ยอดหญิงอันดับหนึ่ง

ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 033 ตอนที่ 33

#33Chapter 033

ตอนที่ 33 สัญญาซื้อขายบ่าวรับใช้ที่ถูกเผา

เช้าตรู่ วันแรกของงานจัดการ สายลมเย็นสบายในฤดูร้อนพัดมาเบาๆ สกุณาเริงร่าร่ำร้อง

อนุฟางสวมชุดผ้าไหมตัวใหม่อย่างกระตือรือร้น นำที่ติดผมประดับมุกออกจากกล่องมาติดเต็มศีรษะ ก่อนเดินไปยังห้องโถง

อวิ๋นหว่านชิ่นมาถึงอยู่ก่อนแล้ว และกำลังนั่งพลิกสมุดบัญชีไปมา บนเก้าอี้ไม้สีทองพนักพิงทรงกลม นางเงยหน้ามองอนุฟางพลางทักทาย “สวัสดีแม่เล็ก”

อนุฟางเกิดและเติบโตในชนบท มือเท้าจึงใหญ่และหนา บุคลิกท่าทางเทียบไม่ได้ครึ่งหนึ่งของไป๋เสวี่ยฮุ่ย ถ้าไม่ใช่สวี่ฮูหยินเสนอ อวิ๋นเสวียนฉั่งย่อมไม่มีทางตบแต่งเป็นอนุภรรยา

อนุฟางเห็นนางนั่งอยู่ในตำแหน่งเจ้าบ้านด้านซ้ายมือ ใจจึงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม นายท่านว่า ระยะนี้ให้นางเป็นตัวหลักในการจัดการ อวิ๋นหว่านชิ่นเป็นเพียงผู้ช่วยที่มาเรียนรู้หาประสบการณ์

แต่ตอนนี้อวิ๋นหว่านชิ่นกลับนั่งอย่างสง่างามอยู่ตรงที่นั่งเจ้าบ้าน ทำให้อนุฟางไม่ค่อยสบายใจ ความกระตือรือร้นลดน้อยถอยลง แต่เพราะเห็นแก่สถานะคุณหนูใหญ่ของอวิ๋นหว่านชิ่น จึงฝืนยิ้ม โค้งกายคารวะ เออออห่อหมกด้วย “สวัสดีคุณหนูใหญ่”

อวิ๋นหว่านชิ่นสังเกตเห็นท่าทางไม่พอใจที่นางพยายามข่มกลั้นไว้ ฟางเย่ว์หรงผู้นี้ ตอนเป็นสาวใช้ข้างกายท่านแม่ นิสัยก็นับว่าซื่อตรงดี แต่พอได้เป็นอนุ กลับเริ่มความทะเยอทะยาน ยิ่งถูกไป๋เสวี่ยฮุ่ยกดขี่ข่มเหงอยู่หลายปี พอได้โอกาสพลิกชีวิต เหตุใดถึงไม่ทำตัวให้ดีเล่า

ภาพที่ท่านแม่ฝากฝังนางกับน้องไว้กับฟางเย่ว์หรงยังคงเด่นชัดในความทรงจำ

แขนที่ผอมแห้งดั่งท่อนฟืนของสวี่ฮูหยินดึงแขนของฟางเย่ว์หรงไว้ ดวงตาที่กำลังจะขุ่นมัวและมืดมนทั้งหมด เต็มไปด้วยความหวังขณะจ้องมองสาวใช้ที่อยู่ข้างกายมานานหลายปี ก่อนเค้นเสียงให้เล็ดลอดออกตามไรฟัน

“...เย่ว์หรง ข้าได้มอบเจ้าให้กับนายท่านแล้ว เพียงขอร้องให้เจ้าช่วยดูแลลูกๆทั้งสองของข้าต่อ ถ้าไป๋เสวี่ยฮุ่ยทำไม่ดีกับชิ่นเอ๋อร์และจิ่นจ้ง ขอเจ้าช่วยปกป้องพวกเขาด้วย อีกอย่าง ถ้าต่อไปไป๋เสวี่ยฮุ่ยให้กำเนิดบุตรชาย ข้าเกรงว่านายท่านจะลำเอียง เย็นชากับจิ่นจ้ง จึงอยากให้เจ้าพูดกับนายท่านดีๆ...ข้าไม่มีอะไรตอบแทนเจ้า มีเพียงความเป็นอิสระที่จะคืนให้กับเจ้า...”

ว่าแล้วก็พยายามลุกขึ้นนั่ง นำกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากใต้หมอน ไปจ่อกับเปลวเทียน แสงสีส้มขยับ กระดาษก็ถูกเปลวไฟกลืนหายในพริบตา ไหม้จนหมด

“ฮูหยิน” ฟางเย่ว์หรงตกใจขณะมองดูฮูหยินแสดงความจริงใจด้วยการเผาสัญญาซื้อขายตน จึงปาดน้ำตาพลางให้คำมั่นสัญญา

“ตอนบ่าวอายุสิบขวบ ที่บ้านอดอยากยากแค้น พ่อแม่พี่น้องเสียชีวิตกันหมด บ่าวตอนเด็กๆ หน้าตาน่า

เกลียด จึงไม่มีใครเอา ถ้าไม่ใช่เพราะฮูหยินใจดี เก็บบ่าวมาเลี้ยงแล้วล่ะก็ บ่าวคงไปสู่ที่ชอบๆ แล้ว! ต่อให้ฮูหยิน

ไม่ฝากฝังไว้ บ่าวก็ต้องดูแลคุณหนูกับคุณชายดั่งแก้วตาดวงใจ แต่นี้เป็นต้นไป แม้ต้องสู้จนสุดชีวิต บ่าวก็จะไม่ให้ทั้งสองถูกข่มเหงรังแก!”

ช่างเป็นสาวใช้ผู้ซื่อสัตย์และน้ำใจงามอะไรเช่นนี้! พูดได้น่าฟังยิ่งกว่าร้องเพลงอีก!

แต่แล้ว?

อวิ๋นหว่านชิ่นมิได้หวังให้อนุฟางสู้จนสุดชีวิตเพื่อตนเองและน้องชาย ทว่า...

ฟางเย่ว์หรงที่ได้เป็นอนุ กลับลืมบุญคุณของสวี่ฮูหยินและคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ตั้งแต่ต้น วันไหนบ้างที่เคยปกป้องอวิ๋นหว่านชิ่นพี่น้อง ถ้านางปกป้อง ก็คือการแสดงตนว่าเป็นศัตรูกับไป๋เสวี่ยฮุ่ย ฮูหยินคนโปรด ซึ่งเท่ากับล่วงเกินนายท่านทางอ้อม! นกที่เพิ่งบินขึ้นเกาะคอน อยากถูกสอยให้กลับไปอยู่ในสภาพเช่นเดิมหรือ ฟางเย่ว์หรงไม่ใช่คนโง่!

ชาติที่แล้ว ก่อนอวิ๋นหว่านชิ่นออกเรือน ไป๋เสวี่ยฮุ่ยได้แอบวางยาคุมกำเนิดลงไปในกับข้าว ฟางเย่ว์หรงรู้เห็น แต่กลัวว่าจะล่วงเกินฮูหยิน จึงทำเป็นใบ้กิน ไม่พูดเสีย!

และในแต่ละวันที่อวิ๋นจิ่นจ้งถูกไป๋เสวี่ยฮุ่ยจงใจเลี้ยงดูให้เสียนิสัยนั้น ฟางเย่ว์หรงก็ไม่ว่าอะไรสักคำ!

สุดท้าย ตอนอวิ๋นจิ่นจ้งถูกอวิ๋นเสวียนฉั่งไล่ออกจากบ้านเพราะกลายเป็นผีพนัน มีชีวิตก็เหมือนไม่มีนั้น อันที่จริง ฟางเย่ว์หรงสามารถพูดเตือนสติและให้คำแนะนำกับอวิ๋นจิ่นจ้ง แต่นางก็ยังเงียบ ไม่พูดไม่จา!

นี่ก็คือสิ่งที่เจ้าพูดอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะตอบแทนพระคุณ จะสู้จนสุดชีวิต ปกป้องลูกๆ ของนายหญิงหรือ

อวิ๋นหว่านชิ่นวางสมุดบัญชีในมือลง มองนางนิ่ง แต่ยังคงอมยิ้ม “แม่เล็กยืนอยู่ทำไมล่ะ ยังไม่นั่งลงอีก เรื่องในบ้านแม้มีไม่มาก แต่ก็มีไม่น้อยที่กำลังรอให้ท่านไปจัดการอยู่”

อนุฟางเห็นอวิ๋นหว่านชิ่นสวมชุดผ้าไหมลายดอกละเอียดเล็กกับกระโปรงจีบรอบตัว ปักปิ่นปักผมเงิน รูปดอกเหมยสีเขียวแต้มทอง ดูสูงส่งสง่างาม ก็รู้สึกเอะใจ

ความจริงนางได้ยินมาว่า ฮูหยินกับอวิ๋นหว่านชิ่นขัดแย้งกันเมื่อหลายวันก่อน จึงเป็นไปได้ว่าครั้งนี้แม่ลูกสกุลไป๋เป็นฝ่ายโชคร้าย ซึ่งอาจโยงใยมาถึงนาง คุณหนูใหญ่ผู้นี้ ตั้งแต่ฟื้นจากตกน้ำ นิสัยก็เปลี่ยนเป็นคนละคน และตอนนี้ไม่รู้ทำไม หนังตานางถึงได้กระตุก เป็นลางบอกเหตุที่ไม่สู้จะดีนัก

พอทั้งสองนั่งลงเรียบร้อย ม่อไคไหลก็ยื่นสมุดบัญชีเรื่องหลังบ้านให้อนุฟาง

อนุฟางเข้ามาจัดการรายรับรายจ่ายหลังบ้านเป็นครั้งแรก เมื่อก่อนแม้นางเคยอยู่ข้างกายไป๋เสวี่ยฮุ่ย ทว่าไป๋เสวี่ยฮุ่ยไหนเลยจะยอมให้นางเรียนรู้แม้กระผีกริ้น ขนาดสมุดบัญชีก็ยังไม่เคยให้ดู นางจึงหัดได้แต่ท่าเอานิ้วแตะน้ำลาย พลิกสมุด กระแอมไอเล็กน้อย วางมาดนายหญิง เลิกคิ้วโก่งดั่งกิ่งหลิว พลางถาม

“พ่อบ้านม่อ สมุดบัญชีกับหนังสือสัญญาในเรือนมีแค่นี้หรือ”

ม่อไคไหลเหลือบมองอวิ๋นหว่านชิ่น แล้วว่า “ยังมีสัญญาซื้อขายบ่าวรับใช้ส่วนหนึ่ง ที่ฮูหยินคนก่อนเก็บไว้เป็นการส่วนตัว มิได้วางไว้ในห้องเก็บของ เพราะเป็นสินสอดของท่านเอง ซึ่งคุณหนูใหญ่ได้นำไปแล้วเมื่อหลายวันก่อน”

หลังจากแต่งงานกับอวิ๋นเสวียนฉั่ง สวี่ฮูหยินก็ได้มอบเงินกำไรจากที่ดินและร้านให้สามี ส่วนสัญญาซื้อ

ขายบ่าวรับใช้ เป็นสินสอดที่นางเก็บไว้กับตัว ซึ่งพออวิ๋นเสวียนฉั่งได้ของล้ำค่าสุดแล้ว ก็ย่อมไม่สนใจผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ จึงมิได้พูดอะไรมาก ครั้งนี้พอเห็นว่าลูกสาวต้องการ ก็คิดว่า แค่สัญญาซื้อขายบ่าวรับใช้ไม่กี่คน จึงยกให้

อนุฟางใช้ดวงตาหงส์ มองอวิ๋นหว่านชิ่นจากหัวจรดเท้า แสดงท่าทีตำหนิ แม้ฮูหยินคนก่อนเก็บสินสอดไว้ให้ แต่อย่างไรก็เป็นสมบัติของนายท่าน การที่ยัยนี่เอาไปเก็บรักษาเอง ถูกต้องหรือ นางจึงพูดขึ้นอย่างอ่อนโยน ทว่าซ่อนเข็มทิ่มแทง

“ก่อนออกเรือน สินสอดควรให้เจ้าบ้านเก็บรักษาและจัดการ เมื่อแม่เล็กเป็นผู้จัดการ เกรงว่าบางทีอาจต้องใช้ เก็บไว้กับคุณหนูใหญ่ ไม่สะดวกนา”

ชูซย่าเห็นสีหน้าท่าทางของอนุฟางแล้วก็อดไม่ได้ที่จะพึมพำในใจ สาวใช้นางนี้พอชีวิตเปลี่ยนก็ลืมกำพืด จำไม่ได้แล้วว่าตนเองมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร! สมบัติที่ฮูหยินเก็บไว้ให้คุณหนู เกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย! นายท่านยังไม่ว่าอะไร เจ้าต่างหากที่คิดเองเออเอง!

อวิ๋นหว่านชิ่นไม่โกรธ กลับปรบมือพลางหัวเราะ “โอ้ แม่เล็กอยากดูนี่เอง ชูซย่า ไปห้องข้าแล้วหยิบออกมาหน่อย”

อนุฟางค่อยมีสีหน้าพอใจ

ผ่านไปสักพัก ชูซย่าก็อุ้มกล่องไม้จันทน์ใบหนึ่ง เดินออกมาจากผ้าม่าน หยิบลูกกุญแจเงิน เสียบเข้าไปในรูกุญแจ ‘แกรก’ กล่องเปิดออก

เห็นกระดาษสัญญาสีเหลืองกองหนึ่งพับอยู่ในกล่องไม้จันทน์

อวิ๋นหว่านชิ่นหันมองอนุฟาง ครั้งนี้นางใจเย็นลงมาก สายตาดุจซ่อนพายุเข็มที่ละเอียดและแหลมคม ทิ่มแทงถูกผิวหนังต้องเจ็บปวด

แล้วนางก็ยื่นมือลงไปในกล่อง หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา ค่อยๆ คลี่ออก

มือซึ่งจับกระดาษที่วางไว้นานจนเหลืองขยับช้าๆ

ตัวอักษรสีดำ พร้อมลายประทับนิ้วมือดินเหนียวแดงของบ่าวรับใช้ และชื่อของนายที่อยู่ด้านล่างสุดนี้ ใช้ตัดสินชะตาชีวิตของบ่าวคนหนึ่งกับผู้ถือสิทธิ์คนหนึ่ง โดยชื่อหลังมีสิทธิ์ขาดในการกำหนดความเป็นความตายของชื่อหน้า!

อนุฟางรู้สึกแต่ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง กระดาษแผ่นนั้น...เหมือนคุ้นตายิ่ง!

ไม่...เป็นไปไม่ได้

นางเห็นกับตาว่าสัญญาซื้อขายตนเองได้ถูกเผาจนไม่เหลือแม้ขี้เถ้า และตนก็เป็นอิสระนานแล้ว ตนต้องตาฝาดแน่!

devc-af530e87-33711ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 033 ตอนที่ 33