ข้ามกาลบันดาลรัก: Chapter 018 ตอนที่ 18
ตอนที่ 18 ขายสูตรอาหาร (3)
หลังจากเมิ่งเชี่ยนโยวและเมิ่งฉีเดินจากไปแล้ว หลงจู๊ก็กลับเข้าไปในภัตตาคาร รอฟังข่าวอย่างกระวนกระวาย ผ่านไปไม่นานเท่าไรเสี่ยวเอ้อร์ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพูดว่า “หลงจู๊ เหล่าคุณชายชั้นบนเรียกหาท่านขอรับ”
หลงจู๊รีบรุดมายังห้องส่วนตัวชั้นสองทันที พอเดินผ่านประตูมาแล้วก็เห็นอาหารทั้งสี่จานหมดเกลี้ยง เช่นนั้นก็พลันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ไม่ทราบว่าอาหารทั้งหมดนี้ทำให้พวกท่านพอใจหรือไม่”
คุณชายเปาเอนตัวพิงพนักอย่างพึงพอใจ ถามอย่างเกียจคร้าน “หลงจู๊หลิว เหลาจวี้เสียนของพวกเจ้ามีอาหารอร่อยเช่นนี้เหตุใดถึงไม่ยกมาแต่แรกเล่า ต้องรอให้พวกเราประกาศจะปิดร้านเจ้าถึงยอมอวดโฉม คิดจะแกล้งพวกข้าใช่หรือไม่”
“มิกล้าขอรับ มิกล้าขอรับ” หลงจู๊ยิ้มขอโทษขอโพยพร้อมพูดขึ้น “เดิมทีนี่เป็นรายการอาหารใหม่ที่จะออกวางจำหน่ายเดือนหน้า เห็นคุณชายรอไม่ไหว ก็เลยทำออกมาให้พวกท่านก่อนขอรับ”
“อ้อ เจ้าพูดเช่นนี้ก็หมายความว่าพวกเราเป็นลูกค้าโต๊ะแรกที่ได้กินอาหารพวกนี้หรือ” คุณชายวัยหนุ่มอีกคนนั้นถามขึ้น
“ใช่ขอรับๆ คุณชายกู้ อาหารพวกนี้มีแต่ที่ภัตตาคารของเราเท่านั้น โดยเฉพาะมันฝรั่งพวกนั้นก็เป็นอาหารพิเศษที่เพิ่งมาถึงภัตตาคารของเรา ภัตตาคารอื่นไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อนขอรับ” หลงจู๊ตอบ
“มันฝรั่งนี้อร่อยมากจริงๆ ครั้งหน้ายกมาเพิ่มอีกสองจานนะ” คุณชายกู้พูด
“ได้ขอรับ ครั้งหน้าจะจัดมาเพิ่มให้ครับ” หลงจู๊รับคำ
“เห็นแก่อาหารที่อร่อยถูกปากเหล่านี้ ข้าจะไม่หาความพวกเจ้าอีก นี่คือเงินชมเชยห้าสิบตำลึง เอาไปให้พ่อครัว บอกกับเขาว่าครั้งหน้าหากยังทำอร่อยเช่นนี้ ข้าจะตบรางวัลให้เขาอย่างงาม” คุณชายเปาหยิบตั๋วแลกเงินใบหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ
“ขอบคุณคุณชายเปาที่ตบรางวัล” หลงจู๊รับตั๋วแลกเงินมาพูดตอบไป
“ไปเถอะ พวกเรานั่งอีกครู่หนึ่งก็จะไปแล้ว” คุณชายเปาโบกมือพูดกับหลงจู๊
หลงจู๊ล่าถอยออกไปจากห้องส่วนตัว งับประตูลงแล้วเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นบนหน้าผาก มองดูตั๋วแลกเงินในมือแล้วพูดกับเสี่ยวเอ้อร์ข้างๆ “เจ้าไปเรียกพ่อครัวใหญ่มา บอกว่าข้ารอเขาอยู่ข้างห้องส่วนตัวฝั่งโน้น” พูดจบก็ชี้ไปยังห้องส่วนตัวที่พวกเมิ่งเชี่ยนโยวอยู่
เสี่ยวเอ้อร์รับคำ พลางเร่งฝีเท้าวิ่งไปหลังครัว ส่วนหลงจู๊ก็ถือตั๋วแลกเงินเดินมาถึงหน้าห้องส่วนตัว ถามหูจื่อที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องว่า “ลูกค้ายังอยู่ด้านในหรือไม่”
“อยู่ด้านในครับ” หูจื่อนอบน้อมตอบ
“เจ้าเข้าไปบอกทีว่า ข้ามีธุระจะคุยกับพวกเขา”
หูจื่อรับคำแล้วเคาะประตูเข้าไป เพียงไม่นานก็ออกมาพูดว่า “หลงจู๊ พวกเขาเชิญท่านเข้าไปขอรับ”
หลงจู๊สาวเท้าเดินเข้าไปในห้องส่วนตัว ประสานมือพูดกับเมิ่งเอ้ออิ๋นว่า “เมื่อครู่ข้าใช้วาจาอคติเกินไป ขอพวกท่านอย่าได้ถือสา”
เมิ่งเอ้ออิ๋นเห็นการมาของหลงจู๊ก็ลุกขึ้นยืนรอนานแล้ว เมื่อได้ฟังก็รีบกล่าวออกไปตามมารยาท “หลงจู๊พูดเกินไปแล้ว เป็นพวกเราที่ไม่รู้กาลเทศะเอง”
หลงจู๊หยิบตั๋วแลกเงินออกมาแล้ววางไว้บนโต๊ะ พูดกับเมิ่งเชี่ยนโยวว่า “นี่เป็นเงินรางวัลที่คุณชายเปามอบให้แม่หนู”
เมิ่งเชี่ยนโยวเห็นหลงจู๊เข้ามาก็กล่าวขอขมาก่อน ก็รู้สึกมีลางดีในใจ เมื่อเห็นเขาหยิบเงินรางวัลออกมาก็ตัดสินใจจะขายสูตรอาหารให้เขา
“หลงจู๊ พวกเราไม่ขออ้อมค้อมแล้ว ข้าจะขายสูตรอาหารให้ท่าน ท่านเสนอราคามาเถอะเจ้าค่ะ”
หลงจู๊ไม่คิดว่าเมิ่งเชี่ยนโยวจะตัดสินใจขายสูตรอาหารให้เขาทันทีเช่นนี้ เขานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ถามขึ้นว่า “แม่หนูคิดจะขายเท่าไร”
“จากท่าทีของท่านเมื่อครู่ เดิมทีข้าคิดจะขายสูตรอาหารละหนึ่งร้อยตำลึง แต่ว่าตอนนี้ท่านให้ราคาที่เหมาะสมมาเถอะเจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูด
หลงจู๊ตรึกตรองอย่างถี่ถ้วนครู่หนึ่ง “หกสิบตำลึงเป็นอย่างไร” พูดจบก็กลัวเมิ่งเชี่ยนโยวเข้าใจผิด จึงรีบอธิบายขึ้นว่า “สูตรอาหารที่ดีที่สุดของเราล้วนซื้อมาในราคาห้าสิบตำลึงต่อหนึ่งรายการอาหาร วันนี้แม่นางช่วยข้าไว้มาก ข้าเลยให้เจ้าหกสิบตำลึง”
“ขอบพระคุณหลงจู๊เจ้าค่ะ เช่นนั้นก็หกสิบตำลึงเถอะ” เมิ่งเชี่ยนโยวตอบ ความจริงแล้วเดิมทีนางก็คิดจะขายเขาห้าสิบตำลึง แต่ไม่คิดว่าหลงจู๊จะเพิ่มให้อีกถึงสิบตำลึงเช่นนี้
“ข้าจะไปรับเงินจากห้องบัญชี แม่นางโปรดรอสักครู่” หลงจู๊เห็นเมิ่งเชี่ยนโยวยอมตกลงแล้ว รีบพูด
“ได้” เมิ่งเชี่ยนโยวรับคำ “หลงจู๊ช่วยหาคนที่พอจะเขียนหนังสือได้มาสักคน ข้าจะบอกสูตรอาหารให้”
“ไม่ต้องคนอื่น ข้าก็ได้แล้ว” พ่อครัวผลักประตูเข้ามาได้ยินคำพูดเมิ่งเชี่ยนโยวพอดี
หลงจู๊พยักหน้า หันไปกำชับหูจื่อว่า “ไปเอากระดาษกับพู่กันมา”
หูจื่อเอากระดาษพู่กันมาอย่างรวดเร็ว เมิ่งเชี่ยนโยวพูดสาธยายขึ้น พ่อครัวใช้พู่กันบันทึกรายการอาหารอย่างละเอียด ส่วนหลงจู๊นั้นก็ไปรับเงินกับห้องบัญชี
ตอนที่หลงจู๊กลับมานั้น สูตรอาหารที่สี่ก็เขียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว พ่อครัวหยิบสูตรอาหารมาดูซ้ำไปซ้ำมาแล้วชื่นชมไม่ขาดปาก หลงจู๊ก็หยิบตั๋วแลกเงินออกมาพูดว่า “นี่คือตั๋วแลกเงินสองร้อยสี่สิบตำลึง แม่หนูลองนับดูก่อน”
เมิ่งเชี่ยนโยวรับตั๋วแลกเงินมาดูแวบหนึ่ง เป็นเงินสองร้อยสี่สิบตำลึงพอดี “หลงจู๊ช่างรอบคอบนัก” พูดจบก็ยื่นตั๋วแลกเงินให้เมิ่งเอ้ออิ๋น “ท่านพ่อเก็บไว้เถอะเจ้าค่ะ”
มีเงินหนึ่งพันหกร้อยตำลึงก่อนหน้านี้เป็นฐาน ตอนนี้เมิ่งเอ้ออิ๋นก็ไม่ได้ประหม่าขนาดนั้นแล้ว เขายื่นมือออกไปรับตั๋วแลกเงินใส่ไว้ในอกเสื้อ
พ่อครัวถือสูตรอาหารอย่างระมัดระวัง พูดกับเมิ่งเชี่ยนโยวว่า “ไม่ทราบว่ามันฝรั่งที่แม่หนูใช้ได้มาจากที่ไหนหรือ”
“พวกเราขุดมาได้จากบนเขาน่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวตอบ
พ่อครัวพยักหน้า เหมือนกับที่ตัวเองคิดไว้ เช่นนั้นก็ส่งสายตาพยักพเยิดให้หลงจู๊ หลงจู๊จึงรีบถามต่อว่า “ไม่ทราบว่าบ้านแม่หนูยังมีอีกหรือไม่ พอจะขายให้พวกเราบ้างได้หรือไม่”
“ก็พอมีบ้าง ไม่ทราบว่าพวกท่านต้องการเท่าไรหรือเจ้าคะ”
“แม่หนูคิดจะขายเท่าไรหรือ” หลงจู๊ถามอีก
“จินละหนึ่งตำลึงเจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวตอบ
หลงจู๊และพ่อครัวสูดลมหายใจเข้าปาก จินละหนึ่งตำลึง นั่นก็แพงเกินไป ครู่ต่อมาหลงจู๊ถึงลองหยั่งเชิงเอ่ยปากว่า “แม่หนู ราคานี้ไม่สูงเกินไปหน่อยหรือ”
“ราคานี้ก็ไม่สูงไปสักนิด” เมิ่งเชี่ยนโยวตอบ
“ประการแรก มันฝรั่งบนเขาเหล่านั้นพวกเราก็ขุดมาหมดแล้ว ต่อให้พวกท่านส่งคนไปขุดก็ไม่พบ”
“ประการที่สอง พวกเราจะขายมันฝรั่งให้กับภัตตาคารของพวกท่านเท่านั้น นอกจากนี้พวกเราจะเก็บไว้กินเอง เช่นนั้นทั่วทั้งเมืองชิงซี และภัตตาคารทุกแห่งก็ไม่มีทางหาซื้อได้”
“ประการที่สาม มันฝรั่งมีอายุการเก็บรักษายาวนาน ขอเพียงเก็บไว้ในที่อากาศถ่ายเท เก็บไว้ปีครึ่งปีก็ไม่มีปัญหา และวิธีการปรุงมันฝรั่งก็มีมากมาย ทั้งการผัด ทอด ต้ม ตุ๋น ทำได้ทุกอย่าง”
“ประการที่สี่ และเป็นข้อที่สำคัญที่สุด พวกท่านสามารถเพิ่มราคารายการอาหารมันฝรั่งให้สูงขึ้นได้ จัดจำหน่ายในจำนวนจำกัด โดยแต่ละรายการอาหารจะจำหน่ายเพียงไม่กี่จาน เท่านี้พวกท่านก็ไม่เพียงได้กำไรก้อนโต แต่ชื่อเสียงของภัตตาคารก็ยิ่งขจรขจายแล้ว”
“จากสิ่งที่ข้ากล่าวมาทั้งหมดนั้น หลงจู๊ยังรู้สึกว่าจินละหนึ่งตำลึงแพงไปหรือไม่เจ้าคะ”
“ไม่แพงๆ ไม่แพงเลยสักนิด เหล่าหลิว เจ้ายังจะลังเลอะไรเล่า รีบรับปากเร็วเข้า!” พ่อครัวฟังคำพูดของเมิ่งเชี่ยนโยวจบก็รีบหันมาพูดกับหลงจู๊
หลงจู๊วิเคราะห์ครู่หนึ่งก็รู้สึกว่าเด็กสาวพูดจามีเหตุผล แค่เรื่องที่ว่ามันฝรั่งมีเฉพาะที่ภัตตาคารของพวกเขาก็ทำให้ชื่อเสียงภัตตาคารขจรขจายไปไกลได้แล้ว ครั้นแล้วก็พยักหน้าพูดขึ้นว่า “เช่นนั้นก็ว่าตามแม่หนูเถอะ จินละหนึ่งตำลึง”
ตอนที่เมิ่งเชี่ยนโยวพูดว่ามันฝรั่งราคาจินละหนึ่งตำลึงนั้น พ่อลูกบ้านเมิ่งทั้งสามคนก็นั่งอึ้งไปนานแล้ว คิดว่านี่เป็นเรื่องที่ไม่มีทางสำเร็จได้ แป้งสาลีเพิ่งจะจินละยี่สิบอีแปะเท่านั้น มันฝรั่งจะขายราคาสูงขนาดนั้นได้อย่างไรกัน แต่พอได้ยินหลงจู๊ตกปากรับคำแล้ว หากเมิ่งเชี่ยนโยวไม่ได้กำชับไว้ก่อนหน้านี้ สามพ่อลูกคงกระโดดตัวโหยงไปนานแล้ว พวกเขาหลับฝันก็ไม่มีทางคิดว่าจะขายได้ราคาสูงลิ่วเช่นนี้
“วันนี้พวกเราเอามาด้วยไม่มาก อยู่บนรถเทียมเกวียนด้านหลังร้าน หลงจู๊ให้คนขนถ่ายลงมาเถอะ ไม่ต้องชั่งน้ำหนักแล้ว ข้ามอบให้ภัตตาคารท่านก็แล้วกัน ถือเป็นสินน้ำใจที่หลงจู๊ดูแลพวกเราเป็นอย่างดี” เห็นหลงจู๊ยอมตกลง เมิ่งเชี่ยนโยวจึงพูดขึ้น
“ขอบใจแม่หนูมาก” หลงจู๊กล่าวขอบใจ ในใจก็ลอบคิดว่า “นางก็เป็นเด็กสาวที่ฉลาดนัก อายุเพียงเท่านี้ก็รู้จักซื้อใจคนแล้ว ไม่รู้ว่าโตมาจะเป็นอย่างไร”
“พรุ่งนี้พวกเราจะนำมันฝรั่งมาส่ง หากภายหน้าหลงจู๊ยังมีเรื่องอะไรก็บอกพี่หูจื่อส่งข่าวบอกพวกเรา พวกเราเป็นเพื่อนบ้านกัน” เมิ่งเชี่ยนโยวพูด
หลงจู๊ถึงได้เข้าใจโดยพลัน “ข้าถึงว่าวันนี้เหตุใดหูจื่อจึงกล้าหาญนัก กล้าแนะนำพวกเจ้ามาทำอาหารให้ภัตตาคารของเรา ที่แท้พวกเจ้าก็เป็นเพื่อนบ้านกันนี่เอง”
“แต่วันนี้เขาทำได้ดี ไว้ข้าจะตบรางวัลให้เขาอย่างงาม”
“ขอบพระคุณหลงจู๊เจ้าค่ะ เช่นนั้นพวกเราก็ว่าตามนี้ พรุ่งนี้พวกเราจะนำมันฝรั่งมาส่งให้แต่เช้า สำหรับราคาที่เราตกลงกันนั้น หวังว่าหลงจู๊จะเก็บไว้เป็นความลับนะเจ้าคะ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดอีก
“วางใจเถอะ เรื่องราคาไม่มีทางเล็ดลอดออกไปได้เด็ดขาด พรุ่งนี้ข้าจะให้หูจื่อมารอพวกเจ้าหน้าประตูแต่เช้า” หลงจู๊พูดขึ้น
“ไปเถอะ เหล่าหลิว ไปเอามันฝรั่งสองสามลูกมาลองทำดู” พ่อครัวเมื่อเห็นว่าตกลงกันเรียบร้อยแล้ว จึงถือสูตรอาหารพูดขึ้นอย่างอยากลองทำดู
หลงจู๊เห็นท่าทางอดใจรอไม่ไหวของพ่อครัวก็หัวเราะเรียกหูจื่อมาสั่งการ “เจ้ารีบลงไปด้านล่าง บอกว่าไม่ต้องคิดค่าอาหารของโต๊ะนี้”
หูจื่อรับคำสั่งรีบวิ่งลงไปชั้นล่าง เมิ่งเชี่ยนโยวจึงขอบคุณอีกครั้ง “ขอบพระคุณหลงจู๊เจ้าค่ะ”
หลงจู๊โบกมือ “สมควรแล้ว วันนี้แม่หนูช่วยข้าไว้มาก พวกเจ้ากินตามสบายเถิด” พูดจบ ก็เดินออกไปจากห้องส่วนตัวพร้อมพ่อครัว
รอจนหลงจู๊และพ่อครัวจากไป เมิ่งเชี่ยนโยวถึงหันมาพูดกลั้วหัวเราะให้กับสามพ่อลูกที่ยังนั่งอึ้งอยู่ “ท่านพ่อ พี่ใหญ่ พี่รอง หากพวกท่านยังไม่ได้สติ ข้าจะไปแล้วนะเจ้าคะ”
“โยวเอ๋อร์ มันฝรั่งของพวกเราขายได้ทั้งหมดแล้วจริงๆ หรือ จินละหนึ่งตำลึงเนี่ยนะ” เมิ่งเอ้ออิ๋นถามขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ใช่เจ้าค่ะ ท่านพ่อ ท่านไม่ได้ฟังผิดไปหรอก ขายได้ทั้งหมดแล้ว จินละหนึ่งตำลึงเจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวยิ้มตอบ
“สวรรค์ มันฝรั่งมีราคาถึงเพียงนี้เชียวหรือ หลายวันที่ผ่านมาพวกเรากินไปกี่ตำลึงแล้ว” เมิ่งฉีพูดอุทานขึ้น
เมิ่งเสียนเองก็พยักหน้าเห็นด้วย
เมิ่งเชี่ยนโยวหัวเราะร่วน สามพ่อลูกนี้ก็น่ารักเกินไปแล้ว
“น้องสาวเจ้ายังจะหัวเราะอีก หากเจ้าบอกข้าตั้งแต่แรกว่ามันฝรั่งมีราคาเช่นนี้ ให้ตายข้าก็ไม่มีทางกินเยอะขนาดนั้นแน่” เมิ่งฉีพูดอีก
เมิ่งเชี่ยนโยวหัวเราะตอบ “เช่นนั้นหากไม่ตายพี่รองก็กินต่อไปได้สินะเจ้าคะ”
“ไม่ตายข้าก็ไม่กินแล้ว” เมิ่งฉีพูดอีก
เมิ่งเชี่ยนโยวหัวเราะเสียงดังมากกว่าเดิม
เมิ่งเอ้ออิ๋นเห็นว่าลูกสาวหัวเราะอย่างมีความสุข เช่นนั้นก็มีความสุขตามไปด้วย “มันฝรั่งขายได้ราคาเช่นนี้ นี่ก็เป็นความชอบของโยวเอ๋อร์คนเดียว อีกเดี๋ยวพ่อจะพาเจ้าไปเดินเล่น เจ้าชอบอะไรพ่อจะซื้อให้เจ้าทั้งหมด”
“พวกเรากลับบ้านก่อนเถอะเจ้าค่ะ ท่านแม่รออยู่ที่บ้านคงร้อนใจแย่แล้ว รอพรุ่งนี้เรานำมันฝรั่งมาส่งเสร็จค่อยไปเดินเที่ยวกันให้หนำใจนะเจ้าคะ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“ได้สิๆ กลับบ้านกันก่อน รีบเอาข่าวดีนี้ไปบอกกับแม่ของเจ้า” เมิ่งเอ้ออิ๋นพูดสนับสนุนขึ้น
เมิ่งเอ้ออิ๋นเรียกหูจื่อมา นำอาหารที่เหลือห่อกลับบ้าน และกล่าวขอบคุณหูจื่ออีกครั้ง พ่อลูกทั้งหมดถึงจูงวัวออกไปจากหลังร้าน มุ่งหน้าเดินทางกลับอย่างช้าๆ