ยอดหญิงอันดับหนึ่ง

ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 009 ตอนที่ 9

#9Chapter 009

ตอนที่ 9 เลวมาก็ต้องเลวกลับ

สวี่มู่เจิน?

เฉินจื่อหลิงรู้เพียงว่าเขาคือลูกชายของท่านลุงของอวิ๋นหว่านชิ่น

บ้านสกุลสวี่เป็นสกุลขุนนางวาณิชแห่งต้าเซวียน ขายเครื่องประทินผิวทั่วราชอาณาจักร โดยมีร้านหลักอยู่ในเมืองหลวงเย่จิง

ลูกค้าของสกุลสวี่ส่วนใหญ่เป็นฮูหยิน คุณหนู และคนในวังหลวงที่สั่งสินค้าจากพวกเขามานานหลายปี พวกเขาจึงไปมาหาสู่กับเหล่าเชื้อพระวงศ์อยู่เป็นนิจ แม้ไม่มีบรรดาศักดิ์ แต่ก็เป็นที่นับหน้าถือตากว่าขุนนางทั่วไป

สวี่มู่เจินเป็นบุตรของสวี่เจ๋อเทา ลุงแท้ๆ ของอวิ๋นหว่านชิ่น เป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดีและรักอิสระ

เย่จิง เมืองหลวงของต้าเซวียนเต็มไปด้วยผู้มีความรู้ความสามารถ บุรุษเจ้าสำอางก็มีอยู่ไม่น้อย แต่ผู้ที่โดดเด่นและเลื่องชื่อมากสุดเห็นจะมีเพียงสามคน

อิงจากบทกลอนซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญกันในหมู่คุณหนูผู้สูงศักดิ์ ความว่า ‘คุณชายวาณิชเจ้าสำอาง คุณชายรองแห่งจวนโหว มังกรเร้นกายองค์ชายซย่าโหว’

คุณชายรองแห่งจวนโหว ก็คือหลานคนรองของท่านโหวสกุลมู่หรงแห่งจวนกุยเต๋อโหว มู่หรงไท่

‘มังกรเร้นกาย’ องค์ชายซย่าโหว นั้นลึกลับอยู่บ้าง...ว่ากันว่าก็คือองค์ชายสาม ซย่าโหวซื่อถิง

องค์ชายสามคือโอรสของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันกับองค์หญิงเผ่าเฮ่อเหลียนทางตอนเหนือ แต่เนื่องจากองค์ชายร่างกายไม่แข็งแรง นักบวชประจำราชสำนักและหมอหลวงจึงแนะให้พักรักษาตัวอยู่นอกวังตั้งแต่อายุสามขวบ ปกติไม่ชอบพบปะผู้คน แต่คนที่ได้พบล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ทรงมีพระพักตร์หล่อเหลาไร้ที่ติ ถ้าแต่งกายแบบสตรีขึ้นมา ก็เทียบได้กับสตรีผู้เลอโฉมที่สุดในปฐพี แต่ด้วยทรงมีสายโลหิตครึ่งหนึ่งของคนทางเหนือ จึงซ่อนความสง่างามและกล้าหาญ ภายใต้บุคลิกที่เย็นชา

ส่วนคุณชายวาณิชเจ้าสำอางที่ว่าก็คือ สวี่มู่เจิน

ทว่า...สวี่มู่เจินจะจัดการกับลู่ชิงฝูอย่างไร

ลู่ชิงฝูคือหญิงสาวที่เขารัก? หรือ...ลู่ชิงฝูแอบรักสวี่มู่เจิน?

เป็นไปไม่ได้ ไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อนว่าลู่ชิงฝูกับสวี่มู่เจินคบหากัน...ยิ่งไปกว่านั้น ลู่ชิงฝูนั่นสูงส่งกว่าเฉาหนิงเอ๋อร์ร้อยเท่าพันเท่า นางจึงไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตา ถึงสวี่มู่เจินหล่อเหลาแค่ไหน ก็เป็นเพียงคุณชายสกุลพ่อค้าเท่านั้น

พออวิ๋นหว่านชิ่นเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยของสหายรัก ก็หัวเราะก๊าก

คุณชายญาติผู้พี่ที่ทุกคนเห็นว่าช่วยดูแลกิจการที่บ้านอย่างแข็งขัน ภายนอกดูง่ายๆ สบายๆ รักอิสระ ไม่สนใจการเมืองนั้น จริงๆ แล้วเป็นคนเช่นไร...นางชัดเจนเป็นที่สุด

เขาทั้งทะเยอทะยาน ทั้งมักใหญ่ใฝ่สูง ไม่ยอมเป็นแค่ขุนนางพ่อค้าเป็นอันขาด

ถ้าเดาไม่ผิด ตอนนี้ญาติผู้พี่น่าจะเริ่มตีสนิทกับขุนนางคนสำคัญของราชสำนักต้าเซวียนแล้ว

และคนผู้นั้นมิใช่ใครอื่น รัชทายาทองค์ปัจจุบัน ซย่าโหวซื่อจุน นั่นเอง

**

มุมหนึ่งบริเวณประตูหลังของจวนสกุลอวิ๋น สาวใช้ปลอมตัวเป็นชายในชุดเขียว เดินเข้าหาเฉินจื่อหลิงที่กำลังเดินออกจากจวน พลางเรียกเสียงเบา “คุณหนูออกมาแล้ว”

สองนายบ่าวเดินไปด้วยกัน คนหนึ่งอยู่หน้า คนหนึ่งอยู่หลัง แล้วตงเอ๋อร์ก็พูดขึ้นอย่างอดไม่ได้ “ดีมากเลยเจ้าค่ะที่คุณหนูยืนรอคุณหนูอวิ๋น”

เฉินจื่อหลิงยกมุมปากบางๆ ขึ้น “นางเป็นพี่น้องที่ดีของข้า ถ้าข้าไม่รอนางแล้วจะรอใคร”

ตงเอ๋อร์กะพริบตาปริบๆ พลางยิ้ม “เกรงว่าจะไม่ใช่เพราะความเป็นพี่น้องที่ดีสิเจ้าคะ”

สาวใช้นางนี้ถูกตนตามใจจนเคยตัว ปากถึงไม่มีหูรูดมาตลอด! เฉินจื่อหลิงหรี่ตา แล้วใช้แรงพอดีๆ ตบเข้าที่ศีรษะของตงเอ๋อร์ ทำให้ตงเอ๋อร์ร้องออกมาคำหนึ่ง

ทว่าตงเอ๋อร์ไม่ได้คิดไปเอง

คนในบ้านบางคน บังคับให้เฉินจื่อหลิงคอยช่วยเหลืออวิ๋นหว่านชิ่นอยู่เสมอ!

คนผู้นี้ห่วงใยอิสตรีมากกว่า...น้องสาวตน!

แม้เฉินจื่อหลิงอยากช่วยสหายรักอยู่เป็นทุนเดิม แต่การถูกคนข่มขู่คุกคามก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เฉินจื่อหลินถูหมัดกับฝ่ามือข้างหนึ่ง ก่อนแค่นเสียงเย็นชา แล้วว่า “ไป กลับบ้าน ครั้งนี้ต้องให้เขามอบม้าหยกโลหิตตะวันตกพระราชทานที่ท่านปู่มอบให้เขา เป็นค่าตอบแทน!”

**

พอเฉินจื่อหลิงจากไป หญิงชราท่าทางเย่อหยิ่งในชุดปี๋จย่า[footnoteRef:1]สีน้ำเงินนกยูง ก็ก้าวเข้ามาในเรือนหยิงฝูของอวิ๋นหว่านชิ่นโดยไม่บอกกล่าว นางผลักประตูปึงปัง และพูดเสียงสูง ขณะเตรียมเลิกผ้าม่าน “พอรู้ว่าคุณหนูใหญ่ลงจากเตียงได้ ฮูหยินก็บอกให้บ่าวมาเยี่ยมโดยเฉพาะ...” [1: ปี๋จย่า เสื้อทับสำหรับขี่ม้ายิงธนูของสตรี คล้ายเสื้อกั๊ก ]

นางคือเถามอมอ คนสนิทของไป๋เสวี่ยฮุ่ย ผู้รับใช้ที่มากับไป๋เสวี่ยฮุ่ยตอนแต่งเข้าจวนรองเจ้ากรม และตอนไป๋เสวี่ยฮุ่ยขึ้นเตียงอวิ๋นเสวียนฉั่ง แย่งสามีของสวี่ฮูหยินนั้น ก็ได้รับความช่วยเหลือไม่น้อยจากเถามอมอ

ต่อมาพอไป๋เสวี่ยฮุ่ยได้เป็นฮูหยิน บ่าวที่ยอดเยี่ยมอย่างเถามอมอย่อมได้ดิบได้ดีตาม กลายเป็นหัวหน้าคนหลังจวนทันที แม้ยามปกติ นางไม่กล้าอวดดีกับอวิ๋นหว่านชิ่นอย่างโจ่งแจ้ง แต่ภายใต้การนิ่งเฉยของไป๋ฮูหยิน นางก็มักเย็นชาและไม่มีมารยาทกับอวิ๋นหว่านชิ่น

อวิ๋นหว่านชิ่นส่งสายตาให้ชูซย่า

ชูซย่าจึงจับผ้าม่านไว้ พลางพูดเสียงเย็นชา “ห้องของนาย บ่าวไพร่เข้ากันได้ง่ายๆ หรือ”

เถามอมอตกใจชั่วขณะ เพราะไม่เคยถูกปฏิเสธมาก่อน บวกกับแรงเกร็งจับผ้าม่านของชูซย่า นางจึงแค่นเสียง ก่อนเอ็ด “เฮอะ นางไพร่ ฮูหยินเป็นคนบอกให้ข้ามาเยี่ยมคุณหนู ใครกล้าขวาง ระวังจะถูกฮูหยินจับเจ้าขังห้องเก็บฟืน...”

สายตาที่มั่นใจคู่หนึ่งสาดมา ชูซย่าจึงไม่ลังเลใจ ผลักเถามอมออย่างแรง แล้วว่า “บอกให้เจ้ามาเยี่ยม แต่ไม่ได้บอกให้เจ้าบุกเข้าห้องคุณหนูโดยพลการนี่! แล้วคุณหนูบอกให้เจ้าเข้ามาหรือยัง เจ้าทำผิดกฎก่อน แก้ตัวไม่ขึ้นหรอก ข้าตามเจ้าไปรายงานฮูหยินยังได้!”

เถามอมอไม่คิดว่าชูซย่าจะกล้าลงมือกับตน จึงไม่ทันระวัง ถูกผลักจนเอวหนาๆ ชนเข้ากับโต๊ะสี่เหลี่ยมจัตุรัสอย่างจัง แม้ตัวไม่ล้ม แต่เอวก็แทบหักเหมือนกัน นางทั้งเจ็บทั้งโมโห จึงก้าวเข้าหาชูซย่า “นางตัวดี! นางตัวดี! มา ไปห้องโถงกับข้า ดูฮูหยินสับเจ้าเป็นชิ้นๆ แล้วโยนให้สำนักโคมเขียวซะดีๆ!”

“โอ้ มอมอ[footnoteRef:2]อวดดีใช่ย่อย กล้าลงโทษสาวใช้แทนฮูหยินด้วย!” เสียงประชดประชันดังมาจากในห้อง ทำให้เถามอมอยืนนิ่ง สูดหายใจเข้า [2: มอมอ คำเรียกหญิงรับใช้อาวุโส]

อวิ๋นหว่านชิ่นพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาลง แต่ยังคงไม่ช้าไม่เร็วจนเกินไป

“นางตัวดีหรือ ใครกันแน่คือนางตัวดี มอมอรู้อยู่แก่ใจดี ตัวเองบุกเข้าห้องนายก่อน แล้วยังกล้าเอ็ดตะโร ส่งเสียงดังต่อหน้านายอีก ไม่รู้จักมารยาทเอาเสียเลย อยากไปตัดสินโทษกับฮูหยินหรือ ได้ ข้าก็อยากเหมือนกัน แต่จะไปหาฮูหยินทำไม ไปหาท่านพ่อดีกว่า! ถ้ายังไม่พอ เราค่อยไปที่ศาลาว่าการเย่จิงกัน ดูสิว่าในใต้หล้ามีคนใช้บ้านไหนเป็นแบบมอมอบ้าง!”

เถามอมอตกใจแต่แรกแล้ว เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางกล้าอวดดีต่อหน้าคุณหนูใหญ่ผู้นี้ แต่ครั้งนี้นางไหนเลยจะรู้ว่าคุณหนูใหญ่จะฮึดสู้ เบ่งกลับขึ้นมา

ซึ่งถ้าเรื่องไปถึงนายท่านหรือศาลาว่าการเข้า ถึงมีคนเอ็นดูนางแค่ไหน นางก็ไม่มีจุดจบที่ดีแน่

ไป๋ฮูหยินแม้ปกป้องนางมาตลอด แต่ถ้าเรื่องจวนตัวขึ้นมาจริงๆ ก็เอาตัวรอดก่อนเหมือนกัน ไหนเลยจะกล้าล่วงเกินนายท่านเพียงเพื่อบ่าวเพียงคนเดียวอย่างนางเล่า เถามอมอสงบสติอารมณ์ ก่อนสะบัดแขนเสื้อ เตรียมเดินจาก

“ช้าก่อน” ครั้งนี้อวิ๋นหว่านชิ่นพูดยิ้มๆ

เถามอมอชะงักฝีเท้า หยุดยืนไม่ขยับ เสียงนี้คล้ายด้ายที่ชักใยอยู่ด้านหลังหุ่นเชิดก็ไม่ปาน

“มอมออยากมาก็มา พอเอ็ดตะโรเสร็จ อยากไปก็ไป ทำเหมือนข้าเป็นอะไรมิทราบ” คนในผ้าม่านพลันหัวเราะ แต่กลับทำให้เถามอมอเสียวสันหลังวาบ

แล้วเสียงก็พลันขึ้นสูงอย่างเฉียบคม

“สรุปแล้ว ข้าเป็นคุณหนูใหญ่แห่งจวนรองเจ้ากรม หรือ...เจ้าเป็นกันแน่!”

เถามอมอเหงื่อกาฬหลั่งไหล ได้แต่อดทนกลืนน้ำลาย หันกายแล้วคุกเข่าลง “บ่าวผิดไปแล้ว”

“ผิดแล้ว ก็ต้องลงโทษ มิเช่นนั้นการยอมรับผิดจะเสียเปล่า มอมอลองชั่งใจดูสิว่า จะทำตามที่ข้าชี้แนะเมื่อครู่ ให้นายท่าน กระทั่งศาลาว่าการเย่จิงเป็นผู้ตัดสิน หรือเจ้าจะตัดสินโทษตัวเอง”

พอเห็นอวิ๋นหว่านชิ่นพลันเปลี่ยนท่าที เถามอมอก็คิดสักพัก ทั้งๆ ที่ยังมึนงง แล้วก็ทำได้เพียงกัดฟัน โขกศีรษะลงไปสองครั้งอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่

“บ่าวลงโทษตัวเองแล้ว ต่อไปจะไม่เสียมารยาทกับคุณหนูใหญ่อีก เรื่องในวันนี้ ขอคุณหนูใหญ่อย่าได้พูดออกไป อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่...”

ชูซย่าก้าวเข้าไป เพียะๆ ตบลงบนใบหน้าอันเหี่ยวย่นที่โปะแป้งหนาเตอะของเถามอมอ ก่อนหัวเราะเยาะ “โขกศีรษะสองครั้งก็นับว่าลงโทษตัวเองแล้วหรือ มอมอมิได้คิดว่าตนเป็นบ่าวไพร่จริงๆ ด้วย!”

“เจ้า...ต่ำช้า...กล้าตบข้า!” เถามอมอลุกพรวดขึ้น หน้าตาบิดเบี้ยวดั่งนางมารร้าย คิดบีบคอชูซย่า

ชูซย่าแม้อ่อนเยาว์ แต่แรงดี ผลักเถามอมอกลับไป แต่มือไม้ผิดตำแหน่งไปหน่อย เล็บจึงขูดเข้าที่ใบหน้าหญิงชรา...

“โอ๊ย...” เถามอมอร้องเสียงหลง ทั้งเจ็บทั้งตกใจที่ได้แผลเปิดบนใบหน้า

“มอมอคิดวุ่นวายอะไร” ชูซย่าหัวเราะ พลางเท้าสะเอว “นี่ก็ แพ้แล้วนะ! อย่าโทษข้าล่ะ!”

สาวใช้นางนี้ เรื่องตบตี ใช้ได้ทีเดียว!

คนเลวมาก็ต้องเลวกลับ อวิ๋นหว่านชิ่นกวาดตามองเถามอมอที่สะบักสะบอม ก่อนลุกขึ้นยืน เดินออกนอกม่าน...

devc-174234ce-33051ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 009 ตอนที่ 9