ยอดหญิงอันดับหนึ่ง

ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 002 ตอนที่ 2

#2Chapter 002

ตอนที่ 2 โต้ตอบในช่วงท้ายของชีวิต

อวิ๋นหว่านชิ่นไม่อยากเห็นหน้าพวกเขา และคร้านจะฟังคำแก้ตัวใดๆ จากพวกเขาอีก จึงรวบรวมพละกำลังเฮือกสุดท้ายเดินกลับห้องไป

"ชิ่นเอ๋อร์!” มู่หรงไท่เดินตามหลังมา จนกระทั่งถึงด้านในเรือน ก็เอ็ดให้คนรับใช้ถอยออกไป

แต่พอเห็นอวิ๋นหว่านชิ่นหันมามองอย่างเหยียดหยาม เขาก็ไม่สนใจร่างอันบอบบาง ออกแรงเขย่าไหล่ทั้งสองข้างของนาง พลางว่า “อย่ามามองข้าด้วยสายตาเช่นนี้! ข้าเป็นคุณชายแห่งจวนโหว ในอนาคตจะได้เป็นซื่อจื่อ[footnoteRef:1]! จะได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นท่านโหว! หลังบ้านจะมีสตรีเพิ่มขึ้นมาอีกคน น่าแปลกตรงไหน” [1: ซื่อจื่อ คือทายาทที่สืบทอดตำแหน่งศักดินาพระราชทานจากผู้เป็นบิดา จะต้องมีการแต่งตั้งจากราชสำนักอย่างเป็นทางการ]

เหตุใดเมื่อก่อนนางถึงไม่รู้ว่าเขาเป็นคนโอหังเช่นนี้ ซื่อจื่อ? ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์? ยังไม่แน่ว่าเจ้าจะได้เป็นสักหน่อย! หลังจากความรู้สึกสะอิดสะเอียนผ่านพ้นไป อวิ๋นหว่านชิ่นกลับรู้สึกว่าน่าขันยิ่ง สายตาอะไรกัน หรือจะให้นางมองสามีที่ปิดบังผู้อื่นว่าภรรยาป่วยอยู่ แล้วเล่นชู้กับน้องเมียมาตลอดด้วยสายตาที่เคารพนับถือเช่นนั้นหรือ อะไรกันแน่ที่ทำให้เขาเชื่อมั่นในตัวเองถึงเพียงนี้!

นางค่อยๆ แกะมือของมู่หรงไท่ออก เดินเข้าไปในห้อง แล้วนั่งลงบนเตียง ปัดผมยุ่งที่ปรกหน้าผากจากการถูกเขย่าร่างเมื่อครู่เล็กน้อย ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงแดกดันพร้อมสีหน้าเย็นชาดุจฝนหลังฤดูใบไม้ร่วง

“สองปีที่ผ่านมา สามีก็ใช่ว่าไม่เคยมีเล็กมีน้อย ข้าเห็นจนชินแล้ว เพียงแต่ว่า ถ้าท่านคิดจะรับอนุคนใหม่ ก็ควรเปิดเผยหน่อย มาลักไก่หลบๆ ซ่อนๆ เช่นนี้ ข้าเห็นแล้วก็ละเหี่ยใจแทนจริงๆ ความอาจหาญของท่านโหวอาวุโส ขุนพลผู้ยกทัพจับศึกเข่นฆ่าศัตรูในปีนั้นหายไปไหนหมด เหตุใดหลานรุ่นหลังจึงไม่เอาเยี่ยงอย่างบ้าง อย่าว่าแต่คำว่าวีรบุรุษเลย กระทั่งสุภาพบุรุษก็ยังเป็นไม่ได้ ส่วนน้องสาวของข้าที่มีอะไรกับพี่เขยก่อนแต่ง เป็นการประพฤติตนขัดต่อทำนองคลองธรรมที่ได้รับการอบรมมา จึงยากที่จะตบแต่งเป็นภรรยาตามประเพณี แต่เมื่อนางเป็นน้องสาว ก็พอจะอำนวยความสะดวกให้อยู่อาศัยในฐานะญาติได้”

วาจานี้ไม่ช้าไม่เร็ว มีจังหวะจะโคนสูงต่ำ ประชดประชันคนทั้งสอง เสียดแทงมู่หรงไท่จนมาถึงจุดที่สุดแสนจะอับอาย ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ ยกมือกระแทกผลักอวิ๋นหว่านชิ่นจนหงายหลัง...

เสียง ตุบ ดังขึ้นคราหนึ่ง คนป่วยมานานไหนเลยจะมีเรี่ยวแรงต้านทานการผลักเช่นนี้ ศีรษะของอวิ๋นหว่านชิ่นกระทบกำแพงอย่างจัง เจ็บจนน้ำตาไหล

แต่เจ็บกายหรือจะสู้เจ็บใจ...นี่ตนแต่งกับสามีเช่นนี้หรือ!

พอจับที่หลังศีรษะก็พบว่าบวมปูด พอเอามือออกก็พบว่าที่ปลายนิ้วเปื้อนโลหิต นางกัดริมฝีปาก บังคับตัวเองไม่ให้ร้องไห้คร่ำครวญ

อวิ๋นหว่านเฟยเดินตามหลังมา แต่กลับหยุดยืนอยู่ตรงประตูไม่กล้าเข้าห้อง พอได้ยินเสียงพี่สาวแดกดัน ก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้นเคือง แต่คำด่าที่ว่า ‘ประพฤติตนไม่เหมาะสมก่อนแต่ง’ เป็นเรื่องจริง นางจึงได้แต่กำมือแน่น พลางด่ากลับในใจ ป่วยขนาดนี้ จะอยู่ได้อีกสักกี่น้ำเชียว! ด่าไปเถอะ สุดท้ายข้าก็ชนะอยู่ดี มู่หรงไท่อาจถูกเจ้ากระตุ้นจนอยากจะรีบหย่ากับเจ้าเสียด้วยซ้ำ

มู่หรงไท่มองดูหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า แม้ป่วยถึงเพียงนี้ และเพิ่งพบเห็นเรื่องอัปยศที่หญิงสาวในใต้หล้าไม่อยากพบเจอที่สุดในชีวิต แต่นางกลับพูดกับเขาอย่างใจเย็นโดยไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ให้เห็น สมกับเป็นนายหญิงผู้สูงศักดิ์ของจวนโหวอย่างแท้จริง จึงอดที่จะคิดไม่ได้ว่า อวิ๋นหว่านเฟยสู้อวิ๋นหว่านชิ่นไม่ได้จริงๆ และพอเห็นใบหน้าซีดขาวของภรรยาแดงระเรื่อ เหมือนตอนเพิ่งเข้าห้องหอ อารมณ์ของเขาก็สงบลง ก่อนยืนตะลึงงันอยู่อย่างนั้น

อวิ๋นหว่านเฟยที่ยืนอยู่ด้านนอกเกรงว่ามู่หรงไท่ยังเหลือเยื่อใยกับพี่สาว จึงอดไม่ได้ที่จะเดินเข้ามา โดยหลบอยู่ด้านหลังมู่หรงไท่ เหมือนที่เคยหลบอยู่ด้านหลังบิดาในจวนรองเจ้ากรมตอนทะเลาะกับพี่สาวไม่มีผิด นางขมวดคิ้วพลางว่า “ไยท่านพี่ต้องดูหมิ่นพี่เขยเช่นนี้เล่า ท่านพี่ก็ชัดเจนดีนี่ว่า...ร่างกายตัวเองท้องไม่ได้แล้ว หรือท่านพี่ไม่อยากให้พี่เขยมีลูกหลานสืบสกุล”

ยังคงพูดจาตลบตะแลงเหมือนตอนอยู่บ้านอย่างไรอย่างนั้น คล่องนักกับการประจบประแจงคนคนหนึ่ง ด้วยการซ้ำเติมความเจ็บปวดของอีกคนหนึ่ง!

อวิ๋นหว่านชิ่นรู้สึกขยะแขยงกับการทรยศหักหลังและการกระทำแสนต่ำตมของชายโฉดหญิงชั่วคู่นี้ อวิ๋นหว่านเฟยพูดถูกให้เป็นผิด ตีความหมายของนางกลับตาลปัตร หาว่านางอยากให้จวนโหวไร้ทายาทสืบทอด!

นางจึงพยายามค่อยๆ ยิ้มช้าๆ สูดลมหายใจเข้า แล้วว่า “เจ้าเข้ามาหน่อย”

อวิ๋นหว่านเฟยอึ้ง คิดว่าพี่สาวที่กำลังป่วยและเพิ่งถูกพี่เขยทำร้ายไปหมาดๆ ไม่น่าจะทำอะไรตนได้ จึงยืดอก เดินนวยนาดเข้าไป

ทว่าเพิ่งเดินเข้าใกล้ได้ไม่เท่าไหร่ เสียง เพี๊ยะๆ ก็ดังขึ้น อวิ๋นหว่านเฟยไม่ทันแม้แต่จะตั้งตัว ใบหน้ารูปไข่อันเรียวงามของนางพลันบวมปูดขึ้นมา นางตกตะลึง จับหน้าตนเองพลางก้าวถอยหลัง แล้วสะอื้นไห้ “พี่เขย...พี่เขย...”

มู่หรงไท่ดึงหวานใจเข้ามาไว้ในอ้อมอก พลันส่งสายตาเย็นชาใส่อวิ๋นหว่านชิ่น ความรู้สึกละอายใจเพียงชั่วครู่มลายหายสิ้น พอเห็นอวิ๋นหว่านชิ่นนั่งอยู่บนเตียงอย่างไม่แยแส ก็ยิ่งรู้สึกโกรธ

สตรีนางนี้ ไม่หึงหวงตนแม้แต่น้อย ไม่ไยดีตนสักนิดเลยหรือ

มู่หรงไท่ก้าวเข้าไปจับแขนอันผอมลีบของนาง แล้วสะบัดแขนเสื้อตนพลางเย้ย “เจ้ายังมีหน้ามาว่าน้องสาวตัวเองเสียๆ หายๆ? ในเมื่อเจ้าเองก็ไม่ใช่คนจิตใจดีงาม! ถ้าน้องสาวเจ้าแต่งเข้ามา ก็ไม่แน่ว่าจะสู้ฮูหยินใหญ่อย่างเจ้าไม่ได้!”

อวิ๋นหว่านชิ่นคร้านจะต่อล้อต่อเถียงกับมู่หรงไท่ นางเลิกแขนเสื้อของตนเองขึ้น แล้วมองดูแขนที่ถูกจับจนแดงด้วยสายตาขยะแขยง ราวกับเลอะมูลสุนัขก็มิปาน ทำให้มู่หรงไท่ยิ่งโมโหหนักเข้าไปอีก

เมื่อครู่ตอนได้ยินวาจาของอวิ๋นหว่านเฟย ใจของอวิ๋นหว่านชิ่นคล้ายกระตุกวาบ นึกสงสัยขึ้นมา

อาการป่วยของนาง แม้แม่เลี้ยงกับน้องสาวรู้ แต่เรื่องตั้งท้องไม่ได้นั้น กลับมีเพียงมู่หรงไท่กับหมอหญิง

ในจวนที่รักษานางเท่านั้นที่รู้

ท่านหมอเป็นคนที่หนักแน่นและเชื่อถือได้ ย่อมไม่เปิดเผยความลับให้คนนอกรู้

ส่วนมู่หรงไท่ก็กำลังแย่งตำแหน่งซื่อจื่อแห่งจวนโหวกับพี่ใหญ่มู่หรงอัน ในยามนี้ถ้าท่านโหวอาวุโสรู้ว่าเขามีภรรยาที่ตั้งท้องไม่ได้แล้วละก็ ย่อมผิดหวังและมีแนวโน้มจะหันไปสนใจหลานคนโตอย่างมู่หรงอันแทน ดังนั้นมู่หรงไท่จึงต้องปกปิดเรื่องนี้ไว้อย่างมิดชิด

อีกทั้งอวิ๋นหว่านชิ่นยังมั่นใจด้วยว่า ผู้ที่มีนิสัยทะเยอทะยานอย่างมู่หรงไท่ ต่อให้ทั้งรักทั้งหลงอวิ๋นหว่านเฟยเพียงใด ก็ไม่มีทางบอกเรื่องนี้กับนางแน่

ทว่า...อวิ๋นหว่านเฟยกลับพูดเรื่องนี้ออกมาอย่างฉะฉาน ราวกับรู้มานานแล้วว่าตนตั้งท้องไม่ได้!

หลังจากวันนั้น อวิ๋นหว่านชิ่นจึงให้ชูซย่าไปสืบดู

และผลที่ได้ก็ทำให้นางโกรธจนทำอะไรไม่ถูก

นับจากวันที่มู่หรงไท่มาขอหมั้น ไป๋เสวี่ยฮุ่ยก็เริ่มวางยารักษาโรคเรื้อรังกับนาง ยาชนิดนี้ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายลดต่ำลง นางจึงเจ็บป่วยง่าย และต่อมาก็สูญเสียความสามารถในการตั้งครรภ์

ตนถูกแม่เลี้ยงใจยักษ์ทำร้ายจนไม่สามารถตั้งครรภ์!

ชูซย่ายังสืบพบอีกว่า มู่หรงไท่ดอดไปพบกับอวิ๋นเสวียนฉั่ง เพื่อหารือเรื่องแต่งอวิ๋นหว่านเฟยเข้าจวนมาเป็นฮูหยินรอง!

ซึ่งการดองกับจวนโหวถือเป็นการยกระดับบ้านสกุลอวิ๋น เมื่อบุตรีคนโตสุขภาพไม่ดี ไม่สามารถให้กำเนิดบุตรเสียที จึงทำอะไรไม่ได้ พอเสียชีวิต บุตรีคนเล็กก็เข้าแทนที่ สกุลอวิ๋นกับสกุลมู่หรงจะได้เป็นญาติกันต่อ! เช่นนี้อวิ๋นเสวียนฉั่งจะไม่ยินดีอย่างไรได้ จึงรีบรับปากทันที

ติดก็แต่ฮูหยินใหญ่กำลังป่วยหนัก ในเวลานี้ถ้าแต่งฮูหยินคนใหม่ ซึ่งเป็นน้องสาวของฮูหยินใหญ่เข้าจวน เกรงว่าชื่อเสียงของบ้านสกุลอวิ๋นกับบ้านสกุลมู่หรงจะไม่สู้ดี จึงตัดสินใจว่า รอต่ออีกหน่อยจะดีกว่า

รออะไรน่ะหรือ ก็รอให้ฮูหยินใหญ่หมดลมหายใจน่ะสิ! วันที่อวิ๋นหว่านชิ่นรู้ความจริง ร่างกายที่อ่อนแออยู่เป็นทุนเดิมก็รับไม่ไหว ล้มทั้งยืนทันที

ยามนี้ในใจนางไม่ได้มีแต่เรื่องสามีคบชู้เพียงเรื่องเดียว นางยังค้นพบอีกว่า อันที่จริงการมีชีวิตอยู่ในชาตินี้ ที่สุดแล้วก็น่าขันเช่นนี้นี่เอง!

ทุกคนล้วนกำลังเล่นละคร ล้วนกำลังวางแผนเพื่อประโยชน์ส่วนตน มีเพียงนางเท่านั้นที่คิดว่าการเป็นบุตรีที่อยู่ในโอวาทและเป็นฮูหยินที่มีจิตใจดีงาม จะทำให้ชีวิตมั่นคงและมีความสุข

ขณะที่อวิ๋นหว่านชิ่นระลึกถึงชะตากรรมเมื่อชาติก่อน นางกลับไม่รู้สึกเจ็บแค้นอีก กลับรู้สึกเหมือนกำลังนั่งดูละครด้วยอารมณ์สงบนิ่งมากกว่า

หลังจากใช้ชีวิตมาหนึ่งชาติ ทำให้นางรู้ว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุด และคนชั่วเหล่านี้ เทียบไม่ได้กับการใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขใจของนาง

เมื่อก่อนตอนอยู่ในเรือน นางมักแอบอ่านงานเขียนบันเทิงคดีอยู่บ่อยๆ หนึ่งในนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัว

เอกเดินทางข้ามเวลากลับชาติมาเกิด ตอนนั้นนางไม่สนใจอะไร ตอนนี้ถึงเพิ่งรู้ว่า ปาฏิหาริย์มีอยู่จริง

และได้เกิดขึ้นกับตัวนางเองอย่างเหนือคาดหมาย

แล้วนางยังต้องกลัวอะไรอีก

ชาตินี้ ถ้านางไม่ชนะ ก็ดูจะเป็นการเนรคุณเทวดาฟ้าดินที่สู้อุตส่าห์ให้ชีวิตใหม่นางมา

นางต้องพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะใช้ชีวิตอยู่ให้ดี ปกป้องญาติสนิทมิตรสหายที่เหลืออยู่ จะไม่ปล่อยให้ตนเองต้องอยู่อย่างอเนจอนาถไปตลอดทั้งชาติ

ชูซย่านำผ้าเปียกน้ำหมาดๆ กลับมาเช็ดตัวให้คุณหนู พลางถอนใจอย่างโล่งอก “ไข้ลดลงจนได้ บ่าวไปเรียกท่านหมอมานะเจ้าคะ”

อวิ๋นหว่านชิ่นกำลังมองดูชูซย่า พอนางพูดจบ ก็พลันดึงแขนของนางไว้

ชาติที่แล้ว อวิ๋นหว่านชิ่นจงใจโอนอ่อนผ่อนตามมู่หรงไท่ เพราะป่วยหนัก

ครั้นมู่หรงไท่เห็นนางไม่เย็นชาใส่อีก ก็คิดว่านางคงปลงตกแล้ว จึงผ่อนคลายความระแวดระวังลง

อวิ๋นหว่านชิ่นรวบรวมลมหายใจเฮือกสุดท้าย ข่มกลั้นความขยะแขยง ทำตัวสนิทสนมกับสุภาพบุรุษจอมปลอมอย่างมู่หรงไท่ แล้วร่วมมือกับชูซย่าลอบรวบรวมหลักฐานในจวนที่เกี่ยวกับการทำผิดกฎหมายในหลายปีที่ผ่านมาของมู่หรงไท่

ผู้รับราชการจะขาวสะอาดไปทั้งตัวได้อย่างไร ย่อมต้องมีเรื่องไม่ดีที่ไม่อยากให้ใครรู้อยู่บ้าง

โดยเฉพาะหลายปีมานี้ มู่หรงไท่อยากสืบทอดตำแหน่งต่อจากปู่และอยากเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ เมื่ออยากประสบความสำเร็จในระยะเวลาอันสั้น ก็ต้องเดินทางลัด ทำเรื่องผิดกฎหมายไว้ไม่น้อย

การทุ่มเทสืบค้น ทำให้อวิ๋นหว่านชิ่นพบหลักฐานมัดตัวมู่หรงไท่ จึงไปหาญาติผู้พี่ สวี่มู่เจิน

สวี่มู่เจินคือพี่ใหญ่สกุลสวี่ เป็นบุตรของท่านลุงแท้ๆ ของอวิ๋นหว่านชิ่น สวี่มู่เจินเป็นขุนนางในราชสำนัก และเป็นญาติเพียงคนเดียวที่ดีกับนาง

หลังสนทนากับอวิ๋นหว่านชิ่นเสร็จสรรพ สวี่มู่เจินก็นำหลักฐานความผิดทั้งหมดของมู่หรงไท่ไปมอบให้กับคู่อริที่ระหองระแหงกับมู่หรงไท่มาตลอด

devc-75d0bbbd-32992ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 002 ตอนที่ 2