ยอดหญิงอันดับหนึ่ง

ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 005 ตอนที่ 5

#5Chapter 005

ตอนที่ 5 คนปากมากลับๆ ล่อๆ

อวิ๋นหว่านชิ่นจึงหยอกนาง “ดูเจ้าสิ มองจนตาแทบจะถลนออกมาแล้ว ข้าไม่ใช่ปีศาจสักหน่อย”

ลูกตาของชูซย่าแทบจะถลนออกมาจริงๆ

คุณหนูใหญ่คิ้วโก่งดั่งคันศร ริมฝีปากอวบอิ่ม ผิวขาวลื่นเนียนดุจหยก พอแย้มยิ้มก็จับใจผู้คนยิ่ง เหมือนสาวงามในภาพวาดอย่างไรอย่างนั้น

ชูซย่ารู้ว่าคุณหนูใหญ่ที่ตนรับใช้อยู่นั้น เป็นบุตรีที่สวยที่สุดในจวนรองเจ้ากรมมาแต่ไหนแต่ไร สวยกว่าคุณหนูรองอวิ๋นหว่านเฟยและคุณหนูสามอวิ๋นหว่านถง บุตรีของอนุฟางเป็นไหนๆ

แต่หลังจากฮูหยินใหญ่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ คุณหนูใหญ่ก็โศกเศร้ามาก จึงไม่สนใจแต่งเนื้อแต่งตัว วันๆ เอาแต่ก้มหน้าก้มตา หรือไม่ก็ทำหน้าหมดอาลัยตายอยาก ไม่พูดจากับใคร เช่นนี้ถึงมีเค้าหน้าสวยงามเพียงใดก็ถูกหักคะแนนไม่เหลือ ทำให้นายท่านเริ่มไม่ชอบใจแล้ว

ตอนนี้พอสติแจ่มใส ความงามจึงกลับคืนมา

เพียงแต่งเนื้อแต่งตัวนิดหน่อย ผู้คนก็มองตาไม่กะพริบแล้ว นี่ถ้าจัดเต็มขึ้นมา จะเป็นอย่างไรหนอ

ชูซย่าจึงพูดด้วยความภาคภูมิใจ “บ่าวเพียงคิดว่า เสียดายที่คุณหนูเอาแต่เก็บใบหน้าอันงดงามเช่นนี้ไว้ในห้อง จึงไม่มีใครรู้ รอให้ผ่านไปสักสองปี เกรงว่าชายหนุ่มเกือบทั้งเมืองต้องพากันหลงหัวปักหัวปำแน่! เผลอๆ อาจได้เข้าวังเป็นฮองเฮาด้วยซ้ำนะเจ้าคะ!”

ฮองเฮา? อวิ๋นหว่านชิ่นหัวเราะจนต้องเอานิ้วจิ้มหน้าผากชูซย่าเบาๆ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ เมื่อนึกถึงชาติก่อน ตอนแต่งเข้าจวนโหวใหม่ๆ มู่หรงไท่ก็หลงใหลใบหน้าของนางเช่นเดียวกัน

บรรยากาศที่เต็มไปด้วยข้าวของสีแดงในคืนเข้าห้องหอ ท่ามกลางเปลวเทียนที่สั่นไหว บุรุษหนุ่มหน้าหยกเคยสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะกับนางว่า ที่รัก เจ้าช่างงดงามยิ่ง ข้าขอสัญญาว่าจะรักเจ้าตราบนิจนิรันดร์ ไม่เหลียวแลหญิงอื่นอีก

ต่อมา ภายใต้การจัดการของฮูหยินอาวุโสมู่หรง อนุและนางบำเรอของมู่หรงไท่ก็ดาหน้าเข้ามาคนแล้วคนเล่า ใจนางจึงค่อยๆ ชาชิน สุขภาพก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้สติไม่แจ่มใส นางจึงไม่สนใจดูแลตัวเอง

นี่อาจเป็นสาเหตุที่ว่า เหตุใดต่อมาตอนเห็นสามีกับน้องสาวมีอะไรกัน แม้นางรู้สึกโกรธ แต่กลับมิได้มีปฏิกิริยาโต้ตอบอะไรใหญ่โต

มนุษย์ก็มักเบื่อง่ายเช่นนี้ ต่อให้มีหยกล้ำค่าในมือ พอเวลาผ่านไป ก็ไม่คิดจริงจังอีก

อย่าว่าแต่เวลาต่อมา นางยังป่วยเรื้อรัง ผอมแห้งแรงน้อย ความงามย่อมลดลงเป็นธรรมดา

อีกทั้งชาติที่แล้ว นางยังเป็นคนประเภทที่ไม่รู้จักใช้ความสวยของตัวเองทำให้คนหลงรัก จึงเทียบไม่ได้กับอวิ๋นหว่านเฟยที่น่ารักและออดอ้อนเก่ง

ส่วนชาตินี้ นางมองตัวเองในคันฉ่อง แล้วตัดสินใจว่า ถ้าความสวยมีคุณค่าพอที่จะเปลี่ยนให้นางมีความสุขไปตลอดชีวิต นางก็ต้องหาคู่ชีวิตที่เหมาะสมและคุ้มค่าสำหรับการแลกเปลี่ยนนี้

การเสียเวลาไปกับบุรุษที่เห็นแก่ตัว เอาแต่ได้ ขาดความรับผิดชอบ ไม่สนใจความรู้สึกผู้อื่น และจัดการชีวิตอีกครึ่งไม่ได้อย่างมู่หรงไท่นั้น หึ คุ้มค่าไหม

พอแต่งตัวเสร็จ ก็ได้ยินเสียงซุบซิบดังมาจากนอกชาน พอเงี่ยหูฟัง ก็เหมือนเป็นการจับกลุ่มนินทาของคนรับใช้ในจวน เสียงแม้ไม่ดัง แต่ความเงียบยามบ่ายของฤดูร้อนในเรือนเล็กๆ เสียงนี้ก็ไม่ผิดอะไรไปจากเสียงของก้อนหินที่ถูกโยนลงในบ่อน้ำ

ยามว่าง หลังเสร็จสรรพจากการงานในจวน บรรดาผู้รับใช้ทั้งสาวน้อยสาวใหญ่ก็จะมารวมตัวกันพูดคุย ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าเป็นเมื่อก่อน อวิ๋นหว่านชิ่นย่อมไม่สนใจ อย่างมากก็แค่ให้ชูซย่าออกไปบอกให้พวกเขาย้ายที่ แต่เมื่อมีชีวิตใหม่ทั้งที นางก็ต้องสนใจในทุกๆ เรื่อง จึงตั้งใจฟังเต็มที่ และรู้สึกว่ามีเสียงของหญิงสาวที่คุ้นเคยเสียงหนึ่งดังอยู่ในกลุ่ม

อวิ๋นหว่านชิ่นเอะใจ จึงใช้ที่หนีบผมลายดอกมะลิหนีบปอยผมที่ข้างหูขึ้น แล้วเจาะจงถามเสียงเรียบ “ใครอยู่ด้านนอก”

ชูซย่ากวาดตามองผ่านหน้าต่างสลักลายดอกไม้ มองเห็นท่านป้าสองคนผู้มีหน้าที่กวาดพื้นต้มน้ำเอนตัวพิงรั้วกำแพงเตี้ยตรงทางเข้าเรือน ขณะพูดกับเมี่ยวเอ๋อร์ซึ่งนั่งอยู่ตรงกลาง

เมี่ยวเอ๋อร์พลันยกมือขึ้นปิดปาก พลางหน้าแดง

เมี่ยวเอ๋อร์เป็นน้องสาวแท้ๆ ของม่อไคไหล พ่อบ้านในจวนรองเจ้ากรม ปีนี้อายุสิบหก ได้ยินว่านางเติบโตขึ้นในชนบท เพิ่งย้ายเข้าเมืองหลวงมาพึ่งพี่ชายเมื่อปีก่อน แล้วก็ได้ติดตามพี่ชายอยู่ข้างกาย ไม่ต้องไปรับใช้นายท่านที่ห้อง เน้นทำธุระและงานจิปาถะ บางครั้งก็ตามออกไปซื้อของนอกจวน เป็นคนปากจัด ใจกล้าหน้าด้าน ปากไม่มีหูรูด เวลาทะเลาะกับใครขึ้นมา กระทั่งป้าๆ อาวุโสก็เอาไม่อยู่

ตอนที่อวิ๋นเสวียนฉั่งยังไม่มียศถาบรรดาศักดิ์ ก็มีม่อไคไหลติดตามอยู่ข้างกายแล้ว พออวิ๋นเสวียนฉั่งได้เป็นรองเจ้ากรมกลาโหม ขุนนางระดับสามแห่งต้าเซวียน ม่อไคไหลถึงได้เป็นพ่อบ้านในจวนรองเจ้ากรม ช่วยนายวิ่งเต้นและดำเนินการเรื่องต่างๆ มากมาย

ม่อไคไหลติดตามอวิ๋นเสวียนฉั่งมายี่สิบปี ทั้งสองจึงเป็นทั้งนายบ่าวและสหายสนิท หรือพูดให้ลึกซึ้งก็คือ เคยผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน

ขณะแคว้นต้าเซวียนสู้รบกับศัตรูต่างแดน รองเจ้ากรมกลาโหมต้องไปแนวหน้าด้วยตนเอง เพื่อตรวจสอบกองทัพ ม่อไคไหลก็ตามไปด้วยทุกครั้ง เมื่อพบเจออันตราย ก็จะออกมาขวางอยู่ตรงหน้าอวิ๋นเสวียนฉั่ง ต่อสู้และรับคมอาวุธแทน ตามร่างกายจึงมีบาดแผลไม่น้อย

รัชศกหนิงซี ปีที่สิบเก้า ม่อไคไหลติดตามนายไปราชการนอกเมือง ระหว่างทางถูกศัตรูจู่โจมอย่างหนัก ม่อไคไหลสู้ตายถวายชีวิต จนสามารถช่วยอวิ๋นเสวียนฉั่งเอาไว้ได้ จึงได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากอวิ๋นเสวียนฉั่งมากยิ่งขึ้น

อานิสงค์จากพี่ชาย ทำให้เมี่ยวเอ๋อร์ได้รับการปรนนิบัติดีกว่าบ่าวทั่วไปในจวน จนกลายเป็นผู้มีอิทธิพลเล็กๆ ไป

กระทั่งไป๋ฮูหยินกับอนุฟางของอวิ๋นเสวียนฉั่งที่เข้ามาในภายหลังยังต้องเกรงใจเพราะเห็นแก่หน้าเจ้าบ้าน ไม่เจ้ายศเจ้าอย่างกับพี่น้องสกุลม่อเหมือนที่ทำกับบ่าวทั่วไปในจวน

“ยายเมี่ยวเอ๋อร์ตามเคย คงว่างจัดถึงได้เดินเล่นไปทั่ว จนมาปากมากแถวเรือนเรา! ไม่คิดว่าจะรบกวนเจ้าของเรือนบ้างหรือไร ป้าๆ พวกนี้ก็ด้วย คุณหนูเพิ่งฟื้นได้ไม่ทันไรก็มาก่อกวนเสียแล้ว” ชูซย่าถกแขนเสื้อขึ้น เตรียมออกไปไล่กลุ่มคน

อวิ๋นหว่านชิ่นขมวดคิ้วงาม พลางรั้งชูซย่าไว้ “ข้าเพิ่งตื่น กำลังเบื่อๆ อยู่พอดี อีกอย่างช่วงบ่ายก็ไม่มีอะไรทำ เรียกเมี่ยวเอ๋อร์เข้ามาเถอะ มีเรื่องแปลกๆ สนุกๆ อะไร ข้าก็อยากฟังเหมือนกัน”

ชูซย่ารู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง คุณหนูไม่ค่อยชอบเมี่ยวเอ๋อร์นี่นา ขนาดเดินสวนกันในจวนยังไม่แม้แต่จะมองหน้า วันนี้ไม่ไล่แม่นั่นไปก็ดีถมแล้ว เหตุใดยังเรียกเข้ามาอีก แต่ชูซย่าก็ยังคงออกไปบอกให้สองป้าหลบออกไป ก่อนตะโกนเรียกเมี่ยวเอ๋อร์

“เมี่ยวเอ๋อร์ เข้ามาหลบร้อนในนี้สิ มีชาดอกเก๊กฮวยแก้ร้อนในของคุณหนูเหลืออยู่ตั้งครึ่งกา”

คุณหนูใหญ่เป็นคนใจเย็นและเงียบขรึม ไม่ค่อยสุงสิงกับคนในจวน โอกาสที่จะเรียกตนเข้าไปดื่มชาจึงหาได้ยากยิ่ง เมี่ยวเอ๋อร์รู้สึกตกใจที่ได้รับเกียรตินี้ แต่ก็ส่งเสียงขานรับคำหนึ่ง ก่อนเดินเข้าไป

อวิ๋นหว่านชิ่นบอกให้ชูซย่ารินชาดอกเก๊กฮวยให้เมี่ยวเอ๋อร์ แล้วค่อยๆ ยกถ้วยชาของตนขึ้นจิบ จากนั้นก็เอนหลังลงบนเตียงไม้ไผ่ ยิ้มพลางว่า “ซุบซิบอะไรกันลับๆ ล่อๆ เล่าให้พวกเราฟังบ้างสิ”

devc-c2311ff9-33047ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 005 ตอนที่ 5