ยอดหญิงอันดับหนึ่ง

ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 032 ตอนที่ 32

#32Chapter 032

ตอนที่ 32 ความหวังเล็กๆ ของอนุฟาง

หลังจากร่วมกับแม่นมกล่อมน้องชายให้นอนหลับได้ อวิ๋นหว่านชิ่นก็เดินไปหลังเรือน ปล่อยโฮออกมาต่อหน้าต่อตาสหายรัก ระบายความทุกข์ใจออกมาในที่สุด

“จื่อหลิง! ข้าไม่มีแม่แล้ว! ต่อไปก็ไม่มีแม่อีก! ในโลกนี้ ไม่มีใครรักและห่วงใยข้าอย่างจริงใจแล้ว...”

เฉินจื่อหลิงตกใจกับอาการเศร้าเสียใจของสหายรัก ไม่รู้ว่าควรปลอบโยนอย่างไรดี จึงข่มกลั้นความเจ็บปวด แล้วกอดอวิ๋นหว่านชิ่นไว้

ขณะอวิ๋นหว่านชิ่นร้องไห้ ก็รู้สึกว่ามีมือใหญ่มือหนึ่ง วางลงบนเส้นผมของตน แล้วลูบเบาๆ ด้วยน้ำหนักที่กำลังพอดี ความอ่อนโยนนี้ ทำให้นางค่อยๆ สงบสติอารมณ์ลง

ซึ่งเจ้าของมือก็คือเด็กหนุ่มคิ้วเข้มตาโต ที่ยืนหล่ออยู่ตรงหน้า เฉินจ้าวที่มาด้วยกันกับเฉินจื่อหลิง

ขณะดวงตาฝ้ามัวเพราะน้ำตา อวิ๋นหว่านชิ่นได้ยินเฉินจ้าวว่า “ไม่มีแม่ แต่เจ้าก็มีพี่ชายเพิ่มมาอีกคน ข้าปกป้องจื่อหลิงอย่างไร จากนี้ไปก็ปกป้องเจ้าอย่างนั้น”

พลบค่ำแล้ว ตะวันกำลังตกดิน ความอบอุ่นในยามนี้ ทำให้โถงไว้อาลัยที่เย็นยะเยือก บิดาผู้ใจง่าย อนุภรรยาผู้ใจดำ มลายหายไปชั่วขณะ

จากนี้ไป เจ้าก็มีพี่ชายเพิ่มมาอีกคน คำพูดนี้ พอนางหยุดร้องไห้ก็ลืมจนหมดสิ้น ด้วยต่อมา ได้เกิดเรื่องมากมายเกินไป ทำให้ความทรงจำในวัยเด็กเลือนรางลง

ที่แท้ เฉินจ้าวยังจำได้เสมอมา สมกับเป็นพี่ใหญ่ผู้มีความรับผิดชอบอย่างแท้จริง

ทว่าชาติที่แล้ว...เหตุใดเขาถึงพาน้องสาวออกนอกเมืองไปโดยไม่บอกกล่าวสักคำ

พอนึกถึงตรงนี้ ดวงตาของอวิ๋นหว่านชิ่นก็มีน้ำรื้นๆ คลอหน่วย ในใจเกิดสงสัยขึ้นมา

ขณะเดียวกัน ซย่าโหวซื่อถิงก็ได้เดินออกจากเรือนน้อย

ด้านนอก ซือเหยาอันผู้เฝ้าดูอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่แต่แรก พอเห็นท่านอ๋องเดินออกมา ก็แกล้งถาม

“ดูๆ ไป คุณหนูอวิ๋นท่านนั้นคุ้นเคยกับองค์ชายสามแล้ว? ดีทีเดียว ความสัมพันธ์ของเรากับสวี่มู่เจินจะได้ค่อยเป็นค่อยไป”

“ยังไม่ถึงขั้นนั้น” น้ำเสียงเบาบางดุจสายน้ำ หญิงสาวผู้นั้นมิใช่คนที่เชื่อใจใครได้ง่ายๆ

“อา? บ่าวเห็นองค์ชายสามกับคุณหนูอวิ๋นคุยกันอยู่ครึ่งค่อนวัน...ตอนคุณหนูอวิ๋นเดินออกมา ก็ดูผ่อนคลายสบายใจ”

ซย่าโหวซื่อถิงยกมุมปากขึ้น แหงล่ะ นางโยนโจทย์ยากให้ตนช่วยแก้ไขแล้ว ย่อมผ่อนคลาย ย่อมสบายใจเป็นธรรมดา หญิงสาวผู้นี้ พอเจอคนที่ใช้งานได้ก็จับไม่ปล่อย กลิ้งกลอกจริงๆ

สวี่มู่เจิน เขาอยากได้มาเป็นพวก แต่หญิงสาวผู้นี้ กลับเป็นอัญมณีที่เขาเก็บได้โดยบังเอิญ

ขณะเดินมือไพล่หลังลดเลี้ยวไปตามระเบียงสักพัก ซย่าโหวซื่อถิงก็หยุดฝีเท้าลง

ซือเหยาอันที่เดินตามมาด้านหลังจึงต้องหยุด ฟังความคิดของนายตน

“เหยาอัน หาวิธีซื้อตัวหัวหน้าขันทีในวัง ให้ปลดบ่าวรับใช้ข้างกายเสด็จแม่ที่มีอยู่แต่เดิมออกให้หมด บอกให้หรุ่ยจือเลือกคนที่เชื่อถือได้ มาฝึกให้ฉลาดเฉลียว แล้วค่อยส่งเข้าวังไปรับใช้ข้างกายเสด็จแม่”

ซือเหยาอันเข้าใจความหมายของซย่าโหวซื่อถิงแล้ว “พ่ะย่ะค่ะ องค์ชายสาม”

ซย่าโหวซื่อถิงรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก แต่ก็รู้สึกขำตัวเองขึ้นมา คิดไม่ถึงว่าตนจะเชื่อฟังคำพูดของหญิงสาวแรกพบเช่นนี้...เท้าหน้าเพิ่งก้าวออกไป เท้าหลังก้าวตามทันที?

แปลกประหลาด...จริงๆ

.....

จวนสกุลอวิ๋นพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน

วันนั้น พออวิ๋นหว่านชิ่นกลับถึงจวน ก็ไม่พบอวิ๋นหว่านเฟยอีก

เมี่ยวเอ๋อร์ไปสืบดู แล้วแอบส่งข่าวมาว่า นายท่านหิ้วปีกนางกลับจวนอย่างเดือดดาล จากนั้นก็ขังนางไว้ในห้อง คราวนี้มิได้ลงกลอนประตูเพียงอย่างเดียว ยังตอกหน้าต่างปิดตายด้วย อีกทั้งยังให้ชายกำยำสองคนยืนเฝ้าหน้าประตูและให้คนส่งข้าวให้กินวันละมื้อ ปล่อยให้อวิ๋นหว่านเฟยร้องไห้จนคอแตกก็ไม่เหลียวแล

ไป๋เสวี่ยฮุ่ยก็รู้ดีว่าเรื่องใหญ่ในครั้งนี้ อย่าว่าแต่ขอร้องพลางร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรเลย ต่อให้ผูกคอตายไปก็ไร้ประโยชน์ วันนั้นพอกลับถึงจวน นางจึงคล้ายหมดอาลัยตายอยาก จนบ่าวไพร่ต้องพยุงเข้าห้อง ถ้าบอกว่าครั้งก่อนตอนลูกสาวถูกลงโทษตามกฎบ้าน ไป๋เสวี่ยฮุ่ยแกล้งป่วยเพื่อให้นายท่านเห็นใจแล้วล่ะก็ ครั้งนี้ก็ต้องบอกว่า นางมีอารมณ์และสะเทือนใจจริง บวกกับอากาศร้อนอบอ้าว จึงไม่สบายจนลุกไม่ขึ้น

แม้ลูกสาวถูกตามใจจนมีนิสัยเอาแต่ใจ แต่ก็ไม่ถึงกับต้องโกรธกันขนาดนี้! งานเลี้ยงวันแซยิด นางถูกขังไว้ในบ้านชัดๆ ทำไมถึงหนีออกไปได้

ไป๋เสวี่ยฮุ่ยยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้ม เถามอมอยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บที่นิ้วมือ มิหนำซ้ำยังถูกทิ้งไว้ในห้องเก็บฟืนประหนึ่งผ้าขี้ริ้วก็มิปาน เมื่อข้างกายนายไม่มีคนสนิทคอยปลอบโยนสักคน ล้มคราวนี้ จึงลุกไม่ขึ้น

พอหลังบ้านไม่มีใครจัดการ อวิ๋นเสวียนฉั่งจึงให้อนุฟางเป็นคนกำกับดูแล บุตรีในบ้านเจ้าใหญ่นายโต ก่อนออกเรือนต้องช่วยมารดาจัดการงานบ้าน ฝึกฝนประสบการณ์ เมื่อแต่งเข้าบ้านสามี จะได้ลงมือทำได้ทันที เขาจึงบอกให้อวิ๋นหว่านชิ่นช่วยอนุฟางอีกแรง

อนุฟางเดิมทีเป็นหัวหน้าสาวใช้ของสวี่ฮูหยิน ชื่อเย่ว์หรง มีหน้าที่รับใช้ข้างกาย

พอสวี่ฮูหยินรู้ว่าร่างกายตนเองไม่ไหว เหลือเวลาอยู่อีกไม่มาก เกรงว่าพอตนไปแล้ว ถ้าไป๋เสวี่ยฮุ่ยเป็นใหญ่ในหลังเรือนแต่เพียงผู้เดียว บุตรทั้งสองของตนจะลำบาก คิดไปคิดมา สองเดือนก่อนจากลา สวี่ฮูหยินจึงตัดสินใจยกฟางเย่ว์หรงให้สามี บอกให้อวิ๋นเสวียนฉั่งรับไว้เป็นอนุ อย่างน้อยก็เป็นการแบ่งสมาธิไป๋เสวี่ยฮุ่ยให้มาแย่งชิงความรัก จะได้ไม่เอาแต่พุ่งเป้ากลั่นแกล้งสองพี่น้อง

เรื่องนี้ทำให้ไป๋เสวี่ยฮุ่ยขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างโกรธแค้น เพราะรู้ว่าสวี่ฮูหยินเล่นงานตน หลังจากสวี่ฮูหยินจากไป นางจึงใช้งานฟางเย่ว์หรงอย่างหนัก ไม่ตบตีก็ด่าทอ ฟางเย่ว์หรงซึ่งเป็นคนยอมคนอยู่เป็นทุนเดิม

หลังจากคลอดบุตรีอวิ๋นหว่านถง สองแม่ลูกก็ยิ่งเหมือนสุนัขที่ไป๋เสวี่ยฮุ่ยและอวิ๋นหว่านเฟยเลี้ยงดู เรียกก็มา ไล่ก็ไป

วันนี้ตอนนั่งรับประทานอาหารด้วยกัน พออวิ๋นเสวียนฉั่งกำชับให้อนุฟางกับอวิ๋นหว่านชิ่นกำกับดูแลงานบ้านงานเรือน อวิ๋นหว่านชิ่นก็เหลือบมองอนุฟางที่หน้าแดงก่ำเพราะตื่นเต้น ก่อนพูดเสียงเรียบ

“ลูกต้องช่วยอนุฟางจัดการให้ดีอย่างแน่นอน”

แต่อนุฟางก็ยังตื่นเต้นไม่หาย

ไป๋เสวี่ยฮุ่ยเป็นคนขี้อิจฉา และยั่วยวนผู้ชายเก่ง จึงครอบครองตัวอวิ๋นเสวียนฉั่งได้ตลอด หลายปีมานี้ อนุฟางจึงต้องอยู่ตัวคนเดียวเสียเป็นส่วนใหญ่ มีเพียงวันที่เป็นวันนั้นของเดือนเท่านั้น ที่ไป๋เสวี่ยฮุ่ยไม่สะดวกรับใช้นายท่าน อนุฟางถึงมีโอกาสรับน้ำฝนชโลมใจ

ทว่าเรื่องของอวิ๋นหว่านชิ่นในครั้งนี้ ทำให้อวิ๋นเสวียนฉั่งโกรธไป๋เสวี่ยฮุ่ย จนต้องแยกตัวมาหาอนุฟางที่เรือนชุนจี้ทุกวัน ทั้งสองอ่อนโยนต่อกันและเรียกความรู้สึกในวันชื่นคืนสุขกลับมาได้

อนุฟางจึงเป็นฝ่ายมีเปรียบ พอนายท่านมอบอำนาจหลังเรือนไว้ในมือตน จึงตื่นเต้นดีใจเป็นที่สุด

เนื่องจากตนเป็นบ่าวรับใช้มากว่าครึ่งชีวิต อีกทั้งยังถูกไป๋เสวี่ยฮุ่ยกดขี่มานานหลายปี หรือสุดท้าย วันของตนก็มาถึง อนุฟางกัดผ้าเช็ดหน้า จนอดรนทนไม่ไหว เผยรอยยิ้มออกมา

ระหว่างทางเดินกลับเรือนชุนจี้ อวิ๋นหว่านถงเห็นมารดาของตนยิ้มไม่หุบ จึงถามเสียงเบาอย่างไม่ค่อยมั่นใจ “ท่านพ่อให้ท่านแม่ดูแลหลังบ้านจริงหรือ”

“เรื่องนี้แกล้งพูดกันได้ด้วยหรือ เจ้าก็ช่าง เฮ้อ...ไม่ได้ยินที่นายท่านพูดหรือไง ระหว่างที่ฮูหยินป่วย รายรับรายจ่ายของหลังเรือนในแต่ละส่วน แม่เป็นคนจัดสรรทั้งหมด!” อนุฟางพูดอย่างได้ใจ

“มิใช่ยังมีพี่ใหญ่อีกคนหรอกหรือ” อวิ๋นหว่านถงพูดอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“ชิ” อนุฟางไม่ยี่หระ “จะช้าจะเร็ว นางก็ต้องออกเรือนอยู่ดี น้ำที่ต้องสาดออก นับเป็นอะไรได้ นายท่านก็บอกแล้วว่า แม่เป็นตัวหลัก! นางเป็นเพียงผู้ช่วย! เจ้านี่ก็ ทำไมถึงจับใจความไม่ได้ล่ะ”

“อ้อ” อวิ๋นหว่านถงพลอยดีใจ เมื่อมารดาได้ดี นางก็ย่อมได้ดีตาม

อนุฟางมองลูกสาวที่น่าสงสาร พลางคิด ถงเอ๋อร์ซึ่งตนเป็นผู้ให้กำเนิดนั้น มีบุคลิกงดงามละมุนละไม ไม่เป็นสองรองใคร แต่เพราะเป็นลูกเมียน้อย จึงต้องรองรับอารมณ์ของอวิ๋นหว่านเฟยอยู่นานหลายปี

คิดพลาง อนุฟางก็แค่นเสียงเย็นชา “คุณหนูรองนั่นชื่อเสียงฉาวโฉ่แล้ว เป็นได้ก็แค่รองเท้าขาดเท่านั้น ไม่มีคุณค่าพอ ถึงนายท่านทะนุถนอมนางอีก ก็ไม่มีประโยชน์! ส่วนคุณหนูใหญ่นั่น ไม่มีกระทั่งแม่ของตัวเอง คุณชายใหญ่ก็ยังเด็ก พึ่งพาไม่ได้ โบราณท่านว่า ไม่ควรตบแต่งลูกสาวคนโตที่เสียแม่ไป! ถงเอ๋อร์ บ้านสกุลอวิ๋นตอนนี้ มีก็แต่เจ้าที่เชิดหน้าชูตาสุดแล้ว! พวกนางสองพี่น้องแย่งมู่หรงไท่ นับเป็นอะไรได้ วันหน้าถ้าเจ้าหาเชื้อพระวงศ์ให้แม่ได้สักคน! แม่ก็สบายตลอดศกแล้ว!”

พอได้ยินมารดาเยินยอตน อวิ๋นหว่านถงก็หน้าแดง ยิ้มเอียงอาย

devc-af530e87-33711ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 032 ตอนที่ 32