ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ: Chapter 040 ตอนที่ 40
ตอนที่ 40 ฉันตัดสินใจหย่า!
ซ่งฉาไป๋ยืนอยู่ข้างเคาน์เตอร์ยา ดูเหมือนกำลังช่วยอวี๋กานกานจัดสมุนไพร แต่สายตามักเหลือบมองไปทางฟังจือหันและอวี๋กานกานอยู่บ่อยๆ
สองคนนั้นนั่งอยู่อีกฟากหนึ่ง จ้องตากันไปมานานสองนาน แต่ก็ไม่มีใครปริปากพูดสักที
คนหนึ่งน่ารักสดใส อีกคนรูปหล่อมาดแมน ดูแล้วสบายหูสบายตา ไม่ว่าจะมองดูอย่างไรก็เหมือนคู่หนุ่มหล่อสาวสวยที่สวรรค์บรรจงสร้าง
นี่ถ้าไม่ได้เป็นสามีภรรยากันแล้วจะเป็นอะไรได้อีก?
ถ้าเป็นซ่งฉาไป๋ละก็ สนทำไมว่าฟังจือหันจะใช่ไม่ใช่สามี เห็นแก่ที่เขาหล่อขนาดนี้ เธอมั่นใจเลยว่ายังไงก็ต้องพาเขาขึ้นเตียงก่อนตั้งแต่วินาทีแรก
ผู้ชายที่ดีขนาดนี้ไม่พาขึ้นเตียงชิงตีตราจองเป็นของตัวเอง เสียดายของแย่เลย แต่ซ่งฉาไป๋รู้ดีว่าอวี๋กานกานไม่เหมือนกับเธอ อวี๋กานกานไม่มีทางหลงมัวเมาในความสวยความงามเหมือนอย่างทรราช[footnoteRef:1]ที่ดูคนแค่รูปลักษณ์ภายนอก [1: ทรราช หมายถึง ผู้ปกครองบ้านเมืองที่ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ทำความเดือดร้อนให้แก่ผู้ที่อยู่ใต้การปกครอง]
ซ่งฉาไป๋หมุนตัวยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์...
อวี๋กานกานกะพริบตามองผู้ชายตรงหน้า แม้ว่าฟังจือหันจะนั่งอยู่นิ่งๆ แต่กลับให้ความรู้สึกกดดันและเย็นยะเยือกอย่างบอกไม่ถูก คุมเชิงกับแบบนี้ต่อไปก็คงไม่ได้ผลสรุป
เธอครุ่นคิด เป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อนก็แล้วกัน “จริงๆ แล้วฉันกับนาย เราไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องคุยกัน รวมๆ ดูแล้วก็คงมีแค่สามประโยคนั้น คุณเป็นใคร ทำไมคุณถึงมาอ้างว่าเป็นสามีของฉัน เชิญคุณออกไปจากห้องของฉัน!”
ฟังจือหันยกยิ้ม สายตาเย็นชาลึกซึ้งยังคงจ้องมองเธอต่อ นิ่งเงียบไม่ปริปากพูด
อวี๋กานกานสูดลมหายใจเขาลึกๆ หนึ่งครั้ง กล่าวต่อ “ฉันไม่ชอบผู้ชายเย็นชา พูดน้อย ไม่ว่าฉันความจำเสื่อมหรือไม่ ได้แต่งงานกับนายหรือเปล่า ฉันไม่ขอเป็นสามีภรรยาอะไรนั่นกับนายต่ออีก ไม่ขอใช้ชีวิตอยู่ใต้ชายคาเดียวกับนาย เพราะฉะนั้นฉันตัดสินใจจะไปสำนักงานทะเบียนพร้อมกับนายเพื่อขอหย่า!”
น้ำเสียงนิ่งเรียบแต่กลับแสดงออกถึงความคิดอันแน่วแน่ที่เธอต้องการจะหย่าได้เป็นอย่างดี
ทันใดนั้นฟังจือหันก็ยิ้มออกมา ท่อนแขนวางพาดราวจับที่อยู่ด้านข้าง ท่วงท่าสง่างามเป็นธรรมชาติ ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เสียงทุ้มต่ำตอบรับ “อืม”
ช่างทะนุถนอมคำพูดดุจทองคำ[footnoteRef:2] [2: ทะนุถนอมคำพูดดุจทองคำ หมายถึง หมายถึงคนที่เวลาพูดจาหรือเขียนใช้คำค่อนข้างประหยัด เหมือนคำพูดทีค่าเท่าทองคำ]
ไอเจ้า ‘อืม’ นี้คือตกลงหรือไม่ตกลง ในขณะที่อวี๋กานกานกำลังสงสัยอยู่นั้น มีผู้มาเยือนคลินิกเพิ่มอีกแล้ว คนที่เข้ามาประกอบด้วยชายสี่หญิงสาม ผู้ชายสามในสี่คนนั้นรูปร่างสูงใหญ่บึกบึน ท่าทางโฉดชั่ว ส่วนผู้หญิงค่อนข้างมีอายุนั่งอยู่บนรถเข็นที่เข็นโดนชายวัยกลางคน สีหน้าท่าทางอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรง
ชายหัวล้านที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า แหกคอตะโกนดังลั่น “ใครคือผู้ดูแลที่นี่”
ซ่งฉาไป๋นึกว่าเป็นคนไข้ที่มาขอการรักษา ไม่อยากจะให้พวกเขารบกวนอวี๋กานกานและฟังจือหัน จึงเดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ยา “ขอโทษนะคะมีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ”
ท่าทีของชายหัวล้านดุร้ายมาก ปรายตามองซ่งฉาไป๋ครู่หนึ่ง ถาม “เธอคือผู้รับผิดชอบ?”
เมื่อเห็นสีหน้าอันน่ากลัวของชายหัวล้าน ซ่งฉาไป๋กลืนน้ำลายส่ายหน้า “ไม่ใช่ค่ะ แต่ว่าถ้าคุณมีเรื่องอะไรสามารถบอกฉันก่อนได้”
กลุ่มคนพวกนี้เหมือนพวกอีเน่า[footnoteRef:3] จงใจมาก่อเรื่อง? [3: อีเน่า คือ กลุ่มคนที่จงใจมาก่อความวุ่นวายในโรงพยาบาล โดยอ้างว่าทางโรงพยาบาลรักษาผิดพลาดเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย]
“ไม่ใช่ผู้รับผิดชอบ เธอก็ไสหัวไปซะ เรื่องนี้บอกเธอไปก็ไร้ประโยชน์” ชายหัวล้านพูด หน้าดำคร่ำเครียด เขาผลักซ่งฉาไป๋
ชายหัวล้านแรงเยอะมาก ซ่งฉาไป๋ผอมแห้งแรงน้อย พอถูกผลักเข้าแบบนี้ เกิดเสียงดังปึงล้มลงไปนอนบนพื้น
“ซ่งฉาไป๋...” อวี๋กานกานตกใจที่จู่ๆ อีกฝ่ายก็ลงไม้ลงมือ เธอลุกพรวดวิ่งเข้าไป มองซ่งฉาไป๋ด้วยความตื่นตกใจ “เธอเป็นไงบ้าง”
ซ่งฉาไป๋ส่ายมือ ภายใต้ความช่วยเหลือของอวี๋กานกานเธอจึงลุกขึ้นมาจากพื้นได้ “ฉันไม่เป็นไร ฉันไม่เป็นไร”