ยอดหญิงอันดับหนึ่ง

ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 016 ตอนที่ 16

#16Chapter 016

ตอนที่ 16 ถูกรุมถล่ม

ขณะกล่าว อวิ๋นเสวียนฉั่งได้ส่งสายตาบอกใบ้ให้ลูกสาวพูดชื่อใครก็ได้ ที่ไม่ใช่น้องสาว

มาถึงขั้นนี้แล้ว บิดายังปกป้องอวิ๋นหว่านเฟยอยู่อีก ถ้าให้ตัดสินกันภายในครอบครัว รับรองว่าเรื่องต้องหายเข้ากลีบเมฆแน่! ดีที่คิดได้ก่อนว่าต้องแฉนางต่อหน้าสาธารณชน!

อวิ๋นหว่านชิ่นแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น กัดริมฝีปากแล้วพูดเสียงสั่น “เป็นน้องรอง”

เสียงฮือฮาดังจากที่นั่งของแขกเหรื่อ

สายตาพุ่งมาที่อวิ๋นเสวียนฉั่งเป็นจุดเดียว เขาจึงรู้สึกร้อนดั่งไฟไปทั้งตัว ด้วยถูกมองว่า เลี้ยงลูกสาวประสาอะไรถึงได้เป็นเช่นนี้ แล้วยังคิดสั่งสมบารมีอะไรอีก ทำให้ละล่ำละลักออกมาว่า “ไม่ได้ตั้งใจ...หรือเปล่า”

“ท่านลุงอวิ๋น” พอเฉาหนิงเอ๋อร์เห็นรองเจ้ากรมอวิ๋นปกป้องลูกคนรอง ก็รู้สึกรังเกียจ “ถ้าไม่ได้ตั้งใจ คุณหนูรองจะแยกพวกเราออกจากชิ่นเอ๋อร์ก่อนทำไม”

เมื่อลูกสาวออกตัวเป็นพยานให้เช่นนี้ เฉาจี้จิ่วก็ต้องปกป้องคนในครอบครัว จึงได้แต่ช่วยพูด “สกุลเฉาเราอบรมสั่งสอนลูกหลานเป็นอย่างดี ลูกหลานจึงไม่เคยพูดปด”

ฉินลี่ชวนตัดสินใจแล้วว่า อวิ๋นหว่านชิ่นนี่ล่ะ ฮูหยินคนใหม่ในอนาคตของตน จึงออกโรงปกป้องอวิ๋นหว่านชิ่น โดยกระแอมไอออกมาสองที แล้วว่า “เสวียนฉั่งซื่อสัตย์ยุติธรรมมาโดยตลอด ปฏิบัติกับใครต่อใครอย่างเท่าเทียมกัน ไม่เคยลำเอียงแบ่งพรรคแบ่งพวก”

การยื่นมือเข้าแทรกของเขา ทำให้แขกในงานตื่นตัวขึ้นมา

ทั้งหัวหน้าและลูกน้องล้วนอยู่ในงานเลี้ยง สายตาหลายสิบคู่จึงจับจ้องไปที่อวิ๋นเสวียนฉั่ง

ถ้าอวิ๋นหว่านชิ่นมาฟ้องเขาเป็นการส่วนตัว เขายังปกป้องลูกสาวคนรองได้ แต่ตอนนี้เรื่องเกิดขึ้นต่อหน้าผู้คนมากมาย เขาไม่เพียงปกป้องไม่ได้ ยังต้องลงโทษให้หนักอีก

อวิ๋นเสวียนฉั่งกัดฟันสั่ง “นำตัวลูกอกตัญญูออกมา!”

การสั่งสอนลูกสาวในบ้าน ไม่ควรกระทำอย่างเปิดเผยต่อหน้าผู้คน แต่ท่ามกลางการรบเร้าของเหล่าคุณหนู ที่โยงเรื่องฆาตกรรมเข้ามา แถมยังมีขุนนางมากมายอยู่ในที่นี่อีก อวิ๋นเสวียนฉั่งจึงต้องกู้หน้าตัวเองคืน พิสูจน์ให้เห็นว่าตนทั้งยุติธรรมและเข้มงวด ด้วยการวางท่าทีต่อหน้าผู้ร่วมงาน

สักพัก อวิ๋นหว่านเฟยก็ถูกหญิงชราสองคนนำตัวมา นางรู้ตลอดว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น พอมาถึงก็จ้องมองเฉาหนิงเอ๋อร์กับลู่ชิงฝูเขม็ง คิดในใจว่า ของที่ให้ไปเท่ากับเลี้ยงสุนัข เสียของเปล่าๆ!

ซึ่งเฉาหนิงเอ๋อร์กับลู่ชิงฝูก็แสร้งทำเป็นมองไม่เห็น หันไปทางอื่นพร้อมกัน

คุณหนูรองบ้านสกุลอวิ๋นแม้หน้าตาไม่เลว ทว่าทั้งเนื้อทั้งตัวมีแต่เครื่องประดับทองและเงิน อีกชุดผ้าไหมถักทอ ร่วมกับท่าทางหยิ่งผยอง มองปราดเดียวก็รู้ว่าน่าจะข่มเหงคนในบ้านอยู่เป็นนิจ แขกเหรื่อจึงพร้อมใจกันเอาใจช่วยอวิ๋นหว่านชิ่น

พอเห็นว่าทุกคนกำลังรอให้ตนเอ่ยปาก อวิ๋นเสวียนฉั่งจึงดุเสียงเข้ม “คุกเข่าลง”

อวิ๋นหว่านเฟยเห็นว่ารอบข้างมีแต่แขกผู้ทรงเกียรติ จึงคุกเข่าลงอย่างเสียไม่ได้ ก่อนร้องไห้พลางพูด “ลูกเอาแต่เล่นไม่ทันระวัง จึงเบียดท่านพี่ตกลงไป ลูกไม่ได้ตั้งใจ!”

เดิมทีอวิ๋นเสวียนฉั่งคิดเรียกนางมาตำหนิสักสองสามคำ แล้วลงโทษด้วยการกักบริเวณ กู้ศักดิ์ศรีเจ้าบ้านคืนเป็นพอ คิดไม่ถึงว่าลูกสาวคนนี้จะถูกโอ๋จนเคยตัว จนริอ่านโต้เถียง

พอเห็นผู้คนหันไปซุบซิบกัน อวิ๋นเสวียนฉั่งจึงตบหน้าอวิ๋นหว่านเฟยไปหนึ่งฉาดเพื่อรักษาหน้าตนเอง

ทำให้ครึ่งใบหน้ารูปไข่ที่งดงามของนางมีรอยนิ้วมือห้านิ้วประทับอยู่ หน้าตาแลดูบิดเบี้ยว

อวิ๋นหว่านเฟยกรีดร้องเสียงดัง รู้สึกเจ็บจนตัวงอ จึงคุกเข่าอยู่อย่างนั้น

“ต่อให้ต้องถูกทุกท่านหัวเราะเยาะให้กับเรื่องอับอายในบ้าน ผู้แซ่อวิ๋นก็จะไม่ปล่อยให้คนผิดลอยนวลวันนี้เมื่อคุณหนูหลายท่านชี้ว่าลูกสาวคนรองทำผิด ผู้แซ่อวิ๋นก็ต้องใช้เหตุผลในการตัดสิน ต่อไปต้องอบรมสั่งสอนลูกสาวให้ดี!” อวิ๋นเสวียนฉั่งพูดอย่างจริงจังและเป็นธรรม เมื่อลูกสาวคนรองเสียชื่อแล้ว เขาก็ต้องรักษาชื่อเสียงของตนให้ดี

ชื่อเสียงสำคัญอย่างไรต่อขุนนางนั้นไม่ต้องพูดถึง ขุนนางที่มีความทะเยอทะยานสูงอย่างเขา ย่อมไม่มีทางให้คนพูดกันไปว่า เขาเลี้ยงลูกสาวไม่เป็น หรือหลังบ้านไม่มีระเบียบ เมื่อลูกสาวสุดที่รักมีเจตนาฆ่าลูกสาวของฮูหยินผู้ล่วงลับ เขาจะใจอ่อนไม่ได้!

อวิ๋นหว่านเฟยถูกเลี้ยงอย่างตามใจมาแต่เด็ก จึงไม่เคยรู้สึกอับอายเช่นนี้มาก่อน ถ้าเรื่องนี้ถูกพูดต่อๆ กันไป นางต้องถูกมองว่าเป็นคนชั่วร้ายและขี้อิจฉาแน่ ขนาดอยู่ในบ้านยังทำร้ายพี่สาวต่างมารดาได้ แล้วยังจะมีบ้านไหนกล้ามาสู่ขอนางอีก

การทำให้ตนถูกบิดาตีเป็นเรื่องเล็ก แต่การทำให้ตนเสียชื่อ...คือเป้าหมายของอวิ๋นหว่านชิ่นสินะ!

อวิ๋นหว่านเฟยทั้งเจ็บทั้งแค้น จึงควบคุมสติไม่อยู่ หันไปตะคอกใส่อวิ๋นหว่านชิ่น

“สารเลว! เจ้าใส่ความข้า!” สุนัขจนตรอก ไหนๆ ก็ชื่อเสียแล้ว ก็มาเสียด้วยกันทั้งหมดก็แล้วกัน จึงหันไปตัดขาดกับเฉาหนิงเอ๋อร์และลู่ชิงฝู

“พวกเจ้าทั้งสองก็สารเลว! รับของจากข้าแล้ว รับปากว่าจะช่วยข้าปกปิด! หน้าไม่อายจริงๆ หน้าไม่อายอย่างมาก แน่จริงก็อย่ารับของสิ! แน่จริงก็คืนของของข้ามา! พวกหน้าไม่อาย!”

นี่มิใช่การ...รับสารภาพหรอกหรือ คุณหนูผู้สูงส่งทำร้ายพี่สาวตนเอง จากนั้นยังติดสินบนพยานอีก! แขกผู้ทรงเกียรติต่างเบิ่งตามอง

ผู้ที่ถูกตะคอกใส่ล้วนเป็นคุณหนูผู้สูงส่ง ซึ่งบิดามีตำแหน่งใหญ่โตทั้งสิ้น จึงไม่มีใครกลัวใคร พอได้ยินคำหนึ่งก็สารเลว สองคำก็หน้าไม่อายออกจากปากอวิ๋นหว่านเฟย เฉาหนิงเอ๋อร์จึงโต้กลับ

“ใครรับของของเจ้า อักษรพู่กันของสกุลหลิ่วแห่งเจียงหนาน ข้าดูจนเบื่อแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะสาวใช้ของเจ้าปากหวาน บอกว่าเป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ของคุณหนูรองสกุลอวิ๋น อีกทั้งพยายามยัดของให้ข้าแล้วละก็ ข้าก็ไม่อยากรับไว้ให้เปลืองที่เก็บหรอก!”

ลู่ชิงฝูเสริม “เจ้านึกว่าเราเป็นคุณหนูที่เอาแต่อยู่ในห้องไม่เคยเห็นโลกภายนอกหรือไร ที่ข้ารับของของเจ้าไม่ใช่เพราะอยากช่วยเจ้าปกปิดเรื่องไม่ดี แต่เป็นเพราะสาวใช้ของเจ้ามาที่จวนข้าแล้วร้องห่มร้องไห้ว่า ถ้าข้าไม่รับไว้ นางกลับไปต้องถูกโบยแน่! ข้าก็แค่สงสารถึงได้รับไว้ แล้วมาแฉความเลวของเจ้าอย่างไรเล่า! ส่วนของนั่น หึ เจ้าส่งคนมาเอากลับไปได้ทุกเมื่อ!”

เดิมทีเฉาหนิงเอ๋อร์กับลู่ชิงฝูกะว่ามาช่วยอวิ๋นหว่านชิ่นเปิดเผยความจริง ก็จบเรื่อง แต่อวิ๋นหว่านเฟยกลับฉีกหน้าพวกนาง ยุให้พวกนางโกรธ สาดโคลนใส่พวกนางอย่างไม่ยอมแพ้

ซึ่งอันที่จริง ในเวลาเช่นนี้ อวิ๋นหว่านเฟยควรหุบปากไว้ เพราะถ้าพูดน้อยลง ก็จะขายหน้าน้อยตาม แต่นางถูกตามใจจนเคยตัว รับไม่ได้ที่ต้องตกเป็นรอง และถูกเหล่าคุณหนูรุมถล่มยับ จึงเดือดดาลจนคลุ้มคลั่ง คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของพี่สาวที่อยู่ข้างๆ พลางด่าทอ

“ต้องเป็นแผนของเจ้าแน่! เจ้าพูดอะไรกับพวกนาง เจ้าแสร้งทำเป็นเชื่อฟังตอนอยู่ต่อหน้าแม่ข้า แต่ความจริงแล้วต่ำช้า อีกทั้งยังยืมดาบฆ่าคนเป็นด้วย!”

ท่าทีเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับหญิงปากคอเราะรายตามตลาด ไหนเลยจะเหมือนคุณหนูผู้สูงส่งอีก! ทุกคนล้วนตกตะลึงขณะมองอวิ๋นหว่านเฟยที่สติกระเจิดกระเจิง

อวิ๋นหว่านชิ่นโตกว่าอวิ๋นหว่านเฟยสองปี ย่อมตัวสูงและมีแรงมากกว่า อีกทั้งมิได้ขี้โรคแบบชาติก่อน สามารถออกแรงสลัดให้หลุดจากการจับของอวิ๋นหว่านเฟยได้เดี๋ยวนั้น แต่นางจงใจให้น้องสาวจับ พลางขมวดคิ้วมองน้องสาว แล้วพูดอย่างสงบนิ่งต่อหน้าแขกเหรื่อ

“คำพูดของน้องรองฟังดูแปลกๆ หรือแม่เจ้าไม่ใช่แม่ข้า ทำไมข้าต้องแสร้งทำเป็นเชื่อฟังด้วย คำนี้คนอื่นได้ยิน ยังนึกว่าท่านแม่ดูแลข้าไม่ดี เรื่องก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ไยน้องรองยังจะเถียงข้างๆ คูๆ อยู่อีก โอ๊ย...เจ็บ...” เสียงสั่นเล็กน้อย คล้ายพยายามข่มกลั้นความเจ็บปวด

คนหนึ่งนุ่มนวลอ่อนโยน อีกคนปากจัดใจดำ

ทั้งสองล้วนเป็นลูกสาวบ้านสกุลอวิ๋น ใครสูงส่ง ใครต่ำต้อย เห็นได้อย่างชัดเจน

แขกเหรื่อจึงเข้าใจแล้วว่า ไป๋ฮูหยินที่มีชื่อเสียงดีงามในเมืองหลวง ใช่ว่าจะเลี้ยงลูกสาวได้ดีงามเสมอไป

เมื่อมองดูหญิงสาวทั้งสอง คนหนึ่งมีเสน่ห์แบบเรียบๆ แต่งตัวไม่เหมือนใคร อีกคนริอ่านทำร้ายลูกสาวของฮูหยินผู้ล่วงลับ หรือสองแม่ลูกสกุลไป๋เอาแต่อยู่ในจวน จนไม่รู้ว่าบ้านเมืองมีขื่อมีแป!

อวิ๋นหว่านเฟยรู้สึกเจ็บข้อมือ จึงเงยหน้าขึ้น เห็นเฉินจ้าวที่ไม่รู้ว่าก้าวเข้ามาจับข้อมือนางข้างที่จับข้อมืออวิ๋นหว่าชิ่นตั้งแต่เมื่อไหร่ ก่อนกระชากลง พลางมองนางด้วยสายตาราวพายุฝนกำลังจะกระหน่ำ

ผลจากการฝึกยุทธ์ทำให้ฝ่ามือและนิ้วมือของเขาคล้ายที่หนีบของซึ่งทำจากเหล็กกล้า ทั้งหนาและด้าน เล่นเอาอวิ๋นหว่านเฟยเจ็บปวดและร้อนไปทั้งแขน กระดูกกระเดี้ยวคล้ายส่งเสียงดังกรอบ!

ดวงตาที่ราวกับจะกินคนได้ของชายหนุ่มทำให้อวิ๋นหว่านเฟยรู้สึกหนาวเหน็บ จนเชื่อว่าเขาสามารถฉีกร่างตนออกเป็นชิ้นๆ ต่อหน้าผู้คน จึงคิดตะโกนร้อง แต่ข้อมือกลับถูกนิ้วหัวแม่มือของชายหนุ่มกดไว้ ร่างจึงค้างแข็ง คล้ายถูกจี้สกัดจุดอย่างไรอย่างนั้น คอหอยตีบตัน เปล่งเสียงใดๆ ไม่ออก!

“หมดกันพี่สี่เรา ปกติไม่ชอบพูดจา แต่พอป่วยขึ้นมา เฮ้อ...ตัวเองยังกลัวตัวเองเลย...” เฉินจื่อหลิงทอดถอนใจพลางส่ายศีรษะขณะเปลี่ยนเป้าหมายไปยังพี่ชาย

อวิ๋นหว่านชิ่นงุนงง ด้วยไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าเฉินจ้าวป่วย จึงขมวดคิ้ว “พี่สี่เจ้าป่วยเป็นโรคอะไร”

devc-88b8c9ff-33080ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 016 ตอนที่ 16