ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 034 ตอนที่ 34
ตอนที่ 34 เข้าควบคุม
“ที่แม่เล็กถามถึง คือกระดาษเหล่านี้ใช่ไหม?” อวิ๋นหว่านชิ่นโบกสัญญาซื้อขายบ่าวรับใช้ไปมา คล้ายมิได้ตั้งใจชูให้อนุฟางเห็น
อนุฟางเบิ่งตามอง แม้นางอ่านไม่ออกทั้งหมด แต่ก็เห็นชื่อของตัวเองชัดเจน!
สำหรับบ่าวรับใช้แล้ว สัญญาซื้อขาย ก็เหมือนแก้วตาดวงใจที่สำคัญและละเอียดอ่อนในความรู้สึก!
ถ้ามิใช่เพราะสวี่ฮูหยินเผาสัญญาซื้อขายบ่าวรับใช้แผ่นนี้ต่อหน้าต่อตานางแล้วล่ะก็ หลายปีมานี้นางก็ไม่มีทางใช้ชีวิตอยู่อย่างสบายอกสบายใจ โดยไม่สนใจไยดีอวิ๋นหว่านชิ่นพี่น้อง ไม่มีทางผิดคำมั่นสัญญาหน้าตาเฉย!
เพราะนางคิดว่า ตนเองไม่ใช่บ่าวไพร่อีกต่อไป เป็นนายหญิงแล้ว!
เป็นไปไม่ได้ คุณหนูใหญ่ทำปลอมขึ้นมา นี่เป็นของปลอม! ฮูหยินเผาไปแล้วชัดๆ !
แต่ความจริงตรงหน้าพิสูจน์คาตาว่า นี่คือ...ของจริง
พรึ่บ อนุฟางลุกพรวดขึ้นยืนอย่างร้อนรน
เดิมทีอวิ๋นหว่านชิ่นก็คิดว่าท่านแม่ได้เผาสัญญาซื้อขายบ่าวรับใช้ฟางเย่ว์หรงไปแล้ว แต่พอเปิดกล่องไม้จันทน์ออกดู ถึงได้รู้ว่า แท้จริงแล้วท่านแม่ไม่ได้เผา ส่วนกระดาษที่เผาในตอนนั้น เป็นการจงใจทำให้อนุฟางดู เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เกรงว่าอนุฟางจะพูดอย่าง ทำอย่าง!
พอเห็นอนุฟางนั่งลงดังเดิมอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก อวิ๋นหว่านชิ่นก็หัวเราะเบาๆ แล้วว่า
“เมื่อครู่แม่เล็กมิได้ร้องว่าจะเอาหรอกหรือ ตอนนี้ไม่ดูแล้ว?”
สีขาวซีดค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าอนุฟาง “ไม่ ไม่ดูแล้ว เมื่อเป็นสมบัติของคุณหนูใหญ่ อยากเก็บรักษาไว้ก็เก็บรักษาไปเถอะ”
ยัยนี่มีหนังสือซื้อขายตนอยู่ในมือ อย่าว่าแต่ขายตนออกไปเลย ต่อให้ตีหรือฆ่าตนให้ตาย ตนก็ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องความเป็นธรรมใดๆ ! ใครจะรู้เล่าว่า ก่อนจากไป ฮูหยินคนก่อนจะเล่นงานตนเช่นนี้!
ม่อไคไหลเห็นคุณหนูใหญ่พูดไม่กี่คำ อนุฟางก็ไม่กล้าหืออือแล้ว ท่าทางแบบผู้ลากมากดีที่ถีบตัวขึ้นมาเมื่อครู่มลายหายสิ้น จึงกระแอมไอออกมาสองที
“อากาศเปลี่ยนแปลง ตามกฎของจวน อาหารต้องเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ขออนุฟางจัดการด้วย”
ห้องเงียบกริบจนเข็มหล่นยังได้ยิน
อนุฟางยังมึนงงไม่หาย จึงพูดไม่ออกสักคำ ขณะนั้น เสียงมั่นใจเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“ใกล้ถึงช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดแล้ว วันก่อนได้ยินว่า มีบ่าวรับใช้คนหนึ่งเป็นลมแดด เวียนหัวไม่หาย การไปตลาดซื้อขายแรงงาน หาคนมาทำงานแทนในระยะสั้น เป็นการสิ้นเปลืองทั้งเงินและเวลา มิสู้ในแต่ละวันให้คนต้มน้ำบ๊วยกับชาแก้ร้อนในสักหม้อ แล้วกำหนดเวลาส่งให้ทุกห้องทุกเรือนดื่ม”
อนุฟางกัดฟัน ก่อนพยักหน้า “คุณหนูใหญ่พูดถูก ขอพ่อบ้านม่อจดไว้ด้วย คุณหนูใหญ่มิสู้ลองดูต่อสิว่า
กับข้าวในหน้าร้อนนี้จะจัดการอย่างไรดี พ่อบ้านม่อจะได้จดทีเดียว จะได้จัดซื้อตามที่คุณหนูใหญ่บอก”
คำพูดนี้ฟังดูแข็งๆ เหมือนไม่เต็มใจพูด อวิ๋นหว่านชิ่นจึงตอบเสียงเย็นชา
“อะไรคือ...จัดซื้อตามที่ข้าบอก ท่านพ่อว่าให้แม่เล็กกำกับดูแล ข้าเพียงมาฝึกงาน หาประสบการณ์อยู่ข้างๆ เท่านั้น ทำตามที่ข้าบอก? หรือแม่เล็กอยากให้คนอื่นนินทาว่าข้าอายุยังน้อยแท้ๆ ก็ไม่เจียมตัว คิดแย่งอำนาจเสียแล้ว”
พริบตาที่สัญญาซื้อขายบ่าวรับใช้ถูกนำออกมานั้น อนุฟางยังเสพติดกับบทบาทของนายหญิงอยู่ ความฝันก็เหมือนฟองสบู่อย่างไรอย่างนั้น ‘โพละ’ แตกแล้ว เมื่อครู่ก็ถูกคำพูดของอวิ๋นหว่านชิ่นจี้ใจดำ บีบจนหายใจไม่ออก นางเป็นแค่อนุ ถ้างัดข้อกันขึ้นมา ย่อมไม่เป็นผลดี แล้วไยต้องรับเผือกร้อนนี้ไว้ด้วย ไป๋เสวี่ยฮุ่ยที่ขัดแย้งกับคุณหนูใหญ่ ยังสามารถใช้สถานะฮูหยินมายัน แต่นาง กระทั่งหายใจก็ยังไม่กล้า ถึงเวลาตาย จะตายอย่างไรก็ยังไม่รู้ คิดพลาง อนุฟางก็หัวเราะออกมาอย่างเป็นมิตร
“แม่เล็กไม่เคยเรียนหนังสือ จึงพูดไม่เก่ง! ขอคุณหนูใหญ่อย่าได้ถือสา! รู้หนังสือก็แค่ไม่กี่ตัว หมู่นี้พออากาศร้อน ก็รู้สึกไม่ค่อยสบาย ดูสมุดบัญชีนานเข้าก็คล้ายจะเป็นลม ระยะนี้คงต้องลำบากคุณหนูใหญ่แล้ว”
อวิ๋นหว่านชิ่นยิ้มแย้ม “ได้ ข้าจะลองจัดรายการอาหารดู แล้วค่อยให้แม่เล็กตรวจ ถ้าแม่เล็กรู้สึกว่าใช้ได้หรือใช้ไม่ได้อย่างไร ก็บอกมาตามตรง ไม่ต้องเกรงใจ”
“เช่นนั้นก็รบกวนคุณหนูใหญ่ด้วย” อนุฟางโต้ตอบกับนางอยู่หลายกระบวนท่า ทั้งๆที่ถอดใจอยู่แต่แรก ตอนนี้จึงได้แต่พยักหน้าหงึกๆ คล้ายไก่จิกเมล็ดข้าว
เมื่อพ่อบ้านนำพู่กันและหมึกมาให้ อวิ๋นหว่านชิ่นก็ถกแขนเสื้อ ยกพู่กัน ขีดรายการอาหารของฤดูกาลก่อนที่ทานแล้วร้อนในออก เปลี่ยนเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยรสอ่อนที่ทานแล้วสดชื่นแทน
จำพวกผักล้วนๆ ได้แก่ เห็ดเข็มทองผัดต้นหอม มะเขือยาวผัดเปรี้ยวหวาน จำพวกเนื้อสัตว์ได้แก่ กุ้งผัดน้ำมันงาหอยนางรม หมูทอดราดน้ำเปรี้ยวหวาน เครื่องในเป็ดผัดพะโล้ เหล่านี้สามารถทานร่วมกับน้ำแกงกระดูกหมูตุ๋นยาจีน น้ำแกงฟักกุ้งแห้งถั่วลันเตา และของหวานอย่าง ลิ้นจี่ลอยแก้วทรงเครื่องใส่เห็ดหูหนูขาว
อนุฟางรับรายการอาหารมาตรวจดูทีละแผ่น พอมาถึงแผ่นที่เขียนว่าอาหารบำรุงของไป๋ฮูหยิน ก็หายใจเข้าลึกๆ เนื่องจากอวิ๋นเสวียนฉั่งกลัวว่าจะโมโหจนป่วย หมู่นี้จึงไม่ค่อยไปพักผ่อนที่เรือนหลัก ไป๋ฮูหยินจึงต้องรับประทานอาหารเพียงคนเดียว มื้อเช้าเป็น โจ๊กใบบัวกับหมั่นโถว มื้อกลางวันกับมื้อเย็นเป็น เต้าหู้ผัดไข่เยี่ยวม้า หัวไช้เท้าดอง มะระผัดเผ็ด ยากที่จะมีเนื้อสัตว์ ถ้ามีก็เป็น ผัดไข่ปลา
อย่าว่าแต่เจ้าใหญ่นายโตเลย ขนาดชาวบ้านร้านตลาดที่พอมีเงินเหลือ ก็ไม่ค่อยทานอาหารพวกนี้หรอก
ตั้งแต่ไป๋เสวี่ยฮุ่ยได้เป็นฮูหยิน มีวันไหนบ้างที่มิได้ดื่มกินอย่างหรูหรา ถ้าได้เห็นรายการอาหารธรรมดาสามัญเช่นนี้ มีหรือจะไม่อกแตกตาย
“คุณหนูใหญ่ รายการอาหารของฮูหยิน ธรรมดาไปหน่อยหรือเปล่า ฮูหยินยังป่วยอยู่ ถ้านายท่านรู้จะต่อว่าพวกเราไหม” อนุฟางมิได้ห่วงไป๋เสวี่ยฮุ่ย แต่ห่วงตัวเองที่ได้ชื่อว่าเป็นคนกำกับดูแลหลังบ้าน กลัวคนอื่นจะเอาไปนินทา อีกทั้งกลัวว่าจะถูกไป๋เสวี่ยฮุ่ยล้างแค้นในภายหลัง
อวิ๋นหว่านชิ่นถามกลับ “แม่เล็กรู้หรือไม่ว่าท่านแม่ป่วยเป็นโรคอะไร”
อนุฟางอ้ำๆ อึ้งๆ “วันนั้นได้ยินนายท่านว่า ท่านหมอว่า เป็นอาการป่วยตามฤดูกาล อากาศร้อนทำให้หงุดหงิด ท้องไส้ปั่นป่วนจนลมตีกลับ ทำให้เบื่ออาหาร อยากอาเจียน”
“นั่นน่ะสิ” อวิ๋นหว่านชิ่นพยักหน้า “ก่อนหน้านี้ท่านแม่ทานอะไรไม่ได้มาก อาหารเหล่านี้เป็นอาหารที่เหมาะกับอาการป่วยของท่านแม่ หากท่านพ่ออยากให้ท่านแม่หายดี จะโทษแม่เล็กได้อย่างไร ลองทานดูก่อน แล้วค่อยว่ากัน”
อนุฟางรู้สึกกลุ้มใจหนักมาก เดิมทีคิดว่าครั้งนี้ตนจะได้เป็นเจ้าคนนายคนสมใจ คิดไม่ถึงว่าจะกลับกลายเป็นบ่าวรับใช้ ถูกคนขี่คอไปได้! ต่อนี้ไปเกรงว่าจะกลายเป็นหุ่นเชิด ถูกคุณหนูใหญ่ผู้นี้ชัก ถ้านางบอกว่านก ตนจะบอกว่าไม้ได้หรือ นางพูดคำไหนย่อมเป็นคำนั้น แต่ถ้านายท่านกับฮูหยินโกรธขึ้นมา คนที่รับหน้าก็คือตน
อวิ๋นหว่านชิ่นพลิกสมุดบัญชีไปมา ก่อนพูดเสียงเรียบ “แม้ท่านพ่อรับราชการ แต่ก็ได้รับคำเตือนจากฝ่าบาทเสมอว่าให้ขยันและอดออม ข้าดูแล้ว เห็นว่าแต่ละฝ่ายมีค่าใช้จ่ายเกินงบ โดยเฉพาะเรือนหลัก ที่มีคนมากเกินความจำเป็น แค่เงินเดือนของบ่าวรับใช้ข้างกายท่านแม่ไม่กี่คน ก็เท่ากับงบค่าอาหารในจวนตลอดทั้งเดือนแล้ว”
นี่หมายความว่าจะลดคนปรนนิบัติไป๋เสวี่ยฮุ่ยหรือ อนุฟางลำคอแห้งผาก แต่ก็ตอบดังเช่นหุ่นเชิดทั่วไป
“เช่นนั้นก็ขอให้คุณหนูใหญ่ปรับเปลี่ยนและจัดให้ใหม่ด้วย”
และทุกสิ่งอย่างต่อๆ มาก็ล้วนให้อวิ๋นหว่านชิ่นจัดการ ซึ่งอนุฟางไหนเลยจะกล้าขัด สุดท้ายเมื่อกำหนดเสร็จสิ้น ก็ต้องดำเนินการในชื่อนาง แม้นางรู้สึกอัดอั้นตันใจจนแทบกระอักโลหิต ก็ไม่วายต้องรับหน้าที่นี้มา!
ผ่านไปครึ่งค่อนวัน อุณหภูมิก็พุ่งสูง
อวิ๋นหว่านชิ่นวางพู่กันลง ยกมือขึ้นปิดปาก แล้วจาม “วันนี้อากาศร้อนแรงจริงๆ เหมือนยังไม่ได้ทำอะไร ก็เหนื่อยจนจะแย่แล้ว”
อนุฟางหนังตากระตุกอย่างแรง ลางสังหรณ์ไม่สู้จะดี ไม่รู้ว่านางยังจะทำอะไรอีก