ข้ามกาลบันดาลรัก: Chapter 017 ตอนที่ 17

#17Chapter 017

ตอนที่ 17 ขายสูตรอาหาร (2)

เมิ่งเชี่ยนโยวล้างปลาให้สะอาดใหม่อีกรอบก่อน หลังจากนั้นก็บั้งเนื้อปลาเป็นริ้วๆ ทั้งสองด้านแล้ววางลงในจาน โรยเกลือหมักทิ้งไว้ จากนั้นก็หั่นเนื้อหมูเป็นชิ้นพอดีคำ วางเตรียมไว้ในจานอีกใบ ส่วนเนื้อไก่นั้นก็นำมาล้างให้สะอาดวางเตรียมไว้ในจานอีกใบ

เมิ่งฉีนำมันฝรั่งที่ล้างสะอาดแล้วเข้ามา เมิ่งเชี่ยนโยวหยิบมีดมาปอกเปลือกออก หั่นเป็นเส้นหนาขนาดเท่าๆ กันใส่ลงในจาน พูดกับเมิ่งฉีว่า “พี่รอง พี่เอาไปล้างด้วยน้ำสะอาดสักหน่อยเถิด” เมิ่งฉีเอามันฝรั่งเส้นไปล้าง ส่วนเมิ่งเชี่ยนโยวหั่นพริกชี้ฟ้าและเห็ดหอมเป็นชิ้นเล็กๆ ตามที่ต้องการ และหั่นพริกแห้งอีกเล็กน้อย

พอได้วัตถุดิบครบหมดแล้ว เมิ่งเชี่ยนโยวก็พูดกับเมิ่งฉีว่า “พี่รองติดไฟเถอะ”

เมิ่งฉีพยักหน้า หยิบฟืนขึ้นมาติดไฟ ใส่เข้าไปในเตา ไฟลุกโหมขึ้นทันที เมิ่งเชี่ยนโยวจัดเรียงลำดับการทำก่อนหลังของอาหารทั้งสี่จานในใจ ลงมือทำอย่างมีระเบียบแบบแผน

หลังจากเมิ่งเชี่ยนโยวและเมิ่งฉีสองพี่น้องเข้าไปในห้องครัวเล็ก หลงจู๊ก็ไม่มีแก่ใจที่จะทำสิ่งอื่นแล้ว เขารอที่หน้าประตูอย่างใจจดใจจ่อ พอพ่อครัวสั่งการเรื่องทั้งหมดแล้วก็ออกมาที่หน้าประตูจับจ้องมองห้องครัวด้วยหัวใจที่ตุ้มๆ ต่อมๆ พร้อมกับหลงจู๊ ผ่านไปครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงการใช้มีดที่คล่องแคล่ว ทั้งสองสบตากัน เสียงมีดนี้ก็เทียบกับพ่อครัวใหญ่ได้เลย เด็กสาวข้างในเพิ่งอายุได้เพียงสิบเอ็ดปีสิบสองปีเท่านั้น ทำไมถึงใช้มีดได้ดีเช่นนี้นะ ขณะที่ทั้งสองกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น เด็กสาวด้านในก็ส่งเสียงดังลอยมา “พี่รอง ติดไฟเถอะเจ้าค่ะ” ทั้งสองพลันได้สติคืนกลับมา รอคอยอาหารจานแรกด้วยใจจดจ่อ

เมิ่งเชี่ยนโยวบอกเมิ่งฉีให้เริ่มจากไฟอ่อนก่อน รอน้ำมันร้อน ใส่พริกแห้งลงไปแล้วค่อยๆ ทอดจนสุกทั่ว ทอดแบบนี้พริกที่ได้ไม่เพียงไม่ไหม้ ทั้งกลิ่นเผ็ดและกลิ่นหอมก็จะกระจายออกมาทั้งหมด พอเห็นพริกเริ่มเปลี่ยนสีแล้ว เมิ่งเชี่ยนโยวก็พูดขึ้นว่า “พี่รอง ใช้ไฟแรง” จากนั้นก็เทมันฝรั่งเส้นลงไปในกระทะทั้งหมด แล้วผัดด้วยความรวดเร็ว ทำให้กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งห้องในฉับพลัน

หลงจู๊และพ่อครัวสูดลมหายใจลึกที่หน้าประตู หอมมาก นี่ก็เป็นพริกชัดๆ แต่กลับไม่มีกลิ่นฉุนแสบจมูกพวกนั้นเลย กลับเป็นกลิ่นหอมเข้มข้น ทำให้ได้กลิ่นแล้วเจริญอาหารอย่างไม่รู้ตัว

“ขึ้นโต๊ะได้” เสียงเด็กสาวดังลอยออกมา พ่อครัวไม่ได้ลังเล เดินเข้าไปในห้องครัวเล็กอย่างทันที เมิ่งเชี่ยนโยวชี้ไปที่จานใบเล็กใบใหญ่อย่างละใบแล้วพูดว่า “นี่คือมันฝรั่งเส้นผัดพริก จานใบใหญ่เป็นของลูกค้า ส่วนจานใบเล็กนั้นเป็นของท่านกับหลงจู๊ วางใจเถิด อาหารจานนี้ครอบครัวของเรากินมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ไม่มีปัญหาแน่นอน”

พูดจบ ก็ก้มหน้าทำอาหารจานที่สองต่อ

พ่อครัวยกจานมันฝรั่งเส้นที่ไม่เคยเห็นมาก่อนทั้งสองจานนั้นเดินมาตรงหน้าหลงจู๊แล้วพูดว่า “แม่หนูบอกว่าอาหารจานนี้มีชื่อว่ามันฝรั่งเส้นผัดพริก ครอบครัวของพวกเขาเคยกินหลายครั้งแล้ว ไม่มีปัญหาใด พวกเราจะชิมหรือไม่”

หลงจู๊เองก็ไม่เคยเห็นอาหารจานนี้มาก่อน เมื่อแม่หนูบอกว่าเคยกินบ่อยแล้ว ในใจก็คิดว่าคงจะเป็นผักป่าไม่มีพิษที่ขุดได้จากบนเขา เช่นนั้นจึงพยักหน้าลง สั่งเสี่ยวเอ้อร์นำตะเกียบมาสองคู่ คีบเข้าปากจำนวนหนึ่ง เพิ่งจะเข้าปากไป ความรู้สึกเผ็ดร้อนก็ทำให้เขารู้สึกกระปรี้กระเปร่าในฉับพลัน เขาคีบเข้าปากไปอีกคำ รสชาติเปรี้ยวๆ นั้นทำให้เขารู้สึกอยากอาหารขึ้นมาทันที ทำให้เผลอคีบเข้าปากอีกหลายคำอย่างอดไม่ได้ เมื่อพ่อครัวเห็นเช่นนั้นก็รีบคีบเข้าปากหนึ่งคำ แล้วพูดว่า “เหล่าหลิว นี่ก็อร่อยเกินไปแล้ว”

หลงจู๊พยักหน้า แล้วเรียกเสี่ยวเอ้อร์มายกอาหารขึ้นไปห้องส่วนตัวชั้นบน และไม่ลืมกำชับอีกว่า “จะต้องบอกให้ชัดเจนว่าอาหารจานนี้มีชื่อว่ามันฝรั่งผัดพริก เป็นอาหารที่ร้านของเราเพิ่งจะคิดค้นได้ ทั่วทั้งเมืองชิงซีนอกจากภัตตาคารของเราแล้วก็ไม่มีร้านไหนที่มีอีก”

เสี่ยวเอ้อร์รับคำ แล้วยกอาหารไปยังห้องส่วนตัวชั้นบนอย่างเร็วรี่

“เหล่าอู๋ คราวนี้ภัตตาคารของเรา...” หลงจู๊หันกลับไปพูดกับพ่อครัว กลับพบว่าพ่อครัวกินมันฝรั่งในจานจนเกือบจะหมดแล้ว เช่นนั้นก็รีบยกจานมาไว้ตรงหน้าตัวเอง “นี่เหล่าอู๋ ไม่คิดจะเหลือให้ข้าบ้างหรืออย่างไร!”

พ่อครัวเช็ดปากอย่างไม่หายอยาก “ข้าเองก็ห้ามใจไม่ได้ เจ้าว่าอาหารจานที่สองของแม่หนูคนนี้จะอร่อยเหมือนจานนี้หรือไม่”

หลงจู๊คีบมันฝรั่งเส้นเข้าปากไป ลิ้มรสอย่างละเมียดละไม จากนั้นก็ตอบว่า “อีกเดี๋ยวก็ได้รู้แล้ว”

พ่อครัวได้ฟังเช่นนั้นก็พิงประตูห้องครัวอีกครั้ง มองเข้าไปด้านในตาปริบๆ รอจนด้านในมีเสียงร้องว่า “อาหารจานที่สอง” เขาก็รีบพุ่งเข้าไปข้างในทันที ความเร็วสุดชีวิตนั้น ก็ทำให้หลงจู๊ส่ายหน้าพลางหัวเราะร่วน

เมิ่งเชี่ยนโยวชี้ไปที่จานใหญ่จานเล็กสองใบเหมือนเดิมแล้วพูดว่า “นี่คือเนื้อไก่อบ” พูดจบไม่สนใจทำอาหารจานที่สามต่อ

พ่อครัวยกอาหารออกมา แล้วส่ง “เนื้อไก่อบ” จานใหญ่ให้หลงจู๊ จากนั้นหยิบตะเกียบขึ้นมาก้มหน้ากินคำโต

หลงจู๊เรียกเสี่ยวเอ้อร์มา แล้วกำชับเหมือนเดิมอีกครั้ง มองเสี่ยวเอ้อร์ยกอาหารขึ้นไปชั้นสอง ถึงหยิบตะเกียบเพื่อลิ้มรส กินไปพลางพูดว่า “เหล่าอู๋ ไม่คิดว่าเจ้าจะตะกละเป็นด้วย”

“เจ้าจะไปรู้อะไร พ่อครัวอย่างพวกเราเมื่อเห็นอาหารแปลกใหม่สักอย่างหนึ่งก็รู้สึกดีใจเสียยิ่งกว่าได้เงินค่าแรงเพิ่มสิบตำลึงอีกนะ ไม่ต้องพูดถึงอาหารที่มีรูปรสกลิ่นสีครบถ้วนเช่นนี้เลย” พ่อครัวกินไปพลางพูดไปพลาง หลังจากกลืนอาหารคำสุดท้ายลงไปแล้วก็พูดขึ้นอีกว่า “เหล่าหลิว เจ้าว่าแม่หนูคนนี้ไปเรียนวิธีทำอาหารเลิศรสพวกนี้จากที่ใดกัน แม้แต่ชื่อข้าก็ยังไม่เคยได้ยินมาก่อน”

ในใจของหลงจู๊เองก็เต็มไปด้วยความสงสัย แม่หนูนางนี้ดูก็รู้ว่ามาจากบ้านนอก หากจะบอกว่านางไปเจอผักแปลกๆ พวกนี้มาจากบนเขาก็ยังพอทำเนา แต่ฝีมือการทำอาหารที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ นอกเสียจากการฝากตัวเป็นศิษย์ของปรมาจารย์ด้านการทำอาหารแล้วก็ไม่มีทางอื่นได้อีก แต่ทว่าการแต่งกายของแม่หนูนี่ก็ไม่เหมือนกับคนที่มีเงินเลยสักนิด แล้วนางจะมีเงินไปร่ำเรียนวิชาได้อย่างไรกัน

“จานที่สาม” ไม่รอให้หลงจู๊ได้เอ่ยปาก เมิ่งเชี่ยนโยวก็ส่งเสียงดังออกมาจากด้านใน ไม่ต้องให้บอก ก็ยังคงเป็นพ่อครัวใหญ่ของเราที่ยกออกมาอย่างมีความสุขเช่นเดิม จานนี้ก็ไม่เหมือนกับสองจานก่อนหน้า อาหารนี้ถูกจัดวางในจานเล็กลวดลายสวยงาม

“เสี่ยวเอ้อร์!” เพิ่งจะออกมาพ่อครัวก็ร้องตะโกนเรียกขึ้น เสี่ยวเอ้อร์รีบเดินมาข้างหน้า พ่อครัววางจานไว้ในมือของเสี่ยวเอ้อร์ พูดขึ้นว่า “มันฝรั่งเนื้อตุ๋น” พอพูดจบก็หันหลังกลับเข้าไปในห้องครัวอีกครั้ง

เสี่ยวเอ้อร์มองหลงจู๊ หลงจู๊ก็โบกมือให้เขา “ยกขึ้นไป รู้ใช่หรือไม่ว่าต้องพูดอย่างไร” เสี่ยวเอ้อร์รับคำ รีบยกจานขึ้นไปบนชั้นสอง

พ่อครัวยกมันฝรั่งเนื้อตุ๋นจานเล็กออกมาจากด้านในแล้วพูดว่า “เหล่าหลิว ฟังข้านะ เดี๋ยวพออาหารจานที่สี่เสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าก็คุยกับแม่หนูนางนี้ให้ดี ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องให้นางขายสูตรอาหารพวกนี้ให้พวกเราให้ได้ ข้าเป็นพ่อครัวมาหลายสิบปี ก็ยังไม่เคยกินอาหารที่อร่อยเช่นนี้มาก่อน อีกอย่าง มันฝรั่งที่นางพูดนี้อีก ไปดูมาว่าที่ใดมีขาย พวกเราจะไปซื้อกลับมาบ้าง”

หลงจู๊พยักหน้าเข้าใจ “ขอเพียงอาหารเหล่านี้ทำให้เหล่าคุณชายด้านบนเหล่านั้นพอใจได้ ข้าจะตะล่อมคุยกับแม่หนูนางนี้เอง”

“ไม่มีปัญหาแน่นอน” พ่อครัวคีบมันฝรั่งชิ้นหนึ่งเข้าปากพูดงึมๆ งำๆ “ข้ากล้ารับประกันเลยว่าพวกที่อยู่ข้างบนจะต้องกินจนหาลิ้นไม่เจอแล้ว!”

“ขอให้เป็นเช่นนั้น” แม้หลงจู๊จะมั่นใจต่ออาหารเหล่านี้เต็มเปี่ยม แต่เขาก็ยังพูดอย่างเป็นกังวล ใครจะไปรู้ว่าพวกที่อยู่ข้างบนจะพอใจหรือไม่

พ่อครัวตบบ่าของเขา ส่งสัญญาณให้ลองชิมจานที่สาม

หลงจู๊หยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเนื้อเข้าปาก เนื้อสัมผัสอ่อนนุ่ม มันแต่ไม่เลี่ยน ในปากก็เต็มไปด้วยความหอมหวน ได้ลิ้มรสแล้วก็ไม่อาจลืม อดที่จะชื่นชมไม่ได้ว่า “อร่อยมาก!” จากนั้นก็คีบมันฝรั่งอีกชิ้นเข้าปาก มันฝรั่งดูดซับน้ำซุปหมูเข้าไปเต็มเปี่ยมแล้ว กลิ่นหอมทะลักล้น อ่อนนอกกรอบใน เข้ากันอย่างลงตัว เมื่อหลงจู๊ชิมเสร็จแล้วถึงพูดว่า “เลิศรส เป็นอาหารเลิศรสจริงๆ!”

“ไม่เคยกินอาหารเลิศรสเช่นนี้มาก่อนใช่หรือไม่ ไม่ต้องลังเลอีกแล้ว เดี๋ยวไปเรียกแม่หนูนางนั้นมาคุยเลย หากไม่ได้สูตรอาหารพวกนี้มา ข้าว่าเจ้าไม่ต้องเป็นหลงจู๊อีกต่อไปแล้ว” พ่อครัวกระเซ้าเย้าแหย่ขึ้น

หลงจู๊ยังไม่ทันได้ตอบอะไร เสียงของเมิ่งเชี่ยนโยวก็ดังลอยมาอีก “อาหารจานที่สี่”

พ่อครัวรีบเข้าไปในครัว เพียงไม่นานก็กลับออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความไม่จะอยากเชื่อ ส่งเสียงบอกหลงจู๊ว่า “เหล่าหลิว เจ้ารีบเข้ามาดูเถิด นี่มันเป็นไปได้อย่างไรกัน” หลงจู๊ได้ฟังก็เข้ามาในห้องครัว และก็พลันตกตะลึงไปกับอาหารจานที่สี่นี้เช่นกัน พวกเขาเห็นหม้อใบน้อยนั้นมีปลาที่เมิ่งเชี่ยนโยวทำเสร็จเรียบร้อยแล้วนอนอยู่ ไม่มีกลิ่นคาว มีแต่กลิ่นหอมของผักเครื่องเคียงชนิดต่างๆ และที่ทำให้ไม่อยากเชื่อก็คือ ใต้หม้อนี้มีถ่านที่ยังติดไฟเผาไหม้อยู่

“นะ นะ นี่......” หลงจู๊ตกตะลึงไปโดยสิ้นเชิงแล้ว ชี้หม้อไฟพูดไม่ออก

“นี่คือปลาหม้อไฟ ถ่านจะต้องลุกไหม้อยู่เช่นนี้ตลอด รอให้ลูกค้ากินเสร็จแล้วค่อยดับไฟ” เมิ่งเชี่ยนโยวอธิบาย

“แม่หนู เจ้าคิดวิธีการเช่นนี้ได้อย่างไรกัน” พ่อครัวถามอย่างทนรอต่อไปไม่ไหว

“ข้าทำอาหารทั้งสี่อย่างเสร็จแล้ว ไม่ทราบว่าหลงจู๊รู้สึกอย่างไรบ้าง” เมิ่งเชี่ยนโยวถามอย่างไม่สนใจคำพูดของพ่อครัว

“ดี!” ไม่ได้รับคำตอบ พ่อครัวก็ไม่หงุดหงิด ยังคงร้องชื่นชมเสียงดัง

เมิ่งเชี่ยนโยวหัวเราะ “เช่นนั้นพวกเรากลับห้องส่วนตัวก่อน หากว่าคนพวกนั้นพึงพอใจ หลงจู๊อย่าลืมที่ตกลงกับข้าไว้นะ”

“แม่นางรอคอยสักครู่ก่อนเถิด อีกประเดี๋ยวข้าจะตามไป” หลงจู๊พยักหน้าพูดขึ้น

เมิ่งเชี่ยนโยวและเมิ่งฉีเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกัน แล้วมุ่งหน้าตรงไปยังห้องส่วนตัวชั้นสอง

หลงจู๊เรียกเสี่ยวเอ้อร์มายกอาหารขึ้นไปชั้นสอง เสี่ยวเอ้อร์เองก็ตกตะลึงกับวิธีการทำเช่นนี้ ยกหม้อไฟขึ้นไปชั้นสองด้วยความระมัดระวัง

เมิ่งเชี่ยนโยวและเมิ่งฉีกลับมาถึงห้องส่วนตัว เมิ่งเอ้ออิ๋นและเมิ่งเสียนนั้นรอจนร้อนรนกระสับกระส่ายไปแล้ว พอเห็นพวกเขากลับมา ก็ค่อยถอนหายใจโล่งอกอย่างพร้อมเพรียง เมิ่งเอ้ออิ๋นเอ่ยปากถามขึ้นว่า “โยวเอ๋อร์ ทำไมถึงนานเช่นนี้เล่า ข้ากับพี่ใหญ่เจ้าร้อนใจจะแย่แล้ว กลัวว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับเจ้าขึ้น”

เมิ่งเชี่ยนโยวยกถ้วยชาขึ้นดื่มจิบหนึ่งถึงพูด “วันนี้ข้าทำอาหารให้พวกเขาสี่อย่าง จึงใช้เวลานานสักหน่อย ท่านพ่อกับพี่ใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วง ไม่เกิดความผิดพลาดแต่อย่างใดเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นก็ดี” พอได้ยินว่าไม่เกิดความผิดพลาด เมิ่งเอ้ออิ๋นถึงได้วางใจ

“น้องสาวเหนื่อยหรือไม่ รีบนั่งพักก่อนเถิด” เมิ่งเสียนพูดขึ้นด้วยความห่วงใย

“ไม่เหนื่อยเจ้าค่ะ วัตถุดิบเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ข้าก็เพียงแต่ลงมือทำอาหารเท่านั้น ไม่ได้ออกแรงอะไรมากเจ้าค่ะ แต่พี่รองน่าจะเหนื่อยแย่ ต้องคอยติดไฟให้ไม่หยุด” เมิ่งเชี่ยนโยวพูด

เมิ่งฉีรีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่เหนื่อย ไม่เหนื่อยเลย ข้าไม่เหนื่อยเลยสักนิด”

“นั่งพักทั้งคู่นั่นล่ะ” เมิ่งเอ้ออิ๋นพูดขึ้น

เมิ่งเสียนรินน้ำชาให้พวกเขาทั้งสองคน

“วันนี้พวกเราจะต้องขายมันฝรั่งได้ ท่านพ่อ พี่ใหญ่และพี่รอง อีกเดี๋ยวพวกท่านไม่ต้องพูดอะไรนะเจ้าคะ ข้าพูดอะไรพวกท่านก็เพียงคล้อยตามก็พอ” หลังจากเมิ่งเชี่ยนโยวนั่งแล้วก็พูดกำชับกับพ่อลูกแซ่เมิ่ง

พ่อลูกแซ่เมิ่งพยักหน้าลง วันนี้ตอนเช้าพวกเขาเห็นในความร้ายกาจของเมิ่งเชี่ยนโยวแล้ว สามารถขายฉั่งฉิกในราคาสูงลิ่วอีกเกือบเท่าตัวได้ทั้งหมด ตอนนี้นางพูดอะไร พวกเขาล้วนแต่ทำตาม พ่อลูกพูดคุยสัพเหระไปพลางรอเสียงเรียกไปพลาง หลงจู๊ในตอนนี้กลับหน้าบานเป็นกระด้งแล้ว

devc-88b8c9ff-33080