ข้ามกาลบันดาลรัก: Chapter 003 ตอนที่ 3
ตอนที่ 3 ลุงใหญ่ อยากกินเนื้อไก่หรือเปล่า
เมิ่งเชี่ยนโยวและเมิ่งเสียนยกเนื้อไก่ชามหนึ่งออกจากบ้าน
“พี่ใหญ่ ดึกขนาดนี้แล้ว พวกเราเดินถนนใหญ่ของหมู่บ้านไปบ้านท่านย่าเถอะ” เมิ่งเชี่ยนโยวที่เพิ่งออกมาจากบ้านพูดขึ้น
“บ้านเราค่อนข้างไกลจากตัวหมู่บ้าน เดินถนนใหญ่จะอ้อมไปหลายเส้นทาง เดินถนนเล็กเดี๋ยวเดียวก็ถึงแล้ว” เมิ่งเสียนมองดูเนื้อไก่ในมือ แล้วมองน้องสาวของตัวเองพลางพูดขึ้น
“ถนนเล็กชันเดินแล้วข้าจะปวดหัวได้ พี่ใหญ่ เราเดินถนนใหญ่เถอะนะเจ้าคะ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดอย่างออดอ้อน
“เจ้าพักผ่อนอยู่บ้านเถอะ พี่ใหญ่ไปเองก็พอ!” เห็นใบหน้าซีดขาวของเมิ่งเชี่ยนโยวแล้ว เมิ่งเสียนก็พูดขึ้นด้วยความสงสาร
“ข้าไม่ได้ออกจากบ้านมาหลายวันแล้ว เบื่อจะแย่ ให้ข้าไปกับพี่ใหญ่เถอะนะ เดินมากๆ เข้าเดี๋ยวก็หายมึนหัวเอง” เมื่อพูดจบเมิ่งเชี่ยนโยวก็รีบเดินนำไปข้างหน้าทันที เมื่อเมิ่งเสียนเห็นแบบนั้นแล้วก็รีบเดินตามไป
เวลาค่ำในช่วงปลายฤดูร้อน สายลมเย็นพัดเอื่อย เพื่อประหยัดน้ำมันในตะเกียง หลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว ผู้คนในหมู่บ้านก็จะพากันมานั่งรวมตัวกันพูดคุยเรื่องสัพเพเหระ
ดวงตาแหลมคมของภรรยาเมิ่งหู่เห็นสองพี่น้องค่อยๆ เดินผ่านมาก็พลันร้องอุทานขึ้น “แม่หนูเมิ่ง หัวยังไม่หายดีเลย ดึกดื่นเช่นนี้กำลังจะไปที่ไหนกันหรือ” พอเธอส่งเสียงร้องขึ้น ทุกคนต่างก็มองตามไป
“วันนี้พี่ใหญ่กับพี่รองจับไก่ป่ามาได้จากบนเขา ท่านแม่เพิ่งจะทำเสร็จ ท่านพ่อเลยให้ข้าเอาไปให้ท่านปู่กับท่านย่าถ้วยหนึ่งเจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดกับทุกคนด้วยความอ่อนหวาน
พอได้ยินว่าเนื้อไก่ ทุกคนต่างก็ลืมตัวกลืนน้ำลายลงคอ ยุคสมัยนี้ข้าวยังกินไม่อิ่ม เนื้อก็ยิ่งไม่ต้องไปคิดถึง เนื้อไก่ถ้วยใหญ่แบบนี้ กลิ่นหอมก็ช่างเย้ายวนใจนัก
“เหตุใดเมิ่งเสียนถึงได้หน้าบวมแบบนั้น ตอบจับไก่ป่าหกล้มมาหรือ” เมื่อดวงตาแหลมคมอีกคู่ของป้าใหญ่เห็นใบหน้าของเมิ่งเสียนแล้ว นางจึงถามขึ้นอย่างห่วงใย
“ไม่ใช่เจ้าค่ะ วันนี้ลุงใหญ่จะมาเอาเนื้อไก่ที่บ้าน ท่านพ่อท่านแม่บอกว่าท่านปู่กับท่านย่ายังไม่ได้กิน แถมข้าก็ต้องบำรุงร่างกาย ด้วยความโมโหลุงใหญ่ก็เลยตบหน้าพี่ใหญ่เข้าฉาดหนึ่ง หน้าของเขาถึงได้บวมเช่นนี้เจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวเป็นคนตอบคำถาม
“นี่เป็นลุงแท้ๆ นะ เพื่อเนื้อไก่แค่ไม่กี่ชิ้นถึงกลับลงมือรุนแรงถึงเพียงนี้ ใช้ไม่ได้จริงๆ” มีคนพูดขึ้น
“นั่นสิๆ เกินไปจริงๆ” มีคนพูดสมทบ
“พวกเราต้องรีบเอาไก่ไปให้ท่านปู่กับท่านย่า ไม่เช่นนั้นหากไก่เย็นแล้วจะไม่อร่อย” เมิ่งเชี่ยนโยวเห็นว่าเมื่อบรรลุเป้าประสงค์แล้ว จึงพูดขอโทษทุกคน จากนั้นก็เดินสาวเท้าเดินไปยังบ้านใหญ่
เพิ่งจะเดินมาถึงหน้าประตูบ้านใหญ่ เธอก็ได้ยินเสียงร้องตะโกนของเมิ่งต้าจินดังลอยออกมา “พวกท่านเลี้ยงน้องรองมาเสียข้าวสุกแท้ๆ ตัวเองแอบกินเนื้ออยู่ในบ้าน กลับไม่คิดจะเอามาทดแทนบุญคุณพ่อแม่ตัวเอง ท่านพ่อท่านแม่ฟังข้านะ หากวันนี้พวกท่านไม่ไปเอาเนื้อไก่จากบ้านน้องรองมาให้ข้า ต่อไปก็อย่าหวังจะได้กินข้าวอีกเลย”
“เพล้ง!” เสียงถ้วยที่ตกลงพื้นใบหนึ่งดังลอยเข้ามา
เมิ่งเชี่ยนโยวส่ายหน้าดึงรั้งเมิ่งเสียนที่จะเดินเข้าไปข้างใน
“ยังมีนังลูกสาวตัวดีของน้องรองอีก มันกล้าตีข้า พรุ่งนี้พวกท่านต้องให้น้องรองเอานังตัวดีนั่นไปขายทิ้งซะ แม้จะล้มหัวแตก แต่ยังดีใบหน้าไม่เป็นอะไร เงินไม่กี่ตำลึงก็น่าจะขายได้”
เมื่อได้ฟังถึงตรงนี้ เมิ่งเชี่ยนโยวก็หัวเราะร่วน ใช้เท้าถีบประตูใหญ่พูดกับเมิ่งต้าจินว่า “ลุงใหญ่ คิดได้รอบคอบจริงๆ เจ้าค่ะ จะให้พ่อแม่หนูแบ่งเงินที่ขายได้ให้ลุงด้วยหรือไม่เล่า”
เห็นเมิ่งเชี่ยนโยวถีบประตูเข้ามา คนทั้งบ้านก็ต่างตกตะลึง ส่วนเมิ่งต้าจินนั้นกุมใบหน้าที่ยังเจ็บปวดอยู่ ถอยหลังไปอย่างลืมตัวสองก้าว
“ดีจริงๆ นังตัวดีแกกล้ามาถึงที่นี่ ข้าจะไม่ปล่อยแกเอาไว้แน่!” เมิ่งต้าจินพูดด้วยท่าทีที่น่าเกรงขามฉับพลัน
“ข้าและพี่ใหญ่เอาเนื้อไก่มาให้ท่านปู่ท่านย่า ไม่คิดว่าจะได้ยินลุงใหญ่บอกให้เอาข้าไปขาย ไม่ทราบว่าลุงใหญ่หาคนซื้อตัวข้าได้แล้วหรือ” เมิ่งเชี่ยนโยวถามอย่างนุ่มนวล
ดวงตาของเมิ่งต้าจินสะท้อนวาววับ เกร็งลำคอพูดขึ้น “หาคนได้แล้วจะทำไม นั่นเป็นบ้านเจ้านายชั้นสูงที่มีชื่อเสียงของตำบล ต่อให้เป็นข้าทาสบริวารก็ล้วนแต่กินอิ่มอยู่สบาย ถ้าไม่เพราะว่าบ้านข้าไม่มีลูกสาว เรื่องดีๆ แบบนี้คิดว่าเจ้าจะได้ไปหรืออย่างไร”
เมิ่งเชี่ยนโยวโมโหจนหัวเราะออกมาเบาๆ นางมองเมิ่งต้าจินแวบหนึ่ง ดวงตาทั้งสี่สบประสานกัน จนเมิ่งต้าจินต้องถอยหลังไปอีกก้าว แววตาของนังเด็กนี่มันเหี้ยมเกรียมนัก! ทำให้เขารู้สึกขนหัวลุกชัน
“ท่านปู่ท่านย่า ข้ากับพี่ใหญ่เอาเนื้อไก่มาให้พวกท่านเจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวหันมาพูดกับสองผู้เฒ่าบนเตียงด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“หนูโยว เข้ามานี่สิ มาให้ย่าดูหัวหน่อย” หญิงชราที่ได้สติกลับมาแล้วนั้นพูดขึ้นด้วยความห่วงใย
เมิ่งเชี่ยนโยวเดินไปตรงหน้าหญิงชราอย่างเชื่อฟัง หญิงชราเมื่อเห็นนางมีผ้าโพกหัว น้ำตาก็พลันไหลริน ร้องไห้พูดขึ้นว่า “หลานสาวที่น่าสงสารของย่า ครั้งนี้ไม่ใช่แผลเล็กๆ เลย”
“ท่านย่าไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ นี่ก็ดีขึ้นมากแล้ว หมอบอกว่ารักษาตัวอีกไม่กี่วันก็จะหายดีแล้วเจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวอึ้งไปเล็กน้อย แล้วรีบพูดปลอบใจขึ้น
“ท่านแม่ ตาของท่านแม่ไม่ค่อยดี อย่าร้องไห้เลยเจ้าค่ะ” ภรรยาเมิ่งต้าจินเมื่อเห็นแบบนั้นก็พูดเกลี้ยกล่อมขึ้น
เมิ่งเชี่ยนโยวช้อนสายตาประเมินหญิงสาวตรงหน้า เห็นว่านางมีอายุประมาณสี่สิบปี สวมชุดผ้าดิบที่ซักจนสีซีดขาว ที่หัวไหล่ของชุดนั้นมีรอยปะชุนมากมาย คงน่าจะเป็นเพราะว่าทำงานตรากตรำมานาน ผิวพรรณจึงดำคล้ำ หลังก็เริ่มค่อม จากความทรงจำเมิ่งเชี่ยนโยวรู้ว่านี่ก็คือป้าใหญ่ เป็นผู้หญิงที่ดีใช้ได้คนหนึ่ง นางมีจิตใจโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ กตัญญูต่อผู้อาวุโส อีกทั้งก็รักใคร่และเอ็นดูนางมาก เมื่อได้ยินว่านางล้มหัวแตกก็เอาไข่ไก่ที่ในบ้านมีเพียงสิบกว่าฟองให้นางมาทั้งหมด เสียดายที่ต้องมาเกี่ยวข้องกับลุงใหญ่ ผู้ชายที่ตะกละเกียจคร้านไม่เอาการเอางานอะไรสักอย่าง ภาระหน้าที่ทุกอย่างในบ้านนางจึงต้องแบกรับไว้เพียงคนเดียว ทำให้ดูมีอายุมากกว่าคนในวัยเดียวกันอยู่มาก
“ใช่เจ้าค่ะ ท่านย่า อย่าร้องเลยนะเจ้าคะ หากท่านพ่อกับท่านแม่รู้ว่าข้าทำให้ท่านย่าร้องไห้ พวกเขาคงได้ขายข้าทิ้งไปจริงๆ แน่” เมิ่งเชี่ยนโยวเกลี้ยกล่อมเชิงหยอกล้อ
“เขากล้าหรือ ใครกล้าขายโยวเอ๋อร์ของพวกเรา ย่าจะสู้ขาดใจเลย!” เมื่อได้ยินคำพูดหยอกล้อ หญิงชราก็เผลอหัวเราะออกมา
เมื่อเห็นหญิงชราหัวเราะแล้ว เมิ่งเชี่ยนโยวจึงค่อยโล่งอก ชาติที่แล้วเธอมีชีวิตจนถึงอายุยี่สิบปียังไม่เคยปลอบประโลมใคร หากหญิงชราร้องไห้ไม่ยอมหยุด เธอก็ไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะรับมืออย่างไรดี คาดว่าคงต้องใช้กำลังแล้ว
“พี่ใหญ่ รีบเอาเนื้อไก่มาให้ท่านย่ากินเร็ว!” กลัวหญิงชราจะพูดเรื่องสะเทือนใจอีก เมิ่งเชี่ยนโยวจึงรีบหันไปบอกเมิ่งเสียน
“ท่านย่าขอรับ เนื้อไก่วันนี้น้องสาวเป็นคนทำขึ้น กลิ่นหอมมากขอรับ ท่านย่ารีบชิมเถอะ!” เมิ่งเสียนวางถ้วยลงตรงหน้าของหญิงชรา แต่ทว่าบนโต๊ะนั่นเต็มไปด้วยเศษซากสิ่งของจนไม่มีที่ให้วางถ้วย จำต้องใช้มือยกถ้วย แล้วชูไว้ตรงหน้าหญิงชรา
ภรรยาเมิ่งต้าจินเมื่อเห็นดังนั้น จึงรีบเก็บเศษถ้วยที่ตกแตก แล้วใช้ผ้าขี้ริ้วเช็ดโต๊ะ เก็บไปพลางพูดว่า “ข้าจะรีบไปตักโจ๊กมาให้ท่านพ่อท่านแม่” พูดจบก็ออกไป
เมิ่งเสียนวางถ้วยลงบนโต๊ะ แล้วหยิบถ้วยที่ขอบบิ่นและตะเกียบที่วางอยู่ขอบโต๊ะคีบเนื้อสองสามชิ้นใส่ลงในถ้วย พลางพูดกับหญิงชราว่า “ท่านย่าขอรับ รีบกินเถอะ ให้ข้าป้อนนะท่านปู่” พูดจบก็ลงนั่งที่ข้างตัวชายชราอีกคน
เมิ่งเชี่ยนโยวถึงได้เห็นชายชราบนเตียงเตาผิง มีผ้าห่มบางเก่าห่มอยู่บนตัว มือผอมแห้งวางด้านบนผ้าห่ม อายุน่าของเขาจะประมาณหกสิบเจ็ดสิบปี เส้นข้าขาวโพลนทั้งศีรษะ ใบหน้าซูบผอม ยามนี้กำลังมองพวกเขาด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยความรักใคร่สงสาร
เมิ่งเชี่ยนโยวรู้ว่านี่คือท่านปู่ของเจ้าของร่างนี้ เขามีชื่อว่าเมิ่งจงจวี่ เป็นบัณฑิตหนุ่มเมื่อสามสิบปีก่อน ก่อนที่เขาจะไม่สบายนั้นเคยเป็นอาจารย์ที่มีชื่อเสียงดังไกลไปหลายหมู่บ้าน ชายชรามีจิตใจโอบอ้อมอารี เก็บค่าเล่าเรียนน้อยไม่ว่า ทั้งยังชอบช่วยเหลือเด็กที่เรียนดีและมีความก้าวหน้า ดังนั้นแม้จะรับลูกศิษย์ไม่น้อย แต่เงินที่หาได้นั้นก็เพียงพอแค่เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ช่วงก่อนหน้านี้เอวของเขาก็เคล็ดเล็กน้อย เริ่มแรกไม่ได้สนใจ แต่ภายหลังเริ่มเจ็บหนักขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ต่อมาต้องนอนอยู่บนเตียงเตาผิงลุกไม่ขึ้นอีก หมอในหมู่บ้านหาสาเหตุไม่พบ บอกแค่ให้พักฟื้นร่างกาย
“เอาเนื้อไก่มาทำไมกัน พวกเราแก่แล้ว กินของดีไปก็ไม่มีประโยชน์ พวกหลานต้องบำรุงร่างกาย เอากลับไปเถอะ” ชายชราเห็นเมิ่งเสียนจะป้อนเนื้อไก่ให้ตัวเอง จึงรีบพูดขึ้น
“ท่านพ่อไม่กิน งั้นข้ากินเอง” เมิ่งต้าจินที่มองเนื้อไก่ตาปริบๆ เมื่อได้ยินคำพูดชายชราก็รีบร้องโวยวายขึ้น
“เจ้าลูกอกตัญญู จะให้ข้าโมโหตายให้ได้ใช่ไหม!” ชายชราด่าว่าอย่างชิงชัง
เมิ่งต้าจินเบ้ปาก คำรามอย่างไม่พอใจ “ข้าเป็นลูกชายแท้ๆ ของท่านนะ เป็นคนที่จะเลี้ยงดูท่านไปจนตาย ทำไมท่านพ่อถึงเห็นคนอื่นดีกว่าข้า”
“อ่อ ลุงใหญ่แน่ใจว่าจะมีชีวิตอยู่เลี้ยงดูปู่ย่าไปจนตายได้หรือ” เมิ่งเชี่ยนโยวถามอย่างเยาะหยัน
เมิ่งต้าจินอ้าปากกำลังจะด่าตอบ พลันรู้สึกได้ถึงพลังสังหารบางอย่างที่ปะทะเข้ามา ทำให้เขาจำต้องงึมงำ เก็บกลืนคำพูดพวกนั้นลงไป
ในตอนนี้ ภรรยาเมิ่งต้าจินยกถ้วยโจ๊กสองถ้วยเดินมาที่ข้างโต๊ะแล้ว “ท่านพ่อท่านแม่กินโจ๊กร้อนๆ ก่อนเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะไปตักให้โยวเอ๋อร์และเสียนเอ๋อร์อีกคนละถ้วย”
“ขอบคุณเจ้าค่ะป้าใหญ่ ท่านพ่อท่านแม่ทำกับข้าวไว้แล้ว เดี๋ยวเราจะกลับไปกิน รบกวนป้าใหญ่หยิบมีดหั่นผักมาให้หน่อย ไก่ชิ้นใหญ่เกินไป ข้าจะเอามาหั่นให้ท่านปู่กับท่านย่ากิน” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดกับภรรยาเมิ่งต้าจิน
ภรรยาเมิ่งต้าจินอึ้งเล็กน้อย มองเมิ่งเชี่ยนโยวอย่างแคลงใจ ในใจคิดใครๆ ก็ต้องหั่นไก่ให้เสร็จก่อนถึงค่อยทำให้สุก มีใครที่ไหนมาหั่นตอนกินกันอีก แสดงว่าไก่นั้นต้องชิ้นใหญ่มาก เห็นเมิ่งเชี่ยนโยวกำลังมองไปที่เมิ่งต้าจิน นางก็เข้าใจทันที เผลอยิ้มออกมา เด็กคนนี้ร้ายกาจจริงๆ เช่นนั้นจึงเดินอมยิ้มเข้าครัวไปเอามีดหั่นผักออกมา
“ท่านปู่ท่านย่ากินเสร็จแล้ว ข้ากับพี่ใหญ่ถึงจะกลับไปกินข้าวเจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวเอามีดหั่นผักวางไว้ข้างโต๊ะเบาๆ พูดกับสองผู้เฒ่า
“ยายแก่ กินเถอะ” ชายชราได้ยินคำพูดแฝงความนัยหันไปพูดกับหญิงชราที่กำลังจะอ้าปากพูด จากนั้นก็ทอดถอนใจ “หลานโตกันหมดแล้ว รู้จักเอาใจใส่คนแก่ ต่อไปเราสองผู้เฒ่าจะสบายแล้ว”
หญิงชราพยักหน้าคล้อยตาม
ชั่วพริบตาบ้านทั้งหลังเหลือเพียงเสียงเคี้ยวข้าวของสองผู้เฒ่า
เมิ่งต้าจินกลืนน้ำลายเสียงดังเอื๊อกใหญ่ มองดูมีดหั่นผักข้างมือเมิ่งเชี่ยนโยว แล้วลูบคลำใบหน้าที่ยังปวดตุ๊บๆ ไม่กล้าเคลื่อนไหว นังตัวดีเอามีดมาหั่นเนื้อไก่ที่ไหนกัน เห็นได้ชัดว่าเตรียมจะเอามาหั่นเขาถ้าเขาคิดจะเข้าไปแย่งไก่ หากเป็นเมื่อก่อน เขาไม่มีทางคิดแบบนี้แน่ แต่วันนี้ถูกเมิ่งเชี่ยนโยวตีชุดใหญ่ เขากล้ายืนยันได้ว่า หากเขาเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย มีดหั่นผักนั้นจะต้องลอยมาในทันที ไม่รู้ว่านิสัยของนังตัวดีนี่เปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อก่อนเจอทีไรก็ดีแต่ร้องไห้ ไม่กล้าโต้เถียง ยิ่งไม่ต้องพูดเรื่องลงมือทำร้ายคน
เมิ่งเชี่ยนโยวเห็นเมิ่งต้าจินสงบเสงี่ยมอยู่อีกด้าน อยากจะเข้ามาแต่ก็ไม่กล้า หัวเราะแล้วถามขึ้นอย่างอ่อนหวาน “ลุงใหญ่ อยากกินเนื้อไก่หรือไม่เจ้าคะ”
เมิ่งต้าจินตะลึง ถอยไปด้านหลัง แล้วพูดขึ้นอย่างหวาดผวา “จะบอกให้นะนังตัวดี เจ้าอย่าเข้ามานะ ข้าไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น”
เมิ่งเชี่ยนโยวหัวเราะร่วน ลุงใหญ่คนนี้นับว่ายังพอมีสมองบ้าง
“ลุงใหญ่ไม่อยากกินจิรงๆ หรือเจ้าคะ ข้าตั้งใจเอามาให้ลุงใหญ่กินด้วยนะ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดยั่วเย้า
“เจ้าจะให้ข้ากินด้วยจริงๆ หรือ” เมิ่งต้าจินก้าวไปข้างหน้า หยั่งเชิงถาม
“แน่นอนอยู่แล้ว เพียงแต่ข้ามีเงื่อนไขอยู่ข้อหนึ่ง หากลุงใหญ่ทำได้ ต่อไปทุกเดือนจะมีเนื้อให้กิน บางทีอาจจะไม่ใช่แค่ครั้งเดียวด้วยนะเจ้าคะ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดยั่วเย้าต่อ
“เงื่อนไขอะไร เจ้าพูดมา ข้าจะต้องทำได้แน่” พอได้ยินว่าจะมีเนื้อให้กินทุกเดือน และไม่ใช่แค่ครั้งเดียวด้วย เมิ่งต้าจินรีบตบปากรับคำ
“ง่ายมากเจ้าค่ะ นับจากนี้ไป ลุงต้องกตัญญูกับท่านปู่ท่านย่า ห้ามยั่วให้ท่านปู่ท่านย่าโมโห ห้ามดุด่าท่านปู่ท่านย่า ขอเพียงลุงใหญ่ทำได้ ไม่เพียงวันนี้ได้กินเนื้อ ต่อไปก็ยังจะมีเนื้อให้กินอีก”
“ง่ายๆ แค่นี้?” เมิ่งต้าจินถามอย่างไม่เชื่อ
“เจ้าค่ะ ง่ายๆ แค่นี้!”
“เช่นนั้นหากข้าทำได้ เจ้าไม่ได้เอาเนื้อมาจะทำยังไง” เมิ่งต้าจินถามอีก
“ท่านก็เอาข้าไปขายเป็นสาวใช้บ้านเศรษฐีในเมืองได้เลย”