ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ: Chapter 017 ตอนที่ 17
ตอนที่ 17 จู่ๆ ก็กลายเป็นแพะรับบาป
หัวหน้าแผนกจินกล่าวพร้อมกับหันหน้ามามองซ่งฉาไป๋ “เด็กคนนี้ไม่ใช่เธอต้องคอยดูแลอยู่ตลอดหรอกเหรอ ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าให้ระวัง นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมอาการถึงแย่ลง!”
เด็กคนนี้ไข้ขึ้นอีกแล้ว
ในฐานะที่เป็นพ่อแม่ คุณผู้หญิงอวี๋จะเป็นกังวลก็ถือเป็นเรื่องปกติ ทั้งนี้ทั้งนั้นจะโทษพวกเขาก็ไม่ได้เหมือนกัน มีโรคมากมายที่มีระยะฟักตัว ยากที่จะตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ เพียงแต่ว่าสถานการณ์ในตอนนี้ คุณผู้หญิงอวี๋เหมือนกับประทัดที่ถูกจุดแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องมีคำอธิบายให้เธอ ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่เลิกอาละวาด เมื่อครู่ซ่งฉาไป๋ก็ไม่รู้หายหัวไปไหน ต้องโทษหล่อนทั้งหมดที่ไม่ดูแลคนไข้ให้ดี
ซ่งฉาไป๋งงเป็นไก่ตาแตก สีหน้าหวั่นวิตก ตอบ “หัวหน้าคะ หนูดูแลเป็นอย่างดีจริงๆ นะคะ เมื่อครู่ก่อนออกไป หนูก็วัดไข้แล้วอุณหภูมิปกติไม่มีไข้”
หัวหน้าแผนกจินตอบอย่างโมโหโกรธา “วัดแล้วไม่มีไข้ แล้วทำไมตอนนี้ไข้ถึงขึ้น เธอวัดเมื่อไร ในเวลางานใครอนุญาตให้เธอซี้ซั้วออกไป ลำบากนิดลำบากหน่อยก็ยังทนไม่ได้ รู้จักแต่จะอู้ จะมีเธอไว้ทำไม!”
ซ่งฉาไป๋สับสนไปหมด ใบหน้าซีดขาว เธอมองหัวหน้าแผนก ตาแดงก่ำพูด “หัวหน้าคะ หนูอยู่ในห้องพักผู้ป่วยตลอด เพิ่งออกไปเมื่อกี้ครู่เดียว เพราะ...”
“ไม่ต้องหาข้ออ้าง!” หัวหน้าแผนกจินพูดตัดบทอย่างเลือดเย็น เธอหันไปมองคุณผู้หญิงอวี๋ ใช้น้ำเสียงนุ่มนวลกล่าวขอโทษ “ขอประทานอภัยจริงๆ นะคะ โปรดโทษดิฉันที่ไม่ได้อบรมลูกน้องให้ดี และดิฉันไม่ควรมอบหมายให้แพทย์อินเทิร์นมาดูแลลูกชายของคุณผู้หญิง เป็นความผิดของดิฉันทั้งหมด คุณผู้หญิงโปรดวางใจ ลูกชายของคุณจะต้องหายดีอย่างแน่นอน”
สีหน้าของคุณผู้หญิงอวี๋ยังคงถมึงทึง เหมือนกับว่าเรื่องนี้มันจะไม่จบแค่นี้ แต่ลูกชายที่นอนพักอยู่บนเตียง จู่ๆ ร่างกายเกิดอาการชักเบาๆ ขึ้น เธอจึงไม่ได้สืบสาวเอาเรื่องต่อ ถามอย่างร้อนใจ “หัวหน้าแผนกจิน ลูกชายฉันเป็นอะไร”
หัวหน้าแผนกจินรีบเดินเข้าไปตรวจอาการ “คุณผู้หญิงอวี๋ ร่างกายของเด็กเมื่อไข้ขึ้นสูงบางครั้งจะทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการชัก เป็นอาการชักที่เกิดจากการมีไข้สูง แค่ลดไข้ก็ไม่เป็นอันตรายแล้วค่ะ...” ในระหว่างนั้น เธอก็ชำเหลืองตาไปมองซ่งฉาไปแว่บหนึ่ง นัยความว่าหล่อนน่ะไสหัวออกไปซะ
ซ่งฉาไป๋ทำได้เพียงออกจากห้องพักผู้ป่วยอย่างเงียบๆ เมื่อเห็นอวี๋กานกานที่ยืนอยู่ด้านนอก เธอก็ฉีกยิ้มให้เพราะไม่อยากให้เพื่อนต้องมาเป็นกังวล แต่รอยยิ้มนั้นกลับเป็นรอยยิ้มที่ขื่นขมสุดๆ
อวี๋กานกานเดินมาตรงหน้า สีหน้าเป็นทุกข์พูดอย่างรู้สึกผิด “ขอโทษนะ ที่ทำให้เธอถูกด่า” ถ้าไม่เป็นเพราะเธอมาหาซ่งฉาไป๋ หัวหน้าแผนกจินนั้นก็คงไม่โมโหใส่ซ่งฉาไป๋ และคงไม่ต้องกลายมาเป็นผู้รับเคราะห์
“ฉันไม่โทษเธอหรอก ต่อให้ฉันอยู่ในห้องพักผู้ป่วย สุดท้ายยังไงเขาก็โบ้ยมาให้ฉันอยู่ดี” ซ่งฉาไป๋ยิ้มฝืนๆ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่จะให้ทำไงได้ ใครให้เธอมาเป็นอินเทิร์นที่นี่ล่ะ
เมื่อหัวหน้าแผนกจินเดินออกมา ยังเห็นซ่งฉงไป๋ยืนอยู่นอกห้องพักผู้ป่วยอีก จึงกล่าวออกมาประโยคหนึ่งด้วยสีหน้าเย็นชา “เธอยังยืนบื้ออะไรอยู่อีก ทำไมยังไม่ไสหัวไปอีก”
ซ่งฉาไป๋อดทนอดกลั้นต่อความไม่เป็นธรรมทุกอย่าง เธอเป็นแค่อินเทิร์น ไม่กล้าล่วงเกินหัวหน้าแผนกอยู่แล้ว
เธอนึกว่าขอแค่อดทนหน่อย เดี๋ยวเรื่องก็ผ่านไป นึกไม่ถึงทันใดนั้นหัวหน้าแผนกจินก็พูดขึ้นมาอีกประโยค “พรุ่งนี้ไม่ต้องมาแล้ว ฉันจะไปที่มหาวิทยาลัยของเธอถามดูสักหน่อย ทำไมแพทย์อินเทิร์นปีนี้ถึงไร้คุณภาพขนาดนี้”
ซ่งฉาไปตกตะลึงจนหน้าซีดเผือด เธอสติหลุดไปแล้ว ถามอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า “หัวหน้าแผนกจินคะ คุณ นี่คุณหมายความว่ายังไงคะ”
จะไล่เธอออกอย่างนั้นเหรอ!