ยอดหญิงอันดับหนึ่ง

ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 035 ตอนที่ 35

#35Chapter 035

ตอนที่ 35 ตกใจกลัวในห้องบูชาบรรพบุรุษ

ชูซย่ายิ้มขณะโบกพัดไปมาอยู่ด้านหลัง พลางว่า “คุณหนูใหญ่ถ่อมตัวเกินไปแล้ว ไม่ได้ทำอะไรหรือเจ้าคะ ตั้งแต่เช้ามา บ่าวก็เห็นท่านทำเสร็จไปตั้งหลายเรื่อง! ดูดู๋ น้ำชาก็ยังดื่มจนหมดโดยไม่รู้ตัว” ว่าพลางเหลือบมองกาน้ำชาข้างมืออนุฟาง “ของอนุฟางยังเต็มอยู่เลย!”

พอพูดถึงตรงนี้ อนุฟางก็พอดียกกาน้ำชามาให้อวิ๋นหว่านชิ่น แต่ชูซย่ามิได้ยื่นมือออกไปรับ

อนุฟางจึงถือกาน้ำชาค้างอยู่กลางอากาศอย่างกระอักกระอ่วนใจ

นางกลั้นหายใจ หลายปีแล้วที่นางมิได้ปรนนิบัติผู้คน!

แต่ตอนนี้ นางจะกระแทกกาน้ำชาลงบนโต๊ะไม่ได้ พอนึกถึงสัญญาซื้อขายบ่าวรับใช้ในกล่องไม้จันทน์นั่น นางก็พยายามข่มอารมณ์ โค้งตัวลง รินน้ำชาให้อวิ๋นหว่านชิ่น ท่ามกลางสายตาบ่าวไพร่ในจวน

“เจ้านะเจ้า” อวิ๋นหว่านชิ่นค้อนชูซย่า ก่อนปิดสมุดบัญชี แล้วขึ้นเสียงสูงอบรม

“บ่าวก็คือบ่าว นายก็คือนาย แม่เล็กอย่างไรก็เป็นนายครึ่งหนึ่ง!” จากนั้นก็ยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบ กลั้วลำคอให้ชุ่มชื่น

คำนี้ฟังดูแย่กว่าด่าว่าตนเองเสียอีก! อนุฟางหน้าแดงไปถึงหู มิได้โกรธ แต่กำลังอึดอัดใจ

อวิ๋นหว่านชิ่นวางสมุดบัญชีลง บิดเอวไปมา อยากใช้กล้ามเนื้อส่วนล่างบ้าง

“นี่ก็สายแล้ว แม่เล็กไปห้องบูชาบรรพบุรุษกับข้าหน่อยสิ”

ห้องบูชาบรรพบุรุษ? อนุฟางแทบจะคุกเข่าให้คุณหนูใหญ่ท่านนี้ คิดจะเล่นพิเรนทร์อะไรอีก!

อวิ๋นหว่านถงเห็นมารดาทำงานจัดการเป็นวันแรก ช่วงเช้าก็เอาแต่เดินกลับไปกลับมาอยู่หน้าห้องโถง พอมารดาเดินออกมา ก็รีบเข้าไปรับ

“ท่านแม่สมปรารถนาแล้วสิ...”

สิ้นเสียง อวิ๋นหว่านถงก็เห็นมารดาหน้าดำคร่ำเครียด ขณะพี่ใหญ่ก้าวเข้ามา

อวิ๋นหว่านชิ่นอมยิ้ม “น้องสามก็อยู่ด้วยหรือ มาเช้ามิสู้มาพอดี! เช่นนั้นก็ไปห้องบูชาบรรพบุรุษเสียด้วยกันเลย”

อวิ๋นหว่านถงก็เป็นเช่นเดียวกับมารดา คุ้นเคยกับการทำอะไรต้องดูสีหน้าคนก่อน พอรู้ว่าหมู่นี้พี่ใหญ่จะเป็นคนจัดการงานหลังบ้าน นางจึงค่อยๆ ก้มหน้าลง พยายามยิ้ม พลางพูดเบาๆ ราวดอกไม้ในสายลม

“ค่ะ พี่ใหญ่”

ทั้งสามเดินไปยังห้องบูชาบรรพบุรุษทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของจวนสกุลอวิ๋นด้วยกัน

บ้านเกิดของคนสกุลอวิ๋นอยู่ไท่โจว ไม่ไกลจากเย่จิงมาก ถ้าเดินทางโดยม้าเร็วก็ประมาณสองสามวันถึง

ปีนั้น อวิ๋นเสวียนฉั่งเข้าร่วมการสอบเข้ารับราชการตั้งแต่ระดับภูมิภาค ระดับเมืองหลวง จนถึงระดับราช

สำนัก สอบทีละขั้นๆ จากบ้านนอกมาเมืองหลวง จากนั้นก็พึ่งพาเส้นสายในเมืองหลวงและเงินทองของคน

สกุลสวี่ ในการไต่เต้าเป็นขุนนางระดับสูง จนมีตำแหน่งดังเช่นทุกวันนี้

หลังจากอวิ๋นเสวียนฉั่งได้เลื่อนขึ้นมาเป็นรองเจ้ากรมกลาโหมฝ่ายซ้าย ก็ไม่สามารถกลับบ้านไปกราบไหว้บรรพบุรุษบ่อยๆ จึงสร้างห้องบูชาบรรพบุรุษไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจวน เพื่อกราบไหว้บูชาดวงวิญญาณของญาติและบรรพบุรุษ

ต้นไทรสองต้นด้านหน้าให้ร่มเงา จนในห้องบูชาบรรพบุรุษทั้งเย็นและเงียบ ตามปกติจะมีเพียงบ่าวในบ้านมาทำความสะอาด เปลี่ยนของเซ่นไหว้และธูปเทียน

ส่วนคนอื่นๆ จะมาก็ต่อเมื่อถึงวันเทศกาลประจำปี ทั้งวันตรุษและวันสารท หรือในจวนมีคนถูกลงโทษตามกฎบ้าน

ด้านนอก อวิ๋นหว่านชิ่นเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงหยุดฝีเท้า ก่อนยิ้มเบิกบาน “แม่เล็กกับน้องสามเข้าไปกันก่อน ข้าจะไปหยิบธูปเทียนกับกระดาษไหว้เจ้าที่ห้องข้างๆ”

ยิ้มนี้ทำให้อนุฟางรู้สึกกลัว จึงจับมือลูกสาวแน่น

ในห้องบูชาบรรพบุรุษไม่มีหน้าต่าง จึงค่อนข้างมืด

ป้ายชื่อผู้ตายตัวอักษรสีทองพื้นดำวางเรียงรายอยู่เต็มแท่นบูชา ให้ความขลังและบรรยากาศแปลกๆ

อวิ๋นหว่านถงเป็นคนขี้ขลาด พอก้าวเข้ามาก็จับมือมารดา

สองแม่ลูกรอได้ไม่นาน ด้านหลังก็มีเสียง ‘ปัง’ ประตูห้องปิดเข้าหากัน!

พอประตูปิด ก็ไม่มีแสงสว่าง ในห้องจึงแทบจะมืดมิด

อวิ๋นหว่านถงร้อง “ว้าย...” เสียงของลูกสาวทำเอาอนุฟางสะดุ้ง พอเห็นเงาด้านหน้าขยับ ก็ขนลุกซู่!

ใต้โต๊ะบูชา สิ่งมีชีวิตตัวกลมๆ มุดออกมาจากผ้าคลุม

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตกใจกลัวหรืออย่างไร มันกระดุกกระดิกเล็กน้อย แล้วจึงค่อยๆ ยืนขึ้น...ดุจตัวประหลาดมุดดินตามตำนานที่จู่ๆก็โผล่ออกมา

ในความมืด คลับคล้ายมองเห็น “คน” ผมขาวทั้งศีรษะ หลังค่อม มอมแมมไปทั้งตัว ยื่นแขนที่แห้งเหี่ยวดั่งท่อนฟืนออก มือจับก้อนอะไรบางอย่าง ถูโต๊ะบูชาไปมา

ภาพเช่นนี้ พฤติกรรมเช่นนี้ แปลกประหลาดมาก! อนุฟางกับลูกสาวจึงก้าวถอยหลังไม่หยุด

พฤติกรรมเมื่อครู่ของคนหน้าโต๊ะบูชาคล้ายเป็นความเคยชิน พอได้ยินเสียงฝีเท้า ค่อยรู้ว่ามีคนมา จึงเปลี่ยนเป็นปราดเปรียวกะทันหัน พุ่งเข้าหาสองแม่ลูก ก่อนพูดจาคลุมเครือ

“ฮูหยินอย่าพึ่งไป! ใช่ฮูหยินหรือเปล่า บ่าวอยากกลับไปรับใช้ที่เรือนหลัก! รีบไปหานายท่าน ร้องขอให้บ่าวด้วย...”

แสงที่ลอดผ่านช่องประตู ทำให้อวิ๋นหว่านถงเห็นมือที่หยาบกร้านข้างหนึ่งยื่นมาที่ตน มืออันดำมะเมื่อม หงิกงอและเปราะบาง รูปร่างผิดปกติ อีกทั้งยังได้กลิ่นเหม็นเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาหลายร้อยปีพ่นใส่ จึงกรีดร้องแล้วถอยไปหลบด้านหลัง

การตอบสนองของอวิ๋นหว่านถงกระตุ้นให้คนผู้นั้นรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง จึงยื่นมืออีกข้างหนึ่งเข้ามา

บีบคอคุณหนูสาม “บ่าวเป็นวัวเป็นม้ารับใช้ให้ท่านโค่นล้มฮูหยินคนก่อน แล้วขึ้นเป็นฮูหยินแทน...ถือว่าบ่าวมีความดีความชอบยิ่ง! ตอนนี้บ่าวยังรับผิดแทนท่าน ตกระกำลำบากอยู่ที่นี่ กะอีแค่พูดขอร้องแทนบ่าวก็ยังไม่ยอมทำไมถึงใจร้ายใจดำนัก...”

“ท่านแม่!” อวิ๋นหว่านถงเจ็บแปลบที่แก้ม ตามด้วยความรู้สึกปวดแสบปวดร้อน พอรู้ว่าใบหน้าของตนน่าจะถูกเล็บของตัวประหลาดข่วนจนถลอก ก็ทั้งกลัวทั้งโกรธจนสติกระเจิดกระเจิง “โอ๊ย...ท่านแม่ช่วยข้าด้วย...”

อนุฟางก็กำลังตื่นตระหนกไม่น้อยเช่นกัน แต่ยังทำหาญกล้าดึงผมของคนผู้นี้ไว้ “คนบ้ามาจากไหน! ยังไม่ปล่อยมืออีก!...มีใครอยู่บ้าง...”

เสียงประตูดัง ‘ผ่าง’ อวิ๋นหว่านชิ่นกับชูซย่าอุ้มของเซ่นไหว้เข้ามา

แสงอาทิตย์สาดส่อง พอคนที่เหมือนภูตผีปีศาจเห็นอวิ๋นหว่านชิ่น ก็เหมือนเห็นดาวพิฆาต ปล่อยมือลง แล้วเดินตัวลีบกลับไปนั่งยองๆ ข้างโต๊ะบูชา

ชูซย่าก้าวเข้าไปพูดอย่างมีท่าที “ขออภัยที่เพิ่งมา ข้าไม่รู้เรื่องอะไรเลย” แล้วแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นอนุฟางแม่ลูกที่กำลังตื่นตระหนก ก่อนหันไปเอ็ดคนผู้นั้น “โวยวายอะไร! วันนี้ทำความสะอาดห้องบูชาหรือยัง”

ขณะกอดปลอบลูกสาวที่กำลังร้องไห้ อนุฟางก็เห็นชัดเจนแล้วว่า หญิงชราที่ดูเหมือนคนเพียงสามส่วน อีกเจ็ดส่วนเหมือนผีนั้น ความจริงก็คือเถามอมอที่เมื่อก่อนตนต้องฝืนยิ้มให้ตลอด!

เถามอมอเป็นคนรักความสะอาดและรักหน้ารักตาเป็นที่สุด ของกินของใช้ก็แทบจะเกินหน้าอนุฟางด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้กลับกลายสภาพเป็นหญิงชราสกปรกกึ่งบ้ากึ่งดี

สติสตังของอนุฟางยังคืนกลับไม่หมด หญิงชรานางนี้ทำให้อวิ๋นเสวียนฉั่งโกรธ จึงถูกขังไว้ในห้องเก็บฟืน ตอนนี้ถึงเพิ่งรู้ว่า หลังจากที่อวิ๋นเสวียนฉั่งบอกให้อวิ๋นหว่านชิ่นจัดการดูแลบ้านเมื่อหลายวันก่อนนั้น เถามอมอได้ถูกอวิ๋นหว่านชิ่นหิ้วตัวออกมา ขังไว้ในห้องบูชาบรรพบุรุษ ให้คอยทำความสะอาด

วันเวลาอันยาวนานนี้ เถามอมอนอกจากกินดื่มถ่ายในห้องเล็กๆ ด้านข้างที่ใช้เก็บของเบ็ดเตล็ดแล้ว ทั้งกลางวันและกลางคืนก็ล้วนถูกขังไว้ในความมืดมนอนธการอันน่าขนลุกขนพองของห้องบูชาบรรพบุรุษ อยู่กับป้ายวิญญาณของคนตายที่เย็นยะเยียบ สติจึงเสียไปบ้าง ได้แต่ทำความสะอาดในความมืดจนเคยชินทุกวัน พอเห็นใครมา ก็จะตะโกนว่า ฮูหยินช่วยข้าที เวลาที่ผันผ่าน นิ้วมือที่หักมิได้รักษา ถึงได้มีรูปร่างหงิกงอ คล้ายกรงเล็บสัตว์ น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง แล้วยังต้องทนเจ็บปวดจากความพิการของนิ้วทุกวันทุกคืน

แต่นางไฉนจะรู้ว่า ไป๋เสวี่ยฮุ่ยเองในตอนนี้ ยังเอาตัวไม่รอดจากเรื่องของลูกสาวเลย อย่าว่าแต่ไม่รู้ แม้รู้ ไหนเลยยังจะมีกะใจไปช่วยอีก!

พอร่างโงนเงนไปมาสองครั้ง อนุฟางก็อยากจะออกไปจากสถานที่บ้าๆ บอๆ แห่งนี้ให้เร็วที่สุด จึงพูดละล่ำละลัก “คุณหนูใหญ่ ใบหน้าของถงเอ๋อร์ถูกหญิงชราที่สมควรตายข่วนจนเป็นแผล แม่เล็กไม่มีกะใจอยู่เป็นเพื่อนคุณหนูใหญ่แล้ว ขอไปทายาให้ถงเอ๋อร์ก่อน...”

ละครยังไม่จบ ใครก็ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!

devc-af530e87-33711ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 035 ตอนที่ 35