ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 017 ตอนที่ 17
ตอนที่ 17 ลงโทษตามกฎบ้าน
ทว่าอวิ๋นหว่านชิ่นยังไม่ทันได้คำตอบ ที่นั่งบุรุษก็มีเสียงไอดังมา
“อาจ้าว!” แม่ทัพเฉินดุเสียงเข้ม
แขกเหรื่อซึ่งเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋น เห็นก็แต่เฉินจ้าวเข้าไปช่วยคุณหนูใหญ่ ด้วยการดึงคุณหนูรองออก อย่างมากก็แค่เสียมารยาทเท่านั้น แต่เขากลับเห็นอย่างชัดเจนว่า เจ้าหมอนี่ใช้วิชาจี้สกัดจุดกับคุณหนูรอง
การที่หลานลอบลงมืออย่างหนักหน่วงกับคุณหนูจวนรองเจ้ากรม ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย เห็นทีจะไม่เหมาะสม...แม้คุณหนูรองจะน่ารังเกียจเพียงใดก็ตาม!
พอได้ยินเสียงท่านปู่ เฉินจ้าวก็รีบคลายนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ ก่อนปล่อยฝ่ามือเหล็กออก ก้าวถอยหลังสองก้าว
การถูกบุรุษกำราบต่อหน้าผู้คน ตนไม่เพียงขายหน้า ยังทำให้คนทั้งบ้านพลอยขายหน้าไปด้วย! อวิ๋นหว่านเฟยถูกลอบจี้สกัดจุดตั้งแต่แรก กระทั่งไม่สามารถตอบโต้ใดๆ พอถูกปล่อยมือ จึงกรีดร้อง รีบจับเข้าที่ข้อมือตนเอง แม้ไม่พบบาดแผลใดๆ แต่ก็ปวดเข้ากระดูกดำ จึงทรุดลงนั่ง
อวิ๋นเสวียนฉั่งได้สติ นี่คือลูกสาวที่ตนประคบประหงมมาตลอดหรือ อยากแทรกแผ่นดินหนีจวนจะแย่ จึงพูดเสียงแหบแห้ง “คุมตัวคุณหนูรองไปขังไว้ในห้องเล็กที่เรือนใต้! ไม่มีคำสั่ง ห้ามปล่อยออกมาเป็นอันขาด!”
หลังงานเลี้ยงเลิกรา แขกเหรื่อก็สลายตัว
อวิ๋นหว่านเฟยถูกคุมตัวไปที่ห้องบูชาบรรพบุรุษ ก่อนถูกโบยยี่สิบไม้ตามกฎประจำบ้าน
ขณะนอนคว่ำรอโบยบนเก้าอี้ยาว นางยังพ่นคำด่าไม่หยุด
“อวิ๋นหว่านชิ่น! อวิ่นหว่านชิ่น! เจ้าทำร้ายข้า! จงใจใส่ความข้า! คอยดูแล้วกัน! ข้าจะทำให้เจ้าไม่ตายดี!”
ด่าครั้งหนึ่ง ก็ถูกโบยครั้งหนึ่ง เสียงแผดร้องดังยิ่งกว่าสุกรที่ถูกเชือดในวันตรุษเสียอีก
ถึงไป๋เสวี่ยฮุ่ยแกล้งเป็นลมหรือบีบน้ำตาอย่างไร ก็ห้ามเจ้าบ้านไม่ได้ ขณะมองดูผิวเนียนละเอียดดุจหยกของลูกสาวปริแตก น้ำตาของผู้เป็นแม่ก็พรั่งพรู พลางคร่ำครวญ “ท่านพี่ เฟยเอ๋อร์ร่างกายอ่อนแอ ต้องรับไม่ไหวแน่...ท่านพี่” เสียงสูงต่ำอ้อนวอนอย่างเศร้าสร้อย คล้ายกำลังร้องเพลงงิ้วก็มิปาน
นี่เป็นทางถนัดของไป๋เสวี่ยฮุ่ย ในยามปกติ นางเพียงพูดหวานและอ่อนโยนอีกนิด อวิ๋นเสวียนฉั่งก็ยอมนางแล้ว แต่เรื่องนี้ไม่ปกติ และใหญ่โตมาก
อวิ๋นหว่านเฟยไม่เพียงทำร้ายพี่สาว ยังแฉคุณหนูด้วยกันเองอีก จนหน้าตาและวิสัยทัศน์ของอวิ๋นเสวียนฉั่งหายเกลี้ยงไม่เหลือ จนถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกว่าด้านหลังมีคนหัวเราะเยาะตนเองอยู่
น่าโมโหจริงๆ! อวิ๋นเสวียนฉั่งพลันสะบัดแขน สลัดไป๋เสวี่ยฮุ่ยล้มลง “เป็นเพราะลูกสาวแสนดีที่เจ้าสอนแท้ๆ! หลงกลที่เจ้าพร่ำบอกว่านางว่านอนสอนง่าย ข้าถูกเจ้าหลอกแล้ว! เป็นเด็กเป็นเล็กยังร้ายกาจเช่นนี้! ทำเอาข้าอับอายขายหน้า! ข้าไม่ตีให้ตายก็บุญแล้ว! เจ้าก็อย่านึกว่าเจ้าไม่มีส่วน! ทำอะไรกับชิ่นเอ๋อร์ไว้ เจ้ารู้ตัวเจ้าเองดี! เรื่องในวันนี้อยู่ในสายตาคนนอกแล้ว ถ้าถูกพูดต่อๆ กันไป ชื่อเสียงอันดีงามของเจ้าก็ไม่เหลือเช่นกัน!”
ไป๋เสวี่ยฮุ่ยจึงไม่กล้าพูดอะไรอีก นั่งนิ่งตะลึงงัน
หลังจากถูกลงโทษตามกฎบ้าน อวิ๋นหว่านเฟยก็ร้องโอดโอยขณะถูกหามใส่แคร่ส่งกลับห้อง
ภายในห้อง
อวิ๋นหว่านเฟยสะอื้นไห้ไม่หยุด จนไป๋เสวี่ยฮุ่ยทายาให้เสร็จ นางก็ยังโอดครวญ
“ท่านแม่! นังสารเลวอวิ๋นหว่านชิ่นต้องทำอะไรสักอย่างแน่ ถึงทำให้เฉาหนิงเอ๋อร์กับลู่ชิงฝูกลับคำมาชี้ตัวลูก! ท่านแม่ ฮือๆๆ ต่อไปลูกจะออกจากบ้านอย่างไร จะแต่งกับใครได้! รอให้หายก่อนเหอะ ลูกต้องแก้แค้นแน่!”
ไป๋เสวี่ยฮุ่ยก็เจ็บปวดใจยิ่ง เจ็บปวดในตัวและชื่อเสียงของลูกสาวสุดที่รัก โดยเฉพาะชื่อเสียง ที่ภายหน้ายังมีโอกาสกู้คืนได้ก็จริง แต่ก็ต้องลงแรงลงใจอีกมาก!
เพราะอวิ๋นหว่านชิ่น...เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ!
ขณะไป๋เสวี่ยฮุ่ยกำลังขบคิด เถามอมอที่ยืนอยู่ด้านข้าง ก็คุกเข่าลง พร้อมใบหน้าซีดขาว
“ฮูหยิน คุณหนูใหญ่ไม่เหมือนเดิมแล้วจริงๆ ท่านกับคุณหนูรองต้องระวังให้ดี ครั้งก่อนตอนที่บ่าวไปเรือนหยิงฝู นางก็สั่งให้ชูซย่าตบบ่าวอย่างแรงเสียยกใหญ่ ซ้ำยังขู่บ่าวไม่ให้บอกท่านด้วย! เมื่อก่อนไม่เห็นนางกล้าเช่นนี้! หรือภายนอกคุณหนูใหญ่ดูงามสง่าดั่งเทพเซียน แต่ภายใน...ตอนนี้กลับเป็นเช่นอสรพิษ!”
ไป๋เสวี่ยฮุ่ยตกใจ เลิกคิ้วโก่ง ตบนางด้วยหลังมือไปหนึ่งฉาด “ใช้ไม่ได้เรื่อง! มิน่าเล่าหลายวันมานี้ ตอนเจ้าเห็นนางสารเลวนั่น กระทั่งส่งเสียงยังไม่กล้า!”
ไป๋เสวี่ยฮุ่ยเป็นคนรักชื่อเสียงเกียรติยศ จึงไม่กล้าทำไม่ดีกับอวิ๋นหว่านชิ่นซึ่งหน้า แต่จะลอบอนุญาตให้เถามอมอเบ่ง หลายปีมานี้เถามอมอจึงเย่อหยิ่ง ไร้มารยาท ตลอดจนหักค่าใช้จ่ายของอวิ๋นหว่านชิ่น โดยมีไป๋เสวี่ยฮุ่ยคอยให้ท้าย และต่อให้อวิ๋นหว่านชิ่นไปฟ้อง เรื่องก็จบลงแค่เถามอมอ
แต่คิดไม่ถึงว่าอวิ๋นหว่านชิ่นยิ่งขี้ขลาด ยิ่งทนให้บ่าวเจ้าเล่ห์ข่มเหง ไป๋เสวี่ยฮุ่ยกลับยิ่งได้คืบจะเอาศอก บอกให้เถามอมอคิดเสียว่า ลูกเลี้ยงคนนี้ไม่ใช่คน
ทว่า...เมื่อไม่กี่ชั่วยามที่ผ่านมา อวิ๋นหว่านชิ่นกลับเปลี่ยนไป
เดิมทีไป๋เสวี่ยฮุ่ยคิดว่านางไม่กล้าแฉอวิ๋นหว่านเฟย แต่แท้จริงแล้วนางกำลังหาพยาน เพื่อแฉต่อหน้าสาธารณชน ให้อวิ๋นเสวียนฉั่งควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ ทำได้เพียงระบายความโกรธใส่อวิ๋นหว่านเฟย!
ในงานเลี้ยง นางตัวดียังรู้จักใส่เสื้อผ้าเรียบง่ายให้ดูเด่นสะดุดตา พูดจายั่วยุให้คนนอกสงสัยในความดีงามของตน
กว่าที่ตนจะไต่เต้าขึ้นมาเป็นภรรยาเอกได้ เดิมทีไม่ใช่เรื่องง่าย การมีที่ยืนในกลุ่มฮูหยินขุนนาง และสร้างชื่อว่าเป็นอนุภรรยาที่แสนดีนั้น ก็ยากยิ่ง
อวิ๋นหว่านชิ่น หึๆ เด็กสาวอายุไม่เท่าไหร่ คิดฉวยโอกาสในงานเลี้ยงเล็กๆ ทำลายนาง?
ใบหน้าไป๋เสวี่ยฮุ่ยคล้ายถูกเมฆหมอกอันหนาทึบและเยือกเย็นปกคลุม “วางใจ นางทำให้แม่เสียชื่ออย่างไร แม่ก็จะทำให้นางชดใช้กลับคืนเท่าตัว”
พอปลอบโยนอวิ๋นหว่านเฟยที่บอบช้ำทั้งร่างกายและจิตใจเรียบร้อย ไป๋เสวี่ยฮุ่ยก็แต่งหน้าแต่งตาเพิ่มเติม ก่อนกลับเรือนตน
วันนี้เท่ากับว่า นางตัวดีเป็นฝ่ายได้เปรียบที่ยิงธนูครั้งเดียวได้นกถึงสองตัว ทำให้ท่านพี่ไม่เพียงรู้สึกไม่ดีกับอวิ๋นหว่านเฟย ยังถือโทษโกรธตนอีก ถ้าไม่สามารถได้ใจท่านพี่กลับคืนมา เกรงว่าต่อไปนางตัวดีต้องเป็นใหญ่ในบ้านแน่
พอคิดได้เช่นนี้ ไป๋เสวี่ยฮุ่ยก็ยืดอกแอ่นบั้นท้าย เดินเยื้องกรายเข้าไปในห้อง พลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตา ร้องสะอึกสะอื้น “ท่านพี่” แล้วจึงส่งสายตาให้เถามอมอจุดกำยานลุ่มหลง
พอเห็นท่าทางดุจกระต่ายน้อยของไป๋ฮูหยิน อวิ๋นเสวียนฉั่งที่กำลังขุ่นเคืองในอารมณ์ ก็ใจอ่อนลง แต่ยังไม่พูดไม่จา
รอให้กลิ่นกำยานลุ่มหลงออกฤทธิ์พอสมควร ไป๋เสวี่ยฮุ่ยก็เข้าประชิดตัวอวิ๋นเสวียนฉั่ง ใช้แขนอันเรียวยาวคล้องคอเขาไว้อย่างเชี่ยวชาญ “ท่านพี่ เฟยเอ๋อร์ยังเป็นเด็กแท้ๆ จะทำร้ายพี่สาวตัวเองได้อย่างไรกัน ครั้งนี้ดูก็รู้ว่าเฟยเอ๋อร์กับข้าถูกปรักปรำ ท่านต้องสืบเรื่องนี้ให้กระจ่าง ล้างมลทินให้เราสองแม่ลูกนะ”
กลิ่นหอมค่อยๆ ลอยวน เข้มข้นกว่าวันธรรมดาหลายเท่าตัว
ทั้งๆ ที่รู้ว่าไป๋ฮูหยินกำลังพูดจาเกลี้ยกล่อมตน แต่อวิ๋นเสวียนฉั่งกลับรู้สึกอ่อนระทวยไปทั้งร่าง ไร้เรี่ยวแรงขัดขืน
ไป๋ฮูหยินจึงนั่งคร่อมบนตักสามี แล้วบิดเอวให้เข้าที่เข้าทาง
อวิ๋นเสวียนฉั่งจ้องมอง สตรีนางนี้มีเสน่ห์เหลือหลายเสมอ กล้าได้กล้าเสีย ผู้คนจึงยากหักห้ามใจ
ครั้งแรกที่นางยั่วยวนอวิ๋นเสวียนฉั่ง ก็คือตอนที่ญาติผู้พี่ของนางหรือสวี่ฮูหยินตั้งครรภ์แล้วออกจากจวนไปไหว้พระที่วัด นางได้เข้ามาดึงให้พี่เขยไปข้างเรือน ซึ่งมีสุราอาหารที่เตรียมไว้พร้อมฉลองข่าวดี
สุรากระตุ้นความรู้สึก ให้อวิ๋นเสวียนฉั่งแพ้ใจตนเอง
ทั้งสองเคล้าเคลียกันโดยทิ้งสวี่ฮูหยินที่ตั้งครรภ์หกเดือนไว้เบื้องหลัง
หลังจากสัมพันธ์สวาทถูกแปลงให้ถูกกฎหมาย ห้องนอนของไป๋ฮูหยินก็มักไม่ขาดของช่วยปรับอารมณ์ เล็กๆ น้อยๆ ถ้าไม่ใช่กำยานหอม ก็เป็นสุราชนิดพิเศษ ที่ทำให้อวิ๋นเสวียนฉั่งรู้สึกมีความสุขไม่รู้จบในทุกๆ ครั้ง นานวันเข้า ก็เชื่อฟังและทำตามคำพูดของไป๋ฮูหยินทุกอย่าง
ตอนนี้ก็เหมือนกัน เขารู้สึกร้อนรุ่มไปกับกลิ่นหอมและการคลอเคลียของนาง ทั้งๆ ที่กำลังขุ่นเคืองในอารมณ์ แต่กลับห้ามใจตัวเองไม่อยู่ ครางออกมาเบาๆ “อืม...”
ไป๋เสวี่ยฮุ่ยกลอกตาไปมา บุรุษก็ล้วนแล้วแต่อยากมีเพศสัมพันธ์ที่สวยงามมิใช่หรือ ขอเพียงทำให้เขาสบายตัว มีหรือที่เขาจะหนีพ้นอุ้งมือตนเองพ้น
นางตัวดีเป็นลูกสาวแท้ๆ แล้วอย่างไร จะเทียบได้กับภรรยาที่ร่วมเรียงเคียงหมอนหรือ ตนก็ยังสาวยังสวย รีบฉวยโอกาสคลอดลูกชายสักคน แล้วเบียดให้ลูกไม่มีแม่อย่างอวิ๋นจิ่นจ้งตกกระป๋องไป เรื่องหลังบ้านและมรดกทั้งหมด ต่อไปมิต้องตกเป็นของตนเพียงคนเดียวหรือ
ไป๋เสวี่ยฮุ่ยใช้แขนเกี่ยวกระหวัด กอดรัดอวิ๋นเสวียนฉั่งให้แน่นขึ้นอย่างได้ใจ แต่ยังไม่ทันทำขั้นต่อไป ก็ได้ยินเสียง เพล้ง ที่มุมห้อง กระถางกำยานส่งกลิ่นหอมลุ่มหลงแตกกระจายอยู่บนพื้น