ความลับแห่งจินเหลียน: Chapter 019 ตอนที่ 19
ตอนที่ 19 ดื่มด่ำอาทิตย์อัสดง
“นี่คุณกำลังบอกใบ้ให้ฉันจีบคุณอยู่หรือเปล่าคะ” ซีเหมินจินเหลียนถามด้วยรอยยิ้มขื่นๆ ผู้ชายหล่อ รวย และขับรถหรูมันหาได้ง่ายๆ ซะที่ไหนกันล่ะ ต่อให้เจอเขาก็คงไม่สนใจผู้หญิงอย่างเธอหรอก ที่บังเอิญกว่านั้นคือดันมีผู้ชายแบบนั้นอยู่ตรงหน้าเธอคนหนึ่งนี่สิ
หลินเสวียนหลานได้แต่ยิ้มเก้อๆ เขาแค่พูดไปตามที่เห็นในละครโทรทัศน์ก็เท่านั้น ไม่คิดว่าจะเข้าตัวซะอย่างนั้น “เรารีบไปกินข้าวกันเถอะ! อย่ามัวแต่พูดจาเหลวไหลกันอยู่เลย...”
ซีเหมินจินเหลียนเพียงแค่ยิ้มบางๆ โดยไม่โต้ตอบใดๆ อีก ผู้ชายดีพร้อมอย่างเขาคงมีแฟนแล้ว ส่วนเธอ…เธอไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเวลาที่เธออยู่กับเขาจึงไม่เคยคิดเกินเลยแม้แต่น้อย
ทั้งสองเลือกร้านอาหารเล็กๆ ร้านหนึ่ง พอสั่งอาหารเสร็จสรรพ ซีเหมินจินเหลียนก็หิวจนตาลายไปหมด ถ้าไม่ใช่เพราะมีเงินสี่สิบล้านคอยพยุงสติเธอไว้ ป่านนี้เธอคงหิวจนเป็นลมเป็นแล้งไปแล้ว ดังนั้นพอเห็นอาหารมาเสิร์ฟอยู่ตรงหน้า เธอจึงลงมือกินอย่างหิวโหยจนไม่สนใจภาพลักษณ์ใดๆ ทั้งสิ้น
หลินเสวียนหลานเห็นซีเหมินจินเหลียนกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อยก็ได้แต่ยิ้ม แม้ท่าทางการกินของเธอจะไม่ค่อยเรียบร้อยนัก แต่ก็ดูจริงใจกว่าพวกผู้หญิงที่ชอบเสแสร้งให้ดูดีซะอีก เขายังไม่ค่อยหิวจึงกินไปแค่นิดเดียว พอกินเสร็จจึงหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด เขาสูบบุหรี่พลางนั่งมองดูเธอกินข้าวอย่างเพลินๆ
ในที่สุดซีเหมินจินเหลียนก็กินอิ่มและตบท้ายด้วยการซดน้ำแกงอีกหนึ่งอึก แต่พอเห็นหลินเสวียนหลานแทบจะไม่ได้กินอะไรเลยจึงถาม “ทำไมคุณไม่กินล่ะคะ”
“ก็คุณกินซะเกลี้ยง แล้วจะให้ผมกินอะไรล่ะครับ” หลินเสวียนหลานหัวเราะล้อเลียนเบาๆ เขาหยิบกระดาษทิชชูยื่นให้เธอ
ซีเหมินจินเหลียนรับกระดาษทิชชู่มาเช็ดปากอย่างเก้อๆ แล้วนึกถึงสิ่งที่ยังค้างคาอยู่ในใจ “คุณหลินคะ ฉันขอไปเรียนการแกะสลักที่โรงงานหยกของคุณได้หรือเปล่าคะ คือ...หมายถึงฉันขอไปเรียนกับช่างสวีน่ะค่ะ ฉันยินดีจ่ายค่าเรียนให้คุณนะคะ”
หลินเสวียนหลานนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่กว่าจะดึงสติกลับมาได้ แล้วถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ “คุณอยากเรียนการแกะสลักหยกอย่างนั้นเหรอครับ”
“ใช่ค่ะ ไปเรียนไม่ได้เหรอคะ” ซีเหมินจินเหลียนถาม
“ได้น่ะได้อยู่แล้วครับ ถ้าคุณสนใจจริงๆ ก็ไปเรียนได้ ต่อให้ช่างสวี่ไม่สอนคุณ ผมก็ขอให้ปู่จู้ช่วยสอนคุณได้!” หลินเสวียนหลานพูดยิ้มๆ “ฝีมือแกะสลักหยกของปู่จู้ถือได้ว่าไม่เป็นสองรองใครเลยนะครับ เพียงแต่ตอนนี้ท่านเดินทางไปร่วมงานประมูลหยกที่พม่าเป็นเพื่อนคุณปู่ผม คงอีกสักพักถึงจะกลับ”
“ฉันแค่อยากจะลองฝึกวิชาดู อาจารย์คนไหนสอนก็ได้ค่ะ” ซีเหมินจินเหลียนตอบพร้อมรอยยิ้ม เธอแค่อยากพิสูจน์ว่าเทคนิคการแกะสลักไม้ที่เธอเคยเรียนตั้งแต่เด็กนั้นจะใช่เทคนิคเดียวกันกับการแกะสลักหยกหรือไม่ ถ้าใช่ เธอก็น่าจะทำงานนี้ได้......
ขอแค่มีแบบให้เธอ เธอมั่นใจว่าสามารถแกะสลักได้ทุกอย่าง เพียงแต่เธอห่างหายไปจากการแกะสลักนานหลายปี จึงทำให้ลืมเลือนไปบ้าง เธอคงต้องรีบหาหินมาฝึกฝีมือซะแล้วสิ
อืม...ก่อนอื่น เธอคงจะต้องไปหาซื้อหินหยกจากร้านเถ้าแก่โจวมาฝึกฝีมือก่อน เมื่อครู่เธอสังเกตเห็นแล้วว่าถึงจะเป็นแค่หินหยกธรรมดาที่ถูกหลินเสวียนหลานวิจารณ์จนไร้ค่า แต่หินหยกพวกนั้นมีผิวละเอียดกว่าก้อนหินตามลำธารบนภูเขาไม่รู้กี่เท่า ว่างๆ เธออาจจะแกะสลักพวกของเล่นเล็กๆ น้อยๆ เอาไว้ให้เด็กๆ เล่นก็ไม่เลวเหมือนกัน
“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้ คุณว่างเมื่อไหร่โทรหาผมได้เลย เดี๋ยวผมไปรับคุณเอง แต่วันนี้คงไม่ได้นะครับ เพราะคืนนี้คุณต้องไปดูหินหยกที่ร้านเถ้าแก่โจว” หลินเสวียนหลานกล่าว
“หืม...” ซีเหมินจินเหลียนถามด้วยความสงสัย “ทำไมต้องเป็นตอนกลางคืนด้วยคะ”
“เถ้าแก่โจวจะมีสินค้าใหม่เข้าร้านคืนนี้ เราก็ต้องรีบไปดูก่อนคนอื่นสิครับ ไม่อย่างนั้นหินหยกดีๆ ก็ถูกคนอื่นซื้อไปหมดน่ะสิ พอดีเถ้าแก่โจวมีญาติคนหนึ่งทำธุรกิจหินหยกเถื่อนอยู่ที่พม่าน่ะครับ” หลินเสวียนหลานอธิบายยิ้มๆ
“หินหยกเถื่อนเหรอคะ” ซีเหมินจินเหลียนใจเต้นโครมคราม หมายความว่าหินหยกพวกนี้มีที่มาที่ไปที่ไม่โปร่งใสนะสิ
“คุณไม่ต้องกังวลหรอกครับ! ถ้าสินค้ามีปัญหาจริง พวกเราก็ไม่กล้าซื้อหรอก” หลินเสวียนหลานอธิบายเพิ่มเติม “สินค้าพวกนี้ต้องเสียภาษีตอนนำเข้าด่านที่จีนอยู่แล้ว ปัญหาอยู่ที่ทางพม่าต่างหากล่ะครับ สองปีมานี้ ทางการทหารพม่ากวดขันเข้มงวดมาก อีกอย่างเดี๋ยวนี้เขาใช้รถขุดดินขุดหินหยกแทนแรงงานคน หินหยกดีๆ ยิ่งอยู่ก็ยิ่งน้อยลง แต่ราคากลับสูงขึ้นๆ รัฐบาลพม่าได้กำไรมหาศาลจากการประมูลหยกในแต่ละครั้ง แต่คนงานขุดหยกบางส่วนก็ยังยากจนข้นแค้นเหมือนเดิม”
ซีเหมินจินเหลียนผงกศีรษะเข้าใจ จริงสินะ เงินไหลเข้ากระเป๋าของคนส่วนน้อย คนที่ลำบากก็ยังเป็นประชาชนตาดำๆ อยู่วันยังค่ำ!
หลินเสวียนหลานชะงักไปชั่วครู่จึงเล่าต่อ “คนเราต่างต้องการผลประโยชน์ที่มากกว่ากันทั้งนั้น ในเมื่อไม่มีทางเลือก จึงเริ่มมีคนยอมเสี่ยงเพื่อแลกกับผลกำไรที่ดีกว่า เพื่อนของเถ้าแก่โจวก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาลักลอบส่งหินหยกมาขายที่จีน ตลาดหลักอยู่ที่เมืองกวางตุ้ง ผิงโจว เจียหยาง และเมืองอื่นๆ ที่เป็นเมืองแห่งอัญมณีทั้งหลาย ส่วนเซี่ยงไฮ้ก็มีหวยหยกบ้าง ไม่ได้ถึงขั้นไม่มีเลย ส่วนเถ้าแก่โจวตั้งรกรากอยู่ที่นี่ ก็เลยเปิดร้านค้าหินหยกที่นี่ซะเลย ทุกครั้งที่เถ้าแก่โจวได้หินหยกใหม่ๆ เข้าร้านก็จะแจ้งให้พวกเพื่อนๆ มาเสี่ยงโชคกัน หรือถ้าเกิดมีคนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่หลงเข้ามาก็ถูกเถ้าแก่โจวหลอกฟันกำไรซะเลย”
“ดูๆ แล้วเถ้าแก่โจวก็ได้กำไรไม่น้อยเลยนะคะ!” ซีเหมินจินเหลียนพูดปนขำ
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้วครับ เถ้าแก่โจวเป็นคนตาดี ถ้ามีหินหยกดีๆ แกก็จะผ่าหินหยกเองแล้วนำก้อนหยกมาขาย คุณก็เห็นแล้วนี่ว่าก้อนหยกก้อนเดียวขายได้ราคาสูงขนาดไหน” หลินเสวียนหลานอธิบายไปพลางหัวเราะ ความจริงแล้วไม่จำเป็นต้องผ่าหินหยกทั้งก้อนจนเห็นก้อนหยกทั้งหมดเหมือนกับที่ซีเหมินจินเหลียนทำหรอก แค่เปิดเปลือกหยกให้เห็นว่ามีสีเขียวก็มีคนแห่กันมาขอซื้อหินหยกก้อนนั้นแล้ว
ซีเหมินจินเหลียนได้แต่ยิ้มๆ ในใจนึกถึงตาหวังที่ผ่าหินหยกจนหมดหวังเมื่อเช้านี้ ไม่รู้ว่ากลับถึงบ้านแล้วจะเป็นอย่างไรบ้าง ตาหวังจะหัวใจวายหรือความดันสูงหรือเปล่านะ ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาจริงเธอคงรู้สึกผิดน่าดู ตาหวังต้องเห็นเงินสี่สิบล้านหายวับไปต่อหน้าต่อหน้าแบบนั้น ถ้าเป็นเธอป่านนี้คงไปนอนอยู่ที่โรงพยาบาลแล้วแน่ๆ
คิดอยากจะเล่นหวยหยก ใจก็ต้องแข็งแกร่งมากจริงๆ
“ไปกันเถอะ เดี๋ยวผมไปซื้อเสื้อผ้าเป็นเพื่อนคุณ เสร็จแล้วค่อยไปส่งคุณที่บ้าน ช่วงบ่ายผมมีธุระต่อ เอาไว้ค่ำๆ ผมจะไปรับคุณแล้วเราไปดูหินหยกด้วยกันนะครับ ผมก็อยากอาศัยโชคดีๆ ของคุณ เผื่อจะโชคดีเสี่ยงเจอหยกเนื้อแก้วกับเขาบ้างน่ะครับ” หลินเสวียนหลานพูดยิ้มๆ
“โอเคค่ะ!” ซีเหมินจินเหลียนตกปากรับคำ
ตอนนี้เธอมีเงินแล้วก็ต้องดีกับตัวเองให้มากๆ เสื้อผ้าที่เธอไม่เคยคิดที่จะถามราคากับพนักงานขาย แต่ตอนนี้เธอซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่ใฝ่ฝันพวกนั้นจนต้องหอบหิ้วกันพะรุงพะรัง สุดท้ายหลินเสวียนหลานทำหน้าที่รูดบัตรเครดิตซะดื้อๆ จนเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใช้เงินไปเท่าไหร่
หลินเสวียนหลานให้เหตุผลว่าเธอยังให้ก้อนหยกแก่เขาเลย แล้วทำไมเขาจะซื้อของให้เธอไม่ได้ เธอจึงต้องยอมจำนนต่อเหตุผลของเขาและไม่ขัดเขาอีก
เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว ภารกิจแรกที่ซีเหมินจินเหลียนต้องทำก็คือการอาบน้ำ หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว เธอก็ล้มตัวลงนอนบนเตียง พอหัวถึงหมอนความง่วงก็พลันเข้าถาโถม จากนั้นเธอค่อยๆ เข้าสู่ห้วงนิทรา......
ซีเหมินจินเหลียนหลับไปจนถึงประมาณห้าโมงเย็น พอเธอตื่นขึ้นมาก็เห็นอาทิตย์อัสดงผ่านกระจกหน้าต่างบานใหญ่ที่อยู่ฝั่งตะวันตกพอดี แสงอาทิตย์อัสดงสาดแสงเข้ามาในห้องจนเป็นสีทองอร่าม เธอนั่งกอดเข่าแล้วปล่อยใจให้ล่องลอยไป......
หลายปีแล้วที่เธอไม่เคยมีเวลาว่างแบบนี้ ว่างจนสามารถนั่งดื่มด่ำอาทิตย์อัสดงบนที่นอนแบบนี้!
_________________________________________