกินไปค่ะ” ซีเหมินจินเหลียนยิ้มๆ “ฉันไม่รู้ว่าควรจะเอามือไม้วางไว้ตรงไหนเลย เพราะอย่างนั้นไปกินปิ้งย่างน่าจะดีกว่า นั่งกินกับคนเยอะๆ ที่เราไม่รู้จักก็ครึกครื้นดีนะคะ อยากจะกินอะไรหรือกินยังไงก็ได้ ไม่มีใครมานั่งหัวเราะเยาะเราด้วย คุณก็รู้นี่คะว่าฉันเป็นคนจน ฉันเพิ่งจะเคยมาสถานที่แบบนี้เป็นครั้งแรก เลยรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเลย”

“คุณนี่พูดตรงดีนะครับ” หลินเสวียนหลานพยักหน้าเข้าใจ “มาบ่อยๆ เดี๋ยวก็ชินเอง ถ้าคุณคิดว่าที่นี่เงียบเกินไปแล้วละก็ ที่นี่ยังมีที่อื่นๆ ที่บรรยากาศคึกคักด้วยนะ เดี๋ยวผมพาคุณไปละกัน...จริงสิ คุณยังไม่ได้ทานข้าวเย็นใช่ไหม คุณอยากทานอะไร สเต๊กเนื้อดีไหมครับ”

“ฉันไม่ชอบกินสเต็กเนื้อค่ะ” ซีเหมินจินเหลียนพูดพร้อมส่ายหน้า

“ถ้าอย่างนั้นเอาเป็นสเต็กปลาหรือสเต็กหมูดีไหม” หลินเสวียนหลานขอความเห็นจากเธอ

“ก็ดีค่ะ!” ซีเหมินจินเหลียนพยักหน้ารับ เธอไม่ใช่คนเลือกกิน เพียงแต่ไม่ทานเนื้อวัวเท่านั้นเอง

หลินเสวียนหลานสั่งสเต็กปลาให้ซีเหมินจินเหลียนและสั่งสเต็กเนื้อสำหรับตัวเอง ทั้งสองพูดคุยกันเพียงเล็กน้อย สุดท้ายซีเหมินจินเหลียนก็ทนไม่ไหวจนต้องถามเขาถึงเรื่องหวยหยก พอพูดถึงเรื่องหวยหยก หลินเสวียนหลานที่ชอบเรื่องหวยหยกมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็เล่าเรื่องราวต่างๆ สอนเทคนิคในการเล่นหวยหยก เทคนิคการต่อราคา รวมถึงเล่าเรื่องบุคคลในตำนานที่เกี่ยวกับทางด้านนี้ให้เธอฟังจนน้ำไหลไฟดับ

devc-3daa7acd-33865ความลับแห่งจินเหลียน: Chapter 024 ตอนที่ 24