ความลับแห่งจินเหลียน

ความลับแห่งจินเหลียน: Chapter 017 ตอนที่ 17

#17Chapter 017

ตอนที่ 17 ความทรงจำที่ถูกลืม

“คุยตรงนี้ไม่ค่อยสะดวก ผมว่าเราไปคุยกันที่ห้องทำงานของคุณดีกว่า” หลินเสวียนหลานพูดเสร็จก็เชิญซีเหมินจินเหลียนให้ไปด้วยกัน

“ก็ดีครับ!” ช่างสวี่รู้หน้าที่รีบเดินนำทางทั้งสองไปยังห้องทำงานของตัวเองทันที

ซีเหมินจินเหลียนเพิ่งสังเกตเห็นว่าที่นี่ไม่มีอุปกรณ์กันขโมยที่แน่นหนานัก แต่ก็มียามรักษาการณ์อยู่ตรงทางเข้า บางทีคงติดพวกกล้องวงจรปิดไว้ด้วยกระมัง ด้านหน้าเป็นออฟฟิศ มีสวนอยู่ตรงกลาง และมีโรงงานอยู่รอบทั้งสี่ด้าน มีทางเข้าแค่ทางเดียว แบบนี้ต้องไม่มีประตูหลังแน่นอน

มิน่าเล่า หินหยกพวกนั้นถึงถูกวางกองทิ้งไว้ตรงมุมกำแพงเพราะคงไม่มีใครกล้าขโมย ถ้าไม่ใช่คนที่สนิทคงไม่มีโอกาสได้เข้ามาในนี้แน่ๆ

หลินเสวียนหลานอธิบายให้ซีเหมินจินเหลียนที่เดินอยู่ข้างๆ ฟัง “จินเหลียน ช่างสวี่เป็นช่างทำหยกที่มีชื่อเสียงที่สุดของหลินซื่อจิวเวลรี่ ผมจะให้เขาเป็นคนออกแบบและทำเครื่องประดับให้คุณ”

ช่างสวี่ที่เดินนำอยู่ข้างหน้าชะงักไปชั่วครู่แล้วหมุนร่างอ้วนๆ เตี้ยๆ กลับมาด้วยความสงสัยแล้วถามขึ้น “คุณผู้หญิงท่านนี้จะให้ทำเครื่องประดับหยกหรือครับ เมื่อครู่เขาสังเกตการแต่งตัวของซีเหมินจินเหลียนแล้ว เธอดูไม่เหมือนคุณหนูลูกคนรวยที่ฐานะเหมาะสมกับคุณชายหลินเลย เขาเองยังแปลกใจ หรือว่าครั้งนี้คุณชายหลินอยากจะเปลี่ยนรสนิยมมาลองคบผู้หญิงธรรมดา

ถึงแม้ปกติคุณชายหลินจะเป็นคนเจ้าชู้ แต่เขาก็ไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาที่โรงงานหยกซึ่งเป็นสถานที่สำคัญแห่งนี้มาก่อน เพราะเหตุนี้เขาถึงได้สงสัยนัก

ซีเหมินจินเหลียนรีบผงกศีรษะแล้วตอบ “ใช่ค่ะ ฉันมีก้อนหยกอยู่ก้อนหนึ่ง อยากจะรบกวนช่างสวี่ช่วยทำเป็นเครื่องประดับให้หน่อยน่ะค่ะ”

“อ๋อ” ช่างสวี่ได้ฟังดังนั้นจึงตอบรับยิ้มๆ “ไม่มีปัญหาครับ ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงอยากจะทำเป็นเครื่องประดับแบบไหนบ้างครับ”

ซีเหมินจินเหลียนที่กำลังจะตอบคำถามถูกหลินเสวียนหลานแทรกขึ้น “ช่างสวี่ เราไปคุยกันที่ห้องทำงานของคุณดีกว่า” ถึงโรงงานหยกของเขาจะปลอดภัย แต่ก้อนหยกของซีเหมินจินเหลียนนั้นมีค่าเกินกว่าที่เขาจะประมาทเลินเล่อได้

ช่างสวี่ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ แต่เขาก็ยอมหมุนตัวแล้วเดินนำไปยังห้องทำงานของตัวเองที่อยู่ใกล้แค่ไม่กี่ก้าวก็ถึง เมื่อมาถึงห้องทำงานของช่างสวี่แล้ว เขาก็ไม่ลืมที่จะปิดประตูเพราะหลินเสวียนหลานให้ความสำคัญกับเรื่องในครั้งนี้มากเหลือเกิน จากนั้นทั้งสามคนจึงนั่งลงเพื่อพูดคุยกัน

ช่างสวี่รินน้ำชาให้ซีเหมินจินเหลียนและหลินเสวียนหลานคนละแก้ว ซีเหมินจินเหลียนมองไปรอบๆ ห้อง ห้องทำงานของช่างสวี่มีโต๊ะหนึ่งตัวที่มีคอมพิวเตอร์ตั้งอยู่ และมีโต๊ะทำงานอีกตัวที่มีไฟตั้งโต๊ะและเครื่องไม้เครื่องมือแกะสลักต่างๆ วางอยู่ ทำไมเธอถึงรู้สึกคุ้นตาเครื่องมือพวกนี้จังเลยนะ

นอกจากเครื่องมืออัตโนมัติบางชิ้นแล้ว ก็เป็นพวกมีดแกะสลักที่เธอยิ่งมองก็ยิ่งคุ้นตา

ความทรงจำที่ถูกลืมไปนานค่อยๆ ปรากฏขึ้นในสมองของเธอ มันชัดเจนเหมือนกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ตอนที่เธอยังเรียนอยู่ชั้นประถม หมู่บ้านที่เธออยู่เป็นหมู่บ้านเกษตรกรรมห่างไกลความเจริญและตั้งอยู่ในหุบเขา ทั้งโรงเรียนจึงมีครูสอนศิลปะแค่คนเดียว ในความทรงจำของเธอ ครูสอนศิลปะท่านนั้นอายุราวๆ ห้าสิบถึงหกสิบปี เป็นเลิศในด้านการวาดภาพและการเขียน แต่สิ่งที่ทำให้เด็กนักเรียนพากันชื่นชมครูท่านนี้ก็คือฝีมือในการแกะสลัก ครูท่านนี้สามารถนำก้อนหินธรรมดาๆ มาแกะสลักให้เป็นของเล่นต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะแกะสลักเป็นรูปคน รูปสัตว์ รูปดอกไม้ รูปแมลง หินทุกก้อนที่ถูกแกะสลักออกมาสวยงามราวมีชีวิต

ซีเหมินจินเหลียนที่ยังเป็นเด็กประถมชื่นชมครูท่านนี้เป็นอย่างมาก เคยขอฝึกวิชาแกะสลักเพื่อเป็นงานอดิเรก จนเวลาล่วงเลยไปเป็นสิบปี ตอนที่เธอเรียนชั้นมัธยมปลาย คุณครูท่านนั้นก็จากโลกนี้ไปเนื่องจากอาการป่วยแล้ว และเครื่องมือแกะสลักอันเป็นที่รักก็ถูกฝังกลบไปพร้อมกับร่างไร้ลมหายใจของคุณครู

ช่วงมัธยมปลายเธอต้องเรียนหนักมาก เธอจึงค่อยๆ ห่างหายไปจากงานอดิเรกนี้ สุดท้ายเธอก็ออกจากหมู่บ้านหลังสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ในเมืองเซี่ยงไฮ้ที่มีแต่แสงสีแห่งนี้ ไม่มีก้อนหินให้เธอแกะสลักเล่นอีก งานอดิเรกในวัยเยาว์จึงหายไปจากชีวิต อีกอย่างหินอัปลักษณ์พวกนั้น ต่อให้แกะสลักให้สวยงามยังไง แต่ก็แลกเป็นเงินไม่ได้......

เรื่องก็ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว เธอกลับได้เห็นเครื่องมือแกะสลักที่คุ้นเคยในห้องทำงานของช่างทำหยกอีกครั้ง ชั่วขณะหนึ่งเธอก็รู้สึกเจ็บปวดอยู่ลึกๆ หรือว่าครูสอนศิลปะในหมู่บ้านห่างไกลท่านนั้นจะเป็นช่างแกะสลักหยกเหมือนกัน

“จินเหลียน คุณเป็นอะไรหรือเปล่า” หลินเสวียนหลานเรียกเธอถึงสองครั้งกว่าเธอจะได้สติกลับมา

“เอ่อ...ไม่มีอะไรค่ะ!” ซีเหมินจินเหลียนรีบส่ายหน้าปฏิเสธ เธอคิดในใจ ถ้าหากครูสอนศิลปะท่านนั้นเป็นช่างแกะสลักหยกจริง ถ้าเช่นนั้นวิชาแกะสลักหินที่ครูสอนเธอก็เป็นวิชาแกะสลักหยกน่ะสิ! เมื่อคิดได้ดังนี้แล้ว เธอก็ต้องกำมือไว้แน่นด้วยความอัดอั้น วันนี้ช่างเป็นวันที่ไม่ธรรมดาจริงๆ

“สีหน้าคุณดูไม่ดีเลยนะครับ” หลินเสวียนหลานถามพร้อมขมวดคิ้ว

“ฉันไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ คงหิวน่ะ!” ซีเหมินจินเหลียนรีบตอบ “คุณเอาก้อนหยกออกมาให้ช่างสวี่ดูสิคะ เสร็จแล้วเราจะได้ไปทานข้าวกัน ไม่อย่างนั้น ฉันต้องหิวตายแน่ๆ เลยค่ะ”

“โอเค คุณไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว!” หลินเสวียนหลานพยักหน้ารับแล้วหยิบถุงผ้าที่ใส่ก้อนหยกเนื้อน้ำแข็งออกมาก่อน

“สีเขียวดีจังเลยนะครับ!” ช่างสวี่ตาเป็นประกายเมื่อได้เห็นก้อนหยกของหลินเสวียนหลาน เขารีบยื่นสองมือไปรับมันมาอย่างระมัดระวังและชมไม่ขาดปาก “นี่มันของดีมากเลยนะครับ ถึงจะใกล้เคียงกับเนื้อน้ำแข็ง แต่ดีที่สีเขียวบริสุทธิ์ เครื่องประดับที่ทำออกมาจะต้องสวยมากแน่ๆ เลยครับ ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงต้องการให้ทำเป็นเครื่องประดับอะไรบ้างครับ ทำเป็นกำไลหยกดีไหม” ช่างสวี่ประเมินด้วยสายตาแล้ว ก้อนหยกก้อนนี้น่าจะทำกำไลได้สักสองวง ส่วนเนื้อหยกที่เหลืออาจจะทำเป็นพวกเครื่องประดับชิ้นเล็กๆ อย่างเช่นพวกสร้อยคอต่างๆ

“ช่างสวี่ ก้อนนี้เป็นของผม ผมซื้อมาตั้งห้าแสน ไม่ใช่ของคุณซีเหมินหรอกครับ” หลินเสวียนหลานพูดพลางหัวเราะ

“เอ๋” ช่างสวี่ชะงักไปชั่วครู่ พูดพลางส่ายหัว “คุณชายหลินก็ล้อผมเล่นซะผมดีใจใหญ่ แล้วทำไมถึงบอกว่าคุณผู้หญิงท่านนี้จะให้ทำเป็นเครื่องประดับล่ะครับ” ถึงช่างสวี่จะพูดแบบนี้ แต่ในใจก็แอบผิดหวังอยู่ไม่น้อย ถ้าจะให้เขาเป็นคนทำเครื่องประดับจากก้อนหยกชิ้นนี้เองกับมือเขายังพอรับได้ แต่ถ้าเป็นก้อนหยกทั่วๆ ไปจะให้ช่างคนไหนทำก็ได้ ในวงการจิวเวลรี่ สินค้าจิวเวลรี่ที่ผลิตโดยหลินซื่อจิวเวลรี่นั้นนับว่าฝีมือดีและมีชื่อเสียงมาก ด้วยเหตุนี้หลินซื่อจิวเวลรี่ถึงได้โดดเด่นกว่าบริษัทจิวเวลรี่อื่นๆ ส่วนเขา สวี่ปิน เป็นถึงช่างแกะสลักหยกฝีมือเยี่ยมของหลินซื่อจิวเวลรี่

“คุณไม่ใช่สาวสวยสักหน่อย ผมจะล้อคุณเล่นทำไมกัน” หลินเสวียนหลานพูดพลางหัวเราะ “ก้อนหยกของคุณซีเหมินอยู่นี่ต่างหาก!”

ซีเหมินจินเหลียนดูออกว่าหลินเสวียนหลานกับช่างสวี่น่าจะสนิทสนมกันมากถึงได้พูดจาล้อเล่นกันแบบนี้

ในขณะที่หลินเสวียนหลานกำลังพูดคุยอยู่กับช่างสวี่ เขาก็หยิบก้อนหยกเนื้อแก้วสีเขียวมรกตออกมาจากถุงผ้าอย่างระมัดระวังไปพร้อมๆ กัน จากนั้นก็วางก้อนหยกลงบนโต๊ะทำงานของช่างสวี่

“นี่... นี่มัน...หยกเนื้อแก้วสีเขียวสด!” สวี่ปินที่เป็นช่างแกะสลักหยกของหลินซื่อจิวเวลรี่ต้องเคยเห็นก้อนหยกคุณภาพดีมาบ้าง แต่พอได้เห็นก้อนหยกเนื้อแก้วสีเขียวสดแบบนี้ก็ทำให้ตาของเขาเป็นประกายวิบวับ เขารีบเช็ดมือเข้ากับเสื้อของตัวเอง แล้วรับมันมาด้วยสองมืออย่างทะนุถนอมแล้วพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน “เป็นหยกเนื้อแก้วจริงๆ ด้วย! และที่สุดยอดที่สุดก็คือสีเขียวสดที่สดใสแวววาว นี่มันเป็นสุดยอดก้อนหยกเลยนะครับ” เขาส่ายหน้าไปมาเล็กน้อยพร้อมรำพันถึงก้อนหยกนี้ไม่ขาดปาก

______________________________________________

devc-af530e87-33711ความลับแห่งจินเหลียน: Chapter 017 ตอนที่ 17