ข้ามกาลบันดาลรัก

ข้ามกาลบันดาลรัก: Chapter 009 ตอนที่ 9

#9Chapter 009

ตอนที่ 9 ขายยา

เมื่อกินเกี๊ยวน้ำเสร็จ เมิ่งเสียนและน้องๆ ก็มาถึงหน้าร้านยาเต๋อเหริน ตอนนี้ยังเป็นเวลาเช้าตรู่อยู่ จึงยังไม่มีใครมาหาหมอ พนักงานร้านยากำลังกวาดพื้น ที่ข้างโต๊ะมุมหนึ่งในร้านนั้น หมอชราหนวดเคราขาวโพลนคนหนึ่งก็กำลังพลิกดูบางสิ่ง

เมิ่งเสียนเดินเข้าไป เมิ่งฉีก็กำลังจะเดินตามไป แต่กลับถูกเมิ่งเชี่ยนโยวดึงรั้งไว้ก่อน “พี่รอง พี่กับน้องเล็กรออยู่ข้างนอกเถอะ” ชี้ไปที่ตะกร้าสะพายหลัง “ท่านพี่ต้องดูไว้ให้ดีนะๆ เดี๋ยวพอข้าเรียกแล้วท่านค่อยเข้ามา”

เมิ่งฉีพยักหน้า พร้อมทั้งดึงเมิ่งเจี๋ยมายืนข้างประตู เมิ่งเชี่ยนโยวยื่นมือออกไปหยิบใบไม้และดอกไม้จากในตะกร้าใส่ในกระเป๋า จากนั้นก็สาวเท้าเดินเข้าไปข้างใน

เมิ่งเสียนเดินมาถึงหน้าโต๊ะแล้วร้องเรียกขึ้นว่า “ท่านหมออวี๋”

หมอชราเงยหน้าขึ้น มองดูสองพี่น้องตรงหน้า สายตาหยุดก็ชะงักที่ร่างของเมิ่งเชี่ยนโยว

“เอ๋ แม่หนู เจ้าหายเร็วขนาดนี้เชียวหรือ” หมอชราถามขึ้นด้วยความงุนงง หลายวันก่อนพ่อของแม่หนูคนนี้รีบร้อนมาหาหมอที่ร้านยา บอกว่าลูกสาวของตัวเองหกล้มหัวกระแทก ใกล้จะตายแล้ว ขอให้หมอไปช่วยลูกของตน เมื่อหมอตามเขาไปดูที่บ้าน บาดแผลบนศีรษะของแม่หนูเป็นแผลถลอกเล็กน้อย ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงมาก แต่นางกลับสลบไสลไม่ยอมตื่น หมอตรวจชีพจร พบว่าร่างกายของเด็กคนนี้พร่องเกินไป ต้องบำรุงให้มากๆ แต่ครอบครัวชาวนาจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อสมุนไพรดีๆ ได้ พวกเขาทำได้เพียงจัดยาถูกๆ ให้ไป จากการคาดเดาของตัวเองแล้ว อย่างน้อยที่สุดแม่หนูคนนี้ก็ต้องใช้เวลาหนึ่งเดือนถึงจะลงจากเตียงได้ ไม่คิดว่าเพียงแค่ไม่กี่วันนางก็มาปรากฎตัวอยู่ตรงหน้าตัวเองแล้ว

“เพราะวิชาการแพทย์ของท่านผู้อาวุโสดี ข้าถึงได้หายเร็วเช่นนี้” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดประจบสอพลอขึ้นด้วยความจริงใจ

ชายชรายินดี ไม่มีหมอคนไหนที่ไม่ชอบให้คนไข้ยกยอตัวเอง แม้อีกฝ่ายจะเป็นเด็กก็ตาม

แต่ชายชราไม่ได้ยินดีจนลืมตัว เขาพูดกับเมิ่งเชี่ยนโยวว่า “ยื่นมือออกมาสิ ข้าจะตรวจชีพจรให้เจ้า”

เมิ่งเชี่ยนโยววางมือไว้บนหมอนตรวจอย่างเชื่อฟัง ชายชราตรวจจับชีพจรอย่างละเอียด

“ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้!” ชายชราขมวดคิ้วมุ่น พูดพึมพำขึ้นอย่างไม่เชื่อ

เมื่อเห็นสีหน้าของชายชราแล้ว เมิ่งเสียนก็ตกอกตกใจ “ท่านหมอ น้องสาวของข้าเป็นอะไรหรือ อาการหนักแล้วใช่หรือไม่”

หมอชราไม่ได้สนใจเมิ่งเสียนเลยสักนิด เขาถามเมิ่งเชี่ยนโยวขึ้นโดยตรงว่า “แม่หนู สองสามวันมานี้เจ้าได้กินอะไรเป็นพิเศษหรือไม่”

เมิ่งเชี่ยนโยวเอียงคอครุ่นคิด “เปล่าเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นช่วงระยะเวลาสั้นๆ เหตุใดเจ้าถึงฟื้นตัวได้เร็วเช่นนี้” ชายชราถามอย่างไม่ลดละ นี่มันก็ไร้เหตุผลเกินไป หลายวันก่อนตอนที่ตัวเองตรวจชีพจร ร่างกายของแม่หนูคนนี้ยังอ่อนแออย่างสาหัสอยู่เลย เพิ่งผ่านมาเพียงไม่กี่วัน เหตุใดชีพจรของนางถึงแข็งแรงมีพลังได้เช่นนี้

“ท่านหมอ น้องสาวของข้าเป็นอย่างไรบ้าง” เมิ่งเสียนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

เช่นนั้นหมอชราถึงได้มองไปที่เมิ่งเสียน เห็นท่าทางของเขากำลังจะร้องไห้ออกมาแล้ว “วางใจเถอะ แม่หนูไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่จำเป็นต้องกินยาบำรุงอะไรนั่นอีก”

“จริงนะ” สองเสียงดังขึ้นมาพร้อมกันอย่างยินดี

หมอชราลูบเครายาว พร้อมทั้งพยักหน้าลง

เมิ่งเสียนกล่าวขอบคุณหมอชราด้วยความตื้นตันไม่หยุด “ขอบคุณท่านหมอ ขอบคุณท่านหมอขอรับ......”

“ข้าไม่กล้ารับความชอบนี้ ร่างกายของแม่หนูไม่ได้ดีขึ้นเพราะยาไม่กี่ตัวที่ข้าจัดให้ ข้าเองก็ประหลาดใจยิ่งนัก ชีพจรในวันนี้กับชีพจรเมื่อหลายวันก่อนไม่เหมือนกันเลยสักนิด หากไม่ใช่แม่หนูคนนี้ยืนอยู่ตรงหน้าข้าจริงๆ ข้าคงจะสงสัยว่าพวกเจ้าเปลี่ยนคนมา”

หมอชราจำต้องพูดข้อเท็จจริงออกไป

ต้องเปลี่ยนคนแน่อยู่แล้ว แต่เพียงท่านมองไม่ออกเท่านั้นเอง เมิ่งเชี่ยนโยวค่อนขอดอยู่ในใจ

“ถ้าเช่นนั้นผ้าพันแผลบนหัวของข้าแกะออกได้หรือยัง” เมิ่งเชี่ยนโยวถามขึ้น

“ได้แน่นอน เดิมทีแผลที่ศีรษะของเจ้าก็ไม่ได้หนักหนาอะไร ใส่ยาสมานแผลเล็กน้อยก็พอแล้ว แต่ท่านพ่อท่านแม่ของเจ้าก็รักเจ้ามาก จึงให้ข้าพันแผลให้เจ้า” หมอพูดไปพลางแกะผ้าพันแผลให้พลาง

เมิ่งเชี่ยนโยวอยากร้องตะโกนขึ้นมาว่า : หัวของข้าเป็นอิสระแล้ว!

“ท่านหมอ รบกวนท่านช่วยดูให้พี่ชายของข้าด้วย เมื่อวานเขาทำงานหนักเกินไป แขนจึงบวมไปทั้งแขน” เมิ่งเชี่ยนโยวที่ได้เอาผ้าพันแผลออกจากศีรษะแล้ว นางก็พูดกับท่านหมออย่างเริงร่าสดชื่น

หมอชรายกแขนของเมิ่งเสียนขึ้นมาพิจารณา “ไม่เป็นอะไรมากหรอก ใช้น้ำมันหงฮวานวดสองสามวันก็หาย ไม่มีผลข้างเคียงอย่างอื่น” จากนั้นเขียนลงในใบสั่งยางว่า “น้ำมันหงฮวา” พร้อมทั้งมอบให้พนักงาน จากนั้นก็พูดกับสองพี่น้องว่า “พวกเจ้าตามพนักงานไปรับยาเถอะ”

เมิ่งเชี่ยนโยวรับใบสั่งยามาพูดกับเมิ่งเสียน “พี่ใหญ่ ท่านรอสักครู่นะเจ้าคะ ข้ายังมีเรื่องอยากจะถามท่านหมออีก” นางหันไปพูดกับหมอ “ท่านหมอ หลงจู๊ของพวกท่านอยู่หรือไม่ ข้ามีเรื่องสำคัญกับเขา”

หมอชรานึกขำในคำพูดของเมิ่งเชี่ยนโยว ถามขึ้นอย่างหยอกเย้าว่า “อ่อ แม่หนูมีเรื่องสำคัญอันใดหรือ”

“ข้าเก็บสมุนไพรมาได้จำนวนหนึ่ง อยากขายให้เขาเจ้าค่ะ”

หมอชราเข้าใจในทันที เพื่อหารายได้ทางอื่น คนยากจนมักจะขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรมาขาย และด้วยความไม่รู้ ส่วนใหญ่ก็จะเก็บมาแต่ที่ไม่มีราคา แต่ก็ยังถามกลับไปว่า “สมุนไพรอะไรหรือ เอามาให้ข้าดูหน่อยได้หรือไม่”

“ข้าก็ไม่รู้ว่าชื่ออะไรเช่นกัน เพียงแต่เคยเห็นคนเอามาขายให้ร้านยาร้านอื่น ก็เลยเก็บมาจำนวนหนึ่ง ไม่ทราบว่าพวกท่านจะรับหรือไม่เจ้าคะ” พูดจบ นางก็หยิบใบและดอกฉั่งฉิกออกมาจากกระเป๋ายื่นไปตรงหน้าหมอชรา

พอหมอชราเห็นของที่เมิ่งเชี่ยนโยวยื่นมาก็ตกตะลึง หยิบเอามาดูตรงหน้าอย่างละเอียด พูดอย่างยินดีว่า “แม่หนู เจ้ามีสมุนไพรแบบนี้มากเพียงใด”

“มีเยอะมากเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าพวกท่านจะรับซื้อหรือไม่”

“รับๆๆ มีเท่าไหร่รับเท่านั้น สมุนไพรอยู่ที่ไหน ขอข้าดูหน่อย!”

“อยู่ข้างนอก พี่รองของข้าแบกมันไว้ ข้าจะเรียกเขาเข้ามาเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ” พลางหันหลังเดินไปพูดกับเมิ่งฉีที่ประตู “พี่รอง ท่านเข้ามาเถอะ”

เมิ่งฉีถึงได้พาเมิ่งเจี๋ยเดินเข้ามา

“พี่รอง ท่านวางตะกร้าลงให้หมอดูสมุนไพรที่พวกเราเก็บมาหน่อยเถอะ” เมื่อพูดจบ ก็ยื่นมือออกไปหยิบตะกร้าที่หลังจากเมิ่งฉีวางลง หยิบของด้านบนออก จนเผยให้เห็นดอกฉั่งฉิกด้านใน เมิ่งเจี๋ยก็รีบถอดตระกร้าลง หยิบของด้านบนออก เผยให้เห็นใบไม้ข้างในเช่นเดียวกัน

ท่านหมอมองดูใบไม้และดอกไม้สดใหม่ในตะกร้าทั้งสองแล้ว ก็พูดกับพนักงานด้วยความตื่นเต้นยินดี “เอ้อร์จื่อ รีบไปเรียกหลงจู๊ออกมา”

พนักงานที่ชื่อเอ้อร์จื่อตกใจกับอากัปกิริยาของหมอชรา นึกว่าเกิดเรื่องใหญ่อะไรขึ้น เขาจึงรีบก้าวขาวิ่งไปหลังร้านทันที เพียงไม่นานชายวัยกลางคนดูมีอันจะกินคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาอย่างเหนื่อยหอบ “ท่านอา เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ”

“เจ้ามาดูเร็วเข้า นี่คืออะไร” หมอชราพูดอย่างกระวนกระวาย

พอหลงจู๊ได้เห็น ก็พลันถลึงตาโต พูดกับหมอชราขึ้นมาว่า “นี่คือ นี่คือ...”

หมอชราพยักหน้า

“ได้มาจากไหนกัน” หลังจากได้รับคำตอบที่ชัดเจนแล้ว จึงรีบถามต่อขึ้นทันที

หมอชราชี้ไปที่เมิ่งเชี่ยนโยวสี่พี่น้อง “เด็กพวกนี้เอามาให้”

หลงจู๊ถึงได้สังเกตเห็นว่ามีเด็กสี่คนยืนอยู่ จึงรีบปกปิดความรู้สึกยินดี ถามขึ้นมาว่า “สมุนไพรพวกนี้พวกเจ้าเป็นคนเก็บมาหรือ”

“อือ” พวกเขาพยักหน้า

“รู้หรือไม่ว่านี้คือสมุนไพรอะไร” เขาถามต่อ

“ไม่รู้เจ้าค่ะ ข้าเคยแต่เห็นคนเอาไปขายที่ร้ายยาร้านอื่น ขายได้เงินเยอะมาก ครั้งนี้พวกเราเจอเข้า จึงเก็บมาจำนวนหนึ่งเจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวกลัวว่าเมิ่งฉีจะหลุดปากพูดออกไป นางจึงรีบชิงพูดขึ้นก่อน

“นี่คือฉั่งฉิก เป็นยาสมุนไพรมีชื่อชนิดหนึ่ง ปกติเป็นสิ่งของหายาก พวกเจ้าโชคดีมาก เพียงครั้งเดียวก็เก็บมาได้มากขนาดนี้แล้ว”

“ขอบคุณหลงจู๊ที่บอกชื่อกับพวกเรา” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดเสียงหวาน

“พวกเจ้าคิดจะขายราคาเท่าไร” หลงจู๊ถามเมิ่งเสียน

เมิ่งเสียนมองเมิ่งเชี่ยนโยวแวบหนึ่ง “น้องสาว เจ้าว่าอย่างไร” เขาคิดไม่ถึงว่าใบไม้และดอกไม้พวกนี้จะเป็นสมุนไพรจริงๆ อีกทั้งยังเป็นสมุนไพรที่มีราคาแพง นึกว่าน้องสาวเห็นว่าสวยดีก็เลยเด็ดมาเล่น ยิ่งคิดไม่ถึงว่าจะขายได้ แม้แต่พ่อแม่ก็ยังคิดเช่นนี้ ดังนั้นที่วันนี้ยอมแบกเข้าเมืองมา ก็เพียงเพื่อทำให้น้องสาวมีความสุขเท่านั้น

“พวกเราก็ไม่รู้ว่าควรขายเท่าไร พวกเราเชื่อใจท่าน แล้วแต่ท่านจะให้เถอะเจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวเห็นเมิ่งเสียนถามขึ้น จึงเอ่ยปากพูด

หลงจู๊อดเพ่งพินิจเมิ่งเชี่ยนโยวไม่ได้ แม่หนูคนนี้ไม่เพียงสมองไวเท่านั้น แต่คำพูดคำจาที่ออกมาก็ทำให้คนรู้สึกสบายใจ

“พวกเจ้ามีเท่านี้ใช่หรือไม่” หลงจู๊ถามเมิ่งเชี่ยนโยว

“มี มีอีกเยอะเจ้าค่ะ เพียงแต่ว่าอยู่ห่างจากบ้านพวกเรามาก เก็บทีหนึ่งต้องใช้เวลาห้าถึงหกวัน หากพวกท่านยังต้องการ ครั้งหน้าพวกเราจะเก็บมาให้พวกท่านมากกว่านี้”

พอได้ยินว่ามีมาก หลงจู๊จึงครุ่นคิดครู่หนึ่ง บอกว่า “พวกเรารับซื้อเป็นเหลี่ยง[footnoteRef:1] ใบไม้หนึ่งเหลี่ยงสองร้อยอีแปะ หนึ่งจิน[footnoteRef:2]สองพันอีแปะ หรือก็คือเงินสองตำลึง ส่วนดอกไม้เหลี่ยงละสามร้อยอีแปะ และเพราะพวกเจ้าเด็ดมาได้อย่างสมบูรณ์ไม่เสียหาย อีกทั้งเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ข้าจะเพิ่มให้พวกเจ้าอีกเหลี่ยงละสิบอีแปะ แต่ว่าต่อไปถ้าพวกเจ้าเก็บมาอีก จะต้องส่งมาที่ร้านข้าทั้งหมด” [1: เหลี่ยง(两) หน่วยวัดน้ำหนักของจีน หนึ่งเหลี่ยงเท่ากับ50กรัมหรือครึ่งขีด] [2: จิน(斤) หน่วยวัดน้ำหนักของจีน หนึ่งจินเท่ากับครึ่งกิโลกรัม]

พูดจบก็มองหมอชรา “ท่านอา ท่านว่าราคานี้พอได้หรือไม่”

หมอชราพยักหน้า

“ขอบคุณหลงจู๊ ต่อไปพวกเราเก็บมาได้ จะต้องเอามาให้ท่านก่อนเจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวรับประกัน

หลงจู๊โบกมือ เรียกพนักงานมาสองคน “พวกเจ้าเอาสมุนไพรนี้ไปชั่งน้ำหนัก ดูว่าได้เท่าไร ระวังอย่าทำเสียหายล่ะ”

พนักงานทั้งสองคนแบกตะกร้าไปอีกด้าน หยิบตาชั่งที่กำหนดน้ำหนักไว้เสร็จแล้ว ก็หยิบฉั่งฉิกขึ้นมาด้วยความระมัดระวัง ชั่งน้ำหนักทั้งตะกร้า จากนั้นก็วิ่งกลับมารายงาน “ใบไม้หนักสิบจินสามเหลี่ยง ดอกไม้หนักหกจินเก้าเหลี่ยงขอรับ”

หลงจู๊หยิบลูกคิดขึ้นมา คำนวณอยู่ครู่หนึ่ง “ทั้งหมดสี่สิบสามตำลึงยี่สิบอีแปะ พวกเจ้าคิดดูว่าถูกหรือไม่”

เมิ่งเชี่ยนโยวคำนวณเสร็จเรียบร้อยในใจนานแล้ว ปากกลับพูดว่า “ไม่ต้องคิดแล้ว ท่านไม่มีทางคิดผิดแน่นอนเจ้าค่ะ” เมิ่งเสียนและเมิ่งฉีกลับตกใจนิ่งอึ้ง พูดไม่ออกสักคำ

“เงินสี่สิบตำลึงนั้นหลงจู๊ช่วยเปลี่ยนเป็นตั๋วแลกเงินสิบตำลึงได้หรือไม่เจ้าคะ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดขอร้องขึ้น เงินสี่สิบกว่าตำลึงพกไว้กับตัวเป็นที่สะดุดตาเกินไป จะต้องล่อหัวขโมยให้เข้ามาได้ ด้วยสภาพร่างกายในตอนนี้ของตัวเองแล้ว เกรงว่าสักคนก็จะสู้ไม่ไหว ถ้าหากเป็นตั๋วแลกเงินจะดีกว่า พกติดตัวไว้ ใครก็มองไม่ออก

หลงจู๊พยักหน้าอย่างชื่นชม เด็กสาวคนนี้กระทำการสุขุม มีความเฉลียวฉลาด ดูไม่เหมือนเด็กที่เกิดจากครอบครัวชาวนา เขาหยิบตั๋วแลกเงินสิบตำลึงออกมาสี่ใบและเศษเงินอีกจำนวนหนึ่งจากโต๊ะด้านหน้าส่งให้เมิ่งเชี่ยนโยว พูดขึ้นว่า “เงินสองตำลึงนี้เป็นเงินก้อนเล็ก สะดวกในการพกติดตัว ส่วนที่เหลือข้าเปลี่ยนเป็นเงินอีแปะให้พวกเจ้า ทั้งหมดหนึ่งพันยี่สิบเหรียญ ขากลับพวกเจ้าทั้งหมดจะต้องระวังให้ดี อย่าให้คนเดินตามได้”

เมิ่งเชี่ยนโยวอดเกิดความรู้สึกดีกับหลงจู่ท่านนี้ไม่ได้ ไม่รังแกเด็กไม่ว่า เขายังคิดคำนวณแทนพวกนางอย่างรอบคอบ

“ขอบคุณหลงจู๊เจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวรับตั๋วแลกเงินมาแล้วใส่ในกระเป๋าของตัวเอง พูดกับเมิ่งเสียนที่ยังยืนเซ่ออยู่ว่า “พี่ใหญ่ เอาเงินพวกนั้นใส่ในถุงผ้าของพี่เถอะ”

“อ่อ ได้สิ” สองมือของเมิ่งเสียนรับตั๋วแลกเงินมาอย่างสั่นเทา แล้วใส่ไว้ในถุงผ้าอย่างระมัดระวัง

“หลงจู๊ พวกเราไปแล้วนะเจ้าคะ ครั้งหน้าหากเก็บได้อีก ข้าจะเอามาให้พวกท่านก่อนเลยเจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวรับปากอีกครั้ง

“ได้ๆๆ มีเท่าไรพวกเรารับซื้อเท่านั้น ยิ่งมากยิ่งดี!” หลงจู๊รับปาก

“ช้าก่อน” หมอชราส่งเสียงเรียกพวกเขาขึ้น พูดสั่งการพนักงานว่า “ไปเอาน้ำมันหงฮวามาหนึ่งขวด”

เมิ่งเชี่ยนโยวถึงได้พบว่าตัวเองมัวแต่ดีใจ ลืมยาของเมิ่งเสียนเสียสนิท

หมอชราหยิบน้ำมันหงฮวาที่พนักงานนำมาใส่ในมือเมิ่งเชี่ยนโยว “ทายานี้ที่แขน วันละสี่ถึงหกครั้ง จะให้ดีเวลาใช้ควรทาถูไปมา จนผิวรู้สึกร้อนถึงจะได้ผลดี ใช้สองสามวันก็จะหายดีแล้ว”

“ขอบคุณท่านหมอ ยานี้ราคาเท่าไรเจ้าคะ” เมิ่งเชี่ยนโยวรับน้ำมันหงฮวามาถามไถ่

“ยานี้ไม่แพง ข้าแถมให้พวกเจ้า” หลงจู๊มองน้ำมันหงฮวาขวดนั้น เอ่ยปาก

“ขอบคุณหลงจู๊ ท่านเป็นคนดีมากเจ้าค่ะ ข้าตัดสินใจแล้ว ต่อไปข้าจะให้ท่านเป็นหุ้นส่วนระยะยาว” คำพูดเมิ่งเชี่ยนโยวทำเอาหมอชราและหลงจู๊หัวเราะร่วน แต่กลับไม่มีใครเก็บมาใส่ใจ พวกเขาในตอนนี้จะต้องคิดไม่ถึงว่าผู้หญิงตรงหน้าในตอนนี้ ภายหน้าจะสร้างความประหลาดใจให้พวกเขาอีกมากมาย

devc-f78f2e12-33002ข้ามกาลบันดาลรัก: Chapter 009 ตอนที่ 9