ยอดหญิงอันดับหนึ่ง

ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 004 ตอนที่ 4

#4Chapter 004

ตอนที่ 4 มีแค้นต้องชำระ

เมื่อได้ยินเสียงเอะอะ เหล่าราชองครักษ์และสาวใช้ในจวนโหวที่ถูกขันทีเชิญให้ออกไปอยู่ไม่ไกลนั่นล้วนหันมามองเป็นตาเดียว

พวกนางต่างตกตะลึง เพราะตั้งแต่แต่งเข้าจวนโหว ฮูหยินคุณชายรองซึ่งเป็นคนเงียบๆ ไม่มีใครให้ความสนใจ และไม่ตั้งท้องเสียทีผู้นั้น จู่ๆ ก็ไม่รู้ไปเอาความตั้งใจและมุ่งมั่นมาจากไหน กล้าแฉสามีต่อหน้าโอรสสวรรค์ แม้ป่วยขนาดนี้ แต่สมองกลับแจ่มใส พูดจาแยกแยะได้อย่างชัดเจน

ทว่าสิ่งที่ทำให้พวกนางตกตะลึงยิ่งกว่าก็คือ ชายหนุ่มผู้มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดิน ตอนนี้ได้ก้าวเข้าไปพยุงสตรีนางนี้ไว้โดยไม่สนใจว่าแขนเสื้อของตนจะเลอะโลหิตที่นางกระอักออกมา!

“ฮูหยิน! ฮูหยิน!” ชูซย่าร้องไห้ รู้สึกเศร้าเสียใจที่เห็นอวิ๋นหว่านชิ่นเค้นเรี่ยวแรงออกมาจนหมด แต่ก็เข้าไปไม่ได้เพราะถูกราชองครักษ์ที่อยู่ตรงหน้าขวางไว้

เหมือนต้นหลิวที่ลู่ลงในพริบตา อวิ๋นหว่านชิ่นรู้สึกว่ามีแขนอันแข็งแรงคู่หนึ่งมาโอบเอวของตนไว้ และตนล้มลงในอ้อมอกที่กว้างและหนา ซึ่งรองไว้ด้วยผ้าไหมนุ่มนิ่มเนื้อเนียนละเอียดสีเหลืองทอง ส่งกลิ่นหอมของอำพันทะเลอันเป็นเอกลักษณ์

แม้มีลมหายใจรวยริน แต่นางกลับได้ยินเสียงพูดที่ข้างหูอย่างแจ่มชัด

“มีแค้นต้องชำระใช่ไหม ข้าชอบคนที่มีความคิดแบบเดียวกัน”

จิตใต้สำนึกบอกให้นางเอื้อมมือไปจับสาบเสื้อของเขาดู น้ำเสียงนี้ เป็นน้ำเสียงของคนประเภทเดียวกันกับนาง

เป็นภาพลวงตาของนางหรือไม่ นางพลันค่อยๆ ได้สติกลับมา

อ้อ เป็นฮ่องเต้แห่งต้าเซวียนองค์ปัจจุบันจริงๆ เขาเคยเป็นองค์ชายธรรมดาๆ มีพระมารดาเป็นพระสนมเอก เชื้อสายสกุลเห้อเหลียนจากแคว้นต่างถิ่นทางตอนเหนือ ซึ่งถูกส่งมาอภิเษกสมรสกับฮ่องเต้เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีชั่วคราว

เขาจึงถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์อันอ่อนไหวและอิหลักอิเหลื่อ แม้พระมารดาเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้เพียงใด หรือเขาเก่งกาจและโดดเด่นแค่ไหน ชั่วชีวิตก็ไม่มีสิทธิ์เป็นฮ่องเต้แห่งต้าเซวียน

ไม่เพียงเท่านี้ เขายังต้องตกเป็นเป้า สะพาน กระทั่งเหยื่อล่อ ให้ขุนนางและคนในวังหลังใช้แย่งชิงอำนาจอีก

แต่เขากลับต่อสู้เข่นฆ่า ฟันฝ่าวงล้อมออกมา จนได้นั่งบัลลังก์มังกรสีเหลืองทองอร่ามที่แปดเปื้อนคราบโลหิตมากมายในที่สุด

บุรุษเช่นนี้ ย่อมเป็นคนมีแค้นต้องชำระ

หลังขึ้นครองราชย์ ใต้บัลลังก์มังกรของเขาจึงเต็มไปด้วยซากศพของผู้ซึ่งทำร้ายเขากับพระมารดาหรือผู้ซึ่งขัดขวางไม่ให้เขาเป็นฮ่องเต้อยู่แต่แรก

กระดูกกองพะเนินทำให้บัลลังก์มังกรทองเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้น

แม้อวิ๋นหว่านชิ่นไม่ค่อยสนใจการเมือง แต่นางก็ถือกำเนิดในตระกูลขุนนาง ภายหลังยังได้แต่งเข้าจวนโหว

จึงเข้าใจในประสบการณ์และภูมิหลังของชายหนุ่มผู้นี้เป็นอย่างดี และยังเคยได้ยินเรื่องราวต่างๆ ที่ทำให้เขาต้องอับอายขายหน้าก่อนขึ้นเป็นฮ่องเต้ด้วย

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ดวงตาอวิ๋นหว่านชิ่นก็ยิ้มแล้ว อย่างไรชาตินี้ ผู้ซึ่งไม่ค่อยได้ออกจากบ้านอย่างนางก็ยังมีส่วนคล้ายฮ่องเต้ในตำนานอยู่บ้างสินะ

นางพลันออกแรงขยับมุมปากโดยไม่รู้ตัว

“ข้าแก้แค้นแต่คนที่ทำร้ายข้า ฝ่าบาทเก่งกว่าข้ามาก”

เสียงของนางอ่อนโยนเรียบง่าย ลดความเคารพลง ทำให้รู้สึกสนิทใจมากขึ้น หัวใจชายหนุ่มจึงเต้นแรง

เขารู้ว่านางหมายถึงอะไร เพียงชั่วเสี้ยวเวลาหนึ่ง คล้ายกับว่าหญิงสาวติดห้องนางนี้ พูดได้โดนใจเขายิ่ง

คำพูดของนางทั้งยกย่อง และตำหนิที่เขาไม่คำนึงถึงวิธีการใดๆ โดยต่อให้ผู้ขวางทางเป็นผู้บริสุทธิ์ ถ้าจำเป็นต้องทำร้าย เขาก็ทำร้าย จำเป็นต้องฆ่า เขาก็ฆ่า

นางเป็นคุณหนูสูงศักดิ์ผู้ไม่เย่อหยิ่งและไม่ยอมจำนน แม้อยู่ในสภาพตะเกียงน้ำมันใกล้หมด ก็ยังคงมีท่าทีสงบนิ่งและอบอุ่น ไม่มีวี่แววผิดแผกและเจ็บปวดแต่อย่างใด

นึกไม่ถึงว่าอวิ๋นเสวียนฉั่งจะมีลูกสาวเช่นนี้ ชายหนุ่มไม่รู้สึกโกรธแม้แต่น้อย กลับรู้สึกสนใจนางมากขึ้น เกิดความรู้สึกทุกข์ใจที่พูดไม่ออกชนิดหนึ่ง

“เมื่อต้องเดินอยู่บนเส้นทางการเมือง ก็ควรเป็นเช่นนี้ ฝ่าบาทจึงเหมาะสม กับการเป็นผู้ชนะแห่งต้าเซวียน” อวิ๋นหว่านชิ่นใกล้หมดลมหายใจเต็มที คำพูดทุกคำจึงเป็นการเค้นพลังทั้งหมดที่มีอยู่ในร่างกายให้ลอดผ่านไรฟันออกมา

เมื่อเขารู้สึกว่าพลังชีวิตของหญิงสาวในอ้อมอกกำลังค่อยๆ หมดลง ก็พลันนึกเสียดายอยู่บ้าง

แม้รู้ว่าตนเองเป็นเพียงบันไดขั้นหนึ่งในการแก้แค้นของนาง กระทั่งวาจาสองประโยคสุดท้ายที่นางพูดกับตน ก็เพราะอยากมอบความประทับใจอันลึกล้ำจำนวนหนึ่งให้กับตน จะได้ไม่ลืมเรื่องที่นางร้องทุกข์ไว้

“หญิงสาวที่น่าทึ่งอย่างเจ้า กลับลาโลกเร็วเกินไป น่าเสียดายจริงๆ...ถ้าได้รู้จักเจ้าแต่แรก ข้าไม่มีทางปล่อยให้เจ้าใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมานเช่นนี้แน่”

ในรอยยิ้มของเขา มีความเศร้าเสียใจอยู่เจ็ดส่วน

*

วันนั้น พออวิ๋นหว่านชิ่นกลับถึงจวนโหว ก็มีหมอหลวงจากวังหลวงเข้ามาดูอาการให้

แม้คนในจวนไม่รู้ว่านี่ใช่พระบัญชาหรือไม่ แต่ก็ไม่มีใครกล้าทำอะไรสตรีที่เผาบ้านตัวเองเช่นนาง

ทว่า หมอหลวงผู้มีฝีมือล้ำเลิศยืดอายุขัยคนได้กลับมิใช่ท่านหมอหวาถัว[footnoteRef:1] จึงช่วยชีวิตนางไว้ไม่ได้ [1: ท่านหมอหวาถัว (华佗) แพทย์สมัยราชวงศ์ฮั่น ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นนายแพทย์คนแรกของโลกที่ใช้ยาชากับผู้ป่วย ถือเป็นหมอเทวดาผู้หนึ่งในสมัยนั้น]

ยังไม่ทันข้ามวัน วิญญาณของนางก็หลุดออกจากร่าง

เพียงเสียดายที่นางเสียชีวิตเร็วไปหน่อย จึงไม่รู้ว่าในเวลาต่อมา บ้านสกุลอวิ๋นกับบ้านสกุลมู่หรงมีชะตากรรมเช่นไร แต่ถึงแม้นางรู้ ก็ใช่ว่านางจะมีจุดจบที่ดี

ขณะอวิ๋นหว่านชิ่นกำลังรำลึกอดีตชาติอยู่นั้น ชูซย่าผู้เห็นคุณหนูไม่พูดอยู่เนิ่นนาน ก็เอ่ยปากถามออกมาสองประโยค ทลายภวังค์ความคิดของนาง

อวิ๋นหว่านชิ่นรีบเรียกสติคืนกลับ ดึงแขนชูซย่าไว้ “ไม่ต้องเรียกท่านหมอแล้ว เอาคันฉ่องมาให้ข้าก่อน”

ชูซย่าส่งคันฉ่องด้ามจับสลักลายใบปทุมมรกตให้

พออวิ๋นหว่านชิ่นเห็นใบหน้าตนซูบผอม อิดโรย ไม่มีเค้าความสดใส ผมเผ้าก็ยุ่งเหยิง จึงลงจากเตียง ไปเปิดตู้เสื้อผ้า

พอเห็นสภาพด้านใน นางก็ถอนหายใจแล้วส่ายหน้า

เสื้อผ้าแต่ละชุดล้วนเป็นสีโทนอ่อนที่ดูเคร่งครึม

การแต่งตัวเช่นนี้เหมือนสาวรุ่นเสียที่ไหนกัน เป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสาวสิไม่ว่า

อย่างไรตนก็เป็นบุตรีคนโตของรองเจ้ากรมกลาโหม แต่ชาติก่อนกลับใช้ชีวิตชนิดระแวดระวังเกินกว่าเหตุ

แม่เลี้ยงก็มักหัวเราะพลางว่าตนเหมาะกับอะไรที่เรียบๆ จึงเตรียมเสื้อผ้าสีหม่นๆ ไว้ให้โดยเฉพาะ พวกสีที่ไม่ค่อยจะขับผิว เช่น ฟ้าหม่น เขียวหม่น น้ำตาลหม่น แต่นางก็ยังเชื่อฟังโดยไม่โต้แย้ง

พอนึกถึงแม่เลี้ยง อวิ๋นหว่านชิ่นก็ใจเย็นลง หันไปยิ้มกับชูซย่าแล้วว่า “ข้าป่วยอยู่หลายวัน เจ้าไปตักน้ำมาให้ข้าเช็ดตัวและแต่งตัวหน่อย”

**

หน้าโต๊ะเครื่องแป้งไม้ชิงชันสลักลายเถาวัลย์ อวิ๋นหว่านชิ่นแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย นางดูสดใสสะดุดตา มวยผมเรียบร้อยแบบนิยมของคุณหนูผู้สูงศักดิ์

ปักปิ่นลายดอกชิงเชี่ย[footnoteRef:2] ใบหูขาวเนียนห้อยต่างหูหินสีมรกต [2: ดอกชิงเชี่ย (青雀花) หรือ ดอกไม้กวาดสก็อต (Scotch broom) เป็นพืชตระกูลถั่วมีฝักคล้ายถั่วลันเตา ออกดอกสีเหลืองคล้ายคลึงดอกโสนมาก]

อวิ๋นหว่านชิ่นเลือกชุดกระโปรงผ้าไหมรัดหน้าอกสีฟ้าขุ่นจากกองชุดกระโปรงแนวเคร่งขรึมในตู้เสื้อผ้า ใช้ผ้าคาดเอวประดับจี้ลายเมฆสีแดงเข้ม ห้อยหยกรูปนกเป็ดน้ำ ทำให้เสื้อผ้าที่ดูเรียบๆ พลันมีสีสันขึ้นมา

พอลุกขึ้นยืน ก้าวเดินสักสองสามก้าว ก็รู้สึกว่าตนรูปร่างเพรียวบาง สวยงาม สดใส เรียบง่าย แต่ทันสมัยและมีเสน่ห์แบบที่หญิงสาวติดบ้านทั่วไปไม่มี

ทำเอาชูซย่าที่ยืนถือหวีหยกหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มองอย่างตะลึงงัน

devc-f151cfae-33034ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 004 ตอนที่ 4