ยอดหญิงอันดับหนึ่ง

ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 013 ตอนที่ 13

#13Chapter 013

ตอนที่ 13 ญาติผู้พี่ออกโรง!

ทว่าดวงตาของอวิ๋นหว่านชิ่นกลับมืดมนลง “ลูกมิใช่ลูกกตัญญู กระทั่ง...ผิดต่อท่านพ่อด้วย...”

“เป็นอะไรไปเล่า” อวิ๋นเสวียนฉั่งกำลังอารมณ์ดี จึงทำทีถามอย่างห่วงใยขึ้นมา

อวิ๋นหว่านชิ่นใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาแล้วว่า “ในงานวันเกิดของลูกเมื่อวันก่อน ลูกได้ทำให้ท่านพ่อขายหน้า แล้วยังทำให้คุณหนูทั้งหลายตกอกตกใจอีก...”

เดิมทีงานวันเกิดของลูกสาวคนโตเป็นงานสิริมงคล แต่การตกน้ำที่หลังเรือนทำเอาแขกเหรื่อตกใจแตกตื่น ยังสนุกได้ไม่ทันไรก็ต้องแยกย้ายกันกลับบ้านเสียแล้ว ซึ่งอวิ๋นเสวียนฉั่งไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ตอนนี้พอได้ยินเรื่องนี้อีกครั้ง สีหน้าจึงไม่สู้ดีนัก

อวิ๋นหว่านชิ่นฉวยโอกาสตีเหล็กตอนร้อน พูดเสริมขึ้น “ลูกคิดหน้าคิดหลัง ก็คิดได้ว่า เหตุใดเราจึงไม่จัดงานเลี้ยงขอขมา เชิญพวกเขามาอีกครั้ง แล้วลูกจะเป็นคนยกน้ำชาขอขมาพวกเขาเอง คิดว่าทุกคนต้องพอใจแน่ เพราะพวกเขาล้วนเป็นขุนนางระดับสูงในราชสำนัก ล่วงเกินพวกเขาไป ย่อมเป็นเรื่องไม่สู้จะดี”

ลูกสาวคนนี้ ปกติเหมือนไม่ค่อยพูด ไฉนถึงมีความคิดเช่นนี้ได้

คำแนะนำนี้ถูกใจอวิ๋นเสวียนฉั่งยิ่ง บวกกับลูกสาวได้รับปากเรื่องฉินลี่ชวนแล้ว เขาจึงพร้อมเอาอกเอาใจนาง ด้วยการพูดอย่างเต็มใจว่า “ดี พ่อจะรีบจัดการให้”

อวิ๋นหว่านชิ่นจึงโค้งคำนับขอบคุณ ริมฝีปากปรากฏรอยยิ้มที่อวิ๋นเสวียนฉั่งมองไม่เห็น

**

ฟ้าเพิ่งจะเริ่มสาง เสียง แอ๊ด ก็ดังมา ประตูหลังของอิ๋งชุนเหลาเปิดออกแล้ว

อิ๋งชุนเหลาเป็นทั้งสถานบันเทิงและสถานละลายทรัพย์ที่โด่งดังสุดในเย่จิง เป็นที่ที่สาวงามทั้งหลายมารวมตัวกัน ดึงดูดแขกผู้มีสถานะไม่ธรรมดาให้มาเยือน

ชายหนุ่มสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบคนหนึ่งจามทีหนึ่ง เขาตาปรือแบบคนเพิ่งตื่น เดินถือไม้กวาดออกจากประตู มากวาดพื้นตามลานและบันได ดูไปแล้วก็คือคนรับใช้ทั่วไป

เมื่อคืนแขกเยอะมาก กว่าเขาจะกลับถึงห้องก็ยามสามแล้ว นอนได้ไม่ถึงสองชั่วยามก็ต้องตื่นมาทำงานเหมือนเช่นเคย

“เฮ้อ...มีเงินมีอำนาจก็เที่ยวได้อย่างสำราญใจ คนยากจนข้นแค้นอย่างเราก็ต้องขายชีวิตกันไป...โถ!” ชายหนุ่มตัดพ้อ ก่อนกวาดฝุ่นบนพื้นให้ปลิวว่อน

ใต้ต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลกันนั้น ในรถม้าอาชาคู่คันหนึ่ง ชายในชุดผ้าไหมชั้นดีไอออกมาสองครั้ง ค่อยปล่อยม่านหน้าต่างลง หันกลับมาถาม “สืบแน่ชัดแล้วใช่ไหม เขาก็คือคนรักของอนุหลิ่วตอนอยู่อิ๋งชุนเหลา?”

“ใช่ขอรับคุณชาย” ผู้ติดตามตอบ “เขาเป็นคนรับใช้ของอิ๋งชุนเหลาชื่อ เฉียวต้าซาน ตอนอนุหลิ่วยังอยู่ที่นี่ก็มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขา หลังถูกเฉาจี้จิ่วรับเข้าจวน ค่อยเลิกรากันไป!”

สวี่มู่เจินยิ้มมุมปาก รีบลงจากรถม้า เดินมือไพล่หลังเข้าไป

“ชีวิตลำบากไม่อาจโทษราชสำนัก ต้องโทษเจ้าที่ไร้สามารถเอง” สวี่มู่เจินหยุดยืนตรงหน้าชายหนุ่ม พลางพูดกับเขาทีละคำ

เฉียวต้าซานจับไม้กวาดยืนตะลึง คุณชายหน้าหยกที่อยู่ตรงหน้า ดวงตาทอประกายดุจดวงดาวบนท้องฟ้า ตลอดทั้งตัวเปล่งรัศมีของผู้มีอันจะกิน แต่กลับไม่เหมือนแขกที่มาดื่มสุราเคล้านารี เฉียวต้าซานจึงกลืนน้ำลาย

“คุณชาย...กำลังพูดกับข้าอยู่หรือ”

สวี่มู่เจินหุบพัด ก่อนใช้ปลายพัดตีเข้าที่ศีรษะชายหนุ่มหนึ่งที “เจ้ามีภูเขาทองทั้งลูกอยู่ตรงหน้า ยังไม่รู้จักขุด มิน่าเล่าถึงได้ยากจนข้นแค้น!”

พอถูกพูดจุดเจ็บ เฉียวต้าซานก็ทนไม่ไหว “ข้ามีภูเขาทองที่ไหนกัน”

“เจ้ามิได้มีคนรักที่แต่งเข้าสำนักฮั่นหลินหรือจวนสกุลเฉาหรอกหรือ นางทิ้งเจ้าไปเพราะลาภยศสรรเสริญ เสียแรงที่เจ้าดีกับนางแต่แรก มิหนำซ้ำยังใช้เงินเก็บที่มีอยู่ทั้งหมดไถ่ตัวนางอีก! เจ้าไปขอเงินนางสักส่วนหนึ่งสิ จะได้ไม่ต้องลำบากทำงานในเหลาอีก! อย่างน้อยก็เอามาแต่งเมียสวยๆ ได้คนหนึ่งล่ะ” สวี่มู่เจินคลี่พัดสีทองสิบหกซี่ออก ตวัดไปมา

แม้เฉียวต้าซานไม่รู้ว่าคุณชายท่านนี้รู้เรื่องของตนกับอาหลิ่วจากที่ไหน และไม่รู้ว่าเหตุใดถึงต้องมาช่วยตนด้วย แต่ก็พูดได้จี้ใจดำตนมาก เพราะตนก็เคยคิดที่จะทำเช่นนั้น แต่จวนสกุลเฉากว้างใหญ่มาก ตนจะเข้าไปได้อย่างไรเล่า

ตอนอาหลิ่วเพิ่งแต่งเข้าจวนสกุลเฉา เฉียวต้าซานก็คิดเช่นนี้แล้ว แต่สตรีนางนี้เป็นคนเนรคุณ ไร้น้ำใจกับคนรักเก่า พยายามหลบหน้าเขาเรื่อยมา!

เฉียวต้าซานนึกแล้วก็โมโห จึงพูดเสียงต่ำ “ข้าจะเข้าจวนสกุลเฉาได้อย่างไร เกรงว่ายังไม่ทันเข้าไปก็ถูกคนไล่ออกมาแล้ว!”

ผู้ติดตามข้างกายสวี่มู่เจินจึงยิ้มแล้วว่า “คุณชายบ้านข้าชอบทำความดี เป็นคนดีศรีเย่จิงที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง วันนี้อยากทำดีกับเจ้า ด้วยการหาวิธีทำให้เจ้ากับคนรักเก่าที่ร่ำรวยแล้วได้พบหน้ากัน! พบกันแล้ว ถ้านางให้อะไรกับเจ้า ก็นับเป็นความสามารถของเจ้า แต่ถ้าไม่ยอมให้ หลังเสร็จเรื่อง คุณชายบ้านข้าก็จะให้เงินส่วนหนึ่งกับเจ้า!”

ฟ้าประทานโชคลาภแล้ว! เฉียวต้าซานรีบผงกศีรษะอย่างยินดีปรีดา

**

ช่วงบ่าย ก็มีข่าวใหญ่แพร่ออกจากสำนักฮั่นหลิน หรือจวนของใต้เท้าเฉาจี้จิ่ว

ความว่า นางอันเป็นที่รักของใต้เท้าเฉา หรืออนุหลิ่วที่มาจากอิ๋งชุนเหลา ฉวยโอกาสตอนที่เจ้าของจวนไม่อยู่ ลักลอบนัดพบกับคนรักเก่าจากอิ๋งชุนเหลาตรงประตูหลัง ขณะกอดกันกลม ได้ถูกผู้รับใช้ในจวนพบเห็นเข้า

เฉียวต้าซานหนีไปได้

แต่อนุหลิ่วกลับหนีไม่พ้น ถูกจับตัวไปให้นายท่าน ใต้เท้าเฉาเดือดดาลมาก จึงใช้กฎของบ้านลงโทษ ด้วยการเฆี่ยนอนุหลิ่วอย่างแรงไปชุดใหญ่

อนุหลิ่วถูกเฆี่ยนจนแทบขาดใจ พูดพลางร้องไห้พลางว่า เฉียวต้าซานลอบเข้ามาในจวนเอง แล้วล่อนางไปที่ประตูหลัง ไถเงินนาง พอนางไม่ให้และเตรียมตะโกนเรียกคน กลับมีคนท่าทางคล้ายผู้ติดตามโผล่เข้ามาปิดปากนางไว้ จากนั้นก็บอกให้เฉียวต้าซานเข้ามากอดนาง...นางพยายามสลัดออก แต่กลับถูกเข้าใจผิด

ทว่าผู้รับใช้มากมายในจวนสกุลเฉาเห็นคาตา คำแก้ตัวของอนุหลิ่วจึงฟังไม่ขึ้น และเพียงไม่กี่ชั่วยาม เรื่องก็ถูกลือไปครึ่งเมืองหลวง

ซึ่งเรื่องเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องให้สวี่มู่เจินจัดการ เป็นเฉาหนิงเอ๋อร์เองที่ฉวยโอกาสซ้ำเติม ตอนอนุหลิ่วพลาดท่าเสียที ด้วยการจงใจปล่อยข่าวออกไป

เฉาจี้จิ่วจึงหน้าแตกยับเยิน แม้เขายังนึกสงสัยในเรื่องนี้อยู่ แต่จะให้อนุผู้ตกเป็นข่าวอื้อฉาวในเรื่องบัดสีบัดเถลิงอยู่ในจวนต่อได้อย่างไร จึงส่งนางไปอยู่ชนบท และไม่อนุญาตให้กลับจวนอีก

เฉาฮูหยินกับเฉาหนิงเอ๋อร์จึงเหมือนยกภูเขาออกจากอก ก่อนที่อนุหลิ่วจะจากไป สองแม่ลูกยังสั่งคนขับรถม้าว่าไม่ต้องอำนวยความสะดวกให้นางตลอดทาง เพื่อทรมานนางให้หายแค้น

หลังจากนั้นหนึ่งวัน เฉาหนิงเอ๋อร์ก็ได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง พอรู้เนื้อความในจดหมาย นางก็แอบไปพบกับสวี่มู่เจินที่ประตูหลัง หลังจากขอบคุณเขา นางก็เข้าใจในความคิดของอวิ๋นหว่านชิ่น

และใช้เวลาไม่มากในการตรึกตรอง ก็ตอบรับด้วยความยินดี

“เมื่อคุณหนูอวิ๋นช่วยเราแม่ลูกกำจัดมารร้าย ข้าก็ต้องช่วยนางตอบ คุณชายสวี่วางใจ วานบอกคุณหนูอวิ๋นด้วยว่า ถึงตอนนั้นหนิงเอ๋อร์ต้องช่วยอย่างเต็มที่”

ฉายาสามบุรุษรูปงามแห่งเมืองหลวงไม่จอมปลอม ดวงตาเจ้าชู้กับรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม เป็นเครื่องหมายการค้าที่สวี่มู่เจินทำจนติดเป็นนิสัยเสียแล้ว

“คุณหนูเฉาไม่เพียงรูปโฉมงดงาม จิตใจยังเปี่ยมคุณธรรมอีก! ข้าต้องขอขอบคุณแทนญาติผู้น้องไว้ ณ ที่นี้ด้วย”

เฉาหนิงเอ๋อร์ได้ยินมานานแล้วว่า คุณชายใหญ่สกุลสวี่เป็นคนสง่างามและมีความสามารถ พอเห็นเขาในระยะใกล้ จึงเขินหน้าแดง

บทกวีที่ว่า คุณชายวาณิชเจ้าสำอาง เห็นทีจะเป็นเรื่องจริง

*

พอได้ข่าวอนุหลิ่วแห่งจวนสกุลเฉา อวิ๋นหว่านชิ่นก็รู้ว่าเรื่องสำเร็จไปส่วนหนึ่งแล้ว จึงเรียกคนในจวนให้เตรียมรถม้า เพื่อไปหาท่านลุง

เนื่องจากได้รับอนุญาตจากอวิ๋นเสวียนฉั่ง อวิ๋นหว่านชิ่นจึงเข้าออกจวนได้ตามอำเภอใจ อยากได้อะไรก็ได้...เต็มที่ ได้รับการดูแลอย่างดี ไป๋เสวี่ยฮุ่ยก็ไม่กล้าว่าอะไร หลังจากจัดรถม้าให้ ยังออกมาส่งด้วยตนเองอีก

บนรถม้า ชูซย่าเลิกม่านขึ้น แล้วหันมองอวิ๋นหว่านชิ่นพลางขำ “คุณหนู ท่าทางของฮูหยินเหมือนกินแมลงวันเข้าไปแล้วอาเจียนไม่ออกนะเจ้าคะ”

กินแมลงวันนับเป็นอะไรได้ ต่อไปไม่น่าจะมีแค่กินแมลงวันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ไป๋เสวี่ยฮุ่ย เจ้าพึงรักษาวันเวลาของการเป็นนายหญิงแห่งจวนสกุลอวิ๋นไว้ให้ดีเถิด

อวิ๋นหว่านชิ่นปล่อยม่านลง

*

บ้านพ่อค้ากฎระเบียบน้อย และอวิ๋นหว่านชิ่นก็มีสัมพันธ์ที่ดีกับคนในบ้านท่านลุงมาตลอด พอไปถึงบ้านสกุลสวี่ก็บอกให้ชูซย่ารออยู่ที่เรือนหลัก ส่วนตนเดินตรงไปยังห้องหนังสือที่เรือนตะวันออก

ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลานั่งอยู่หน้าชั้นวางหนังสือไม้ชิงชัน กำลังตรวจดูบัญชีพลางกัดพู่กัน

อวิ๋นหว่านชิ่นถอดหมวกบังหน้าออก แล้วก้าวเบาๆ เข้าไป พอเห็นญาติผู้พี่หน้านิ่วคิ้วขมวด ไม่พอใจตัวเลขในบัญชี ก็อดหัวเราะไม่ได้

นางรู้ว่า ท่านลุงอยากให้ญาติผู้พี่สืบทอดกิจการต่อ แต่ญาติผู้พี่กลับไม่สนใจ

ไม่มีปัญหา พี่ท่าน อดทนอีกหน่อย อนาคตอันใกล้นี้ไม่ช้าก็เร็ว ข้าต้องแย่งของของข้าคืนมาให้หมด ขวากหนามที่ท่านพบเจอในชาติก่อน ข้าจะกำจัดให้สิ้นซากแทนท่านเอง

ขณะอวิ๋นหว่านชิ่นกำลังครุ่นคิด สวี่มู่เจินก็วางพู่กันลง แล้วยื่นมือโบกไปมาตรงหน้านาง พลางสงสัย “น้องสาวกำลังใจลอยเรื่องอะไรอยู่! กำลังคิดว่าจะขอบคุณพี่อย่างไรใช่ไหม!”

ก่อนหน้านี้อวิ๋นหว่านชิ่นได้ใช้ให้เมี่ยวเอ๋อร์แวะมาส่งจดหมายให้ญาติผู้พี่ตอนออกมาซื้อของนอกจวน ด้วยมั่นใจว่าเขาจะจัดการเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน เมื่อได้ยินเช่นนี้ นางจึงจับแขนเขาไว้ ยิ้มน้อยๆ แล้วว่า “แล้วท่านพี่อยากให้ชิ่นเอ๋อร์ขอบคุณแบบไหนล่ะ”

ชายหนุ่มยังติดนิสัยเดิมๆ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ช้อนคางหญิงสาวขึ้น พลางพูดหยอก “เอาตัวเข้าแลก...เจ้าเห็นว่าอย่างไร”

devc-88b8c9ff-33080ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 013 ตอนที่ 13