ยอดหญิงอันดับหนึ่ง

ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 015 ตอนที่ 15

#15Chapter 015

ตอนที่ 15 เหล่าคุณหนูคิดฟ้องร้อง

สองวันให้หลัง จวนรองเจ้ากรมก็จัดงานเลี้ยงเล็กๆ ส่วนตัว เชิญแขกผู้มีเกียรติที่เคยมางานวันเกิดบุตรีคนโตของสกุลอวิ๋นมาอีกครั้ง

น้ำใสไหลเย็นผ่านภูเขาจำลองและหินก้อนใหญ่ที่สวนหลังเรือน ดูร่มรื่นเจริญตาเจริญใจยิ่ง บนโต๊ะเก้าอี้ไม้แดงสองชุดที่ตั้งอยู่กลางสวน เต็มไปด้วยเครื่องดื่มขนมนมเนย

บุรุษนั่งด้านหน้า สตรีนั่งด้านหลัง เนื่องจากเป็นงานเลี้ยงส่วนตัว จึงจัดขึ้นแบบเรียบง่าย

ตอนอวิ๋นหว่านชิ่นเดินเข้ามา เฉาหนิงเอ๋อร์กับลู่ชิงฝูก็หันมอง คนหนึ่งส่งสายตาซาบซึ้งใจให้ อีกคนหนึ่งส่งสายตาพึงพอใจให้ ทั้งสองส่งสัญญาณให้นางด้วยการผงกศีรษะพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

ส่วนเฉินจื่อหลิงก็โบกมือเรียกนาง แล้วนั่งนิ่งรอดูเรื่องสนุกๆ

หลังจากที่อวิ๋นหว่านชิ่นส่งสายตาตอบเหล่าสหายเรียบร้อย ก็รู้สึกว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองตนอยู่ พอหันมองก็พบว่าเป็นชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างแม่ทัพเฉิน

คิ้วรูปดาบของเขาคมเข้ม ดวงตาทอประกาย นิ้วมือเรียวยาวแข็งแรง สวมเสื้อคลุมแบบนักรบ เห็นชัดว่าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ หน้าตาคล้ายเฉินจื่อหลิงเจ็ดแปดส่วน

เขาคือหลานแม่ทัพเฉิน พี่ชายคนที่สี่ของเฉินจื่อหลิง เฉินจ้าว

เมื่อชาติที่แล้ว อวิ๋นหว่านชิ่นไม่สนิทกับเขา แต่ญาติผู้พี่สวี่มู่เจินเป็นคนอัธยาศัยดี คบคนไปทั่วและอายุไล่เลี่ยกับเขา คล้ายไปมาหาสู่กับเขาอยู่บ้าง ทั้งสองเป็นมิตรที่ดีต่อกัน

นางจึงรู้เพียงว่า เฉินจ้าวมีนิสัยเงียบขรึม ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่ความสามารถไม่เป็นสองรองใคร ถ้าพูดถึงเรื่องวิทยายุทธ์ เมื่อเทียบกับลูกหลานบ้านสกุลเฉินและเฉินจื่อหลิงแล้ว ถือว่ายอดเยี่ยม ชื่อเสียงในเมืองหลวงจึงไม่ต้องพูดถึง อย่างน้อยสามารถสืบทอดตำแหน่งต่อจากแม่ทัพเฉินได้สบายๆ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด หลังจากเฉินจ้าวกับเฉินจื่อหลิงไปแนวหน้า ก็ขอประจำการที่ชายแดนเสียเป็นส่วนใหญ่ เพื่อรบกับหัวหน้าชนเผ่าเฮ่อเหลียนแห่งแคว้นเหมิงหนู ศัตรูที่อยู่ทางตอนเหนือ โดยน้อยครั้งนักที่จะกลับเย่จิง

พอเห็นคนรู้จัก อวิ๋นหว่านชิ่นก็โค้งศีรษะให้เฉินจ้าว

ประหนึ่งประกายไฟไหลทั่วร่างเฉินจ้าว นางเคยมองตนที่ไหนกัน เคยยิ้มให้ตนด้วยหรือ เฉินจ้าวจับหยกประจำตัวแน่น

อวิ๋นหว่านชิ่นเดินไปยืนข้างกายบิดา ประสานมือคารวะแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน แล้วจึงพูดขึ้น “หว่านชิ่นคือเจ้าของงานเลี้ยงเมื่อครั้งก่อน แต่กลับทำให้ทุกท่านหมดสนุก จึงรู้สึกละอายใจยิ่ง โชคดีที่ทุกท่านให้เกียรติมากันอีกครั้ง หว่านชิ่นจึงขอใช้สุราขอขมา และขออภัยทุกๆ ท่าน ส่วนวันนี้ ขอให้ทุกๆ ท่านสนุกสนานกันอย่างเต็มที่”

ว่าแล้วหยิบจอกสุราขึ้น “ดื่ม!” พอจอกสุราสัมผัสริมฝีปาก นางก็เงยหน้าขึ้น เห็นลำคอขาวๆ ขณะดื่มสุรารวดเดียวจนหมดจอก

ช่วงต้นของการสถาปนาราชวงศ์ต้าเซวียนนั้น เรื่องที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงอย่างรวดเร็วก็คือ ความเสมอภาคของบุรุษและสตรี เป็นยุครุ่งโรจน์ของแม่ทัพหญิงจำนวนไม่น้อยที่สามารถพิชิตไปทั่วทั้งแปดทิศ แต่ต่อมาในยุคหลัง ผู้คนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น กระแสความนิยมของฟุ่มเฟือยมาแรง สตรีที่ถูกกล่าวขวัญถึง จึงมีลักษณะของคุณหนูลูกสาวขุนนางที่สูงส่งเรียบร้อย ปกติไม่ค่อยพบปะผู้คน

ทว่าตอนนี้ บุตรีคนโตของบ้านสกุลอวิ๋นที่ยืนอยู่ตรงหน้า กลับมีบุคลิกย้อนยุคไปในสมัยสถาปนาต้าเซวียน ซึ่งทำให้แขกเหรื่อตะลึงงัน

หญิงสาวผิวขาวใสดุจหยก รูปร่างเพรียวบาง หน้าตาสะสวย มีเสน่ห์แบบสาวแรกแย้มในภาพวาด

วันก่อนตอนมาบ้านสกุลอวิ๋น ทุกคนเห็นลักษณะของคุณหนูใหญ่ไม่ชัดเจน คิดไม่ถึงว่าวันนี้ พอเห็นในระยะใกล้ ถึงได้รู้สึกว่านางโดดเด่นมาก!

หญิงสาวยกจอกเปล่าขึ้น มองไปรอบๆ พลางพูดอย่างมีจังหวะจะโคน สง่างามและกล้าหาญ เพียงแต่...นางสวมกระโปรงยาวเกาะอกสีเขียวใบบัว มวยผมสูงแบบหางม้า และไม่มีเครื่องประดับใดๆ

เรียบง่ายเกินไปแล้ว ไม่เหมือนคุณหนูบ้านขุนนางที่มักแต่งกายด้วยเครื่องประดับสีทอง สีเงิน หรือ ดอกไม้สีสันสดใส

กระทั่ง...เรียบง่ายกว่าสาวใช้ในบ้านขุนนางใหญ่เสียอีก

ทว่าเสื้อผ้าเรียบๆ กลับขับให้เห็นความงามตามธรรมชาติที่มาจากภายใน คล้ายสายลมในฤดูใบไม้ผลิ พิสูจน์ให้เห็นว่าคุณหนูใหญ่แห่งบ้านสกุลอวิ๋นมีความคิดความอ่าน และมีบุคลิกที่ไม่ธรรมดา อย่างบางคนสวมชุดมังกร แต่ดูไม่เหมือนรัชทายาท บางคนสวมเสื้อผ้าพื้นๆ แต่กลับดูดีมีรสนิยม

ปกติแล้ว อวิ๋นเสวียนฉั่งไม่เคยสนใจลูกสาว แต่พอเห็นสายตาของแขกเหรื่อในงาน เขาค่อยรู้สึกว่าลูกสาวแต่งตัวไม่เหมือนลูกขุนนาง จึงขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางคิด ข้าวของเครื่องใช้ของสาวใช้ในบ้าน ไป๋เสวี่ยฮุ่ยเป็นคนจัดการทั้งหมด นี่นางไม่รู้กาลเทศะหรือไร! อย่างไรเสียก็ไม่ควรให้คุณหนูใหญ่ของบ้านสกุลอวิ๋นแต่งองค์ทรงเครื่องที่ไม่ต่างอะไรจากสาวใช้!

อันที่จริง ไม่ว่าไป๋เสวี่ยฮุ่ยคิดข่มเหงอวิ๋นหว่านชิ่นมากแค่ไหน แต่นางก็เตรียมเสื้อผ้าสำหรับใส่ออกงานให้อวิ๋นหว่านชิ่นอยู่หลายตัว เพราะไม่อยากตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน

ทว่าวันนี้ อวิ๋นหว่านชิ่นกลับเลือกชุดที่เรียบที่สุดโดยเฉพาะ

เรียบจนดูน่าสงสาร

และในตอนนี้เอง แขกหลายคนก็ยกจอกสุราขึ้น พลางพูดอย่างเกรงอกเกรงใจ “คุณหนูใหญ่พูดอะไรน่ะ! เรื่องในวันนั้นเป็นเพียงอุบัติเหตุ เกี่ยวกับมารยาทที่ไหนกัน!”

ในบรรดาแขกผู้มีเกียรติ มีเจ้ากรมฉินลี่ชวนอยู่ด้วย ตอนอวิ๋นเสวียนฉั่งแนะนำลูกสาวให้ เขายังลังเลใจอยู่บ้าง เพราะหนึ่ง สกุลอวิ๋นกับสกุลมู่หรงได้จัดให้ลูกๆ หมั้นกันแต่เด็กแล้ว สอง เพราะอวิ๋นหว่านชิ่นเพิ่งอายุสิบสี่ แต่พออวิ๋นเสวียนฉั่งบอกว่าเขาจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย บวกกับอวิ๋นหว่านชิ่นอยู่ในวัยแรกรุ่น สุขภาพแข็งแรง อีกทั้งยังมีคุณสมบัติของคุณหนูผู้ดี ซึ่งโดนใจเขาอยู่แล้ว ตอนนี้พอเห็นความสง่างามและความสวยที่ไม่ธรรมดาของนาง เขาก็รู้สึกพึงพอใจยิ่ง จึงกวาดตามอง แล้วส่งสายตายอมรับให้อวิ๋นเสวียนฉั่ง

พอลูกสาวทำให้ตนได้หน้า อวิ๋นเสวียนฉั่งก็ได้ใจ ขณะเดียวกันในกลุ่มสตรีมีคนส่งเสียงขึ้น คล้ายรับคำพูดของแขกคนเมื่อครู่

“จริงด้วย ใครจะรู้เล่าว่า จู่ๆ จะตกลงไปในสระน้ำ ไม่ใช่ความผิดของชิ่นเอ๋อร์สักหน่อย!”

ผู้พูดย่อมเป็นเฉินจื่อหลิง

พอได้ยินคำพูดนี้ อวิ๋นหว่านชิ่นก็ยิ้มค้าง

อ้าว เพิ่งพูดล้อเล่นกันอยู่ดีๆ ไฉนหน้าจึงเปลี่ยนสีเล่า แขกแต่ละคนหันมามองหน้ากัน ไหนเลยจะดูไม่ออกว่า เรื่องตกน้ำในวันนั้น...มีเงื่อนงำ

“เกิดอะไรขึ้นกับคุณหนูใหญ่” มีคนปากไว ถามขึ้น

“หรือเรื่องตกน้ำมีอะไรไม่ชอบมาพากล” มีคนหัวไวมากด้วย

อวิ๋นเสวียนฉั่งรู้สึกเอะใจ พอเห็นอวิ๋นหว่านชิ่นเหมือนอยากพูดอะไรแต่ก็ชั่งใจอยู่ จึงพลันนึกถึงลูกสาวคนรองขึ้นมา ขณะคิดพูดกลบเกลื่อน ทำให้เรื่องนี้คลุมเครือไป หญิงสาวผู้หนึ่งก็พูดขึ้น

“คุณหนูใหญ่ใจกว้างเกินไปแล้ว จนถึงวันนี้ก็ยังคิดปกปิดอยู่อีก”

พอเห็นลูกสาวตนส่งเสียง เฉาจี้จิ่วซึ่งนั่งอยู่ตรงที่นั่งบุรุษก็ยกไม้ยกมือ “หนิงเอ๋อร์ พูดจาสะเปะสะปะอะไร!”

เฉาหนิงเอ๋อร์แค่นเสียงเย็นชา แล้วว่า “ลูกมิได้พูดจาสะเปะสะปะ เรื่องคุณหนูใหญ่ตกน้ำมิใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นฝีมือคน คนที่ลงมือได้อย่างรวดเร็วและโหดร้าย อนิจจา น่าทึ่งอะไรเพียงนั้น”

“หนิงเอ๋อร์...” เฉาจี้จิ่วกำลังจะหยุดยั้งลูกสาว แต่ลู่ชิงฝูที่นั่งอยู่ข้างหนิงเอ๋อร์กลับพูดเสียงเรียบ “ท่านลุงเฉา ข้าก็เห็นเช่นกันว่า มีคนผลักคุณหนูใหญ่ตกน้ำ”

“ชิงฝู” ใต้เท้าลู่รีบส่งสายตาบอกลูกสาวไม่ให้ยุ่งเรื่องชาวบ้าน “ใครจะกล้าผลักคุณหนูใหญ่ตกน้ำเล่า ดูผิดหรือเปล่า”

“ใช่แล้วหนิงเอ๋อร์ อย่าพูดไปเรื่อย” เฉาจี้จิ่วรีบเอ็ดลูกสาวตาม

เมื่อไม่กี่วันมานี้ เฉาจี้จิ่วเพิ่งไล่อนุหลิ่วไป และกำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูความสัมพันธ์กับเฉาฮูหยิน จำเป็นต้องดึงลูกสาวให้เข้ามาช่วย เมื่อครู่จึงเอ็ดลูกสาวได้ไม่เต็มปาก

เฉาหนิงเอ๋อร์ทำปากยื่นปากยาว “ท่านพ่อเคยเห็นลูกพูดจาโป้ปดหรือ”

“ลูกสาวสกุลเฉาไม่เคยพูดโป้ปด!” เฉาจี้จิ่วรีบตอบ เพราะคิดปกป้องลูกสาว

“ก็นั่นน่ะสิ ท่านลุงเฉา” ลู่ชิงฝูหัวเราะเบาๆ “ถ้าข้าดูผิด หรือหนิงเอ๋อร์ดูผิดอีก ก็ยังมีคุณหนูรองสกุลเฉินอีกทั้งคน สายตาเราสามคน ใสกระจ่างและแน่นอนยิ่งกว่าอะไร”

เมื่อเหล่าคุณหนูคิดฟ้องร้อง เหล่าขุนนางขาใหญ่ก็เอาไม่อยู่ อวิ๋นหว่านชิ่นจึงอมยิ้ม

แขกส่วนใหญ่พอจะเดาได้แล้วว่าเป็นใคร เพียงแต่นี่เป็นเรื่องน่าอายของจวนรองเจ้ากรมสกุลอวิ๋น พูดออกมาจะไม่ดี

เฉินจื่อหลิงผู้รับหน้าที่เติมเชื้อไฟในครั้งนี้ จึงพูดเสียงสูงขึ้น “ชิ่นเอ๋อร์ เจ้ายังจะปิดบังอะไรอีก ตกลงใครกันแน่ที่เป็นคนผลักเจ้าลงไป!”

ขวับ แขกเหรื่อทั้งบุรุษและสตรี ล้วนหันมามองหญิงสาวที่อยู่ตรงกลางเป็นจุดเดียว

อวิ๋นหว่านชิ่นไม่สนใจสายตาผู้คน หันมองบิดา

ท่ามกลางสายตาผู้คน ถ้าตนไม่ถามต่อ ก็แสดงว่าลำเอียง อวิ๋นเสวียนฉั่งจึงได้แต่ถาม “ชิ่นเอ๋อร์ ใครเป็นคนผลักเจ้า พ่อจะจัดการให้”

devc-88b8c9ff-33080ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 015 ตอนที่ 15